- หน้าแรก
- กำเนิดใหม่สาวนักเรียนเซียนธุรกิจ
- ตอนที่ 669 - 670: อันตรายมักมาพร้อมกับอำนาจและความมั่งคั่ง, อู๋หยวนผิง
ตอนที่ 669 - 670: อันตรายมักมาพร้อมกับอำนาจและความมั่งคั่ง, อู๋หยวนผิง
ตอนที่ 669 - 670: อันตรายมักมาพร้อมกับอำนาจและความมั่งคั่ง, อู๋หยวนผิง
ตอนที่ 669 อันตรายมักมาพร้อมกับอำนาจและความมั่งคั่ง
บางคนชอบแบรนด์ดังที่เน้นย้ำความร่ำรวยมั่งคั่งของตน ในขณะที่บางคนชอบที่คุณภาพ ต่างคนต่างชอบไม่เหมือนกัน
“มีชิ้นไหนที่คุณชอบบ้างไหม? เดี๋ยวผมซื้อให้” ซีหมิงพูดกับฉิวอี้ซิน
“คุณไม่กลัวหมดตัวเหรอคะ?” ฉิวอี้ซินยิ้ม
“ตราบใดที่คุณมีความสุข ผมก็มีความสุข”
“เลิกโชว์หวานอวดชาวบ้านได้แล้ว” เกาเหวินซินพูดด้วยความอิจฉา
“เธอจะอวดด้วยก็ได้นะ พวกเราไม่ว่าอะไร” ฉิวอี้ซินตอบกลับ
เกาเหวินซินสะอึก
คนที่มางานได้โพสต์วิดีโอและภาพถ่ายพิธีเปิดงานหยกบิวตี้สาขาเมือง B ลงอินเทอร์เน็ต และในไม่ช้ามันก็กลายเป็นประเด็นร้อน
ทุกคนตกใจกับผู้มาร่วมงาน
“พระเจ้า เทพธิดากู้รู้จักคนดังมากมายและแก๊งใหญ่อีกสองแก๊งด้วย!”
“เทพธิดากู้น่าทึ่งมากจริงๆ”
“ฉิงหัวกรุ๊ปและเฮยฉีกรุ๊ปไม่ได้เป็นตัวแทนของแก๊งฉิงและแก๊งคิริน เลิกโยงมั่วสักที!”
“ใช่ ฉิงหัวกับเฮยฉีเป็นแค่ธุรกิจของแก๊งฉิงและแก๊งคิรินเฉยๆ”
ชาวเน็ตต่างแสดงความคิดเห็นต่างๆ
“แล้วไง? ยังไงก็ไม่ใช่เรื่องง่ายแล้วกันที่จะมีความสัมพันธ์อันดีกับฉิงหัวและเฮยฉี”
“ตอนนี้ฉันไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาอธิบายความตกใจของฉันได้”
“เทพธิดากู้ คุณรับสมัครงานไหม? ผมอยากไปทำงานกับคุณ”
“ฉันด้วย”
แม้ว่าจะมีเสียงชื่นชมกู้หนิงมากมาย ทว่ามีคนรักก็ย่อมมีคนชัง
“การแสดง!”
“ฉันไม่เชื่อว่าเธอจะมีคอนเนคชั่นยิ่งใหญ่ขนาดนั้นด้วยวัยแค่นี้”
“ฉันก็ไม่เชื่อเหมือนกัน”
ในสายตาของบางคน มันเป็นเรื่องยากที่จะเชื่อว่ากู้หนิงที่อายุแค่สิบแปดจะรู้จักคนดังมากมายและบริษัทใหญ่โตเช่นนั้นได้
บรรดาคนที่เกลียดชังก็แสดงความคิดเห็นแรงๆ โจมตีกู้หนิงไม่หยุดหย่อน
“พวกเธอว่าหล่อนขายตัวป่ะ? หน้าตาดีซะขนาดนี้ ฉันว่าขายชัวร์”
“เห็นด้วย”
“ไร้สาระ! พวกเธอก็แค่คนขี้อิจฉา”
“มีหลักฐานไหมว่าเธอทำแบบนั้น?”
“หยุดใส่ร้ายเทพธิดากู้สักทีเถอะ!”
“พูดจาใส่ร้ายคนอื่น มีหลักฐานรึเปล่า?”
“อย่าใจแคบหน่อยเลย เทพธิดากู้มีทุกอย่างด้วยตัวเธอเอง”
“พวกแฟนคลับงี่เง่า”
“พวกแกนั่นแหละที่โง่”
เหล่าคนเกลียดชังยังคงโจมตีกู้หนิงต่อไปอย่างดุเดือด แฟนคลับของกู้หนิงก็โต้กลับอย่างไม่ยอมแพ้
“จะไร้เหตุผลเกินไปหน่อยมั้ย ใครจะกล้าหลอกใช้บริษัทใหญ่แบบนั้น? ถึงเทพธิดากู้จะเก่งมากแค่ไหนก็ตาม ก็คงไม่สามารถหลอกลวงคนสำคัญในวงการธุรกิจได้หรอก”
“ใช่! ครั้งที่แล้วฉิงหัวกรุ๊ปก็ไปร่วมเปิดร้านหยกบิวตี้ที่เมือง G เชียวนะ”
“ลืมตาบ้างเถอะ ไม่เห็นนายท่านถางหรือไง คนที่รวยที่สุดในเมือง B และยังมีนายท่านเลิ่งอีก ทั้งสองท่านยังร่วมตัดริบบิ้นด้วยเลย?”
“คนที่ว่าเทพธิดากู้มีแต่พวกงี่เง่าทั้งนั้นแหละ”
หลังจากนั้น นักข่าวที่เข้าร่วมพิธีเปิดได้โพสต์บทสัมภาษณ์ของพวกเขาในบัญชีเว่ยป๋อซึ่งพิสูจน์ว่าทุกอย่างเป็นเรื่องจริง
ภายในไม่กี่นาที หยกบิวตี้และกู้หนิงก็กลายเป็นประเด็นร้อนในเวยป๋ออีกครั้ง
ตอนนี้เหล่าคนดังทั้งหลายต่างอิจฉากู้หนิง เพราะพวกเขาอยากจะกลายเป็นประเด็นร้อนในเวยป๋อแทบขาดใจ แต่ก็ใช่ว่าจะได้ขึ้นประเด็นร้อนง่ายๆ กระนั้นก็ประหลาดใจกับคอนเนคชั่นของกู้หนิง
เชิงซือกรุ๊ป จินหลินกรุ๊ป และถางฮวงกรุ๊ป ต่างเป็นองค์กรธุรกิจชั้นนำในประเทศนี้ นอกจากนี้ ธุรกิจของแก๊งที่ใหญ่ที่สุดก็ยังมีความสัมพันธ์อันดีกับกู้หนิง ดังนั้นจึงไม่มีใครกล้าสร้างปัญหาให้กู้หนิงหรือหยกบิวตี้
แน่นอนว่าคนธรรมดาไม่กล้าทำ ยกเว้นคนที่อยากได้ของๆ คนอื่น
ยิ่งร่ำรวยมั่งคั่งมากเท่าไหร่ก็ยิ่งอันตรายมากเท่านั้น
ไม่ว่าคุณจะเป็นใครหรือเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมใด ก็ย่อมมีคู่แข่งหรือแม้แต่ศัตรู ดังนั้นแม้ว่าคนส่วนใหญ่จะกลัวเครือข่ายของกู้หนิง แต่ก็ยังมีบางคนที่ท้าทายเธอ
ถางเว่ยหยงก็เป็นหนึ่งในนั้น เขากำลังวางแผนยึดธุรกิจของตระกูลถาง และกู้หนิงก็เป็นเป้าหมายของเขาเหมือนกัน
ตอนที่ 670 อู๋หยวนผิง
ไม่ว่าคนผู้นั้นจะมีอำนาจหรือมั่งคั่งร่ำรวยเพียงใด เขาก็อาจมีข้อบกพร่องได้เช่นกัน และไม่ว่าตอนนี้คนๆ หนึ่งจะอ่อนแอหรือยากจนเพียงใด เขาหรือเธอก็สามารถเอาชนะศัตรูที่แข็งแกร่งด้วยกลวิธีที่ถูกต้องได้
ถางเว่ยหยงประสบความสำเร็จในการโจมตีถางหยุนฟ่านสองครั้ง กู้หนิงสามารถเอาชนะความยากลำบากมากมายซึ่งดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้เลยด้วยซ้ำ เศรษฐีหลายคนถูกลักพาตัวและถูกแบล็กเมล์ ผู้นำหลายคนของบางประเทศก็ยังถูกลอบสังหาร ยังมีเหตุการณ์ที่น่าตกใจอีกมากมายในโลกใบนี้ ดังนั้นไม่ว่าคุณจะแข็งแกร่งหรืออ่อนแอก็สามารถเปลี่ยนแปลงโชคชะตาของตัวเองได้
อำนาจและความมั่งคั่งสามารถปกป้องคุณได้ แต่ก็สามารถทำให้คุณตกอยู่ในสถานะอันตรายได้เช่นกัน
ถางเว่ยหยงให้ความสนใจเป็นพิเศษกับข่าวที่เกี่ยวกับกู้หนิง ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาตกใจคอนเนคชั่นของเธอ เช่นกัน แต่เขาไม่สนใจเรื่องนี้และจะไม่มีวันยกเลิกแผนการเด็ดขาด นักธุรกิจพวกนั้นจะมาหาก็ต่อเมื่อได้ผลประโยชน์ เมื่อหมดประโยชน์ก็ไม่เคยชายตาแล
ถางเว่ยหยงรู้ซึ้งดี
ดังนั้นเขาจึงคิดกำจัดถางไห่เฟิงและกู้หนิง ทว่ากู้หนิงไม่ใช่ศัตรูที่บดขยี้ได้ง่าย เขาจึงต้องระมัดระวังมากขึ้น ส่วนถางหยุนฟ่าน ถางเว่ยหยงคิดว่าตอนนี้เขายังนอนเป็นผักไม่รับรู้เรื่องราวใดๆ
เป็นโชคดีของถางหยุนฟ่านที่รอดชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์มาได้
ถางหยุนฟ่านเป็นประธานบริษัทของถางฮวงกรุ๊ป ดังนั้นจึงมีลูกน้องแวะเวียนมาเยี่ยมเขา และคิดว่าประธานบริษัทของพวกเขายังหมดสติอยู่
ถางเว่ยหยงจึงลบชื่อของถางหยุนฟ่านออกจากเป้าหมายของเขา
ไม่นานหลังจากพิธีเปิดก็มีคนมาสร้างปัญหาให้กู้หนิงเข้าให้แล้ว
ชายอายุสี่สิบปี เขาต้องการเจอกู้หนิง เจ้าของหยกบิวตี้ ทันทีที่เดินเข้ามา
“อู๋หยวนผิง?” ก่อนที่กู้หนิงจะพูดอะไร ถางไห่เฟิงก็จำชายผู้นั้นได้
อู๋หยวนปิงทำหน้าประหลาดใจที่เห็นถางไห่เฟิง จากนั้นก็ทักทายด้วยความเคารพ “นายท่านถาง”
“มีอะไรให้ฉันช่วยหรือคะคุณอู๋?” กู้หนิงถาม แม้ว่าจะรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้ไม่ได้มาดี กระนั้นเธอก็ยังรักษามารยาทเพราะเขารู้จักปู่ของเธอ
“ผมได้ยินมาว่าเจ้าของหยกบิวตี้ได้เงินก้อนแรกมาจากการพนันหินจริงรึเปล่า?” อู๋หยวนผิงถาม
“จริงค่ะ”
“พนันหินอย่างเดียว ไม่เคยกู้เงินเลย?” อู๋หยวนผิงถามซ้ำ
“ใช่ค่ะ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น คนรอบข้างต่างก็ประหลาดใจ พวกเขาได้ยินมาว่ากู้หนิงทำเงินได้มากมายจากการพนันหิน แต่ไม่มีใครคาดคิดว่าเธอจะใช้มันเป็นวิธีหาเงินเพียงวิธีเดียว คิดแล้วก็ตกใจ
นักข่าวพลันตระหนักว่านี่เป็นช่วงวินาทีสำคัญ ดังนั้นพวกเขาจึงหันกล้องไปเพื่อบันทึก
“น่าประทับใจที่คุณสามารถทำเงินได้มากมายจากการพนันหิน ผมชื่นชมคุณมาก แต่อยากจะขอท้าคุณสักหน่อย” อู๋หยวนผิงอ่ย
“อู๋หยวนผิง หมายความว่ายังไง?” ถางไห่เฟิงขมวดคิ้ว เห็นได้ชัดว่าอู๋หยวนผิงมาหาที่นี่เพื่อหาเรื่องกู้หนิง ไม่คิดเลยว่าอู๋หยวนผิงผู้นี้จะขวัญกล้าเทียมฟ้ากล้าหาเรื่องหลานสาวต่อหน้าเขา
“เขามาที่นี่เพื่อหาเรื่องนี่นา!”
“ใช่ แต่ฉันอยากรู้ว่าเขาคิดจะทำอะไรกันแน่”
“เขาไม่รู้หรือว่าคุณกู้กับนายท่านถางสนิทสนมกัน?”
บรรดาคนมุงต่างคิดว่าอู๋หยวนผิงบ้าไปแล้ว
กู้ม่านและเพื่อนๆของกู้หนิงกลัวว่ามันอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจของร้าน
เมื่ออู๋หยวนผิงได้ยินเสียงกระซิบกระซาบ เขาก็ขมวดคิ้ว แม้ว่าเขาจะไม่อยากให้นายท่านถางไม่พอใจ แต่เขาก็ไม่คิดที่จะถอยกลับ เขาเคยเห็นคนมากมายที่ร่ำรวยจากการพนันหิน แต่สิ่งที่กู้หนิงทำนั้นเหนือจินตนาการของเขา เธอสามารถสร้างแบรนด์เครื่องประดับระดับไฮเอนด์ได้ด้วยการพนันหินเพียงอย่างเดียวได้อย่างไร?
การพนันหินเป็นที่รู้จักกันดีว่ามีความเสี่ยงสูง แต่เด็กสาวคนนี้สามารถทำเงินได้อย่างง่ายดาย ซึ่งเป็นสิ่งที่อู๋หยวนปิงยอมรับไม่ได้ เขาเล่นพนันด้วยหินมานานกว่า 20 ปี และไม่เคยไม่ใครประสบความสำเร็จเท่าเด็กที่ชื่อกู้หนิง
“ไม่เป็นไรค่ะ หนูจัดการเอง” กู้หนิงหันไปพูดกับปู่ ถางไห่เฟิงเคารพการตัดสินใจของหลานสาวอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเขาจึงอยู่เฉยๆ หลังจากนั้นกู้หนิงก็หันหน้าไปทางอู๋หยวนผิงและถามว่า “แล้วคุณต้องการจะทำอะไรคะ?”
กู้หนิงรู้ว่าผู้ชายคนนี้จะไม่จากไปไหน หากยังไม่ได้สิ่งที่ต้องการ
“ผมอยากจะแข่งกับคุณ” อู๋หยวนผิงเอ่ย
“หนิงหนิง” ถางไห่เฟิงอดเป็นห่วงเบาๆไม่ได้ เขารู้ว่าอู๋หยวนผิงเชี่ยวชาญการพนันหินมาก หากหลานสาวของเขาแพ้ เรื่องนี้อาจส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของหยกบิวตี้ได้
ผู้คนไม่สนใจว่าเธอได้หยกมาจากไหน แต่ไม่มีใครชอบความรู้สึกของการถูกหลอก
ถ้าหากกู้หนิงปฏิเสธ ผู้คนอาจคิดว่าเธอมีความผิดและไม่กล้าเผชิญหน้า ดังนั้นถางไห่เฟิงจึงอึกอักลังเลว่าควรห้ามเธอดีหรือเปล่า
“หนิงหนิง” กู้ม่าน ถางหยุนหรง และคนอื่นๆต่างเป็นห่วงเธอ
“ไม่ต้องห่วงค่ะ เชื่อใจหนูก็พอ” กู้หนิงพูดด้วยน้ำเสียงมั่นอกมั่นใจ
เมื่อเห็นกู้หนิงมั่นใจ จึงไม่มีใครพูดอะไรอีก”
มีเพียงเลิ่งเชาถิงและโจวเจิ้งหงที่เชื่อกู้หนิงหมดใจ เพราะพวกเขาเห็นความสามารถการพนันหินของเธอมากับตาตัวเองแล้ว