- หน้าแรก
- ระบบจำลองยอดโค้ชฟุตบอล
- บทที่ 3: หนามยอกเอาหนามบ่ง
บทที่ 3: หนามยอกเอาหนามบ่ง
บทที่ 3: หนามยอกเอาหนามบ่ง
บทที่ 3: หนามยอกเอาหนามบ่ง
แน่นอนว่าจ้าวเจาไม่คิดจะรอจนถึงพักครึ่งจริง ๆ ค่อยเริ่มปรับแผน
เขาหันกลับมาจดจ่อกับระบบอีกครั้ง
"การจำลองรอบก่อนชี้ชัดเลยว่าจุดเปลี่ยนที่ทำให้ทีมพังพินาศ คือการที่กัปตันทีมจอห์น โอเชีย โดนใบเหลืองที่สองจนกลายเป็นใบแดง"
"งั้นคราวนี้ ฉันจะแก้เกมจากจุดนี้แหละ"
"นายจะโดนใบแดงใช่ไหม ได้เลย ฉันเปลี่ยนนายออกซะก็หมดเรื่อง!"
[คุณใช้คะแนนจำลอง 1 แต้ม และเริ่มจำลองการแข่งขันในช่วงเวลาที่เหลือ]
ช่วงพักครึ่ง คุณตัดสินใจเปลี่ยนตัวจอห์น โอเชีย กัปตันทีมออก แล้วส่งโคเน่ กองหลังตัวสำรองลงไปแทน
คุณสั่งให้ลูกทีมเน้นเกมรับให้รัดกุม ทิ้งแค่ เจอร์เมน เดโฟ ดาวยิงตัวเก๋าไว้ค้ำหน้าเพื่อรอสวนกลับเพียงคนเดียว
เนื่องจากซันเดอร์แลนด์เริ่มต้นครึ่งหลังด้วยรูปขบวนเกมรับที่แน่นหนาขึ้น พื้นที่ในการโจมตีของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จึงถูกจำกัด
นาทีที่ 55 แมนยูขึ้นเกมทางกราบซ้าย มาร์กซิยาลรับบอลจากป็อกบา พยายามเลี้ยงตัดเข้าในเพื่อยิงประตู แต่ถูกโคเน่ กองหลังซันเดอร์แลนด์สกัดไว้ได้ทันท่วงที
นาทีที่ 60 ดาลีย์ บลินด์ กองหลังแมนยูวางบอลยาวเข้าไปในเขตโทษ แต่จอร์แดน พิคฟอร์ด นายทวารซันเดอร์แลนด์ก็ออกมาตัดบอลได้สวย
ทั้งสองฝั่งแทบหาโอกาสจบสกอร์เน้น ๆ ไม่ได้เลย
นาทีที่ 70 ซันเดอร์แลนด์พยายามสร้างความหวาดเสียวจากการสวนกลับ เดโฟกระชากบอลขึ้นมาทางขวาแล้วเปิดเข้ากลาง แต่น่าเสียดายที่ฟิล โจนส์ กองหลังแมนยูสกัดจากเส้นประตูออกมาได้หวุดหวิด
มูรินโญ่ กุนซือแมนยูเริ่มตระหนักว่าขืนบุกเพลินอาจโดนสวนหงายหลัง จึงเริ่มส่งเฟลไลนี่, ลุค ชอว์ และคนอื่น ๆ ลงมาแพ็คเกมรับให้แน่นขึ้น
แมนยูครองบอลถ่ายไปมาเพื่อฆ่าเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ แม้ซันเดอร์แลนด์จะกระหายประตูตีไข่แตกแค่ไหน แต่ก็ยากจะเจาะแนวรับอันแข็งแกร่งของปีศาจแดงได้
สิ้นเสียงนกหวีดยาว แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านเอาชนะ ซันเดอร์แลนด์ ไปได้ 2-0
[การจำลองจบลง คะแนนจำลองปัจจุบัน: 8]
"สุดยอด ฮ่า ๆ!" จ้าวเจาหัวเราะร่า
ผลลัพธ์จากการจำลองรอบนี้ชัดเจนยิ่งกว่าเดิม
จากที่เคยโดนถล่มยับ 0-7 กลายเป็นแพ้แค่ 0-2 แบบพอดูได้
ที่สำคัญคือ ครึ่งหลังทีมไม่เสียประตูเพิ่มเลยแม้แต่ลูกเดียว!
"เอาล่ะ ต่อไปก็ต้องมาคิดวิธีพลิกนรกกลับมาชนะให้ได้ เพราะถ้าแพ้ก็เท่ากับตกงานอยู่ดี!" จ้าวเจาครุ่นคิดต่อ
ทันใดนั้น ข้อความแจ้งเตือนจากระบบก็เด้งขึ้นมาอีกครั้ง:
[คุณพ่ายแพ้ในการแข่งขันที่จำลอง คุณได้รับสิทธิ์เข้าคอร์สฝึกอบรมความรู้ด้านการคุมทีมเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ โดยมีวิทยากรหลักคือ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า]
[กวาร์ดิโอล่าได้สนทนาเชิงลึกกับคุณเกี่ยวกับปรัชญาการครองบอลอันเลื่องชื่อ เขาเน้นย้ำเรื่องการผ่านบอลสั้นที่รวดเร็วและการเคลื่อนที่ของผู้เล่นเพื่อรักษาการครองบอลและสร้างโอกาสในการเข้าทำ]
[หลังจากเสียการครองบอล กวาร์ดิโอล่าจะกำชับให้ลูกทีมใช้การเพรสซิ่งสูงทันที พยายามแย่งบอลกลับมาให้เร็วที่สุดก่อนที่คู่แข่งจะตั้งเกมติด เขาอธิบายข้อดีและข้อเสียของแท็กติกนี้อย่างละเอียด]
[ความรู้ทางแท็กติกของคุณเพิ่มขึ้น]
"งั้นลองดูซิว่าถ้าใช้แท็กติกของเป๊ป จะล้มแมนยูของมูรินโญ่ได้ไหม!"
เมื่อระดับความรู้ในการคุมทีมเพิ่มพูน ความมั่นใจของจ้าวเจาก็พุ่งทะยานตามไปด้วย
การเปลี่ยนแปลงนี้สังเกตได้แม้กระทั่งเบรสเวลล์ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ
"โค้ชจ้าว คุณยิ้มอะไรอีกล่ะเนี่ย" เบรสเวลล์เริ่มงุนงงอย่างเห็นได้ชัด
สำหรับเขา เวลาเพิ่งผ่านไปเพียงสิบกว่าวินาทีเท่านั้น
แมนยูเพิ่งจบการบุกที่น่าหวาดเสียว ซันเดอร์แลนด์ยังคงอยู่ในสถานการณ์ล่อแหลม แต่จ้าวเจาที่กำลังจะโดนไล่ออกกลับนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่บนม้านั่งสำรอง ช่างเป็นเรื่องที่ชวนให้ปวดหัวจริง ๆ
"อ๋อ เปล่าหรอก ก็อย่างที่บอกไปเมื่อกี้ ผมกำลังคิดหาวิธีล้มแมนยูอยู่น่ะ!"
จ้าวเจายิ้มให้เบรสเวลล์ ก่อนจะเริ่มการจำลองครั้งต่อไปด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม
[คุณใช้คะแนนจำลอง 1 แต้ม และเริ่มจำลองการแข่งขันในช่วงเวลาที่เหลือ]
ช่วงพักครึ่ง คุณเปลี่ยนตัวจอห์น โอเชีย ออก แล้วส่งโคเน่ลงแทน พร้อมปรับแผนการเล่นเป็น 4-3-3
คุณสั่งให้ลูกทีมดันขึ้นสูงเพรสซิ่งเต็มสูบ ให้แบ็คสองข้างเติมเกมบุก หวังตีเสมอและแซงนำให้เร็วที่สุด!
นาทีที่ 67...
นาทีที่ 78...
นาทีที่ 88...
ผลการจำลองครั้งนี้ทำเอาจ้าวเจาผิดหวังอย่างแรง
เมื่อเห็นซันเดอร์แลนด์เปิดหน้าแลกในครึ่งหลัง มูรินโญ่กลับเลือกเล่นเกมรับแล้วรอสวนกลับตามถนัด
แถมยังถอดอิบราฮิโมวิชออก แล้วส่งแรชฟอร์ดที่มีความเร็วและความสดลงมาป่วนแนวรับ ซึ่งการแก้เกมนี้ได้ผลชะงัด
ครึ่งหลัง แรชฟอร์ดระเบิดฟอร์มซัดแฮตทริกจากการใช้ความเร็วฉีกหนีกองหลังซันเดอร์แลนด์เข้าไปยิงสามลูกรวด!
สกอร์จบลงที่ 5-0 แมนยูถล่มเละเทะ!
"บ้าเอ๊ย ความรู้แท็กติกเพิ่มขึ้นแท้ ๆ ไหงผลออกมาห่วยกว่าเดิมฟะ!" จ้าวเจาหงุดหงิดและเริ่มสับสน
"ไม่ เอาใหม่อีกที!"
"ฉันไม่เชื่อหรอก ยิ่งเรียนยิ่งเก่ง มันต้องมีสักครั้งที่ชนะสิ!"
[คุณใช้คะแนนจำลอง 1 แต้ม...]
...
จบเกม แมนยูชนะซันเดอร์แลนด์ 4-1
"เฮ้ย อะไรวะเนี่ย อีกที!"
จบเกม แมนยูชนะ 5-1
...อีกรอบ!
แมนยูก็ยังชนะ 3-0
...
3-1 แมนยูชนะ เริ่มมีลุ้น!
...
4-0 บ้าเอ๊ย ทำไมแพ้ยับอีกแล้ว!
...
6-0 ความหวังริบหรี่จนมอดดับ!
...
รู้ตัวอีกที จ้าวเจาก็ผลาญคะแนนจำลองไปจนเหลือแค่ 1 แต้มสุดท้าย!
นั่นหมายความว่า เขาเหลือโอกาสแก้ตัวในการจำลองอีกแค่ครั้งเดียวเท่านั้น!
ช่วงท้าย ๆ จ้าวเจาแทบจะกลายเป็นผีพนันหน้ามืดตามัว หวังแค่จะชนะให้ได้สักตา โดยไม่สนเลยว่าเหลือชิปในมือเท่าไหร่
"โธ่เว้ย วันนี้มันจะไม่มีทางชนะเลยหรือไง ระบบมันล็อคผลไว้แล้วเหรอ" จ้าวเจาเริ่มหัวเสีย
"โค้ชจ้าว ทำไมทำหน้าบอกบุญไม่รับแบบนั้นอีกล่ะ" เบรสเวลล์งงหนักกว่าเดิม
ไอ้โค้ชขัดตาทัพคนนี้ เดี๋ยวก็ยิ้ม เดี๋ยวก็หน้าบูด วันนี้มาเล่นละครเปลี่ยนหน้ากากหรือไง
"คุณเบรสเวลล์ ผมขอถามอะไรหน่อย" จู่ ๆ จ้าวเจาก็ปิ๊งไอเดียบางอย่างขึ้นมา จึงเอ่ยถามอย่างสุภาพ "สมมติว่า... ถ้าเป๊ป กวาร์ดิโอล่า มาคุมซันเดอร์แลนด์ของเรา วันนี้เราจะมีโอกาสชนะแมนยูชุดนี้ไหม"
"ถามอะไรแปลก ๆ" เบรสเวลล์อึ้งไป "ระดับกวาร์ดิโอล่า เขาจะลดตัวลงมาคุมทีมเราทำไม"
"แค่ยกตัวอย่างน่ะ..." จ้าวเจายิ้มแห้ง
เบรสเวลล์นิ่งคิดอย่างจริงจังครู่หนึ่งก่อนตอบ "ระบบติกิ-ตากาของกวาร์ดิโอล่าแข็งแกร่งจริง แต่ต้องอาศัยความสามารถเฉพาะตัวของนักเตะสูงมาก ด้วยนักเตะที่เรามีตอนนี้ จะให้เล่นแบบนั้นได้สมบูรณ์แบบคงยากเกินไป"
จ้าวเจาพยักหน้าเบา ๆ
นี่แหละคือปัญหาที่เขาเพิ่งนึกได้
เพราะความอยากชนะจนตัวสั่น เขาจึงยัดเยียดระบบติกิ-ตากาที่เพิ่งเรียนมาหมาด ๆ ใส่ซันเดอร์แลนด์ ผลเลยออกมาเละอย่างที่เห็น
"อีกอย่าง มูรินโญ่เป็นโค้ชสายเขี้ยวลากดิน เกมรับแล้วรอสวนกลับของเขาคือระดับโลก" เบรสเวลล์เสริม
"ต่อให้นักเตะเราพอจะต่อบอลสู้ได้บ้าง แต่ด้วยสกอร์ที่นำอยู่สองลูก มูรินโญ่คงไม่แคร์ศักดิ์ศรีทีมใหญ่อะไรทั้งนั้น เขาจะสั่งถอยไปตั้งรับแน่นแล้วรอสวนกลับอย่างเดียว"
"ดังนั้นคำตอบของผมคือ ถ้าคุณปั่นป่วนความคิดของมูรินโญ่ไม่ได้ หรือล่อให้เขาดันเกมรุกขึ้นมาไม่ได้ ก็ยากที่จะชนะ"
จ้าวเจาพยักหน้าอีกครั้ง "เข้าใจแล้ว"
สถานการณ์ในวันนี้ จำเป็นต้องพลิกแพลงกลยุทธ์
ไม่อย่างนั้น ต่อให้เป๊ปตัวจริงมาคุมเอง ก็อาจจะไม่รอด
แต่ปัญหาคือ เขาเหลือโอกาสจำลองอีกแค่ครั้งเดียว!
จะใช้โอกาสสุดท้ายนี้ยังไงให้คุ้มค่าที่สุดดี
ขณะที่จ้าวเจาเริ่มรู้สึกหมดหนทาง ข้อความจากระบบก็ปรากฏขึ้น:
[คุณพ่ายแพ้ในการแข่งขันที่จำลอง คุณได้รับสิทธิ์เข้าคอร์สฝึกอบรมความรู้ด้านการคุมทีมเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ โดยมีวิทยากรหลักคือ โจเซ่ มูรินโญ่]
"หือ เปลี่ยนคนสอน? แล้วดันเป็นมูรินโญ่เนี่ยนะ"
[มูรินโญ่เชี่ยวชาญการสร้างความได้เปรียบทางจิตวิทยาให้ทีมผ่านสื่อและการให้สัมภาษณ์ก่อนเกม เขาได้แบ่งปันเคล็ดลับนี้กับคุณ]
[เขามักจะศึกษาจิตใจของคู่แข่ง และใช้วาทศิลป์กับกลยุทธ์ปั่นประสาทเพื่อให้อีกฝ่ายเสียสมาธิ จนนำไปสู่ความได้เปรียบในการแข่งขัน]
[คุณได้รับความรู้เรื่องสงครามจิตวิทยา]
ขณะที่จ้าวเจาซึมซับแท็กติกจิตวิทยาของมูรินโญ่ เขาก็หวนนึกถึง "สงครามประสาท" หลากหลายรูปแบบที่มูรินโญ่เคยใช้เล่นงานโค้ชคนอื่นในชีวิตก่อน พลันเกิดประกายความคิดวูบหนึ่งขึ้นมา
"หนามยอกต้องเอาหนามบ่ง ใช้วิธีของมูรินโญ่เล่นงานมูรินโญ่เอง อาจจะได้ผลก็ได้"
คิดได้ดังนั้น เขาจึงอดไม่ได้ที่จะชำเลืองมองไปทางม้านั่งสำรองของแมนยูฯ
ประจวบเหมาะกับที่มูรินโญ่หันมาพอดี สายตาของทั้งคู่ปะทะกัน
จากรอยยิ้มมุมปากอันเป็นเอกลักษณ์ของมูรินโญ่ จ้าวเจาเหมือนได้ยินอีกฝ่ายเย้ยหยันมาว่า "ไอ้หนู อย่าดิ้นรนเลย ยอมแพ้ซะดีกว่า"
สิ่งนี้ปลุกไฟนักสู้ในตัวจ้าวเจาให้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง
"ระบบจำลอง เดินเครื่อง!"