เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 71 - ตีหัวขโมยให้ตาย

บทที่ 71 - ตีหัวขโมยให้ตาย

บทที่ 71 - ตีหัวขโมยให้ตาย


บทที่ 71 - ตีหัวขโมยให้ตาย

เป็นพี่ชายสองคนของอันจื่อเฉินจริงๆ ไอ้พวกเลวเอ๊ย ช่างไม่มียางอายเสียจริง กล้าดียังไงย่องมาขโมยเงินตอนดึกๆ

แป้งแผ่น ข้าวโพดบดก็ไม่เอา แม้แต่เนื้อกระต่ายตากแห้งที่อยู่ใต้กองข้าวโพดบดก็ไม่แตะ ยังจะค้นหาอะไรอีก ถ้าไม่ใช่ขโมยเงินแล้วจะเป็นอะไรไป

เซี่ยชีเจวี๋ยโกรธจนแผ่รังสีอำมหิตออกมาทั้งตัว แล้วเธอก็ได้ยินเสียงอันจื่อหังที่ถูกเรียกว่าพี่รองพูดขึ้น "เงินเยอะขนาดนั้น เธอพกติดตัวนอน มันไม่ทิ่มแทงตัวเธอบ้างรึไง"

อันจื่อคังพูดเสียงดังขึ้นมาหน่อย "พี่รอง พี่โง่รึเปล่า คนรวยเขาใช้ตั๋วเงินกันทั้งนั้น มันก็แค่กระดาษบางๆ ไม่กี่แผ่น จะไปทิ่มแทงอะไรได้ รีบๆ เข้าสิ ไปคลำดูว่ามันอยู่บนตัวน้องสะใภ้สี่รึเปล่า"

เซี่ยชีเจวี๋ยแอบหยิบมีดสั้นออกมาจากมิติเงียบๆ เตรียมพร้อมว่าถ้าพวกมันกล้าแตะตัวเธอเมื่อไหร่ เธอจะแทงสวนทันที แล้วค่อยตะโกนว่ามีขโมย

แต่อันจื่อหังกลับไม่ยอมเข้ามาคลำในทันที เขายังลังเล พูดเสียงเบาๆ "หล่อนเป็นเมียน้องสี่นะ พวกเราเป็นพี่ชายสามี จะไปทำลายชื่อเสียงหล่อนได้ยังไง แตะต้องไม่ได้หรอก"

แต่อันจื่อคังไม่สนใจ ทั้งสองคนนั่งยองๆ อยู่ข้างรถเข็น ซึ่งก็คือข้างๆ หัวของพวกเซี่ยชีเจวี๋ยนี่เอง "เร็วเข้าเถอะ หล่อนหลับเหมือนตาย ต่อให้พวกเราจับหล่อนแก้ผ้าก็ยังไม่รู้ตัวเลย รีบหยิบตั๋วเงินแล้วก็ไป ถึงตอนนั้นหล่อนจะไปรู้ได้ยังไงว่าใครเป็นคนมาคลำ"

ยิ่งพูดเสียงก็ยิ่งดังขึ้นเรื่อยๆ เกือบจะทะเลาะกันอยู่แล้ว แต่อันจื่อหังก็ยังไม่ยอมทำ สุดท้ายอันจื่อคังเลยต้องลงมือเอง เขาค่อยๆ ยื่นมือมาดึงผ้าห่มที่คลุมตัวเซี่ยชีเจวี๋ยออก

ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เซี่ยชีเจวี๋ยก็ลุกพรวดขึ้นมา มีดสั้นในมือก็แทงสวนออกไปทันที

เธอใช้จังหวะได้พอดี แทงเข้าไปที่น่องของอันจื่อคังตรงๆ แล้วรีบดึงมีดออก ก่อนจะตะโกนสุดเสียง

"จับขโมย ไม่ดีแล้ว มีขโมย รีบมาจับขโมยเร็ว"

เธอตะโกนไปพลาง กวัดแกว่งมีดสั้นในมือไปพลาง ดูเหมือนว่าเธอกำลังตกใจจนคุมสติไม่อยู่ แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่เลย ทุกครั้งที่เธอเหวี่ยงมีด ไม่มีครั้งไหนที่พลาดเป้า

เธอเหวี่ยงมีดสลับไปมาระหว่างอันจื่อคังกับอันจื่อหัง กรีดเฉือนคนทั้งสองจนได้แผลไปทั่วตัว ถึงแม้จะเป็นแค่แผลตื้นๆ ไม่ถึงตาย แต่ก็เจ็บปวดมากพอ

อันจื่อคังที่โดนแทงเข้าที่น่องถึงกับทรุดลงไปนั่ง แต่ก็โดนมีดกรีดเข้าที่หลังไปหลายแผล ส่วนอันจื่อหังที่ยืนอยู่ข้างหลัง พอเห็นเซี่ยชีเจวี๋ยลุกขึ้นมาก็คิดจะวิ่งหนี แต่กลับถูกเธอขวางทางไว้ โดนกรีดเข้าที่หน้าอกกับแขนไปหลายที

"น้องสะใภ้สี่ พวกเราไม่ใช่ขโมย ใจเย็นๆ อย่าแกว่งมีด ดาบมันไม่มีตานะ"

อันจื่อหังเจ็บไปทั้งตัว แถมยังตกใจจนเสียขวัญ เผลอหลุดปากยอมรับตัวตนออกมา ตะโกนบอกให้เซี่ยชีเจวี๋ยหยุด

แต่ดูเหมือนเซี่ยชีเจวี๋ยจะตกใจจนเสียสติไปแล้ว เธอไม่ได้ยินที่เขาพูดเลย ยังคงกวัดแกว่งมีดสั้นในมือไม่หยุด ปากก็ตะโกนโหวกเหวก

"ตีให้ตายเลยไอ้ขโมย ฉันจะตีแกให้ตาย ตีให้ตาย"

น้องชายหญิงกับลูกๆ ทั้งสองคนที่นอนอยู่ข้างๆ ก็ตื่นกันหมดแล้ว เซี่ยจิ่วเยว่รีบดึงเด็กทั้งสองคนออกจากวงล้อมการต่อสู้ ส่วนเซี่ยซิงเหอก็คว้าไม้กระบองคู่ใจที่อยู่ใกล้มือมาได้ แล้วเริ่มฟาดทันที

ตอนที่คนอื่นๆ ได้ยินเสียงร้องของเซี่ยชีเจวี๋ยแล้ววิ่งมาดู ก็เห็นว่าสองพี่น้องกำลังจัดการขโมยสองคนอยู่ ทั้งสองคนกำลังเหวี่ยงอาวุธในมือมั่วไปหมด

แต่ที่ฟาดโดนตัวขโมยมีแค่ไม้กระบองของเซี่ยซิงเหอเท่านั้น ส่วนมีดสั้นของเซี่ยชีเจวี๋ยยังอยู่ในมือเธอ เธอกำลังหลับหูหลับตากวัดแกว่งไปมา ปากก็ตะโกนอย่างบ้าคลั่งว่าจะตีให้ตาย

ดูแวบเดียวก็รู้ว่าเธอตกใจมาก จนควบคุมตัวเองไม่ได้แล้ว

แต่เธอก็ยังอุตส่าห์หลบหลีกน้องชายที่อยู่ใกล้ๆ ได้อย่างชาญฉลาด ไม่โดนเขาเลยสักนิด นี่ก็เก่งเกินไปแล้ว

ความจริงก็คือ เซี่ยชีเจวี๋ยแค่หรี่ตามองอยู่ตลอดเวลา พอเห็นว่าไม้กระบองของน้องชายฟาดจนทั้งสองคนร้องโอดโอยหลบกันไม่ทัน เธอก็เริ่มแสดงละครว่าตัวเองตกใจกลัวสุดขีด

แบบนี้ ต่อให้อันจื่อหังจะตะโกนบอกว่าเป็นใคร เธอก็ไม่ได้ยินทั้งนั้นแหละ เพราะเธอกำลังกลัวจนสติแตก

แล้วก็อย่ามาโทษเธอที่ใช้มีดสั้นล่ะ ก็ใครใช้ให้พวกมันเป็นถึงพี่ชายสามี แต่กลับมาย่องเบาเปิดผ้าห่มน้องสะใภ้ตอนดึกๆ ดื่นๆ กันเล่า

ผู้ใหญ่บ้านกับผู้นำตระกูลก็มาถึงแล้ว คนคุ้มกันหกคนที่เซี่ยชีเจวี๋ยจ้างไว้ก็มากันครบ ทุกคนหน้าดำคร่ำเครียด พอเข้ามาเห็นก็จะลงมือตีซ้ำอยู่แล้ว แต่ตอนนั้นอันจื่อคังที่นอนกลิ้งอยู่กับพื้นก็กระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง ตะโกนลั่น "อย่าตีๆ ไม่ใช่ขโมย ไม่ใช่ขโมย ผมอันจื่อคังเอง"

อันจื่อฮ่าวยังจำเสียงพี่ชายคนที่สามของตัวเองได้ เขาเลยยื่นมือไปห้ามเซี่ยซิงเหอกับอันโหย่วเต๋อที่กำลังจะฟาดไม้กระบองลงไปซ้ำ แล้วเดินเข้าไปเตะซ้ำไปทีหนึ่ง สบถด่าว่าไอ้สารเลว

คนในบ้านรู้ว่าเขามาอยู่กับฝั่งเซี่ยชีเจวี๋ย ตอนที่พวกเขาวางแผนกันเลยไม่ได้บอกเขาเลย ไม่อย่างนั้นเขาก็คงไม่ปล่อยให้สองคนนี้ย่องมาตอนดึกๆ หรอก

ทีนี้เรื่องเข้าแล้วไง พี่ชายสามีย่องมาเปิดผ้าห่มน้องสะใภ้ตอนกลางดึก เรื่องนี้ถ้าแพร่งพรายออกไป ตระกูลอันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน

พอชาวบ้านคนอื่นๆ เริ่มมามุงดู เซี่ยชีเจวี๋ยก็ค่อยๆ หยุดกวัดแกว่งมีดสั้น ท่านป้าหวังรีบเข้าไปประคองไหล่ที่กำลังสั่นเทาของเธอไว้ ปลอบโยนเสียงเบา

ผู้ใหญ่บ้านลองตะโกนเรียกชื่อคนทั้งสอง ทั้งคู่รีบพยักหน้ายอมรับ พอเห็นว่ามืดอาจจะมองไม่เห็นว่าพยักหน้า ก็เลยรีบตะกอนยอมรับเสียงสั่น

"พวกแกสองพี่น้อง ดึกดื่นไม่หลับไม่นอนมาทำอะไรที่นี่" ผู้นำตระกูลตวาดถามเสียงเข้ม

ตอนนี้ชาวบ้านมารุมล้อมกันเยอะมากแล้ว ผู้หญิงหลายคนก็รีบเข้าไปช่วยจัดสัมภาระของเซี่ยชีเจวี๋ย

พอเห็นว่าข้าวของถูกรื้อค้นกระจัดกระจาย ของที่วางไว้อย่างดีถูกดึงออกมา ตระกูลเกาไป๋ที่เมื่อตอนบ่ายเพิ่งเห็นเซี่ยชีเจวี๋ยจัดของก็อดไม่ได้ที่จะพูดขึ้น

"นี่มันรื้อค้นสัมภาระของเจ็ดเจวี๋ยนี่นา แบบนี้ยังจะไม่เรียกขโมยอีกเหรอ แล้วพวกแกมาทำอะไรกัน"

สายตาของทุกคนหันไปมองทันที ตอนนั้นก็มีคนเอาฟืนที่เหลือจากตอนทำอาหารเย็นมาจุดไฟ

ภายใต้แสงไฟ ร่องรอยการรื้อค้นก็ชัดเจน รอยเท้าของคนทั้งสองก็ประทับอยู่เต็มไปหมด

ทีนี้ ต่อให้คิดจะแก้ตัวยังไงก็ไม่มีทางแล้ว

"อันจื่อคัง อันจื่อหัง หมู่บ้านซานเป่ยของเราไม่เคยมีขโมย ต่อให้ต้องตกอับเป็นผู้ลี้ภัย อพยพไปทั่วก็ไม่เคยมีใครคิดขโมยหรือปล้นชิง พวกแกสองคนไม่เห็นกฎตระกูลอยู่ในสายตาแล้วใช่ไหม"

ผู้นำตระกูลโกรธจนตัวสั่น ชี้หน้าสองพี่น้องที่อาบเลือดไปทั้งตัว

ตอนนั้นเอง คนบ้านตระกูลอันก็รู้แล้วว่าเรื่องแดง รีบพากันวิ่งมาทางนี้เป็นพรวน

"ผู้นำตระกูล ท่านลุงผู้นำตระกูล พวกเราไม่ได้มาขโมยของ พวกเราไม่ใช่ขโมย ไม่ใช่จริงๆ" อันจื่อหังรีบเถียง

"ใช่ครับผู้นำตระกูล พวกเราไม่ได้ขโมยอะไรเลย ดูแผลทั่วตัวพวกเราสิครับ เป็นฝีมือนังนั่น เซี่ยชีเจวี๋ยใช้มีดฟันพวกเรา ผู้นำตระกูล มันไม่ใช่ความผิดของพวกเรา"

ทั้งสองคนแย่งกันแก้ตัว ไม่ยอมพูดเลยสักคำว่าทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ในเวลานี้

เซี่ยชีเจวี๋ยพูดขึ้นมาด้วยเสียงสั่นเครือ แต่เธอหันไปพูดกับท่านป้าหวัง "ท่าน... ท่านป้าหวังคะ ฉันไม่รู้ว่า... ไม่รู้ว่าเป็นพี่ชายทั้งสองคน ฉันนึกว่าเป็นขโมย ตอนที่ฉันตื่นขึ้นมา พวกเขาก็เปิดผ้าห่มฉันแล้ว ฉัน... ฉันพกมีดสั้นไว้ข้างตัวตลอดอยู่แล้ว พอตกใจก็เลยใช้มีดทำ... ทำร้ายพวกเขาไป ฉันไม่รู้... ฉันไม่รู้จริงๆ ค่ะ..."

พูดไปพูดมาเธอก็ร้องไห้ออกมา "ฉันกลัว ฉันมากับลูกเล็กๆ สองคน ฉันกลัวว่าจะมีคนร้าย ฉันกลัวว่าจะเกิดเรื่องไม่คาดฝัน ฉันเลยต้องพกมีดสั้นไว้ ฉันไม่รู้จริงๆ ค่ะว่าจะเป็นพี่รองกับพี่สามย่องมาตอนดึกๆ แบบนี้ ฉันไม่รู้ว่า... ว่าพวกเขาจะทำอะไร... ฮือๆๆๆ..."

คำพูดนั้นทำเอาท่านป้าหวังสงสารจนใจเจ็บ

เธอก็อายุไล่เลี่ยกับลูกสะใภ้ของตัวเอง ยังเป็นเด็กสาวอยู่แท้ๆ แต่กลับต้องมาเจอเรื่องอะไรแบบนี้ ช่างน่าสงสารจริงๆ

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 71 - ตีหัวขโมยให้ตาย

คัดลอกลิงก์แล้ว