- หน้าแรก
- กำเนิดใหม่สาวนักเรียนเซียนธุรกิจ
- ตอนที่ 627 - 628: ประมูลหยก, ใครจีบใครก่อน?
ตอนที่ 627 - 628: ประมูลหยก, ใครจีบใครก่อน?
ตอนที่ 627 - 628: ประมูลหยก, ใครจีบใครก่อน?
ตอนที่ 627 ประมูลหยก
มีสาวเป็นภูมิแพ้เพราะกินมะม่วง การทาครีมนั้นไม่มีประโยชน์ และเธอมีอาการไม่พึงประสงค์จากการให้ยาฉีด พนักงานขายจึงให้โลชั่น 50 มล. แก่หญิงสาวในคราวเดียวซึ่งบรรจุไว้อย่างดี และยานี้ก็มีประสิทธิภาพมากเช่นกัน
ตอนแรกเด็กสาวคิดว่ามันแพงเกินไป หัวหน้าร้านยาจึงบอกให้เธอลองใช้ฟรี หลังจากทาไปสองสามนาที ผิวของเธอก็ค่อยๆ กลับมาเป็นปกติ หากเธอทาโลชั่นต่อเนื่องวันละ 3 ครั้ง เธอจะหายจากอาการแพ้ได้เต็มที่ นอกจากนี้โลชั่นนี้ยังมีประสิทธิภาพในการขจัดรอยสิว จึงเป็นที่นิยมในหมู่สาวๆ
เด็กสาวซื้อโลชั่นทันทีโดยไม่ลังเล สาวๆ คนอื่นๆ ในร้านขายยาก็ซื้อโลชั่นตัวนี้เช่นกันหลังจากเห็นผลของมันด้วยตาของพวกเธอเอง
บางคนซื้อยาหลายชนิดสำหรับตนเองหรือครอบครัว เช่น ไข้หวัด โรคไขข้อ ปวดข้อ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นโรคทั่วไปแต่ไม่ร้ายแรง ดังนั้นจึงสามารถซื้อยาได้ด้วยตัวเอง
โคเลนฟาร์มาซีได้จัดเตรียมยาทั้งหมดสำหรับการเจ็บป่วยทั่วไปไว้แล้ว
“ทำไมยาที่นี่ถึงเป็นยี่ห้อเดียวกันทั้งหมดล่ะ?” จู่ๆก็มีคนถาม
พนักงานขายอธิบายว่า “ร้านขายนี้เป็นร้านขายยาของบริษัทยาโดยตรงค่ะ ดังนั้นจึงมีเพียงแบรนด์ของพวกเขา แต่ก็มียาครอบคลุมโรคทั่วไปทั้งหมดค่ะ”
“ดูสิ มีครีมบำรุงผิวด้วย! น่าจะแพงเหมือนกัน”
พนักงานขายอีกคนอธิบายว่า “ถ้าคุณลูกค้าลังเลเพราะราคา ทดลองใช้ตัวอย่างฟรีได้ก่อนนะคะ ถ้าชอบก็ค่อยซื้อค่ะ”
“จริงเหรอ?” ได้ยินเช่นนั้น เด็กสาวก็พอใจและรับตัวอย่างฟรีมาสามอย่าง โทนเนอร์ 1 อิมัลชั่น 1 และเซรั่มอีก 1
เด็กสาวคนอื่นๆก็ได้ตัวอย่างไปทดลองใช้ฟรีเช่นกัน
ภายในเวลาสิบนาที ลูกค้าหลายสิบคนเข้าและออกจากร้านขายยาแห่งนี้ แม้ว่าจะมีคนเพียงครึ่งเดียวเท่านั้นที่ซื้อ กระนั้นร้านยังสามารถทำเงินได้หลายพันหยวน
“เป็นการเริ่มต้นที่ดี”
กู้หนิงและคนอื่นๆ เห็นทุกอย่างในห้องรับรองและหนิงชางไค่รู้สึกตื่นเต้นเป็นพิเศษ กู้หนิงก็ยิ้มอย่างพึงพอใจเช่นกัน พูดตามตรง เธอแปลกใจมากที่ร้านขายยานี้สามารถทำกำไรได้ภายในเวลาอันสั้น
ประมาณเก้าโมง กู้หนิงและเลิ่งเชาถิงก็จากไป พวกเขากลับไปที่บ้านของเลิ่งเชาถิง
ระหว่างทางกลับ ซู่จินเฉินก็โทรมา “เชาถิง ตอนนี้กู้หนิงอยู่ในเมืองหลวงแล้ว ทำไมพวกเราไม่มากินข้าวด้วยกันล่ะ?”
เลิ่งเชาถิงไม่ได้ตอบในทันทีแต่มองไปที่กู้หนิงเพื่อถามความคิดเห็น กู้หนิงได้ยินเสียงของซู่จินเฉินผ่านโทรศัพท์อย่างชัดเจน เธอพยักหน้าเห็นด้วย ดังนั้นพวกเขาจึงเปลี่ยนเส้นทางไปยังสถานที่นัดหมาย
สักพักไม่นานโทรศัพท์ของกู้หนิงก็ดังขึ้นและคนที่โทรมาคือเจิ้งเผิงที่อยู่เมืองเถิง
“สวัสดีค่ะลุงเจิ้ง” กู้หนิงกรอกเสียงลงไปในโทรศัพท์
“บอส พม่าจะจัดประมูลหยกสาธารณะประจำปีในวันที่ 28 เดือนหน้า คุณจะเข้าร่วมไหมครับ?” เจิ้งเผิงถาม
การประมูลหยกสาธารณะจัดขึ้นทุกปีในพม่า และเป็นกิจกรรมประมูลหยกสาธารณะที่ใหญ่ที่สุดในพม่า การประมูลหยกสาธารณะเป็นการแข่งขันที่น่าตื่นเต้นที่สุดสำหรับพ่อค้าหยก เป็นการแข่งขันที่ประชันทั้งความมั่งคั่งและความกล้าหาญชาญชัย
ก่อนเริ่มการประมูลหยก วัตถุดิบทั้งหมดจะถูกนับและระบุน้ำหนักและราคาจอง ราคาจองโดยทั่วไปไม่แพง วัตถุดิบทั้งหมดจะถูกจัดแสดงต่อสาธารณะเป็นเวลาสามวัน และพ่อค้าหยกสามารถสังเกตวัตถุดิบทั้งหมดทีละรายการเพื่อเลือกสิ่งที่พวกเขาต้องการ หลังจากนั้นพวกเขาจะทำการประเมินราคาเพื่อกำหนดราคาเสนอที่ดีที่สุดก่อนที่จะใส่ลงในกล่องประมูล
พม่าเข้มงวดมากเกี่ยวกับทรัพยากรหยก การค้าขายหยกถูกกฎหมายเพียงอย่างเดียว และการค้าประเภทอื่นๆ ทั้งหมดจะถือเป็นการลักลอบนำเข้า
แม้ว่ากู้หนิงจะมีวัตถุดิบกองเป็นภูเขาเหล่ากาอยู่แล้ว แต่เธอยังเป็นผู้ให้บริการหยกอยู่ในขณะนี้ ดังนั้นเธอจึงยังต้องการวัตถุดิบจำนวนมาก
ในตอนแรกกู้หนิงวางแผนที่จะไปพม่าเพื่อซื้อวัตถุดิบ เธอมีช่องเก็บของกระแสจิตดังนั้นเธอจึงไม่กังวลว่าจะถูกจับเพราะการลักลอบนำเข้า อย่างไรก็ตามการประมูลหยกสาธารณะจะมีขึ้นในเดือนหน้า นี่ก็สิ้นเดือนแล้ว เธอจึงยังมีเวลาอีกหนึ่ง เดือนในการเตรียมตัว เธอสามารถจัดการสิ่งต่าง ๆ ที่กำลังดำเนินอยู่ได้ภายในหนึ่งเดือน
“ไปสิคะ” กู้หนิงเอ่ย
เลิ่งเชาถิงได้ยินการสนทนาของพวกเขาทางโทรศัพท์ และคิดว่าเขาจะว่างอย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์ในเดือนหน้า
“ถ้าเดือนหน้าผมว่าง ผมจะไปกับคุณด้วย” เลิ่งเชาถิงเอ่ย
“ดีเลยค่ะ”
ไม่นานหลังจากที่กู้วางสายจากเจิ้งเผิง เจียงรุ่ยฉินก็โทรหาเธอหลังจากที่เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง
“เอ่อ ตอนนี้คุณทำอะไรอยู่หรือครับ? อยากไปทานข้าวด้วยกันไหมครับ?” เจียงรุ่ยฉินถาม
ได้ยินเสียงของผู้ชาย เลิ่งเชาถิงก็รู้ได้ทันทีว่าเจ้าของเสียงนี้คือใคร เขางุนงงว่ากู้หนิงไปรู้จักกับเจียงรุ่ยฉินได้ยังไง
“ขอบคุณค่ะ แต่ฉันมีนัดกินข้าวกับเพื่อนแล้วค่ะ” กู้หนิงปฏิเสธ เธอรู้สึกไม่ดีนิดหน่อย
“เอ่อ งั้นครั้งหน้าพวกเราค่อยไปกินข้าวด้วยกันนะครับ” เจียงรุ่ยฉินผิดหวังนิดหน่อย
“ได้ค่ะ” กู้หนิงเอ่ย จากนั้นก็วางสาย
“คุณสนิทกับเขาด้วยเหรอ?” เลิ่งเชาถิงถาม รู้สึกหึงนิดหน่อย
กู้หนิงสัมผัสได้ว่าอารมณ์ของเขาเปลี่ยนไป เธอถอนหายใจเล็กน้อยแต่ก็ยังอธิบายให้เขาฟังว่า “เปล่าค่ะ ฉันบังเอิญไปวิ่งตอนเช้าเมื่อวานนี้และบังเอิญเจอเขา และก็เจออีกครั้งตอนที่ไปเที่ยวกับซู่ฉินหยินเมื่อคืน พวกเราเพิ่งรู้จักกันได้ไม่นาน”
“คุณเจอเขาแค่สองครั้งก็ให้เบอร์เขาแล้วหรอ และยังรับปากจะไปกินข้าวด้วยกันอีก?”
กู้หนิงทั้งขำทั้งฉุน แต่ก็เข้าใจได้ที่เขาหึงเธอเพราะเธอมีเพื่อนผู้ชายหลายคน ในขณะที่เขามีเพื่อนผู้หญิงแทบนับจำนวนได้ แต่เธอก็พยายามรักษาระยะห่างจากเพื่อนผู้ชาย ไม่ได้ทำตัวเกินเลยแต่อย่างใด
กู้หนิงไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรเมื่อเห็นเลิ่งเชาถิงหึง แต่เธอไม่โทษเขาหรอก เธออดทนมากขึ้นและอธิบายอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า “เขาเป็นเพื่อนของฉินหยิน และเป็นหลานชายของนายท่านเจียง ถ้าฉันไม่ยอมให้เบอร์ก็จะดูน่าเกลียด ถ้าเขาโทรมาอีก ฉันค่อยหาข้ออ้าง ดีไหมคะ?”
ได้ยินคำตอบที่น่าพอใจ เลิ่งเชาถิงก็กลับมาอารมณ์ดีเหมือนเดิม
ซู่จินเฉินเชิญพวกเขาไปรับประทานอาหารร่วมกันในห้องห้องเพรสซิเดนท์ที่โรงแรมจินหลินซึ่งเป็นธุรกิจของครอบครัวซู่จินเฉิน
ตอนที่ 628 ใครจีบใครก่อน?
ภายในมีอุปกรณ์เกมมากมาย เช่น โต๊ะบิลเลียด KTV ไพ่นกกระจอก และปาเป้า เพื่อให้ลูกค้าสามารถสนุกสนานกับเพื่อนๆ หลังรับประทานอาหาร
กู้หนิงและเลิ่งเชาถิงมาถึงตอน 17.30 น. และเพื่อนๆ ของพวกเขากำลังเล่นเกมกันอยู่ในห้อง ทั้งหมดมีสี่คน ซู่จินเฉิน ซินเป่ย ซู่ฉินหยินและกู้อันนา
“เชาถิง กู้หนิง”
ตอนที่ที่กู้หนิงและเลิ่งเชาถิงเดินเข้ามา ซู่จินเฉินและซินเป่ยกำลังเล่นคิวกันอยู่ พวกเขาเงยหน้าขึ้นมาทักทายแปบหนึ่งแล้วก็เล่นกันต่อ
ซู่ฉินหยินและกู้อันนากำลังร้องเพลงในห้อง KTV แต่เพลงไม่ได้ดังมาก ดังนั้นพวกเธอจึงได้ยินซู่จินเฉินคุยกับเลิ่งเชาถิง
กู้อันนาแปลกใจที่เลิ่งเชาถิงมากับกู้หนิง เธอไม่รู้ว่าพวกเขาเป็นอะไรกัน
“กู้หนิงมาแล้ว” ซู่ฉินหยินดีใจและลุกขึ้นเดินไปหา
“เดี๋ยวก่อน ทำไมกู้หนิงถึงมาพร้อมเชาถิงล่ะ?” กู้อันนาอ้าปากถามแต่ไม่ทันซู่ฉินหยิน ดังนั้นเธอจึงเดินตามออกไปด้วย เธอเห็นเลิ่งเชาถิงช่วยปลดกระเป๋าเป้ที่หลังกู้หนิงออกให้
กู้อันนาตะลึง พวกเขาสองคนเป็นแฟนกันเหรอ?
“เชาถิง กู้หนิง หวัดดี!” ซู่ฉินหยินทักทายพวกเขา
กู้อันนาตะลึงจนตัวแข็งอยู่กับที่ เธอไม่ได้พูดอะไรออกมาสักคำ
กู้หนิงทิ้งให้เลิ่งเชาถิงอยู่กับหนุ่มๆ ส่วนเธอเดินเข้าไปหาซู่ฉินหยินและกู้อันนา
ซู่ฉินหยินและกู้อันนาดึงกู้หนิงเข้าไปในห้อง KTV และกู้อันนาก็ออกปากถามกู้หนิงทันทีว่า “กู้หนิง เธอเป็นอะไรกับคุณชายเลิ่ง?”
“เขาเป็นแฟนของฉันค่ะ” กู้หนิงตอบ
“อะไรนะ?” กู้อันนาอ้าปากค้างตกใจ แม้เธอจะไม่ได้สนิทสนมกับเลิ่งเชาถิง แต่เธอเคยเจอเขาอยู่บ่อยครั้ง ตอนแรกเธอถูกหน้าตาอันหล่อเหลาของเขาดึงดูดและเธอพยายามอ่อยเขาอยู่หลายที แต่เขาก็รักษาระยะห่างจากเธออยู่เสมอ อีกอย่างคือเธอกลัวสายตาของเขายามที่มองมาที่เธออย่างไม่พอใจ เธอเคยคิดว่าเขาอาจไม่ชอบผู้หญิงก็ได้ ทว่าซู่ฉินหยินยืนยันอย่างหนักแน่นว่าไม่ใช่ เพราะเหตุนี้เองเธอถึงตกใจที่อยู่ๆเขาก็มีแฟน
แม้ว่ากู้อันนาเคยชอบเลิ่งเชาถิงมาก่อน แต่เขาไม่เคยมีปฏิกิริยาตอบกลับใดๆ เธอเลยล้มเลิกความตั้งใจและรู้สึกอึดอัดใจที่เห็นเขา
“กู้หนิง เธอเป็นแฟนคุณชายเลิ่งเหรอเนี่ย! ไม่คิดไม่ฝันเลยจริงๆ”
กู้หนิงได้แต่ยิ้มเพราะเธอเข้าใจว่ากู้อันนาคงตกใจเหมือนทุกคนที่รู้ว่าเลิ่งเชาถิงมีแฟน เธอเองก็สงสัยว่านายท่านเลิ่งจะมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อเรื่องนี้อย่างไรเมื่อเขารู้เข้า
สิ่งที่เธอไม่รู้ก็คือว่านายท่านเลิ่งรู้แล้วว่าหลายชายของท่านไม่โสดแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น เขาอยากจะพบกับแฟนสาวของหลานชายมาก
กู้อันนาโทษซู่ฉินหยินว่า “ฉินหยิน ทำไมเธอไม่บอกฉันว่าคุณชายเลิ่งมีแฟนแล้ว และแฟนของเขาก็คือกู้หนิงของเรา?”
“อ้อ ฉันลืมน่ะ” ซู่ฉินหยินกระพริบตาอย่างใสซื่อ
กู้อันนาปล่อยเธอไป จากนั้นก็หันกลับมาจ้องกู้หนิง “บอกพวกเรามานะ ใครจีบใครก่อน?”
“เขาจีบฉันก่อนค่ะ” กู้หนิงตอบ “โอ้ พระเจ้า จริงเหรอเนี่ย!” กู้อันนายกมือกุมปากด้วยความตกใจ เลิ่งเชาถิงที่ขีดเส้นระหว่างผู้หญิงทั้งโลกและแปะกระดาษไว้กลางหน้าผากว่าห้ามเข้ามาใกล้! คนนี้เนี่ยนะจีบผู้หญิงก่อน “แล้วเขาทำตัวดีกับเธอไหม? เธออยู่กับเขาแล้วรู้สึกเบื่อบ้างไหม? เธอไม่รู้สึกอึดอัดใจใช่ไหมเวลาอยู่กับเขา?” กู้อันนารัวคำถามใส่ไม่ยั้ง
“ฮ่า ฮ่า” กู้หนิงและซู่ฉินหยินระเบิดเสียงหัวเราะ ทั้งคู่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงรัวคำถามไม่ยั้ง
“ไม่ว่าเขาจะเย็นชาต่อคนอื่นยังไง เขาก็ใจดีและอ่อนโยนเวลาอยู่กับฉันค่ะ ฉันไม่รู้สึกเบื่อสักนิดตอนที่อยู่กับเขา กลับรู้สึกมีความสุขมากกว่าก่อนด้วยซ้ำ” กู้หนิงเอ่ยพร้อมรอยยิ้มประดับบนใบหน้า
“ฉันดีใจที่เธอมีความสุขนะ” กู้อันนาดีใจกับกู้หนิงด้วยใจจริง
“อ้อ ฉินหยินบอกฉันว่าเธอมีแบรนด์ครีมบำรุงผิวของตัวเองเหรอ จะเปิดร้านพรุ่งนี้แล้วใช่ไหม? ฉันจะพาเพื่อนไปเยอะๆนะ” กู้อันนาเอ่ย
“ขอบคุณมากค่ะ”
“ฉันเองก็บอกเพื่อนๆของฉันทางวีแชทเหมือนกัน พวกเขาก็จะไปที่ร้านด้วยพรุ่งนี้” ซู่ฉินหยินเอ่ย
“อ้อ ใช่ ฉันควรทำแบบนั้นบ้าง” พูดจบกู้อันนาก็ส่งข้อความหาเพื่อนผู้หญิงของเธอในวีแชท
“กู้หนิง ทำไมพวกเราไม่แอดวีแชทกันล่ะ?” ซู่ฉินหยินนึกได้จึงถามกู้หนิง “ได้สิคะ” กู้หนิงหยิบโทรศีพท์ออกมา “ฉันไม่ค่อยได้เปิดวีแชทอ่านบ่อยๆ ถ้ามีเรื่องด่วนอะไรก็โทรมาแล้วกันนะคะ”
“ได้เลย” ซู่ฉินหยินตอบ
“แอดฉันด้วยคนสิ” กู้อันนาส่งเสียงกระเง้ากระงอด
หลังจากนั้นกู้อันนา ซู่ฉินหยิน และกู้หนิงก็เพิ่มกันเป็นเพื่อนในวีแชท
“กู้หนิง เธอไม่โพสอะไรเลย อันนากับฉันโพสรูปเต็มไปหมดเลย” ซู่ฉินหยินประหลาดใจที่ในโมเม้นต์ของกู้หนิงว่างเปล่า
“ฉันไม่ชอบโพสอะไรค่ะ” กู้หนิงเอ่ย
กู้อันนาส่งข้อความมากมายเกี่ยวกับแบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวของกู้หนิง และเพื่อนของเธอก็ติติงว่าไม่สนใจเพราะไม่ใช่แบรนด์ต่างประเทศ