- หน้าแรก
- รวย รวย รวย ภารกิจพิชิตหนี้หมื่นล้าน
- บทที่ 139 - ใครสำคัญกว่า?
บทที่ 139 - ใครสำคัญกว่า?
บทที่ 139 - ใครสำคัญกว่า?
บทที่ 139 - ใครสำคัญกว่า?
นี่ต่างหากคือจุดประสงค์ที่เซี่ยอู๋เรียกพวกเขามา
เพียงแต่ ปูทางมาซะยาวเหยียด จนทำให้พวกมนุษย์อสูรเข้าใจผิดไป
พอพวกมนุษย์อสูรได้ยินคำพูดของเซี่ยอู๋ ดวงตาก็พลันมีประกายขึ้นมาทันที
"คุณหนู! พวกเราพร้อมที่จะไปฆ่าแมลงในสนามรบได้ทุกเมื่อ!"
"ใช่ครับ! ขอแค่คุณพูดคำเดียว พวกเราก็พร้อมจะไปลุยในสนามรบได้ทุกเมื่อ!"
มนุษย์อสูรแต่ละคนต่างก็ตอบเสียงดังฟังชัด
ขอแค่ได้ช่วยเซี่ยอู๋ทำงาน พวกเขาก็จะได้อยู่ที่ดาวเซี่ยงหยางอย่างเต็มภาคภูมิ
"เงียบก่อน" เซี่ยอู๋พูด "พวกคุณรู้รึเปล่าว่าแมลงที่ดาวเซี่ยงหยางมีมากแค่ไหน? รู้รึเปล่าว่าการฆ่าแมลงอาจจะทำให้ตายได้?"
"คุณหนู พวกเราไม่กลัวครับ แมลงฆ่าง่ายกว่ามนุษย์อสูรเผ่าพันธุ์อื่นตั้งเยอะ ขอแค่คุณสามารถมอบชีวิตที่มั่นคงให้พวกเราได้ ให้ตัวเมียกับลูกอ่อนของพวกเราไม่ต้องอดอยาก พวกเราไปฆ่าแมลงตอนนี้เลยก็ได้"
"ใช่ครับ ตัวเมียกับลูกอ่อนของพวกเราบอกกับพวกเราว่า คุณซื้อหุ่นยนต์ช่วยสอนมาตัวหนึ่ง สอนให้พวกเขาหัดอ่านหนังสือกับคิดเลข พวกเขากำลังมีชีวิตที่ดีกว่าตอนที่อยู่เผ่าพันธุ์เดิมเสียอีก ขอแค่ชีวิตแบบนี้ยังคงอยู่ต่อไปได้ พวกเราทำอะไรก็ได้จริงๆ นะครับ!"
ในใจของมนุษย์อสูร ตัวเมียกับลูกอ่อนสำคัญกว่าชีวิตของตัวเองเสียอีก
ขอแค่พวกเขาสามารถมีชีวิตที่ดีได้ ตัวเองจะเป็นยังไงก็ช่าง
เซี่ยอู๋ได้ยินคำตอบที่น่าพอใจ
"เก้าโมงไปที่อาคารกระทรวงกลาโหม ไปรายงานตัวกับกัปตันเหลยถู"
"ครับ"
"กลับบ้านไปเตรียมตัวให้พร้อมเถอะ"
"ครับ!"
พวกมนุษย์อสูรรีบวิ่งกลับบ้านแทบไม่ทัน อยากจะรีบกลับไปบอกข่าวดีนี้กับลูกอ่อนและตัวเมียที่บ้านเต็มแก่
จะได้เริ่มช่วยเซี่ยอู๋ทำงานแล้ว ก็หมายความว่าความเป็นไปได้ที่จะโดนไล่ออกจากดาวเซี่ยงหยางก็น้อยลงไปมาก
"อาจารย์คะ ลูกศิษย์ของคุณโดนฉันเอาตัวไปอีกแล้ว" เซี่ยอู๋พูด
ไคเอ่อร์เซินยิ้มเล็กน้อย "เอาไปก็เอาไปเถอะครับ คุณเอาพวกเขาไป ฉันก็ไปเล่นกับพวกลูกอ่อนก็ได้ พวกลูกอ่อนนั่น คุณไม่รู้หรอกว่าน่ารักขนาดไหน แต่ละคนยังสูงไม่ถึงเข่าฉันเลย ก็จะมาขอเรียนชกมวยกับฉันแล้ว"
"โอ้? จริงเหรอคะ?"
"แน่นอนครับ อาจจะเป็นเพราะเห็นพวกพี่ชายกับพ่อของพวกเขามาฝึกกับฉัน ก็เลยจะมาขอเรียนชกมวยอะไรแบบนั้น น่ารักสุดๆ ไปเลย"
"อาจารย์คะ ถ้าคุณยังรู้สึกว่าตัวเองยังแข็งแรงกระฉับกระเฉงอยู่ล่ะก็ งั้นก็ไปสอนหนังสือเด็กๆ เถอะค่ะ"
"ฉันจะไปสอนอะไรได้? ฉันก็อ่านหนังสือไม่ออกเหมือนกัน"
"วิชาเรียนไม่จำเป็นต้องมีแค่ภาษา คณิตศาสตร์ อะไรพวกนั้นซะหน่อย ต้องมีวิชาพละด้วยสิคะ คุณไปสอนวิชาพละให้เด็กๆ สอนให้เด็กที่น่ารักพวกนั้นกลายเป็นเด็กที่เก่งทั้งบุ๋นบู๊ไปเลย" เซี่ยอู๋พูด "ตอนนี้ดาวเซี่ยงหยางของฉันขาดแคลนคนเก่งๆ มากเลยนะคะ"
พอรู้ว่าเซี่ยอู๋คิดอะไร ไคเอ่อร์เซินก็รีบรับคำทันที
ถึงแม้ว่าลูกศิษย์คนอื่นๆ จะไปแล้ว แต่เซี่ยอู๋ก็ยังอยู่
ไคเอ่อร์เซินสอนเทคนิคการใช้อาวุธบางอย่างให้เซี่ยอู๋เป็นการส่วนตัว รวมถึงวิธีโจมตีแบบไหนที่จะทำให้คนสลบไปได้อย่างรวดเร็ว
เรียนไปได้ไม่ถึงชั่วโมง กำไลสื่อสารของเซี่ยอู๋ก็ดังขึ้น
คนที่โทรมาคือเหลียงซิ่น
เซี่ยอู๋หยุดการเคลื่อนไหว ตอนนี้เองเธอก็พบว่าระบบ [พลังต่อสู้] เลเวลอัปอีกแล้ว
เธอไม่คิดอะไรมาก อัปไปที่พลังกายทันที
พอมีพลังกายเพิ่มขึ้นมาหน่อย เซี่ยอู๋ก็รู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาอีกมาก
เธอรับสาย
"ท่านราชาครับ ถึงแม้ว่าท่านราชาจะบอกว่าคุณชายไป๋เหิงมาถึงดาวเซี่ยงหยางไม่ต้องขออนุญาตท่านราชาก็ได้ แต่ว่าเขาขอพบท่านราชาครับ แบบว่า ทันทีทันใดเลย"
สมกับเป็นนิสัยคุณชายจริงๆ
"ฉันจะไปเดี๋ยวนี้"
วางสาย เซี่ยอู๋ก็มองไปยังไคเอ่อร์เซินอย่างขอโทษ "อาจารย์คะ ลูกศิษย์ต้องขอออกก่อนเวลาอีกแล้ว"
"ยัยหนู ตอนนี้เธองานยุ่งขนาดนี้ การออกกำลังกายจะหยุดไปก่อนดีไหม? วิ่งไปวิ่งมาสองทางแบบนี้ ร่างกายเธอจะรับไหวเหรอ?"
"รับไหวค่ะ อาจารย์ไม่ต้องห่วง ฉันไปก่อนนะคะ"
ไม่กล้าปล่อยให้คุณชายตระกูลไป๋รอนาน เซี่ยอู๋ไม่มีแม้แต่เวลาจะเปลี่ยนชุดเกราะ รีบวิ่งไปที่อาคารการบินทั้งที่เหงื่อท่วมตัว
ไป๋เหิงรอเซี่ยอู๋อยู่ที่ห้องพักของอาคารการบิน
เขามองไปรอบๆ อย่างรังเกียจ
นี่มันเป็นห้องพักที่ห่วยแตกที่สุดเท่าที่เขาเคยมาเลย!
ผนังปูนขาวหลุดล่อน ตามมุมกำแพงมีแต่ใยแมงมุม เก้าอี้ที่ไม่มีคนนั่งฝุ่นก็หนาเตอะเหมือนผ้าขี้ริ้ว
"ฉันรู้ว่าดาวเซี่ยงหยางมันแย่ แต่ไม่นึกเลยว่าจะแย่ขนาดนี้ อาคารการบินเล็กแค่นี้มีแค่ตาแก่คนเดียวเฝ้าเนี่ยนะ?"
ไป๋เหิงพาลใส่เหลียงซิ่น
เหลียงซิ่นทำหน้าไร้อารมณ์ "คุณไป๋เหิงครับ ผมคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของดาวเซี่ยงหยาง"
"อะไรนะ? แค่พ่อค้าเล็กๆ อย่างฉัน มาถึงดาวเซี่ยงหยางของพวกคุณ ถึงกับต้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมาต้อนรับเลยเหรอ? ดาวเซี่ยงหยางของพวกคุณขาดแคลนคนถึงขนาดนี้แล้วเหรอ?"
"คุณไป๋เหิงคะ กรุณาอย่ามารังแกลูกน้องของฉัน พวกเขาได้เงินเดือนน้อยขนาดนั้น ต้องวิ่งวุ่นทั้งในทั้งนอกก็ลำบากแย่แล้ว ถ้าคุณมีอะไรไม่พอใจ ก็มาพูดกับฉันตรงๆ เลยค่ะ"
เสียงหวานๆ ของเซี่ยอู๋ที่เจือปนความติดตลกเล็กน้อยดังเข้ามา
ไป๋เหิงมองไปทางต้นเสียง พอเห็นคนที่มาถึง ก็อ้าปากค้างอย่างตะลึงงัน
เซี่ยอู๋สวมชุดเกราะสีดำรัดรูป ผมยาวสลวยสีดำขลับที่หยิกเล็กน้อยถูกมัดเป็นหางม้า ดูสะอาดสะอ้านและคล่องแคล่ว ทั้งๆ ที่เป็นการแต่งตัวที่ธรรมดามาก แต่ใบหน้าของเธอกลับงดงามเจิดจ้าและแฝงไปด้วยความแข็งแกร่ง ไม่ใช่ความหวานแบบลูกคุณหนู แต่เป็นความงามสง่าที่เปิดเผย ให้ความรู้สึกที่ส่งผลกระทบต่อสายตาอย่างรุนแรง
ตอนคุยโทรศัพท์ เซี่ยอู๋ตลบหลังเขาได้อย่างหน้าตาเฉย ก็นึกว่าเป็นพวกสวยแบบจิ้งจอก ไม่นึกเลยว่าจะเป็นความงามแบบนี้
"เธอคือเซี่ยอู๋?"
เขาถามอย่างไม่แน่ใจ
เซี่ยอู๋พยักหน้า "ฉันเองค่ะ คุณไป๋เหิง ตอนที่คุณสืบเรื่องไม่ได้ดูรูปฉันเหรอคะ"
"รูปของเธอมันคือการต้มตุ๋นชัดๆ ต่างกับคนจริงลิบลับเลย!"
รูปของเซี่ยอู๋ถึงแม้จะสวย แต่คนจริงกลับมีความสวยที่มีชีวิตชีวาจนไม่สามารถละสายตาได้ ยิ่งกว่านั้นยังสัมผัสได้ถึงก้นบึ้งของหัวใจ
"รูปกับคนจริงต่างกันบ้างก็เป็นเรื่องปกติ จะมีอะไรมาต้มตุ๋นล่ะ ฉันก็ไม่ได้แต่งรูปซะหน่อย ไปกันเถอะค่ะ คุณไป๋เหิง ดูเหมือนคุณจะรังเกียจที่นี่มาก เราไปคุยกันในที่ที่ดีกว่านี้เถอะค่ะ"
เซี่ยอู๋พูดอย่างเป็นมิตร
ท่าทีแบบนี้ของเธอ ทำให้ไป๋เหิงรู้สึกเหมือนต่อยโดนปุยนุ่นอย่างไร้เรี่ยวแรง
ความรู้สึกดูถูกและความโกรธเมื่อครู่ หายวับไปจนหมดสิ้น
ยังไม่ทันได้เดินออกจากประตูอาคารการบิน กำไลสื่อสารของเหลียงซิ่นก็ดังขึ้น เขารับสายเสร็จ ก็บอกเซี่ยอู๋ว่า "ท่านราชาครับ ทนายมู่เอ่อร์มาถึงแล้วครับ"
"ทำไมพวกคุณถึงมาถึงไล่เลี่ยกันขนาดนี้ล่ะ? คุณไป๋เหิงคะ เดี๋ยวทนายมู่เอ่อร์มา คุณอย่าพูดนะคะว่าฉันจะขายหินกับแถมหินให้คุณ"
"ทำไม?"
"ทนายมู่เอ่อร์มาซื้อหินที่ฉันตกลงกับเขาไว้ในโทรศัพท์น่ะค่ะ คุณก็รู้ว่าพวกจื้อเซี่ยชอบหินมากแค่ไหน ถ้าเขาเห็นหินที่ฉันขายให้คุณ แล้วเกิดโวยวายจะเอาขึ้นมา ฉันโอ๋เขาลำบากนะคะ"
"เธอจะไปโอ๋หุ่นยนต์ทำไม?" ไป๋เหิงขมวดคิ้ว
เซี่ยอู๋พูด "แน่นอนว่าต้องโอ๋สิ! ทนายอันดับหนึ่งของดาราจักรไห่หยาง มีเขาอยู่ คุณรู้ไหมว่ามีกี่คนที่ไม่กล้าตุกติกเรื่องคดีความกับดาวเซี่ยงหยาง? รู้ไหมว่าทนายมู่เอ่อร์ช่วยฉันสู้คดีครั้งแรกประหยัดเรื่องยุ่งยากไปได้ตั้งเท่าไหร่? ถ้าต้องให้ฉันเลือกคุณกับทนายมู่เอ่อร์ล่ะก็ ฉันหลับตาเลือกทนายมู่เอ่อร์ยังได้เลย!"
ไป๋เหิงพอได้ยินว่าตัวเองสู้หุ่นยนต์ไม่ได้ ในใจก็รู้สึกไม่พอใจขึ้นมาทันที "ข้างหลังฉันคือตระกูลไป๋ทั้งตระกูลนะ!"
"ตระกูลไป๋มีเงินก็จริง แต่เศรษฐีบลูสตาร์สองคนรวมกันก็เท่ากับตระกูลไป๋หนึ่งตระกูลแล้ว แต่ทนายจื้อเซี่ยมีแค่มู่เอ่อร์คนเดียวนะ"
ไป๋เหิง: "..."
ออนไลน์รอ! ด่วน! ตอนเถียงสู้ไม่ได้ควรทำยังไงดี?!