- หน้าแรก
- สกิลทำฟาร์มของฉัน ทำเอานักรบทั้งกองพันต้องสยบ
- บทที่ 141 - ลูกค้ารายย่อย
บทที่ 141 - ลูกค้ารายย่อย
บทที่ 141 - ลูกค้ารายย่อย
บทที่ 141 - ลูกค้ารายย่อย
"รอแป๊บนะ" โจซี่ยิ้ม เร่งมือทอดให้เร็วขึ้น ไม่งั้นทอดไม่ทันปากเจ้าลิตเติ้ลสตาร์แน่
"โฮก~" โจซี่กินด้วย เจ้าลูกหมียัดรากบัวใส่ปากตัวเองแล้วก็ไม่ลืมที่จะยัดใส่ปากโจซี่ด้วยชิ้นหนึ่ง
"โอเคๆ ฉันกินเองๆ" ปากเธอไม่ได้กว้างเท่าปากลิตเติ้ลสตาร์นะ
เลยต้องวางตะเกียบในมือมารับรากบัวทอด กัดชิมคำหนึ่ง แป้งทอดกรอบนอกกัดเข้าไปเจอรากบัวกรุบกรอบและไส้เนื้อหอมฉุย เนื้อกระต่ายไพรไม่มีกลิ่นสาบเลย ยิ่งเคี้ยวยิ่งมัน
"อื้อ! อร่อย!" โจซี่ตาลุกวาว
แต่เพราะเพิ่งกินข้าวเที่ยงมา โจซี่เลยไม่ค่อยหิว กินไปชิ้นเดียวก็พอแล้ว
รากบัวยัดไส้ทอดจานนี้ แม้จะไม่มีความสามารถพิเศษทางธาตุอะไรโดดเด่น แต่พลังงานธาตุก็ถือว่าอัดแน่นใช้ได้ ช่วยเติมพลังงานที่เสียไปได้นิดหน่อย
แต่ผลลัพธ์ก็งั้นๆ ถือว่าเป็นอาหารอร่อยๆ กินเพลินๆ ก็แล้วกัน
ให้ลิตเติ้ลสตาร์กินไปไม่ถึงหนึ่งในสาม โจซี่ก็เก็บรากบัวยัดไส้ที่เหลือ กินต่อไปต่อให้หมดกะละมังนี้มันก็ไม่อิ่มหรอก เก็บไว้รับแขกตอนบ่ายกับเก็บไว้กินมื้อเย็นบ้างดีกว่า
ลิตเติ้ลสตาร์ยังทำหน้าเสียดาย แต่พอได้กินแก้ขัดไปบ้างแล้วมันก็ไม่ได้ตะกละขนาดนั้น เลียนิ้วที่เปื้อนน้ำมันอย่างมีความสุข แล้วถือรากบัวยัดไส้ที่โจซี่แบ่งไว้ให้แม่หมีบิ๊กสตาร์ เตรียมวิ่งกลับป่า
"อย่าแอบกินนะลิตเติ้ลสตาร์ นี่ส่วนของแม่แกนะ ถ้าแม่แกตบเอาฉันไม่ช่วยนะบอกก่อน!" เจ้าลูกหมีวิ่งไวเหมือนลมกรด โจซี่ได้แต่ตะโกนไล่หลัง
แต่ดูจากท่าทางที่ไม่หันกลับมามองเลยสักนิด มีโอกาสเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ที่มันจะแอบกินกลางทาง
โจซี่ไว้อาลัยให้มันล่วงหน้าสองนาที เดี๋ยวโดนแม่หมีจับได้คงเกิดสงครามขนาดย่อมอีกแน่
เอาตะกร้าไม้ไผ่มาใส่รากบัวทอด รองกระดาษซับมันไว้ก้นตะกร้าจะได้ไม่แฉะ
เปิดเครื่องสื่อสารดู ใกล้ถึงเวลานัดแล้ว ลูกค้าสามรายกำลังจะมา
เตรียมน้ำเลมอนน้ำผึ้งกรอบเหมือนเมื่อเช้า วางแก้วสะอาดรอไว้ โจซี่เห็นเครื่องสื่อสารกะพริบถี่ๆ กดดูข้อความ ลูกค้ารายหนึ่งบอกว่าถึงแล้ว
เธอรีบออกไปต้อนรับ เห็นแพะขนยาวที่ดูองอาจตัวหนึ่งแบกชายรูปร่างผอมเกร็งวิ่งเหยาะๆ เข้ามา
"สวัสดีค่ะ คุณคือหัวหน้ากองคาราวานเก็บของป่าขนยาวใช่ไหมคะ" โจซี่ถามอย่างสุภาพ
"สวัสดีครับ ท่านเจ้าของฟาร์มแสงสลัวผู้มีเกียรติ ใช่ครับ ผมสปริงเกอร์ ยินดีที่ได้รู้จักครับ" สปริงเกอร์ลงจากหลังแพะ โค้งคำนับโจซี่อย่างมีมารยาท
"เช่นกันค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ" โจซี่ยิ้มทักทาย
ต่างจากผู้นำกองพันสามคนเมื่อเช้า แค่ได้คุยกับสปริงเกอร์โจซี่ก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาทันที เป็นคนที่ดูเป็นกันเองและน่าคบหา
"เชิญค่ะ คุณสปริงเกอร์ เชิญเข้ามาดื่มน้ำข้างในก่อนค่ะ" โจซี่เชื้อเชิญเขาเข้าไปในห้องรับแขก
"สัตว์อสูรในฟาร์มแสงสลัวหลากหลายจริงๆ สภาพแวดล้อมก็ดีมาก คุณสร้างที่นี่ได้สวยงามมากครับ" สปริงเกอร์เอ่ยชมจากใจจริง
"ฮ่าๆ ถ้าคุณชอบ เดี๋ยวลองเดินดูรอบๆ ได้นะคะ อย่างอื่นไม่กล้าคุย แต่ทิวทัศน์ของฟาร์มแสงสลัวถือว่าเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครในบรรดาฟาร์มทั้งหมดแน่นอนค่ะ"
"นั่นสิครับ ภูเขาหิมะกับทะเลสาบใหญ่สะท้อนรับกัน งดงามมีเอกลักษณ์จริงๆ" เขาเยินยอเล็กน้อย ทำให้โจซี่ที่อึดอัดมาทั้งเช้ารู้สึกพึงพอใจในความภูมิใจเล็กๆ ของตัวเอง
ส่วนสปริงเกอร์ เขาเป็นคนอัธยาศัยดีอยู่แล้ว คุยกับใครก็ถูกคอ พอมาเจอโจซี่ที่นิสัยอ่อนโยน พูดคุยกันไปมาก็เลยถูกคอกันมาก
ทำธุรกิจน่ะนะ ต้องทำกับคนแบบนี้ถึงจะไม่ปวดหัว
โจซี่ยังไงก็ยังเป็นแค่เด็กสาว ประสบการณ์โลกกว้างย่อมสู้หัวหน้ากองคาราวานเก็บของป่าอย่างสปริงเกอร์ไม่ได้ ทั้งสองแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ไม่มีใครดูถูกใคร ต่างฝ่ายต่างชื่นชมกัน บรรยากาศเลยอบอุ่นเป็นกันเอง
"นี่ใช้น้ำหมักจากผลไม้อะไรเหรอครับ" สปริงเกอร์ตาวาว ทนเห็นของดีถูกเมินไม่ได้ พอดื่มไปไม่กี่คำก็รีบถามทันที
"ใช้เลมอนยักษ์จากสวนผลไม้ในฟาร์มหมักกับน้ำผึ้งพลังธาตุค่ะ" โจซี่ตอบเรียบๆ
"โอ้ งั้นถ้าปีหน้าเลมอนยักษ์ในฟาร์มให้ผลผลิตเยอะ เก็บไว้ให้ผมเอากลับไปลองขายบ้างนะครับ ดื่มแล้วสดชื่นกระปรี้กระเปร่าสุดๆ เลย!"
"งั้นเถ้าแก่สปริงเกอร์ปีหน้าอย่าลืมนะคะ ฉันจะเก็บผลที่ดีที่สุดไว้ให้..."
คุณสปริงเกอร์เคยกินขนมปังมันไผ่กวนฝีมือลิงขนทองในงานมหกรรมสินค้า เป้าหมายแรกที่มาวันนี้ก็คือขนมปังมันไผ่กวนนี่แหละ
พอรู้ว่าในโกดังโจซี่ยังมีหัวมันไผ่กองเท่าภูเขาขนาดย่อม เขาก็โล่งใจ
เขาไม่พูดอ้อมค้อมกับโจซี่ บอกแผนการขายของเขาไปตรงๆ ในฐานะนักเก็บของป่าและพ่อค้าแดนลี้ลับ ปกติเขาจะรับของจากโลกนี้ไปขายในมิติลี้ลับ ราคาต้องแพงกว่าขายที่นี่แน่นอน แต่โดยทั่วไปจะไม่กระทบกับตลาดในโลกนี้
เขาก็ไม่ได้ทุนหนาเหมือนพวกคนใหญ่คนโตพวกนั้นที่จะเหมาทีละเยอะๆ เขาบอกโจซี่อย่างจริงจังว่า "เจ้าของฟาร์มโจซี่ ครั้งนี้ผมขอซื้อขนมปังมันไผ่กวนสักสิบลังไปลองตลาดในมิติลี้ลับดูก่อน ถ้าขายดี ผมจะกลับมาหาคุณอีกครับ"
"ได้แน่นอนค่ะ ขนมปังมันไผ่กวนเก็บได้ไม่นาน สามวันแรกหลังจากทำเสร็จคือช่วงที่อร่อยที่สุด รับไปทีเดียวเยอะเกินไปต้องมาห่วงเรื่องวันหมดอายุ สู้รับไปน้อยๆ แต่บ่อยครั้ง รับประกันคุณภาพอาหาร แบบนี้ดีที่สุดแล้วค่ะ" โจซี่พยักหน้าเห็นด้วย เธอเห็นด้วยกับความคิดของสปริงเกอร์
การเจรจาครั้งนี้ โจซี่คุมเกมได้มากกว่า ไม่ได้ถูกกดดันเหมือนเมื่อเช้า คุยกันสบายใจกว่าเยอะ
อีกอย่าง ส่งของทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง แรงกดดันในการผลิตของเธอก็ไม่มาก ย่อมต้องตกลงอยู่แล้ว
แต่เรื่องราคาโจซี่ไม่ยอมถอยให้แม้แต่ก้าวเดียว ราคาส่งลดให้จากราคาปลีกในงานแค่สิบเปอร์เซ็นต์ ต่อให้สปริงเกอร์พูดจนปากเปียกปากแฉะเธอก็ไม่ยอมลดให้
"ก็ได้ครับ เถ้าแก่โจซี่ เอาตามที่คุณว่า เราเลิกเถียงกันเถอะ" สปริงเกอร์หัวเราะอย่างจนใจ
เจ้าของฟาร์มตัวน้อยคนนี้เห็นอายุน้อยๆ แต่เขี้ยวลากดินไม่แพ้เขาเลย กดราคาไม่ลงสักนิด
"ฮ่าๆ คุณสปริงเกอร์ก็พูดเกินไป ธุรกิจเล็กๆ น่ะค่ะ คุณเอาไปขายในมิติลี้ลับกำไรเยอะกว่าฉันตั้งกี่เท่า อย่ามากดดันฉันเลยน่า!"
พอโจซี่พูดดักคอ เขาก็ยิ้มกว้าง คนอาชีพอย่างพวกเขาแม้ความเสี่ยงจะสูงกว่าพ่อค้าทั่วไป แต่กำไรก็งามกว่าจริงๆ ที่ต่อปากต่อคำกับโจซี่ก็แค่ความเคยชินในอาชีพ ต่อให้รับมาราคาเต็ม เอาไปขายในมิติลี้ลับเขาก็ยังฟันกำไรได้เป็นเท่าตัวอยู่ดี
ไม่ใช่แค่ขนมปังมันไผ่กวน พอได้ชิมปลาแผ่นตัดชิ้นเล็ก เขาก็ชมเปาะ ตัดสินใจเอาปลาแผ่นไปอีกหลายลัง ราคาก็อิงตามขนมปังมันไผ่กวน คือต่ำกว่าราคาปลีกสิบเปอร์เซ็นต์ ส่วนลูกชิ้นปลาพลังธาตุ เขาโบกมือไม่เอา
มีคนเอาลูกชิ้นปลาธรรมดาไปขายในมิติลี้ลับใหญ่ๆ กันเยอะแล้ว ขืนเขาทะลึ่งเอาลูกชิ้นปลาพลังธาตุไปขาย อาจจะแย่งตลาดลูกชิ้นปลาธรรมดาไม่ได้ มีความเสี่ยง เขาเลยไม่เอาดีกว่า
[จบแล้ว]