- หน้าแรก
- รวย รวย รวย ภารกิจพิชิตหนี้หมื่นล้าน
- บทที่ 136 - คุณเซี่ยอู๋ดวงดีเกินไปแล้ว
บทที่ 136 - คุณเซี่ยอู๋ดวงดีเกินไปแล้ว
บทที่ 136 - คุณเซี่ยอู๋ดวงดีเกินไปแล้ว
บทที่ 136 - คุณเซี่ยอู๋ดวงดีเกินไปแล้ว
วางสายโทรศัพท์
ไป๋เหิงยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห
เคนท์ที่ยืนอยู่ข้างๆ เห็นนายน้อยของตัวเองโมโหขนาดนี้ ก็เลยถาม "นายน้อยครับ การพูดคุยของคุณกับคุณเซี่ยอู๋ ดูเหมือนจะราบรื่นดีนะครับ"
"ราบรื่น? ราบรื่นอะไร?!"
"คุณเซี่ยอู๋ยอมขายหยกก้อนใหญ่ก้อนนั้นให้คุณแล้วไม่ใช่เหรอครับ? ได้หยกก้อนใหญ่ก้อนนั้นมา บวกกับหินแบล็กไดมอนด์ก้อนนั้น คุณท่านน่าจะอารมณ์ดีไปอีกนานเลยนะครับ"
ไป๋เหิง: "..."
เขาเงียบไม่พูดอะไร
แต่ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห
"ต่อให้หยกก้อนนั้นจะถูกกว่าพวกจื้อเซี่ย 2,000 ล้าน แต่หินแบล็กไดมอนด์ก้อนนี้มัน 34,500 ล้านนะ! ทีมประเมินราคาของบริษัทบอกแล้วว่า หินแบล็กไดมอนด์ก้อนนั้นอย่างมากก็ 9,000 ล้าน แต่ตอนนี้พวกเราใช้เงินเกือบ 4 เท่าของราคาไปซื้อมันมา แล้วยังมี ยัยเซี่ยอู๋นี่อีก!"
ไป๋เหิงโมโหจนตบโต๊ะดังปัง
"ฉันไปคาดคั้นเอาความผิด แต่ทำไมเธอถึงกลายเป็นเหยื่อ แล้วมาคุยธุรกิจกับฉันได้อย่างหน้าตาเฉย? คุยธุรกิจก็ช่างเถอะ เธอยังจะมาขายฝันเก่งกว่าฉันอีก!"
"แค่สภาพของดาวเซี่ยงหยางแบบนั้น เธอคิดได้ยังไงว่าดาวเซี่ยงหยางเปิดธุรกิจท่องเที่ยวแล้วมันจะทำเงินได้แน่นอนน่ะ?!"
ไป๋เหิงหัวร้อนโทรไปคาดคั้นเอาความผิดจากเซี่ยอู๋
ผลคือโดนเซี่ยอู๋ตอกกลับมาไม่กี่คำก็ไปต่อไม่เป็น
อาจเป็นเพราะไปกล่าวหาเซี่ยอู๋ผิดคน พอตอนหลังเซี่ยอู๋มาขายฝันให้เขาแบบนี้ เขาก็เลยยังทนสะกดกลั้นความโมโหไว้ได้
"นายน้อยครับ ผมว่าคุณเซี่ยอู๋ก็มีดวงอยู่หน่อยๆ นะครับ..."
ไป๋เหิงถลึงตาใส่
เคนท์รีบเปลี่ยนคำพูดอย่างกลัวๆ "คุณเซี่ยอู๋มีดวงเฮงอยู่หน่อยๆ ครับ"
ความโกรธในแววตาของไป๋เหิงถึงได้ลดลงไปบ้าง
เคนท์พูดต่อ "จริงๆ แล้วดวงเฮงของคุณเซี่ยอู๋นี่ก็ไม่เลวนะครับ คุณลองคิดดูสิ หยกก้อนใหญ่ก้อนก่อนหน้านั้น ทีมประเมินราคาประเมินไว้ที่ประมาณ 6,000 ล้าน แต่เธอขายไป 12,000 ล้าน หินดิบแบล็กไดมอนด์ครั้งนี้ประเมินไว้ 9,000 ล้าน เธอขายไปได้ 34,500 ล้าน..."
"เคนท์ นี้นายกำลังจะบอกว่าตระกูลไป๋ของพวกเราเป็นไอ้โง่หัวแบะเหรอ?" ไป๋เหิงพูดขัดจังหวะเขาอย่างเย็นชา
เคนท์รีบปฏิเสธทันที
"นายน้อยครับ ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น?"
"เซี่ยอู๋มีดวงเฮงอยู่บ้างฉันยอมรับ ถ้าเธอขายของอย่างอื่นก็คงไม่ได้เงินเยอะขนาดนี้หรอก ก็เพราะไอ้พวกจื้อเซี่ยบ้าๆ นั่นมาแย่งหินกับพวกเราตลอด ราคามันถึงได้พุ่งไปสูงขนาดนั้น คุณย่าท่านก็รักหยกมาทั้งชีวิตแล้ว ทำไมยังไม่เบื่ออีกนะ?"
ไป๋เหิงไม่ชอบหยกกับอัญมณี พอคิดว่าเงินที่หามาได้อย่างยากลำบากต้องหายไปแบบนี้ ไม่ต้องพูดเลยว่าเจ็บใจแค่ไหน
"นายน้อยครับ ดวงของคุณเซี่ยอู๋ดีเกินไปแล้ว คุณลองคิดดูสิ ต่อให้หยกจะทำเงินได้ แต่หยกที่ทำเงินได้ขนาดนั้น คนอื่นทั้งชีวิตก็อาจจะหาไม่เจอแม้แต่ก้อนเดียว แต่คุณเซี่ยอู๋ไม่ใช่ อาทิตย์ที่แล้วเธอเพิ่งประมูลหิน 12,000 ล้านไป อาทิตย์นี้ก็มาประมูลหิน 34,500 ล้านอีก ถึงแม้ว่าจะเป็นเงินที่เราจ่ายก็เถอะ..."
ภายใต้สายตาดุร้ายของไป๋เหิง เสียงของเคนท์ก็ค่อยๆ เบาลง
แต่พอเห็นสายตาของไป๋เหิงอ่อนลง เขาก็รีบพูด "ถ้าพวกเราได้ทำธุรกิจกับคุณเซี่ยอู๋ บางทีอาจจะติดดวงเฮงของเธอมาบ้าง แล้วก็พลอยได้กำไรเล็กๆ น้อยๆ ไปด้วยก็ได้นะครับ!"
นี่คือประโยคที่เคนท์อยากจะพูดที่สุด
ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้เขาจะปูทางด้วยเรื่องไร้สาระมามากมาย
พอไป๋เหิงได้ยินประโยคนี้ สีหน้าก็ผ่อนคลายลงมาก
"ก่อนหน้านี้พวกเราสืบมาไม่ใช่เหรอว่า ก่อนหน้าหยกก้อนใหญ่ก้อนนั้น เซี่ยอู๋ก็เคยเอาหินจำนวนหนึ่งมาฝากประมูลที่โรงประมูลอัญมณีแล้ว?" เขาถาม
เคนท์พยักหน้า "ใช่ครับ จริงๆ แล้วตอนที่เธอประมูลหยกที่โรงประมูลอัญมณี เธอก็ยังขายหยกในร้านค้าออนไลน์ไปไม่น้อยเลย ตอนนั้นราคาหยกถูกจนคนที่ซื้อไปต่างก็บอกว่ากำไรยับ"
ไป๋เหิงขมวดคิ้ว "ยัยนั่นโดนสลับตัวมารึเปล่า? เมื่อก่อนหยกที่ขายในร้านค้าออนไลน์ขายถูกขนาดนั้น แต่ตอนนี้กลับขายแพงขนาดนี้"
"ใช่ครับ ถ้ารู้จักคุณเซี่ยอู๋เร็วกว่านี้ บางทีอาจจะได้ซื้อหยกจำนวนหนึ่งในราคาที่ต่ำมากมาให้คุณท่านเล่นก็ได้"
"ช่างเถอะ ตอนนี้เธอไม่โง่แล้ว อยากจะซื้ออัญมณีราคาถูกจากมือเธอเป็นไปไม่ได้แล้ว ให้ตายสิ ยัยคนที่เมื่อก่อนโง่ขนาดนั้น ทำไมถึงกลายเป็นคนเจ้าเล่ห์ได้เร็วขนาดนี้?"
ไป๋เหิงคิดยังไงก็คิดไม่ตก
ตอนที่รู้ว่าในมือเซี่ยอู๋มีหยกก้อนใหญ่ เขาก็ส่งคนไปสืบเรื่องเซี่ยอู๋
ช่วงแรกๆ เซี่ยอู๋เหมือนมือใหม่ที่ไม่รู้ราคาตลาด อาศัยแค่ราคาที่เว็บไซต์ตั้งให้ ก็ขายหยกออกไปถูกๆ
แต่ตอนนี้ เซี่ยอู๋กลับเหมือนสุนัขจิ้งจอกเฒ่าเจ้าเล่ห์ สามารถขายได้แพงแค่ไหน ก็ไม่มีทางขายถูกเด็ดขาด!
ที่ขาดทุนไปช่วงแรกๆ โดนเธอโกยกลับมาเป็นร้อยเท่า
"นายน้อยครับ พรุ่งนี้พวกเราต้องไปดาวเซี่ยงหยางจริงๆ เหรอครับ? ตอนเช้ากับตอนบ่ายคุณมีประชุมนะครับ" เคนท์ถาม
"ไม่ไปได้เหรอ? ถ้าไม่ไป เธอก็ไม่ขายหินให้ฉัน พวกเราขาดทุนไปขนาดนี้แล้ว การได้หยกก้อนนั้นมาถึงจะไม่เรียกว่าขาดทุน"
ตอนนี้ 34,500 ล้านซื้อหินดิบแบล็กไดมอนด์ก้อนเดียว ไม่ว่าใครก็ต้องรู้สึกว่าขาดทุน
แต่ถ้า 10,000 ล้านซื้อหยกก้อนใหญ่มาได้ งั้นหินสองก้อนก็ 44,500 ล้าน เฉลี่ยแล้วก็ตกก้อนละ 200 กว่าล้าน
พอคิดแบบนี้ ก็เหมือนจะไม่ได้ขาดทุนเป็นพิเศษ
ไป๋เหิงเป็นคนที่ปลอบใจตัวเองเก่งมาก
————
ดาวเซี่ยงหยาง
หลังจากวางสายจากไป๋เหิง
เซี่ยอู๋ก็ถอนหายใจออกมาหนักๆ
การสนทนากับไป๋เหิง ถึงแม้ว่าช่วงหลังเธอจะเป็นฝ่ายคุมเกม
แต่ว่า คำพูดก็พูดออกไปแล้ว ความจริงที่ว่าดาวเซี่ยงหยางไม่มีอะไรเลย ก็ยังคงต้องเผชิญหน้ากับมันอยู่ดี
เซี่ยอู๋คิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็โทรหาเหลียงซิ่น
พอสายเชื่อมต่อ เซี่ยอู๋ก็ถาม "ท่านรัฐมนตรีเหลียง เรื่องคำขอซื้ออาวุธ มีข่าวคราวอะไรบ้างรึยังคะ?"
"ยังเลยครับ ผมโทรไปถามทางนั้นแล้ว ทางนั้นบอกให้พวกเรารออย่างสงบ"
"ตกลงค่ะ ฉันเข้าใจแล้ว"
เซี่ยอู๋วางสาย แล้วก็โทรหาเกาโหยวอีก
"เกาโหยว พวกเธอทำงานไปถึงไหนแล้ว?"
"ยังคำนวณพื้นที่เมืองอยู่เลย เซี่ยอู๋ เมืองเซี่ยงหยางของเธอจะว่าใหญ่ก็ไม่ใหญ่ จะว่าเล็กก็ไม่เล็ก อาศัยแค่ฉันกับอาฉือสองคน ต้องใช้เวลาพอสมควรเลย"
"เกาโหยว เรื่องซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่พักไว้ก่อน พวกเธอช่วยคิดหาวิธีสร้างโรงแรมให้ฉันสองแห่งก่อน แล้วก็หาที่สร้างถนนสายอาหารอีกหนึ่งสาย พวกสวนสาธารณะอะไรพวกนั้นก็วางแผนไว้ด้วย"
เกาโหยวที่อยู่ในสายเงียบไปอึดใจหนึ่ง
"เซี่ยอู๋ ถึงแม้ว่าฉันกับอาฉือจะยังไม่ได้วาดแบบแปลน ทุกอย่างยังแก้ไขทันก็จริง แต่ว่า ทำไมเธอถึงต้องเปลี่ยนแผนที่วางไว้ตอนแรกกะทันหันด้วย?"
เกาโหยวพูดเสริม "โรงแรมเพื่อความสะดวกของนักท่องเที่ยว โดยทั่วไปจะสร้างไว้ใกล้ๆ กับอาคารการบิน แต่ว่าอาคารการบินของเธอมันเล็กขนาดนี้ มีแผนจะขยายรึเปล่า? จะขยายประมาณเท่าไหร่?"
เซี่ยอู๋เปลี่ยนแผน เกาโหยวพวกเขาก็ต้องวางแผนทุกอย่างใหม่หมด
"อาคารการบินต้องขยายแน่นอน โรงแรมแห่งหนึ่งก็ตั้งไว้แถวอาคารการบินนั่นแหละ ส่วนอีกแห่งก็ไว้ในตัวเมือง"
เซี่ยอู๋บอกความต้องการบางอย่างของตัวเองให้เกาโหยวฟัง
เกาโหยวพลางจดบันทึก พลางให้คำแนะนำอย่างมืออาชีพกับเซี่ยอู๋
หลังจากคุยกับเกาโหยวจบ
เซี่ยอู๋ก็สวมแว่นตาเสมือนจริง
คำขอซื้ออาวุธร้อนไม่ผ่านการอนุมัติ
เซี่ยอู๋ทำได้เพียงเพิ่มปริมาณการสั่งซื้ออาวุธเย็น
อี้เวยเท่อขู่เธอ ว่าจะแจ้งโจรสลัดอวกาศให้มาโจมตีดาวเซี่ยงหยาง
ถ้าอย่างนั้น ไม่ว่าจะเป็นอาวุธอะไรก็ตาม
ขอแค่เป็นอาวุธ สามารถเพิ่มความสามารถในการป้องกันตัวเองได้ เธอก็ซื้อหมด!
หลังจากสั่งซื้ออาวุธเย็นไปอีกจำนวนมาก
ในใจของเซี่ยอู๋ถึงได้รู้สึกมั่นคงขึ้นมาบ้าง เธอโทรศัพท์ไป ให้เหลยถูพาทหารมาขนอาวุธ