- หน้าแรก
- ทะลุมิติยกกองพัน ลุยระห่ำสงครามโลก
- บทที่ 131 - แผนจมน้ำพวกยุ่น
บทที่ 131 - แผนจมน้ำพวกยุ่น
บทที่ 131 - แผนจมน้ำพวกยุ่น
บทที่ 131 - แผนจมน้ำพวกยุ่น
หลงเฟยเห็นทุกคนปรบมือเป็นเอกฉันท์ผ่านมติของเขา จึงยิ้มแล้วประกาศ
"เพิ่มเติมอีกหน่อย บุคลากรระดับต่ำกว่ากองพลลงไป ให้ผู้บัญชาการทัพของแต่ละทัพเป็นผู้แต่งตั้ง พรุ่งนี้เช้าจะแจกจ่ายอาวุธยุทโธปกรณ์และกระสุนให้ทุกคน"
"ต่อไปเป็นวาระการประชุมที่สอง กองพลที่ 13 ของพวกยุ่น กำลังจะข้ามแม่น้ำจากจินหลิงขึ้นเหนือในไม่ช้า พวกเราจะมุ่งหน้าไปซานซีโดยตรงเลย หรือว่าจะอยู่สู้กับพวกยุ่นสักตั้งสองตั้ง หรือว่าจะไปที่อื่น"
คำถามที่หลงเฟยหยิบยกขึ้นมานี้ เห็นได้ชัดว่าซับซ้อนกว่าปัญหาการจัดระเบียบกองกำลังก่อนหน้านี้มาก ดังนั้นทุกคนจึงเริ่มแสดงความคิดเห็นของตนอีกครั้ง
เกาหงในฐานะเสนาธิการกองทัพ กล่าวขึ้นเป็นคนแรกอย่างไม่ยอมน้อยหน้า
"เท่าที่ผมทราบ กองพลที่ 13 ของพวกยุ่นเป็นกองพลชั้นหนึ่ง [เจี๋ยจ่งซือถวน] กำลังพลเต็มอัตรามี 2.4 หมื่นหัว ถึงแม้จะผ่านศึกที่จินหลิงมา แต่กำลังพลในปัจจุบันก็ไม่น่าจะต่ำกว่า 2 หมื่นหัว"
"แถมกองพลที่ 13 เป็นเพียงกองกำลังล่วงหน้าของพวกยุ่นที่จะบุกขึ้นเหนือ ถ้าพวกเราไม่สามารถกำจัดพวกมันให้สิ้นซากได้ในเวลาอันสั้น ก็มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะถูกกองกำลังขนาดใหญ่ของพวกยุ่นที่ตามมาทีหลังล้อมไว้"
สวีเผิงกล่าวต่อ "ความเห็นของผมคือ เราควรจะไปซานซีโดยตรงเลย จากนั้นก็เข้าไปในภูเขาไท่หาง ไปสร้างฐานที่มั่นในภูเขาไท่หาง พร้อมกันนั้นก็ให้ทั้งกองทัพได้พักและฝึกฝนสักสองสามเดือน"
"จากนั้นพวกเราก็เคลื่อนทัพออกจากไท่หาง ไปกำจัดพวกยุ่นในซานซีให้หนำใจ ขยายขนาดฐานที่มั่นไปเรื่อยๆ"
แต่เฉินอี้ติ่งกับจูซื่อและคนอื่นๆ กลับเห็นว่า ในเมื่อตอนนี้ทุกคนมารวมกำลังกันแล้ว มีกำลังพลเป็นหมื่นนาย สู้เลือกจังหวะสู้กับพวกญี่ปุ่นสักตั้งสองตั้งก่อนดีกว่า แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะไปหรืออยู่
หลงเฟยเห็นโจวเว่ยกั๋วนั่งเงียบ จึงเอ่ยปากถาม
"ผู้การโจว ผมอยากฟังความเห็นของคุณหน่อย"
โจวเว่ยกั๋วรีบพยักหน้า พูดอย่างมั่นใจ "ความเห็นของผมคือ การเดินทางไปซานซีนั้นไกลมาก แถมระหว่างทางยังต้องผ่านเขตที่พวกยุ่นยึดครอง ดังนั้น ตลอดเส้นทางนี้ต้องมีการสู้รบไม่หยุดหย่อนแน่นอน"
"อีกอย่าง กองกำลังต่างๆ ของเราเพิ่งจะมารวมกัน พลังรบก็มีสูงมีต่ำ กองกำลังไม่เพียงแต่ต้องการการฝึกฝนที่เป็นระบบและเข้มงวด แต่การประสานงานระหว่างหน่วยต่างๆ ก็ต้องปรับจูนกันด้วย"
"ดังนั้น ความเห็นของผมคือ สู้หาที่เหมาะๆ แถวนี้ ตั้งหลักปักฐานก่อน ให้กองกำลังได้ตั้งหลัก จากนั้นก็ฝึกฝนไปพลาง หอจังหวะสู้กับพวกยุ่นไปพลาง"
"ใช้วิธีการฝึกฝนผสมผสานกับการรบจริง เพื่อยกระดับพลังรบโดยรวมของกองกำลัง และความเข้าขารู้ใจในการประสานงานระหว่างหน่วยต่างๆ ให้รวดเร็วที่สุด"
ต้องบอกว่า ความคิดของโจวเว่ยกั๋วตรงกับใจหลงเฟยอย่างไม่น่าเชื่อ
ก่อนหน้านี้หลงเฟยคิดจะไปซานซีโดยตรงจริงๆ แต่แผนการย่อมมีการเปลี่ยนแปลง ตอนนี้หลงเฟยมีแผนใหม่แล้ว
จากนั้น หลงเฟยก็ให้คนนำแผนที่มาแขวน แล้วบอกแผนใหม่ของเขากับทุกคน
"ทุกคนดูนี่ ทางตะวันตกของอำเภอฉูไปไม่ไกล มีทะเลสาบชื่อ ทะเลสาบซีเจี้ยน ทะเลสาบนี้มีพื้นที่เกือบสิบตารางกิโลเมตร ลึกยี่สิบกว่าเมตร ปริมาณน้ำในทะเลสาบไม่น่าจะน้อยกว่าห้าสิบล้านลูกบาศก์เมตร"
"ทางใต้ของทะเลสาบซีเจี้ยน คือเมืองที่ชื่อ กวนไฉวา [แอ่งโลงศพ] ทางตะวันออกอยู่ติดกับเส้นทางรถไฟ ถัดลงไปทางใต้ก็คือภูเขาหลางหยา"
"นายอำเภอเหยียนแห่งอำเภอฉูรับปากแล้วว่า พรุ่งนี้จะเริ่มอพยพชาวบ้านในอำเภอและบริเวณโดยรอบออกไป"
"ดังนั้น ความคิดของผมคือ รอกองพลที่ 13 ของพวกยุ่นเข้ายึดอำเภอฉู จากนั้นก็ล่อพวกมันไปที่กวนไฉวา แล้วก็ระเบิดเขื่อนของทะเลสาบซีเจี้ยน จมน้ำไอ้พวกชาติชั่วพวกนี้ให้ตายซะ"
"หลังจากจัดการกองพลที่ 13 ของพวกยุ่นได้แล้ว เราก็เคลื่อนทัพทั้งหมดเข้าภูเขาหลางหยา พักและฝึกฝนในเขาสักสองสามเดือน"
"จากนั้นก็เคลื่อนทัพทั้งหมดขึ้นเหนือ ผ่านตอนใต้ของซานตง เข้าสู่ภูเขาไท่หางในซานซี สร้างฐานที่มั่นในภูเขาไท่หาง ต่อจากนั้นก็คือการไล่กำจัดพวกยุ่นตามจุดต่างๆ ในซานซีทีละจุด"
จงฉงซินได้ฟัง ก็ทุบโต๊ะร้องออกมาอย่างชื่นชม
"เยี่ยม! ในอดีตมีจูกัดเหลียง [ขงเบ้ง] ใช้ 'น้ำท่วมเจ็ดทัพ' วันนี้มีกองทัพหลงเหยียน 'จมน้ำพวกยุ่น' [สุ่ยจั้งกุ่ยจึ]"
สวีเผิงในตอนนั้นก็พยักหน้าไม่หยุด "ผู้บัญชาการกองทัพ ความคิดของคุณนี่สุดยอดจริงๆ จมน้ำกองพลที่ 13 จากนั้นก็เข้าภูเขาหลางหยา ถึงแม้ว่าภูเขาหลางหยาจะอยู่ใกล้อำเภอฉู แต่ที่ที่อันตรายที่สุด มักจะเป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุด"
"พวกเราอยู่ในภูเขาหลางหยา จะรุกก็สู้ได้ จะถอยก็ตั้งรับได้ เท่ากับเป็นการปักหนามไว้ที่แผ่นหลังของพวกยุ่น ทำให้มันเจ็บปวดไปทั้งตัว แต่ก็ดึงออกไม่ได้"
หลังจากทุกคนคิดตามอย่างละเอียด ก็พบว่าเป็นจริงอย่างที่สวีเผิงพูด ดังนั้นจึงพากันแสดงความเห็นด้วย
อันที่จริง ที่หลงเฟยปรับเปลี่ยนแผนแบบนี้ก็มีจุดประสงค์ของเขา แทนที่จะไปภูเขาไท่หางในซานซี สู้พักและฝึกฝนที่ภูเขาหลางหยาเลยไม่ดีกว่า
หลังจากนั้นค่อยออกเดินทางไปซานซี ก็จะทันเวลาเข้าร่วมศึกใหญ่ที่ไถเอ๋อจวงพอดี ถึงตอนนั้น กองทัพหลงเหยียนก็ต้องเข้าไปช่วยหนุนสักหน่อย
เพียงแต่หลงเฟยไม่สามารถพูดกับพวกเฉินอี้ติ่งตรงๆ ได้ขนาดนั้น
"เอาล่ะ ในเมื่อทุกคนไม่มีความเห็น งั้นเราก็ตกลงตามนี้ พรุ่งนี้ กองทัพหลงเหยียนของเรา นอกจากจะช่วยชาวบ้านอพยพแล้ว ผมยังอยากจะชูธงทัพหลงเหยียนของเราให้เด่นชัด รับสมัครทหารตรงนั้นเลย"
"ไม่ว่าจะเป็นชาวบ้าน หรือกองกำลังที่ถอยมาจากจินหลิง ขอแค่เต็มใจเข้าร่วมกองทัพหลงเหยียน ผมไม่เพียงแต่จะยินดีต้อนรับอย่างอบอุ่น แต่ยังจะจ่ายเงินเดือนให้ตรงนั้นเลย"
พูดถึงตรงนี้ หลงเฟยก็นึกขึ้นได้ ว่าก่อนหน้านี้ยังติดหนี้อยู่ จึงรีบประกาศ
"พรุ่งนี้ ตอนที่แต่ละหน่วยแจกจ่ายอาวุธยุทโธปกรณ์ พร้อมกันนั้น ไม่ว่ายศสูงต่ำแค่ไหน ให้เท่าเทียมกันหมด ทุกคนให้จ่ายเงินเดือนสิบเหรียญเงิน คนที่บาดเจ็บให้ยี่สิบเหรียญ คนที่เสียสละให้เงินบำนาญครอบครัวหนึ่งร้อยเหรียญ"
"อีกอย่าง ก่อนหน้านี้ผมเคยสัญญาไว้ว่า ที่ติดหนี้เหรียญเงินไว้ จะชดใช้คืนสิบเท่า พรุ่งนี้ผมก็จะรักษาสัญญา"
ถึงแม้ว่าทุกคนจะสู้กับพวกยุ่นไม่ใช่เพื่อเงิน แต่ยกเว้นกองพันรบพิเศษแล้ว ทุกคนต่างก็มีครอบครัวที่ต้องเลี้ยงดู การที่ได้เงินเดือนสิบเหรียญเงิน นี่มันมากกว่าตอนอยู่กองทัพรัฐบาลเยอะมาก
พวกเฉินอี้ติ่งที่มาจากกองทัพรัฐบาล พอได้ยินว่าแต่ละคนจะได้เงินเดือนสิบเหรียญเงิน ก็พากันดีใจแทนลูกน้อง
ในตอนนั้น หลงเฟยก็หยิบธงทัพบนโต๊ะขึ้นมา แล้วคลี่ออก
เมื่อมองดูธงสีแดงเลือดที่ปักด้วยด้ายสีทองเป็นตัวอักษร "กองทัพหลงเหยียน" สี่ตัวใหญ่
ทุกคนต่างก็หันหน้าไปทางธงทัพ ยืนตรงด้วยท่าทีที่เคร่งขรึมและสง่างาม
หลังจบการประชุม สวีเผิงก็รายงานว่า ได้ติดต่อกองทัพที่ 57 แล้ว ผู้บัญชาการหลิว (หลิวเจี้ยนซวี่) ได้นำกำลังเดินทางมายังอำเภอฉูตลอดทั้งคืน คาดว่าจะมาถึงประมาณตีหนึ่ง
หลงเฟยดูเวลา ก็ปาเข้าไปห้าทุ่มกว่าแล้ว อดคิดไม่ได้ว่าคืนนี้คงเป็นอีกคืนที่ไม่ได้นอน
"สวีเผิง ถ้านายยังไม่ง่วง ก็ไปรอรับกองทัพที่ 57 นอกเมืองกับฉัน"
"ได้ครับ ผมจะเอาหมวดคุ้มกันของกองพันรบพิเศษของเราไปด้วย"
หลงเฟยพยักหน้า แสดงความเห็นด้วย
เมื่อมาถึงด่านตรวจนอกเมืองก่อนหน้านี้ ทหารยามที่ยืนเฝ้าอยู่พอเห็นหลงเฟย ก็เกิดอาการประหม่าขึ้นมาทันที
หลงเฟยกลับเป็นฝ่ายควักบุหรี่ฮวาจื่อออกมาแจกให้พวกเขา
"พี่น้อง มา สูบคนละมวน ไม่ต้องกลัว ผมมารอกองทัพที่ 57"
พวกทหารยามถึงได้ผ่อนคลายลง ยิ้มแหยๆ รับบุหรี่ไป
"ผมรู้ว่าเมื่อบ่ายพวกคุณทำตามคำสั่ง ผมเลยไม่ได้เอาเรื่องพวกคุณ แต่ไปเอาเรื่องกับนายอำเภอเหยียนแทน"
"อีกอย่าง ผมสั่งยิงผู้กำกับตำรวจ หวงซิ่งหนง กับเศรษฐีเบอร์หนึ่งของอำเภอฉู กงซีขุย ไปแล้ว เพราะพวกมันสองคนแอบไปสวามิภักดิ์ต่อพวกยุ่น เป็นฮั่นเจียน"
หลงเฟยสูบบุหรี่พลางพูดคุยอย่างสบายๆ แต่คำพูดของเขาทำเอาทหารยามกลุ่มนี้ตกใจจนแทบสิ้นสติ
มีอยู่สองคนที่บุหรี่ในมือถึงกับร่วงลงพื้นเพราะความกลัว