เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6 - นักผจญภัย

บทที่ 6 - นักผจญภัย

บทที่ 6 - นักผจญภัย


อีมูมีความยาวของขาที่ไม่ต่ำกว่า 1.7 เมตรในตัวเต็มวัย เป็นนกขนาดใหญ่ที่สูงกว่า 3 เมตรที่ตั้งแต่หัวจรดเท้าปกคลุมเต็มไปด้วยขนนก อีมูไม่สามารถบินได้ แต่ก็แทนที่ด้วยความสามารถในการวิ่งที่รวดเร็วเป็นอย่างยิ่ง และยังมองว่าสิ่งที่นกกินนั้นน่าขยะแขยง มันไม่รังเกียจเลยที่จะกินวัชพืชทั่วไป และด้วยราคาที่ค่อนข้างถูกเมื่อเทียบกับม้าหรือมังกรบก

(TL: มังกรที่บินไม่ได้...?)

หรืออะไรอย่างอื่นที่ไม่ค่อยจำเป็นนักกับ'โจอี้' ผู้ซึ่งเป็นนักผจญภัยจนๆคนหนึ่ง แต่ถึงอย่างไรมันก็อ่อนแอมาก อย่างแรกนั้น อีมูสามารถบรรทุกน้ำหนักได้น้อยกว่าม้ามาก น้อยกว่าที่ลาขนได้ด้วยซ้ำ ไม่เพียงเท่านั้น มันยังมีสมองที่เล็กเอามากๆ ดังนั้นมันจึงไม่เข้าใจคำสั่งที่มีความซับซ้อนได้

และสิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ เพราะมันมีสภาวะทางอารมณ์ที่ก้าวร้าวแบบสุดโต้ง มันจึงมีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีนักกับผู้ฝึกของมันเอง นั่นคือเหตุผลว่าทำไมอีมูถึงถูกผูกไว้ และในทันทีที่มันปรากฏขึ้นในสายตา

“เห-- นั่นคืออีมูหรอ?! มันดูเหมือนโจโคโบะเลย น่ารักจัง-”

(TL: โจโคโบะ เป็นตัวละครประเภทนกที่ปรากฏในชุดเกมไฟนอลแฟนตาซี สามารถหารูปได้ในอากู๋)

โดยไม่มีเวลาให้หยุด 'ฮิยูกิ'ยิ้มกว้างแล้วพุ่งเบ้าหาอีมูในลักษณะกึ่งวิ่ง 'โจอี้'แสดงท่าทีร้อนรนกับสภาพไร้การป้องกันของเธอ

“ดะ-เดี๋ยว! นกนั่นมันเป็นพวกก้าวร้าว--”

ก่อนที่เขาจะเตือนจบ อย่างที่คาดไว้ เจ้านกอีมูที่พูดถึงก็งอขาของมันและทำท่าจะเตะเด็กสาวไปในอากาศ

ทันใดนั้นเอง อีมูกับเด็กสาวก็สบตากัน เพียงเท่านั้น อีมูก็แสดงท่าทีตกใจอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน เจ้านกรีบหยุดการกระทำของตนทันที ในทางตรงกันข้าม มันทิ้งหัวลงสู่พื้นด้วยท่าทีนอบน้อมเป็นอย่างยิ่ง

“…เอ๊ะ? เอ๋? ทำไม…?”

ขณะที่'โจอี้'กำลังงงงวย 'ฮิยูกิ'ก็สัมผัสขนของอีมูและลูบขนของมันอย่างเบามือ

“หว่า~ เด็กคนนี้น่ารักจริงๆ อา ฉันอยากเอาพวกมันกลับบ้านสัก 5-6 ตัวจัง”

ฮิยูกิพูดความคิดออกมาโดยไม่ได้ใส่ใจ อะ โอ อา ฉันคิดว่าน่าจะไม่เป็นไรละนะ อย่างน้อยนั้นก็ไม่น่าจะใช่เรื่องวิกฤต...

'โจอี้'ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เขาเดินไปปลดบังเหียน

(TL: เชือกที่ผูกติดกับเหล็กหรือผ้าที่ครอบบริเวณปากม้า ใช้ควบคุมทิศทางเดินของม้า)

ซึ่งผูกเอาไว้กับต้นไม้

“เย็นไว้ เย็นไว้ ไม่เจ็บหรอกนะ เด็กดี”

ขณะตบแก้มด้านล่างของอีมูเบาๆ 'โจอี้'ก็วางอาน

(TL: อานคือที่สำหรับนั่งของผู้ขี่)

และใส่เท้าทิ้งสองข้างเข้าไปในโกลน

(TL: เป็นที่วางเท้าของคนขี่)

เขาจัดท่าทางของอีมูให้เหมาะสม

“เอาละ ฮิยูกิ ขึ้นมาข้างหลังสิ เพราะมันเป็นอานแบบนั่งคนเดียว นั่งสองคนเลยอาจจะแคบไปหน่อย แต่ว่าเธอตัวเล็ก เพราะงั้นน่าจะไม่เป็นไรหรอก”

“อย่าพูดว่าตัวเล็กนะ”

ทำหน้ามุ่ยเล็กน้อย ก่อน'ฮิยูกิ'จะขึ้นมานั่งด้านหลัง'โจอี้'ด้วยท่าทางแบบเจ้าหญิง

(TL: แบบเอาขาพาดไปทางด้านใดด้านหนึ่ง)

…อะ อา ก็มันเป็นกระโปรงนี่นะ ขณะที่หัวใจของเด็กหนุ่มกำลังเต้นถี่รัวเพราะท่าทางเช่นนั้น เขาก็แนะนำบางอย่างกับเธอ

“มันจะดีกว่า ถ้าเธอจับหลังฉันเอาไว้แน่นๆ ไม่อย่างนั้นเธออาจจะตกลงไปก็ได้”

“อะ อืม…”

พูดเสร็จ 'ฮิยูกิ'ก็แนบตัวชิดกับหลังของ'โจอี้' เพราะการทำเช่นนั้น ทำให้ได้กลิ่นหอมของเด็กสาวที่เหมือนกับดอกไม้ เหมือนน้ำตาล เป็นกลิ่นน่าหลงใหลที่ไม่เคยรู้จักของเธอ กลิ่นประหลาดที่ให้ความรู้สึกเหมือนกับของค่ำคืน และริมฝีปากที่ดูนุ่มนิ่มคู่นั้น-- ความรู้สึกนั้นไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ โดยเฉพาะความรู้สึกนุ่มนิ่มที่มาโดนหลังของ'โจอี้' ร่างกายของเขารุ่มร้อนขึ้นมาเหมือนความเป็นลูกผู้ชายของเขาถูกยั่วยุ

เขาสะบัดหัวไปมาอย่างร้อนรน

“อา ชักไม่ดีแล้วสิ--!”

'โจอี้'เผลอพึมพำออกมาเสียงดัง

“หืม? นายพูดอะไรนะ?”

เธอหันหน้าไปมองครู่หนึ่ง ก็เห็นเพียงซีกหนึ่งของลำคอ 'โจอี้'ซ่อนใบหน้าของเขาอย่างเขินอาย

“อะ อา ไม่มีอะไร--ฉันแค่คิดว่ามันแย่นิดหน่อยที่แถวนี้ไม่มีอาหารเลย”

“โอ อย่างนั้นหรอ... ถ้านายหิวละก็ ฉันมีเนื้อแห้งอยู่นะเอาไหม? หรือถ้าไง พวกเราถึงเมืองอาระแล้ว ที่นั้นน่าจะมีอาหารเยอะอยู่ จะไปทานที่แพงอาหารไม่ก็ร้านอาหารอะไรพวกนี้แล้วกัน นายอดทนไหวไหม?”

“อา ได้ ฉันไม่เป็น ฉันมีอาหารฉุกเฉินอยู่... แต่ถ้าเป็นไปได้ฉันก็ไม่ต้องการจะทำแบบนั้น เพราะฉันไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นข้างหน้า”

“แบบนี้นี่เอง ถ้าหากทานมันเดี๋ยวนี้มันก็คงเป็นการปฏิเสธที่จะใช้มันในยามฉุกเฉินจริงๆ ถ้าอย่างนั้นก็อดทนเข้านะ แล้วไปทานอาหารอร่อยๆในเมืองกัน!”

“อืม ฉันจะอดทน”

ทันใดนั้นด้วยความเร่งรีบ เขาดึงบังเหียนให้อีมูลุกขึ้นยืน แต่เพราะอะไรบางอย่างทำให้มันไม่ยอมทำตามที่เขาต้องการ ในตอนนั้นอีมูหันไปมองที่'ฮิยูกิ'ราวกับต้องการขออนุญาต 'ฮิยูกิ'เข้าใจจึงพยักหน้าเล็กน้อย ดังนั้นมันจึงลุกขึ้นยืนตามคำสั่งของ'โจอี้'

“นี่มันเกิดอะไรกัน? ช่างเป็นนกที่ดีอะไรแบบนี้ แทนที่จะฟังคำสั่งเจ้านายแต่ไปฟังเด็กผู้หญิงที่เจอกันแทน”

'โจอี้'โอดครวญถึงสิ่งที่เกิดขึ้น 'ฮิยูกิ'หัวเราะแล้วลูบขนของอีมูอย่างอ่อนโยน

“ฮะฮะ นับเป็นเกียรติของฉันจริงๆ แต่ไม่เชื่อฟังโจอี้มันไม่ดีนะรู้ไหม”

เมื่อได้ฟังแล้ว อีมูก็ร้องรับแต่โดยดี

◆◇◆◇

เมืองอิสระ อาระ รุ่งเรืองขึ้นเพราะที่ตั้งของมันอยู่บนจุดตั้งของถนนสายหลัก และบริเวณใกล้เคียงก็เป็นซากโบราณสถาน (ดันเจี้ยน), ทะเลกว้างและแนวภูเขามังกรขาวที่อยู่หลังเมืองนั้นเป็นสถานที่ที่มีแร่คุณภาพสูง ทำให้มีพ่อค้า ช่างฝีมือและคนหนุ่มสาวจำนวนมากเข้ามายังเมืองนี้เพื่อสร้างชื่อหรือทำตามความฝัน

เป็นธรรมดาที่กิลด์นักผจญภัยจะรู้ถึงเรื่องนั้น พวกเขาสร้างตึก 3 ชั้นจากหินที่โดดเด่นยิ่งกว่าตึกไหนในเมือง แบบที่ว่าแม้ไม่ต้องการจะเห็น ตอนเดินบนถนนหลัก ก็ยังรับรู้ได้ถึงความโอ่อ่าของมัน จำนวนนักผจญภัยที่ลงทะเบียนมีไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นคน จากระดับต่ำสุดคือ Rank G ซึ่งยังเป็นเพียงเด็กฝึกหัดถึงระดับสูงสุด Rank A ที่สามารถล้มมังกรได้ด้วยตัวคนเดียว

มีสมาชิกกิลด์จำนวนไม่น้อยที่มีบุคลิกแบบอันธพาล บ้าๆบอๆ หรือแม้แต่เป็นพวกล้มเหลวในด้านบุคลิกภาพ แต่แล้วในยามบ่ายวันหนึ่ง เด็กสาวปริศนาที่ถูกไก่อ่อน Rank F คนหนึ่งพามาก็ได้สร้างความวุ่นวายขึ้น เด็กสาวที่ไม่น่าจะมีอยู่จริง และเป็นเป้าสายตาอย่างยิ่งยวด..

“เฮ้ เฮ้ โจอี้-คุง เธอเป็นเจ้าหญิงที่ไหนนะ? ไปลักพาตัวเธอมาได้ไง! อย่าบอกฉันนะว่า นี่หนีตามกันมานะ!?”

เด็กสาวในคำถามนั่งแกว่งเท้าอยู่บนโซฟาถูกๆในกิลด์ เด็กสาวที่สวยราวกับภาพวาดได้รับความสนใจจากผู้คนโดยรอบ ไม่ต้องพูดถึงเสื้อผ้าที่เป็นอะไรที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ดูแล้วเป็นของที่ต้องทุ่มเทเงิน เวลาและกำลังคนไม่น้อยเลยทีเดียว และถึงแม้จะไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ก็ยังรู้ได้เลยว่า สิ่งที่ประดับอยู่บนนั้นคืออัญมณี

ด้วยภาพลักษณ์เช่นนั้น ทำให้เธองดงามราวกับเจ้าหญิงจากสักแห่งที่กำลังออกเดินทางโดยไม่เปิดเผยตัว โดยปกติแล้ว แผนกข้อมูลที่ชั้นหนึ่งของกิลด์และที่จ่ายค่าตอบแทนจะเต็มไปด้วยความกระตือรือร้นอย่างบ้าคลั่ง แต่วันนี้พนักงานและเหล่านักผจญภัยต่างพากันหยุดหายใจแล้วทอดมองไปที่เด็กสาวคนนั้นเป็นสายตาเดียว

ท่ามกลางพวกเขา ตัวการสำคัญที่ทำให้เธอเป็นจุดสนใจคือคนรู้จักของ'โจอี้' เด็กสาวที่เป็นเจ้าหน้าที่จ่ายค่าจ้าง 'มิยะ' เด็กสาวเผ่าพันธุ์แมวที่อายุจวนจะครบ 20 ปีในปีนี้ เธอกดดัน'โจอี้'ด้วยการยื่นหน้าออกมาจากเคาเตอร์ เป็นเรื่องปกติที่เด็กใหม่จะรู้สึกเขินอายเมื่อต้องคุยกับรุ่นพี่คนสวยอย่าง'มิยะ'

และไม่สามารถสงบสติอารมณ์ได้แล้วมองไปรอบๆอย่างประหม่า พูดกระตุกกระตักเมื่อต้องการขอข้อมูลหรือรายงานบางอย่าง

(มิยะตระหนักได้ถึงท่าทางไร้เดียงสาของโจอี้ เธอจึงมักใช้วิธีเช่นนี้เพื่อความสะดวกสบายของตัวเองในบางโอกาส)

แต่สำหรับ'โจอี้'ในตอนนี้ แม้ว่าจะเห็นใบหน้าของเธอในระยะที่ใกล้มาก เขาก็เพียงทำหน้าเซ็งๆแล้วถอนหายใจ

“…นั่นไม่ใช่ความจริงแน่นอน เธอแค่เป็นลูกค้าของฉัน ให้คุ้มครองและพาชมรอบๆนี้ เธอบอกเองว่าต้องการชมกิลด์ ฉันก็เลยพาเธอมา มีปัญหาอะไรหรือไง มิยะ-ซัง?”

“เอ๋, ไม่ ไม่มีปัญหาอะไรหรอก…”

แตกต่างไปจากทุกครั้ง ท่าทีทื่อๆของ'โจอี้'ทำให้เธอช๊อคเล็กๆ และเมื่อเธอมองไปยังเด็กสาวคนนั้น เป็นอีกครั้งที่'มิยะ'ตอบโต้ออกไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน เมื่อเห็น'มิยะ'สงบลง 'โจอี้'ก็เริ่มพูดเกี่ยวกับคำขอ

“ถ้ายังไงเกี่ยวกับคำขอกวาดล้างสุนัขคลั่ง ฉันคิดว่าในช่วงนี้คงขอพักไปก่อน”

“โอ๋ คำขออันนั้นเอง”

'มิยะ'พยักหน้าและเปลี่ยนท่าทีเป็นการเป็นงาน

“จากกำหนด 5 วันนี่เพิ่งจะ 2 วันเท่านั้น ทำไม เธอหามันไม่เจอหรือไง?”

“ไม่ ฉันหาเจอแล้วก็สู้ไปแล้วด้วย แต่มันไม่ได้มีแค่ตัวเดียว มันมีอยู่ 2 ตัว บางทีมันอาจจะเป็นคู่กัน ฉันทำไม่สำเร็จเพราะไม่ได้เตรียมพร้อมเอาไว้ถึงขนาดนั้น”

“หืม-- ถ้ามันเป็นคู่ งั้นฉันจะติดต่อไปที่ลูกค้าอีกรอบเพื่อปรับรางวัลให้สูงขึ้นกับขยายเวลาออกไป”

“งั้นหรอ ช่วยได้มากเลยละ….”

“แต่ว่านะ โจอี้-คุง พูดตามตรง ไม่ว่าจะหนึ่งหรือสองตัวมันก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับนักผจญภัยจริงๆหรอก- ไม่คิดว่าคำขอปราบปรามนี้มันจะเร็วไปหน่อยหรอ? หรือไม่ลองหาใครจับกลุ่มดูละ?”

ต่อหน้า'โจอี้'ที่ถอนหายใจอย่างโล่งอก 'มิยะ'ให้คำแนะนำเหมือนพี่สาวกังวลเกี่ยวกับน้องชาย

“…แต่ถ้าเป็นคน Rank F เหมือนฉันจะไม่เป็นภาระกันหรือไง?”

“ถึงแม้ว่าจะเป็นภาระ แต่ก็เป็นประสบการณ์ที่สำคัญนะ”

'มิยะ'เตือนเขา แต่ดูเหมือน'โจอี้'จะไม่เห็นด้วยนัก มันเป็นเรื่องแน่นอน ตั้งแต่แรกแล้ว ผู้คนที่มีชื่อเสียงตั้งแต่วัยเยาว์หรือนักผจญภัยที่ประสบผลสำเร็จที่เหนือกว่าคนทั่วไป พวกเขาถูกเรียกกันว่า ‘อัจฉริยะ’ เมื่อเปรียบเทียบดูแล้ว ไม่ว่าจะมองดูอย่างไรความสามารถของเด็กหนุ่มก็จัดอยู่ในเกณฑ์ธรรมดา

มันไม่มีทางเลือกแล้วนอกเสียจากจะต้องเพียรพยายามอย่างหนักเป็นเวลานาน นั้นคือเหตุผล ถ้าเขาไม่ล้มเลิกแนวทางของเขาซะ ไม่ช้าก็เร็วที่เขายังใช้ชีวิตเป็นนักผจญภัยเช่นนี้ แม้แต่ชีวิตของเขาก็คงรักษาเอาไว้ไม่ได้ …

แม้ว่าจะทำงานที่กิลด์มาได้ไม่นานนัก แต่มิยะก็เห็นคนมามากมายแล้ว เธอถอนหายใจอย่างสิ้นหวัง

“-อย่างไรก็ตาม มิยะ-ซัง ฉันสงสัยว่าสิ่งนี้ใช้ได้หรือเปล่า?”

เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศที่มืดมน 'โจอี้'วางเหรียญจำนวนหนึ่งลงบนเคาเตอร์ ด้วยน้ำเสียงใสซื่อ

“….ฉันไม่เคยเห็นเหรียญพวกนี้มาก่อนเลย”

เป็นเวลานานที่เธอตรวจสอบน้ำหนักของเหรียญทองเหรียญหนึ่ง ตรวจสอบจากน้ำหนักแล้วมันไม่ใช่ของปลอมแน่ …

นอกจากนี้มันยังหนักกว่าเหรียญทองทั่วไปที่ทำขึ้นจากการผสมเงินกับทองด้วย (--หรือบางที มันอาจทำจากทองคำบริสุทธิ์?!)

และเหรียญสุดท้าย มันใหญ่เป็นสองเท่าของเหรียญทอง ในตอนแรกมิยะคิดว่ามันเป็นเหรียญเงิน แต่เมื่อเธอหยิบมันขึ้นมา มันเรืองรองแสงสีสายรุ้งออกมาราวแสงจากเทียน เธอถึงกับกรีดร้องออกมา เธอหยุดหายใจไปด้วยตื่นตระหนก

(นะ นี่มัน... อย่าบอกนะว่า มันคือ โอริฮารูกอน--?!)

เธอวางมันลงด้วยมือที่สั่นเทา เธอส่งข้อความให้พนักงานที่อยู่ด้านหลังเคาเตอร์อย่ารวดเร็ว ระหว่างรอการตอบรับ เธอก็หันไปถาม'โจอี้'

“เฮ้ โจอี้-คุง เธอไปเอาเหรียญพวกนี้มาจากไหน?”

“อา เด็กผู้หญิงคนนั้นใช้มันเป็นค่าตอบแทนคำขอนะ”

ขณะที่'โจอี้'กำลังหงุดหงิดกับการจ้องมองมากกว่าปกติของ'มิยะ' เขาชี้ไปทางเด็กสาวที่มองดูบอร์ดติดคำร้องขออย่างร่าเริง เธอคนนั้นดูจะเป็นกังวลเกี่ยวกับฝุ่นในห้องจึงตบเบาๆไปที่ไหล่และเข่าของเธอ

“-หืม อย่างที่คิดเลย”

จากนั้น พนักงานที่ถูกมอบหมายให้ส่งข้อความก็กลับมาพร้อมท่าทางที่เปลี่ยนไป คนคนนั้นกระซิบบางอย่างกับ'มิยะ'

“โจอี้-คุง ขอโทษนะ เธอคงมีข้อสงสัยหลายอย่าง แต่ช่วยไปที่ห้องหัวหน้ากิลด์กับเธอคนนั้นหน่อยได้ไหม?”

ด้วยคำพูดเหล่านั้น ย่อมเป็นเรื่องแน่นอนที่เด็กหนุ่มจะไม่คิดว่าเป็นเรื่องเล็กๆ ใบหน้าของเขาเปลี่ยนสีอย่างรวดเร็ว

“กะ เกิดอะไรขึ้น? มันเป็นของที่ถูกขโมยหรือว่าอะไรกัน?”

“ไม่ใช่อะไรแบบนั้นหรอก เธอต้องรู้ว่าค่าตอบแทนบางอย่างมันยากเกินกว่าจะเข้าใจ”

“……”

ก่อนที่ใครจะรู้ เด็กสาวเดินมาถึงเคาเตอร์และพูดบางอย่าง คลี่คลายความตะขิดตะขวงใจของ'โจอี้'

“ฉันไม่รังเกียจอะไรหรอกนะ รู้ไหม? เพียงแค่ฉันต้องยืนยันบางอย่าง บางทีนี่อาจจะเป็นโชคดีด้วยซ้ำที่จะได้เห็นห้องของหัวหน้ากิลด์”

ด้วยคำพูดของเธอ 'โจอี้'พยักหน้าตัดสินใจกับตัวเอง

“เข้าใจแล้ว งั้นก็ดีห้องหัวหน้ากิลด์อยู่ชั้นสาม ฉันจะทางเธอไปเอง ทางนี้เชิญ-”

หลังจาก'มิยะ'พูด พวกเขาก็เดินตามเธอไปยังบันได 'ฮิยูกิ'ตบเบาๆที่ไหล่ด้านหนึ่ง

“เกี่ยวกับสิ่งที่เธอทำเมื่อกี้นี้ ที่นี้มีฝุ่นเยอะงั้นหรอ?”

คำถามจาก'โจอี้'ที่เดินตามอยู่ด้านหลัง 'ฮิยูกิ'ยั่วยิ้มแล้วตอบเบี่ยงประเด็น

“อา ฉันรู้สึกเหมือนมีใยแมงมุมอยู่นิดหน่อยนะ … ฉันแค่คิดเรื่องเวลาที่ไม่มีเหรียญนะ”

End

ที่มา:https://my.dek-d.com/anom0206/writer/viewlongc.php?id=1475351&chapter=8

จบบทที่ บทที่ 6 - นักผจญภัย

คัดลอกลิงก์แล้ว