- หน้าแรก
- เริ่มต้นด้วยการพิชิตน้องสาวบุตรแห่งโชคชะตา เพื่อคว้ากระดูกราชันย์
- บทที่ 8 บุกเบิกส่วนลึก ความเข้าใจเหนือจินตนาการ
บทที่ 8 บุกเบิกส่วนลึก ความเข้าใจเหนือจินตนาการ
บทที่ 8 บุกเบิกส่วนลึก ความเข้าใจเหนือจินตนาการ
บทที่ 8 บุกเบิกส่วนลึก ความเข้าใจเหนือจินตนาการ
ปัง!!!
หมัดของลู่เฉินกระแทกเข้าใส่ร่างของเย่ปู้ฝานอย่างง่ายดาย แสงสีทองที่คลุมกายของเขาแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ กลายเป็นเศษเสี้ยวของแสงวิญญาณในทันที
ร่างของเย่ปู้ฝานถูกแรงมหาศาลซัดกระเด็นไปไกล กระแทกเข้ากับต้นไม้แห้งอย่างจัง
"เจ้า... ลู่เฉิน เจ้าทำเกินไปแล้ว!"
เย่ปู้ฝานกระอักเลือดออกมา ใบหน้าบิดเบี้ยวดูไม่ได้ เขาไม่คาดคิดว่าลู่เฉินจะระเบิดพลังเข้าใส่กะทันหันแบบนี้
"เกินไปงั้นเหรอ? แล้วไง? ใครใช้ให้เจ้ามาขวางข้าไม่ให้เข้าไปในส่วนลึกของยอดเขากระบี่เงินกันล่ะ!"
ลู่เฉินแสยะยิ้มเย็นชา ก่อนจะพุ่งตัวออกไปอีกครั้ง สำแดงพลังมหาศาลเข้าโจมตีเย่ปู้ฝานอย่างเต็มกำลัง
ไม่นาน ภายใต้การโจมตีอันดุดันของลู่เฉิน เย่ปู้ฝานก็อยู่ในสภาพสะบักสะบอม หน้าตาบวมปูด ดูน่าสังเวชอย่างยิ่ง
เย่ปู้ฝานพยายามขัดขืน แต่ความแข็งแกร่งของทั้งสองฝ่ายนั้นคนละชั้นกันอย่างสิ้นเชิง เขาทำได้เพียงเป็นฝ่ายถูกลู่เฉินยำใหญ่อยู่ฝ่ายเดียว
"หยุดตีเขาเถอะ องค์บุตรศักดิ์สิทธิ์ หยุดเถอะ ได้โปรด อย่าตีท่านพี่ของข้าอีกเลย!"
ไม่นานนัก เย่หลิงซีในชุดกระโปรงยาวสีม่วงดูงดงามบริสุทธิ์ก็วิ่งเข้ามายังยอดเขาชั้นใน เมื่อเห็นเย่ปู้ฝานถูกซ้อมอย่างทารุณ ใบหน้าของเธอก็เต็มไปด้วยความกังวลและเอ่ยขอร้องอย่างน่าเวทนา
สาวน้อยเย่หลิงซีก็มาด้วยเหรอ? ลู่เฉินเลิกคิ้ว แววตาฉายแววสนใจแวบหนึ่ง
ทันใดนั้น ลู่เฉินส่งกระแสเสียงไปยังเย่หลิงซี "อยากให้ข้าปล่อยพี่ชายเจ้าก็ย่อมได้ แต่คืนนี้เจ้าต้องมาบำเพ็ญเพียรกับข้าอีกหนึ่งคืน!"
เมื่อได้ยินกระแสเสียงของลู่เฉิน หัวใจของเย่หลิงซีก็เย็นวาบ...
"ข้าตกลง ข้ายอมท่านแล้ว หยุดตีเขาเถอะ หยุดตีพี่ปู้ฝานของข้าเสียที!"
มองดูเย่ปู้ฝานที่ถูกซ้อม เย่หลิงซีลังเลเพียงครู่เดียวก่อนจะตอบตกลงตามคำขอของลู่เฉิน
เพื่อพี่ชายแล้ว ความคับแค้นเพียงเล็กน้อยแค่นี้จะนับเป็นอะไรได้...
"จำสถานะของตัวเองไว้ ครั้งหน้าถ้าเจ้ายังกล้ามาเห่าหอนต่อหน้าข้าอีก ข้าจะไม่ปล่อยไปง่ายๆ แบบนี้แน่!"
หลังจากเย่หลิงซีตกลงตามคำขอ ลู่เฉินก็เตะส่งร่างเย่ปู้ฝานกระเด็นไปไกล พร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา
พูดจบ เขาก็ไม่ชายตามองเย่ปู้ฝานแม้แต่น้อย หันหลังกลับและมุ่งหน้าเข้าสู่ส่วนลึกของยอดเขากระบี่เงินทันที
"อ๊าก... %...&...&&#%@# เจ้ากล้าดียังไงมาหยามข้าแบบนี้..."
เย่ปู้ฝานที่พอจะได้สติกลับมาบ้าง เมื่อเห็นสภาพของตัวเองก็เต็มไปด้วยความโศกเศร้าและคับแค้นใจจนพูดจาไม่รู้เรื่อง
ในฐานะบุตรแห่งโชคชะตาและผู้ครอบครองกายาบรรพกาลศักดิ์สิทธิ์ เขาเคยต้องอัปยศอดสูถึงเพียงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?
หลังจากลู่เฉินจากไป เย่หลิงซีรีบนำยาฟื้นฟูออกมารักษาเย่ปู้ฝานทันที
"เย่ปู้ฝานคนนี้ไม่รู้จักจำจริงๆ สมควรโดนแล้ว ข้าล่ะเหม็นขี้หน้ามันมานาน..."
"นั่นสิ กล้าดีถึงขนาดจะมาสั่งสอนองค์บุตรศักดิ์สิทธิ์ มันคิดว่าตัวเองเป็นใคร...?"
"มันควรจะขอบคุณที่ยังเป็นศิษย์ของแดนศักดิ์สิทธิ์ไท่ชู ไม่อย่างนั้นองค์บุตรศักดิ์สิทธิ์คงซ้อมมันจนตายคาตีนไปแล้ว..."
...
เหล่าศิษย์แดนศักดิ์สิทธิ์ไท่ชูโดยรอบเห็นสภาพของเย่ปู้ฝานก็ไม่มีใครนึกสงสาร ต่างพากันซ้ำเติมอย่างรวดเร็ว
นับตั้งแต่เข้าร่วมแดนศักดิ์สิทธิ์ไท่ชู เย่ปู้ฝานมักวางตัวเย่อหยิ่งจองหอง พูดจาดูถูกศิษย์ร่วมสำนักคนอื่น ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้แก่ศิษย์จำนวนมากมานานแล้ว
แต่เพราะเขาเป็นกายาบรรพกาลศักดิ์สิทธิ์ผู้ทำลายพันธนาการแห่งฟ้าดิน ศิษย์หลายคนจึงยังเกรงใจและไม่กล้าล่วงเกินมากนัก
"ลู่เฉิน ถ้าวันหนึ่งข้าได้เป็นจักรพรรดิสวรรค์ ข้าจะ..."
ได้ยินเสียงวิจารณ์รอบกาย เย่ปู้ฝานที่ดวงตาแดงก่ำเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง
เพี๊ยะ!!!
ยังไม่ทันที่เย่ปู้ฝานจะพูดจบ ฝ่ามือเงาพลังวิญญาณขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าและตบหน้าเย่ปู้ฝานอย่างแรงอีกฉาดใหญ่
แรงกระแทกมหาศาลส่งผลให้เย่ปู้ฝานหมดสติไปทันที ไร้ซึ่งเสียงเล็ดลอดออกมาอีก
"ไอ้โง่ ยังจะฝันเป็นจักรพรรดิสวรรค์อยู่อีกเหรอ? ถุย! คิดว่าตัวเองวิเศษวิโสมาจากไหน? โดนซ้อมเมื่อกี้ยังไม่เข็ดสินะ ถึงยังกล้าขู่อาฆาตองค์บุตรศักดิ์สิทธิ์?"
เงาร่างหนึ่งค่อยๆ ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า สวี่ฝูมายืนอยู่ต่อหน้าเย่ปู้ฝานพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
"ท่านพี่ โถ่ ท่านพี่ ท่าน... ท่าน..."
ไม่ไกลออกไป เย่หลิงซีมองดูเย่ปู้ฝานที่ถูกตบจนสลบอีกครั้ง เธอกัดริมฝีปากแดงระเรื่อเบาๆ ถอนหายใจในใจอย่างแผ่วเบา สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา ได้แต่เดินเงียบๆ ไปหาเย่ปู้ฝานที่นอนหมดสภาพราวกับสุนัขตาย
...
"องค์บุตรศักดิ์สิทธิ์เข้าไปในส่วนลึกของยอดเขากระบี่เงินแล้ว! คุณพระ องค์บุตรศักดิ์สิทธิ์น่ากลัวเกินไปแล้ว..."
"หลังจากเซียนกระบี่ไท่อี่สิ้นชีพ ก็ไม่มีใครเข้าไปในส่วนลึกของยอดเขากระบี่เงินได้อีกเลย แต่นี่องค์บุตรศักดิ์สิทธิ์กลับเข้าไปได้..."
"องค์บุตรศักดิ์สิทธิ์แข็งแกร่งขนาดไหนกันเนี่ย? ขนาดท่านเจ้าสำนักยังก้าวเข้าไปไม่ได้เลย..."
เหล่าศิษย์แดนศักดิ์สิทธิ์ไท่ชูรอบๆ เลิกสนใจเย่ปู้ฝานที่เพิ่งโดนตบจนสลบไป แล้วหันไปจับจ้องรอยต่อระหว่างส่วนลึกของยอดเขากระบี่เงินและยอดเขาชั้นในแทน
ในขณะนี้ ลู่เฉินได้ก้าวเข้าสู่ส่วนลึกของยอดเขากระบี่เงินแล้ว เจตจำนงกระบี่ไท่อี่ทั่วทั้งยอดเขาปั่นป่วนไม่หยุด แผ่กลิ่นอายอันกว้างใหญ่ไพศาลออกมา
ศิษย์และผู้อาวุโสทุกคนเห็นลู่เฉินเดินเข้าไปในส่วนลึกของยอดเขากระบี่เงินด้วยใบหน้าเหลือเชื่อ
โดยเฉพาะเหล่าผู้อาวุโสของแดนศักดิ์สิทธิ์ไท่ชู พวกเขาต่างเคยพยายามจะเข้าไปแล้วทั้งสิ้น
ทว่าเจตจำนงกระบี่ไท่อี่ที่ทรงพลังมหาศาลนั้นเปรียบเสมือนกระบี่เทพที่จ่อคอหอย สร้างความหวาดกลัวอย่างที่สุดจนไม่อาจก้าวล่วงเข้าไปได้
บัดนี้ลู่เฉินกลับเดินเข้าไปในยอดเขากระบี่เงินได้หน้าตาเฉย จะไม่ให้เหล่าผู้อาวุโสตกตะลึงได้อย่างไร?
"เข้ามาแล้ว นี่คือส่วนลึกของยอดเขากระบี่เงินสินะ?"
ในส่วนลึกของยอดเขากระบี่เงิน ลู่เฉินค่อยๆ ลืมตาขึ้น บริเวณโดยรอบเต็มไปด้วยพลังวิญญาณฟ้าดินที่เข้มข้นอย่างน่าเหลือเชื่อ เจตจำนงกระบี่ไท่อี่ที่เคยเกรี้ยวกราดรุนแรงกลับกลายเป็นอ่อนโยนอย่างยิ่งในพื้นที่ส่วนลึกนี้
[ติ๊ง ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ทำภารกิจทางเลือกสำเร็จ ได้รับความเข้าใจระดับฝืนลิขิตฟ้า ต้องการผสานตอนนี้เลยหรือไม่!]
ในเวลานั้น เสียงแจ้งเตือนของระบบก็ดังขึ้นในหัวของฉินเทียน (น่าจะเป็นลู่เฉิน - ผู้แปล) อีกครั้ง
ในช่องเก็บของระบบของลู่เฉิน นอกจากไข่อสูรวิญญาณบรรพกาลที่ได้รับรางวัลจากการสั่งสอนเย่ปู้ฝานเมื่อครู่ ก็ปรากฏก้อนแสงเจ็ดสีอันน่าอัศจรรย์ขึ้นมา
ก้อนแสงเจ็ดสีนี้ดูเหมือนจะบรรจุสัจธรรมแห่งเต๋าอันยิ่งใหญ่ แผ่พลังลึกล้ำไร้ขอบเขตออกมา
"ระบบ ผสานความเข้าใจระดับฝืนลิขิตฟ้า!"
ลู่เฉินกล่าวในใจ ความเข้าใจอันทรงพลังเช่นนี้ ย่อมต้องรีบผสานทันที
สิ้นความคิดของลู่เฉิน ก้อนแสงเจ็ดสีในช่องเก็บของระบบก็พุ่งเข้าสู่สมองของลู่เฉินอย่างรวดเร็ว
ลู่เฉินรู้สึกเพียงว่าสมองของเขากำลังได้รับการหล่อเลี้ยง เกิดการเปลี่ยนแปลงและวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่อง แรงบันดาลใจนับไม่ถ้วนและเสียงทิพย์แห่งมหาเต๋าไหลเวียนอย่างบ้าคลั่งในหัวของเขา
ผ่านไปครู่หนึ่ง พลังวิญญาณของลู่เฉินก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จิตใจของเขาปลอดโปร่งแจ่มใสอย่างที่สุด
มหาเวทหลายอย่างที่เขาเคยทำความเข้าใจได้ไม่เต็มที่ บัดนี้ลู่เฉินกลับเข้าใจได้อย่างทะลุปรุโปร่งโดยง่ายดาย
ลู่เฉินค่อยๆ ลืมตาขึ้น ลวดลายเทพสีทองไหลวนอยู่ในดวงตา ลู่เฉินมองไปรอบๆ ราวกับสามารถรับรู้วิถีโคจรของสรรพสิ่งและสัจธรรมแห่งฟ้าดินได้
เจตจำนงกระบี่ไท่อี่ที่ไหลเวียนอยู่อย่างต่อเนื่อง ไร้ซึ่งความลับใดๆ ต่อหน้าลู่เฉินอีกต่อไป
"ความเข้าใจระดับฝืนลิขิตฟ้า ช่างทรงพลังจริงๆ!"
มองดูเจตจำนงกระบี่ไท่อี่ที่ก่อตัวจากเส้นสายของแก่นแท้วิญญาณรอบกาย ลู่เฉินพึมพำเบาๆ
ลู่เฉินรู้สึกว่าหากเขาต้องการ เขาสามารถทำความเข้าใจเจตจำนงกระบี่ไท่อี่ได้ภายในเวลาเพียงสองชั่วโมง หรืออาจจะเร็วกว่านั้น
"งั้นก็ลองดูหน่อย พอดีเลยว่าการจะรับสืบทอดมรดกของเซียนกระบี่ไท่อี่ ก็ต้องทำความเข้าใจเจตจำนงกระบี่ไท่อี่ด้วย!"
ลู่เฉินเริ่มสังเกตเจตจำนงกระบี่ไท่อี่รอบตัวอย่างละเอียด อาศัยความช่วยเหลือจากเจตจำนงกระบี่ไท่อี่ที่อ่อนโยนนี้ เขาเริ่มทำความเข้าใจแก่นแท้ที่แท้จริงของเจตจำนงกระบี่ไท่อี่
...