เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 064 – วานรไม้จันทร์มรกต

ตอนที่ 064 – วานรไม้จันทร์มรกต

ตอนที่ 064 – วานรไม้จันทร์มรกต


ตอนที่ 064 – วานรไม้จันทร์มรกต

 

ขณะที่เปียวเกอพบเห็นโฉมใหม่ของถังเทียน เขาก็ยืนอ้าปากค้าง ทั่วร่างของถังเทียนปกปิดไปด้วยผ้าพันแผลและมีเพียงดวงตาเท่านั้นที่สามารถเห็นได้ เขาราวกับมัมมี่ที่เพิ่งออกมาจากโลงศพ

มันคงไม่ได้มีอันใดเกิดขึ้นในระหว่างเมื่อคืน… ใช่หรือไม่?

เปียวเกอยืนอย่างว่างเปล่าพลางขบคิด

“นี่ บุรุษหัวล้าน มาสู้กัน!” ถังเทียนเรียกอย่างมีความสุข

เปียวเกอสั่นสะท้านและใบหน้าของเขาก็พลันเปลี่ยนเป็นเขียวคล้ำ “พี่ใหญ่ ข้ามิได้ตอแยท่านเลย!” เขาเสแสร้งท่าทางเป็นประจบสอพลอในทันทีและกล่าว “พี่ใหญ่ ส่วนใดในร่างของข้าที่ทำให้ท่านรำคาญตากัน? ท่านบอกข้าได้เลยและข้าจะเปลี่ยนแปลงมัน! ข้าจะเปลี่ยนแปลงมันอย่างแน่นอน! หรือมันเป็นหัวล้านอันนี้ที่มันสะท้อนแสงแยงตาเกินไป? ข้าจะสวมใส่ผมปลอมตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป…”

“มันไม่ใช่ว่าข้าเห็นเจ้าน่ารำคาญตา ข้าแค่เพียงต้องการที่จะต่อสู้! ถังเทียนแกะผ้าพันแผลบนหัวของเขา

“ต่อสู้… พี่ใหญ่… งั้นข้าจะให้ท่านได้ทุบตีข้าอย่างสบายใจ!”

หัวของเปียวเกอสั่นราวกับรัวกลอง เขาราวกับเป็นแกะเชื่องๆ “พี่ใหญ่ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ท่านคือพี่ใหญ่ของข้า! ตราบเท่าที่ท่านเห็นข้าน่ารำคาญสายตา จากนั้นเพียงแค่เข้ามาตำหนิและทุบตีข้า! น้องเล็กคนนี้มิมีความกล้าเพียงเล็กน้อยที่จะทำให้ท่านโกรธ ถ้าหากท่านที่ต้องการทรมานร่างของข้าให้แห้งเหี่ยวไปเพื่อทำให้ท่านมีความสุข ชีวิตของข้าก็มีความสุขแล้ว!”

การแสดงออกใบหน้าของเปียวเกอประมาณว่า ‘หากจะต้องถูกสังหารมันก็เป็นเรื่องที่ชอบธรรมแล้ว’

ยามเมื่อถังเทียนพบเห็นเช่นนี้ก็ถอนตัวแล้ว ตั้งแต่ที่เขาได้กล่าวว่าเขาจะไม่ตอบโต้แม้ว่าจะโดนตำหนิหรือทุบตี แล้วจะต่อสู้ไปเพื่ออันใดกัน?

เขาเดินค้นหาจิ่งเหา แต่ผู้ใดจะรู้กันว่าหลังจากค้นหามาครึ่งค่อนวัน เขาก็ไม่รู้ว่าจะหาจากที่ใด? แม้ว่าบุรุษหัวล้านจะอ่อนแอเล็กน้อย แต่เขาก็ยังคงไม่เต็มใจ

“เจ้ารู้หรือไม่ว่าจิ่งเหาไปที่ใด?” ถังเทียนกล่าวถาม

เปียวเกอส่ายหัวของเขา “ใต้เท้าจิ่งเหาปกติมักจะเคลื่อนไหวไปเรื่อยเปื่อย ไม่มีจุดหมายแน่ชัด”

ร่องรอยความหวังสุดท้ายของถังเทียนสลายหายไปและเริ่มหงุดหงิด เขากลายเป็นหยาบคายในทันที “ข้าต้องการที่จะต่อสู้! ในเมื่อเจ้าคุ้นเคยกับสถานที่แห่งนี้ รีบเร่งขบคิดเร็วเข้า มีที่ใดที่จะให้ข้าได้ต่อสู้! ถ้าเจ้าคิดไม่ออกแล้วล่ะก็ ข้าจะทุบตีพวกเจ้าลงไปกองด้วยกันทั้งหมด!”

หัวใจของเปียวเกอสั่นสะท้านยามเมื่อเขาได้ยิน ความเจ็บปวดทรมานจากเมื่อวันก่อนทำให้เขาหวาดกลัวจนทำให้เขามิกล้าแม้แต่จะคิดย้อนกลับไป ภายในหัวใจของเขาเอ่อล้นไปด้วยน้่ำตา โอ้พระเจ้า ทำไมโลกแห่งการต่อสู้นี้ถึงได้กำเนิดบุคคลที่วิกลจริตเช่นนี้ได้กัน?

การที่มีพลังมากมายเช่นนี้ มันมิใช่ที่เปียวเกอจะมิเคยพบอัจฉริยะเช่นนี้มาก่อน แต่บุคลิกของเขากลายเป็นวิกลจริตเช่นนี้ได้เยี่ยงไร?

ภายในเช้าตรู่กลับวิ่งพล่านออกหาผู้คนต่อสู้ด้วย ถ้าเพียงมองหาใครบางคนที่ต้องการจะสู้ด้วยมันก็เพียงพอที่ทำให้ข้ายอมรับว่าข้าหวาดกลัว แต่ท่านก็ยังคงทำให้มันกลายเป็นเรื่องใหญ่...

เนื่องจากท่านมิสามารถที่จะหาใครมาต่อสู้ได้ ท่านจึงได้เข้ามาและสร้างปัญหาให้พวกเรา กล่าวถึงเรื่องนี้มันไม่สมเหตุสมผลนัก… แม้ว่าการรังแกกันมันก็ไม่ใช่แบบนี้...

เปียวเกอเคยเห็นบุคคลที่ไร้เหตุผลมาก่อน แต่มิเคยเห็นที่เป็นขนาดนี้

วิกลจริต สารเลวบัดซบ!

“เจ้าควรจะขบคิดให้ดีๆ เนื่องเพราะหากเจ้ามิสามารถหาผู้ใดได้แล้ว… ฮี่ฮี่!”

มองดูไปยังตัวเอง หัวที่เต็มไปด้วยผ้าพันแผล! ภายในหัวของเปียวเกอก็เต็มไปด้วยความเศร้าโศกที่ไม่อาจอธิบายได้ ถ้าท่านต้องการที่จะหาผู้คนต่อสู้ ทำไมต้องมาขู่เข็ญข้าเปียวเกอจนถึงขนาดนี้...

ทำไมเช้าตรู่นี้ โชคของข้าถึงเลวร้ายนัก...

“ถ้าหากท่านกำลังขบคิดถึงผู้ใดที่อยู่ข้างท่าน มันไม่มีผู้ใดสักคน” เปียวเกอบังคับให้ขบคิดอย่างระวัง “แต่มันมีอสูรจิตวิญญาณดาราอยู่”

“อสูรจิตวิญญาณดารา?” ถังเทียนดูคล้ายใจลอยแต่เขาก็พยักหน้าในทันที “มันน่าจะเพียงพออยู่”

“เดินลงไปตามเส้นทางนี้ประมาณสิบลี้ มันจะมีสถานที่ที่วานรไม้จันทร์มรกตเกาะกลุ่มกันอยู่” เปียวเกอกล่าวในทันที ภายในหัวใจพลันเอ่ยซ้ำอย่างเงียบๆ ตามที่คาดเขาวิกลจริต ความหิวโหยการต่อสู้ของเขาทำให้เขามิได้แยกแยะมันในระหว่างมนุษย์และอสูร...

“วานรไม้จันทร์มรกต? พวกมันอยู่ในขั้นใดกัน?” ถังเทียนกล่าวถาม

“ขั้นสี่ พลังของมันเต็มไปด้วยความแข็งแกร่งอย่างยิ่ง ทั่วร่างของมันแหลมคมกว่ามีดและหอก และพวกมันก็ปราดเปรียวว่องไวอย่างยิ่ง” เปียวเกอกล่าว “พวกเราทั้งหมดมิกล้าที่จะย่างเข้าไปใกล้สถานที่แห่งนั่น”

“ขั้นสี่...” ถังเทียนพลันนึกถึงแรดเหล็กเกราะดำที่เขาได้สังหารมันด้วยตัวเอง มันก็อยู่ประมาณขั้นสี่ ไม่ใช่ว่ามันหมายความว่ามันสามารถขายได้เงินมากมายหรอกหรือ? เขาเปิดปากกล่าว “ส่วนใดของร่างกาย ‘วานรไม้จันทร์มรกต’ ที่มันมีค่า?”

“มีเพียงแก่นจิตวิญญาณของมัน” เปียวเกอกล่าว “พวกมันยากที่จะเอาชนะได้ นอกเหนือจากนั้นแก่นจิตวิญญาณบนร่างของพวกมัน ก็มิได้มีค่ามากนัก ดังนั้นมิมีผู้ใดที่มีความคิดจะต่อสู้กับพวกมัน”

“โอ้ ยอดเยี่ยม ดีแล้วที่พวกเขาทำเช่นนั้น” ถังเทียนบอกกล่าวเปียวเกอ “เจ้าพาข้าไปยังที่นั่น!”

เปียวเกอต้องการที่จะปฏิเสธ แต่เมื่อมองสีหน้าที่หยาบคายของถังเทียน เขาก็หุบปากของเขาลง รู้สึกเจ็บปวดภายในหัวใจของเขา

ทำไมต้องเป็นข้า…?

ถังเทียนพลันเปลี่ยนใจของเขา “ไปเรียกทุกคนมานี่”

จิตใจของเปียวเกอฟื้นตัวในทันที ขณะที่เขาปลื้มใจในความโชคร้ายของพวกเขา แม้ว่าเขาจะรู้สึกว่ามันแปลกเล็กน้อย ที่เหตุใดถึงจะต้องใช้กลุ่มผู้คนมากมายเช่นนั้น?

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

ด้วยการนำกลุ่มของบุรุษหัวล้าน กลุ่มของผู้คนก็บรรลุไปถึงอาณาเขตของวานรไม้จันทร์มรกตอย่างรวดเร็ว พวกที่เหลือต่างมิได้เต็มใจนัก แต่ภายใต้การเผด็จการของถังเทียน มิมีผู้ใดที่จะกล้าปฏิเสธ ภายในใต้ดินนี้มันมีป่าปกคลุมหนาแน่นทำให้ถังเทียนตกตะลึงนัก

“นี่คือหลุมสวรรค์ เป็นที่ที่แสงตะวันสาดส่องมากที่สุด” เปียวเกอคุ้นเคยอย่างมากกับสถานที่นี้ “เมื่อไม่นาน มันมีอสูรจิตวิญญาณขั้นห้าสองสามตัวที่มีความคิดจะค้นหาหลุมสวรรค์นี้ แต่มันก็ถูกทุบตีโดยวานรไม้จันทร์มรกต พวกมันมีผิวที่หนาและเนื้อหยาบ เต็มไปด้วยพลัง และมันก็ราวกับเป็นหัวขโมยที่เฉลียวฉลาดอย่างยิ่ง”

ขณะที่ถังเทียนก้าวเหยียบไปบนพื้นหญ้า เขาก็ดึงดูดวานรไม้จันทร์มรกตในทันที

มันมีรูปร่างขนาดเท่ากับถังเทียน แต่มันมีกล้ามเนื้อที่มากมายกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่แขนของมัน มีขนาดเท่ากับต้นขาของถังเทียน และแขนทั้งสองข้างก็ยาวกว่าของมนุษย์ลงมาถึงพื้น ด้วยดวงตาสีเขียวเข้มจ้องมองมายังถังเทียนอย่างเหี้ยมโหด แต่มันก็ระวังตัวเช่นเดียวกัน เด็กประหลาดที่มีผ้าพันแผลปิดไปทั่วภายในเสื้อคลุมสีขาวที่อยู่เบื้องหน้ามัน เป็นคราแรกที่มันเคยพบเห็นมา

ถังเทียนพบเห็นวานรไม้จันทร์มรกตก็กลายเป็นมีความสุขในทันที

ปราณแท้จริงภายในร่างของเขากระจายออกไปและทำให้เกิดความเจ็บทิ่มแทงไปทั่วร่างของเขา เขาสามารถรู้สึกได้อย่างชัดเจน เขามิได้ดูดซับปราณแท้จริงอย่างครบถ้วน ดังนั้นมันทำให้เป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อร่างของเขา

แต่มันก็เป็นขั้นที่สูงเกินไป บ่อตันเถียนของถังเทียนดูดซับได้เพียงเล็กน้อยและต้องใช้เวลานานอย่างมากในการย่อยสลายมัน

ด้วยอัตรานี้ เขามิสามารถที่จะดูดซับมันได้เสร็จภายในสิบวัน จิตใจของถังเทียนเต็มไปด้วยความคิดที่จะไปตามหาเชียนฮุ่ยอย่างเร็วเท่าที่จะเป็นไปได้ เขาแทบจะไม่สามารถเสียเวลาของเขาไปได้

ถังเทียนมองไปยังวานรไม้จันทร์มรกตและเหยียดแขนของเขาออกกว้าง

บุรุษหัวล้านมองจากด้านข้างพลางกลืนน้ำลายของเขาอย่างยากลำบาก เป็นไปได้หรือไม่ว่าเขาต้องการที่จะต่อสู้กับวานรไม้จันทร์มรกตนี้ด้วยมือเปล่าของเขา? ขากรรไกรของผู้ที่ชมดูทั้งหมดต่างหล่นลงขณะที่พวกเขาจ้องมองไปยังถังเทียนอย่างว่างเปล่าผู้ที่ซึ่งก้าวเดินไปหาวานรไม้จันทร์มรกตพร้อมกับอ้าแขนกว้าง

ท่ามกลางบรรดาอสูรจิตวิญญาดารา พวกวานรมันเป็นหนึ่งในอสูรที่จัดการด้วยยากที่สุด พวกมันว่องไว มีไหวพริบ มีพลังอันน่าทึ่ง มีกลยุทธ์การป้องกันที่โดดเด่น และมีความคล่องแคล่วและรวดเร็วเป็นเลิศ มันแทบจะเหมือนว่าพวกมันไม่มีข้อบกพร่องอันใดเลย แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือวิชาที่พวกมันใช้ วิชาการต่อสู้มากมายที่มันได้ร่ำเรียนจากอสูรจิตวิญญาณ ขณะที่วานรเป็นหนึ่งในสองสามสิ่งสำคัญที่จะต้องศึกษา แขนของพวกมันยาวและแข็งแรง พวกมันเกิดมาเพื่อเป็นผู้เชี่ยวชาญวิชาหมัด แม้กระทั่งราชสีห์และพยัคฆ์ก็มิกล้าที่จะทำให้พวกมันโกรธ

มีจำนวนนับไม่ถ้วนของวิชาหมัดที่มันมีอักษรของ ‘วานร’ อยู่ภายในพวกมัน เหมือนอย่างที่รู้กันดีเช่น หมัดวานรล้างผลาญ หรือหมัดวานรร้อยแปรผัน ที่รู้จักกันดีในความแปรผัน

วานรไม้จันทร์มรกตขั้นสี่นี่ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันเป็นหนึ่งในสิ่งที่รู้จักกันดีอยู่แล้ว

บุรุษหัวล้านเคยเห็นวานรไม้จันทร์มรกตฉีกกระชากพยัคฆ์เขี้ยวทมิฬที่โตเต็มวัยมาก่อน เขามิสามารถที่จะลืมเลือนฉากนองเลือดนั้นได้ ยามเมื่อเขาพบเห็นถังเทียนมิได้ถือสิ่งใดภายในมือของเขาและเดินเข้าใกล้วานรไม้จันทร์มรกตด้วยแขนที่เปิดกว้าง ฉากที่พยัคฆ์เขี้ยวทมิฬถูกฉีกกระชากออกเป็นชิ้นๆก็ปรากฏขึ้นมาอย่างแจ่มชัดภายในหัวของเขา ความหวาดกลัวท่วมท้นราวกับจมอยู่ในน้ำจู่โจมมายังเขา จิตใจของเขาก็ว่างเปล่า

วานรไม้จันทร์มรกตมิคาดคิดว่าคนแปลกประหลาดผู้นี้จะเข้าใกล้มันมาอย่างต่อเนื่อง ภายในดวงตาสีเขียวเข้มปรากฏความต้องการสังหารขึ้น วานรไม้จันทร์มรกตกรีดร้องไปยังถังเทียนและฟาดแขนทั้งสองข้างของมันลงบนพื้นอย่างดุร้าย และพุ่งเข้าหาถังเทียน

ถังเทียนเพียงรู้สึกว่าภาพของเขาเลือนลางขณะที่ลำแสงของเงาสีดำพุ่งเข้ามา

กลิ่นอายที่มิอาจจะทานทนตรงเข้ามาภายในจมูกของเขา

ถังเทียนตอบสนองอย่างรวดเร็วและยื่นออกมือทั้งสองของเขาป้องกันมัน

ปัง!

มันราวกับว่าถังเทียนถูกกระแทกด้วยค้อนใหญ่อันน่าทึ่งและเขาก็ปลิวกระเด็นออกไป

ภายในกลางอากาศถังเทียนก็ลงสู่พื้นดินอย่างปลอดภัย

ช่างเป็นพลังที่แข็งแกร่งนัก!

แม้ว่าถังเทียนจะไม่ได้เตรียมตัวรับการโจมตีนี้ แต่ความแข็งแกร่งของวานรไม้จันทร์มรกตนี้ก็แข็งแกร่งเหนือกว่าเหตุผล แม้ว่าอาโม่หลี่ก็มิมีความแข็งแกร่งเพียงพอที่จะเทียบมันได้

นี่มันเป็นการสบประมาทนัก!

ภายในใจของถังเทียนสั่นสะท้านอย่างเงียบๆ แต่ขณะที่เขากำลังอบอุ่นหมัดของเขา เขาก็พบว่าความเจ็บปวดที่ได้รับปรากฏว่ามันลดน้อยลงอย่างมาก ด้วยการค้นพบนี้ ถังเทียนแปรเปลี่ยนเป็นตื่นเต้น ลุงทหารกล่าวถูกแล้ว การต่อสู้สามารถที่จะทำให้อัตราการดูดซับของปราณแท้จริงสูงขึ้น

วานรไม้จันทร์มรกตมิคาดคิดว่าการโจมตีของมันจะไม่ได้ผลกับถังเทียนอย่างสิ้นเชิง

มันก็กรีดร้องด้วยความโกรธ แขนทั้งสองฟาดไปบนพื้นดิน และเศษดินโคลนเบื้องหน้ามันก็ระเบิดออก

ถังเทียนคำรามและปราศจากความลังเลก็ใช้ออกหมัด!

หมัดจุลวินาศ!

ปัง!

หนึ่งใหญ่และหนึ่งเล็กของหมัดปะทะกัน และการปะทะของพลังก็แทรกซึมเข้าไปอย่างดัง ทั่วร่างของถังเทียนราวกับลูกบอลที่ถูกฟาดด้วยไม้ กระแทกอย่างดังบนต้นไม้ขนาดใหญ่ วานรไม้จันทร์มรกตก็เจ็บปวดมากเช่นเดียวกัน ปลิวกระเด็นเป็นรูปโค้งออกไป

ถังเทียนปลิวอย่างรวดเร็วและกระแทกกับกิ่งไม้มากมาย ก่อนที่เขาจะบิดร่างของเขาอย่างรุนแรง ภายใต้ความแข็งแกร่งที่มากมาย ขาของเขาก็กระแทกบนต้นไม้อย่างรุนแรง ทำให้เศษไม้จำนับไม่ถ้วนแตกกระจายออกไป ดวงตาถังเทียนปรากฏรังสีความเย็นเยียบ ร่างของเขาดูคล้ายกับสปริงที่ถูกกดลงและพุ่งสลายหายไปในอากาศอย่างรวดเร็ว

ถังเทียนพลันปรากฏอยู่ด้านขวาข้างวานรไม้จันทร์มรกต

แม้ว่าวานรไม้จันทร์มรกตจะมิมีที่ให้ยืมพลังจากกลางอากาศ ร่างของมันก็ยังมีความคล่องตัวอย่างยิ่ง มันงอร่างของมันเป็นกลุ่มก้อนและยกค้อนอันใหญ่ทั้งสองภายในแขนทั้งสองข้างของมันขณะที่กระแทกไปยังหัวของถังเทียน

ถังเทียนถอยหนีอย่างแปลกประหลาดและหลบหลีกหมัดทั้งสองนี้

ปัง!

หมัดทั้งสองกระแทกบนหัวของถังเทียน ด้วยพลังอันแข็งแกร่งมันก็ทำให้หนังหัวของเขาเจ็บอย่างยิ่ง

แต่มันก็มิได้ทำให้เขาหวาดกลัวอันใดกลับแทนที่ด้วยความสุขใจมาก

ฝ่ามือของเขาคว้าจับไปยังเอวของวานรไม้จันทร์มรกตและนิ้วของเขาต่างราวกับตะขอเหล็ก เขาจิกลงไปภายในเนื้อของวานรไม้จันทร์มรกตอย่างแน่น หนังของวานรไม้จันทร์มรกตหนาอย่างผิดปกติ เนื้อรอบเอวของมันต่างหนาราวกับเหล็ก และถ้ามันมิใช่กรงเล็บเหยี่ยวที่น่าประทับใจของถังเทียน เขาอาจจะไม่สามารถที่ยึดติดกับวานรไม้จันทร์มรกตนี้ได้เลย

วานรไม้จันทร์มรกตกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ฝ่ามือพุ่งไปยังเอวของมันที่ถังเทียนอยู่

อย่างไรก็ตาม ยามเมื่อถังเทียนได้ยึดติดบนร่างของมันแล้ว มันก็เป็นสิ่งที่น่ากลัว ร่างของถังเทียนราวกับเส้นก๋วยเตี๋ยวนุ่มๆ เขายืมพลังที่เขาได้จากมือของเขาและด้วยการกระโจน เขาพลันปรากฏตัวอยู่ด้านหลังของวานรไม้จันทร์มรกต

โอกาสมาแล้ว!

ลำแสงเยือกเย็นสว่างวาบปรากฏบนดวงตาของถังเทียน เขาสอดแขนของเขาไปรอบหัวไหล่ของวานรไม้จันทร์มรกตและย่อร่างของเขา จากนั้นเขาก็เหยียบบนหลังของวานรไม้จันทร์มรกต

วิชาห่วงโซ่สัมพันธ์ [ยึดหัวไหล่กลับแขน]

หนึ่งคนและหนึ่งวานรล้มลงบนพื้นราวกับพวกเขาเป็นหิน

ผู้ใดจะรู้กันว่าวานรไม้จันทร์มรกตที่มีความคล่องตัวที่ผิดปกตินี้ มันจะถูกขัดขืนถ่วงลงและถูกบิดแขนทั้งสองของมันไปรอบหลังของมันราวกับพวกมันเป็นเถาวัลย์และถูกมัดรอบๆโดยถังเทียน

ตูม!

คนและวานรปะทะลงดินอย่างหนักหน่วง มันช่างเป็นการโจมตีที่แข็งแกร่งนัก ทั้งสองหนึ่งคนและหนึ่งวานรต่างปลิวไปคนละข้างของพวกเขาในทันที วานรไม้จันทร์มรกตคล้ายดูปกติและคลืบคลานขึ้นมา ขณะที่ถังเทียนผู้ซึ่งปกคลุมไปด้วยผ้าพันแผลรอบตัวเขา ก็ลุกขึ้นมาอย่างปกติเช่นกัน

ความมึนงงผ่านเข้าร่างของเขา มันทำถังเทียนรู้สึกมีความสุขขณะที่เขาขบคิดถึงแผนการดีๆ

มิใช่ว่าวานรไม้จันทร์มรกตนี้มันเป็นวิธีการที่ดีที่จะฝึกวิชาห่วงโซ่สัมพันธ์หรอกหรือ?

***********************************************************

ติ ชม รับข่าวสารได้ที่ แฟนเพจ ได้เลย และกดไลค์เพื่อเป็นกำลังใจด้วยครับ

จบบทที่ ตอนที่ 064 – วานรไม้จันทร์มรกต

คัดลอกลิงก์แล้ว