- หน้าแรก
- กำเนิดใหม่สาวนักเรียนเซียนธุรกิจ
- ตอนที่ 597 - 598: จ้าวเฟยเฟยอีกแล้ว, จ้าวเฟยเฟยซวยแล้ว
ตอนที่ 597 - 598: จ้าวเฟยเฟยอีกแล้ว, จ้าวเฟยเฟยซวยแล้ว
ตอนที่ 597 - 598: จ้าวเฟยเฟยอีกแล้ว, จ้าวเฟยเฟยซวยแล้ว
ตอนที่ 597 จ้าวเฟยเฟยอีกแล้ว
เมื่อหยกบิวตี้กลายเป็นประเด็นร้อนอีกครั้ง มันก็ดึงดูดความสนใจจากบรรดาบริษัทเครื่องประดับต่างๆ และพวกเขาต่างก็คิดว่าหยกบิวตี้เป็นคู่แข่งที่น่ากลัว และผู้คนเริ่มทยอยให้ความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อดาราดังหลายคนเห็นโปสเตอร์เครื่องประดับหยกบนเว็บไซต์ทางการของหยกบิวตี้ พวกเขาก็ให้ความสนใจเช่นกัน ตอนนี้การหาซื้อเครื่องประดับจากหยกระดับสูงค่อนข้างหาได้ยาก แต่หยกบิวตี้กลับมีหยกเกือบทุกประเภทให้เลือกซื้อ
บางคนอาจชอบเครื่องประดับจากแบรนด์หรู ในขณะที่บางคนเลือกเครื่องประดับจากคุณภาพมากกว่า ความจริงแล้วใช่ว่าเครื่องประดับจากแบรนด์หรูใช่ว่าจะมีคุณภาพทุกชิ้นงาน คนส่วนใหญ่เลือกซื้อก็เพราะดีไซเนอร์ หากเป็นเช่นนี้ ลูกค้าของหยกบิวตี้จึงเป็นคนที่มีศักยภาพและมีทุนทรัพย์ที่หนามากพอสมควร
จากเรื่องที่เกิดขึ้นกลับกลายเป็นว่ากู้หนิงได้เปรียบ แม้ว่าจะยังมีคนด่าเธออยู่บ้างในโลกออนไลน์
อย่างไรก็ตามกู้หนิงไม่รู้เรื่องรู้ราวเลยแม้แต่น้อย เพราะเธอกำลังอยู่บนเครื่องบินส่วนตัวที่กำลังบินกลับเมือง B
ตัดมาอีกด้าน จ้าวเฟยเฟยกำลังจดจ่อกับความคืบหน้าของข่าวในเน็ต เมื่อคนส่วนใหญ่พากันด่ากู้หนิง เธอก็รู้สึกยินดีกับความสำเร็จของตัวเอง แต่ในไม่ช้าก็เริ่มรู้สึกกลัวและรู้สึกอิจฉาตาร้อนเมื่ออ่านคอมเม้นต์ที่วิพากษ์วิจารณกู้หนิง
เป็นไปได้ยังไง กู้หนิงเนี่ยนะเป็นเจ้าของหยกบิวตี้?
อาจารย์ฟางไปที่ห้องของอาจารย์ใหญ่ และอาจารย์ใหญ่ก็กำลังพูดคุยบางอย่างอยู่กับประธานนักเรียน
“อาจารย์ฟาง มีอะไรให้ผมช่วยหรือเปล่า?” อาจารย์ใหญ่เอ่ยถาม
“ท่านครับ มีคนกล่าวหานักเรียนกู้บนอินเทอร์เน็ตและข่าวก็แพร่ออกไปทั่วแล้วครับ” อาจารย์ฟางรายงาน จากนั้นก็โชว์หน้าข่าวให้อาจารย์ใหญ่ดู
“นี่มันอะไรกัน?” อาจารย์ใหญ่แปลกใจและมองไปที่หน้าจอโทรศัพท์ของอาจารย์จาง ประธานนักเรียนก็โน้มตัวมาดูด้วยเช่นกัน
หลังจากอ่านข่าวและคอมเม้นต์แล้ว พวกเขาก็ประทับใจกับการกระทำที่กล้าหาญของกู้หนิง และไม่พอใจนักเรียนคนนั้นที่บอกว่าเรียนอยู่ที่เดียวกับกู้หนิง
“ประกาศเตือนนักเรียนที่ใส่ร้ายกู้หนิง บอกให้เธอขอโทษทันที มิฉะนั้นเธอจะถูกไล่ออก” อาจารย์ใหญ่สั่ง
สิ่งอาจารย์ใหญ่ทำไม่ใช่แค่เพื่อปกป้องกู้หนิงคนเดียวแต่เพื่อปกป้องชื่อเสียงของโรงเรียนด้วย
“เราต้องโพสต์แถลงการณ์อย่างเป็นทางการบนเว็บไซต์ของโรงเรียนเพื่อช่วยล้างข้อกล่าวหาของกู้หนิงด้วยครับ” ประธานนักเรียนเอ่ย
จากนั้นประธานนักเรียนรีบไปจัดการอย่างไม่รอช้า
สักพักวิทยุก็แจ้งว่า “โปรดทราบ โปรดทราบ! ใครก็ตามที่ใส่ร้ายนักเรียนกู้หนิงบนอินเทอร์เน็ต โปรดลบความคิดเห็นนั้นของออกซะและขอโทษนักเรียนกู้หนิงทันที มิฉะนั้นจะถูกไล่ออกทันที”
ทุกคนในโรงเรียนได้ยินเสียงประกาศจากวิทยุต่างพากันประหลาดใจ
คราวนี้จ้าวเฟยเฟยรู้สึกกลัวแล้วจริงๆ เรื่องมันใหญ่เกินกว่าที่เธอคิดไว้มาก
ในระหว่างนั้นนักเรียนที่เหลือก็หยิบโทรศัพท์ออกมาดูข่าวที่เป็นประเด็นร้อนในเน็ตทันที
หลังจากที่นักเรียนในโรงเรียนอ่านข่าว ทุกคนก็ตะลึง จากนั้นก็ช่วยกันปกป้องกู้หนิงและด่าคนที่ใส่ร้ายป้ายสีเธอ
แม้ว่าจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในอินเทอร์เน็ต จ้าวเฟยเฟยก็ยังรู้สึกเครียด กระนั้นเธอก็ยังลังเลที่จะลบคอมเม้นต์ แต่ตอนนี้ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว
เมื่อเธอลบคอมเม้นต์ คำวิจารณ์ของคนอื่นที่เกี่ยวกับเธอก็หายไปด้วย อย่างไรก็ตาม มีคนแคปภาพหน้าจอคอมเม้นต์ของเธอไว้ได้และโพสต์มันลงบนอินเทอร์เน็ต ซึ่งทำให้ชาวเน็ตเริ่มเข้ามาด่าเธอมากขึ้นเรื่อยๆ
หลังจากนั้นจ้าวเฟยเฟยก็โพสต์คำขอโทษต่อกู้หนิงบนอินเทอร์เน็ต
“กู้หนิง ฉันขอโทษสำหรับสิ่งที่ฉันทำ ฉันทำเพราะว่าฉันอิจฉาความสวยและความเก่งของเธอ ได้โปรดยกโทษให้ฉันด้วยนะ”
แม้ว่าจ้าวเฟยเฟยจะขอโทษ ชาวเน็ตก็ไม่ปล่อยเธอไปง่ายๆ
ฉู่เพ่ยหายก็ไม่พอใจเหมือนกัน และพูดในกลุ่มวีแชทว่า
ฉู่เพ่ยหาน : ฉันคิดว่าแค่คำขอโทษของยายนั่นไม่พอหรอกนะ!
ฮ่าวหรัน: ตอนนี้พวกเราทำอะไรได้บ้าง? เธอรู้ไหมว่าใครเป็นคนทำ?
มู่เค่อ: มันไม่ง่ายน่ะสิ
ฉู่เพ่ยหาน: ไม่ยากหรอก ฉันสามารถให้แฮคเกอร์ช่วยได้”
ภายในแก๊งฉิงมีคนที่มีทักษะหลากหลายประเภท จึงเป็นเรื่องง่ายสำหรับฉู่เพ่ยหานที่จะขอให้พวกเขาช่วยหาที่อยู่ของ IP
ฉู่เพ่ยหานส่งคำขอโทษไปยังแฮ็กเกอร์และบอกให้เขาหา IP ของมันโดยเร็วที่สุด
ภายในห้านาที เธอก็ได้คำตอบ บุคคลนั้นใช้โทรศัพท์มือถือเพื่อโพสต์คำขอโทษ และแฮ็กเกอร์ได้ส่งหมายเลขโทรศัพท์ บัตรประจำตัวประชาชน ชื่อ และรูปภาพให้ฉู่เพ่ยหาน
จ้าวเฟยเฟย!
ฉู่เพ่ยหานส่งข้อมูลเข้าไปในกลุ่มวีแชท
ฉู่เพ่ยหาน: ไปตบนังนั้นกันเถอะ ใครจะไปกับฉันบ้าง?
ฮ่าวหรัน: จ้าวเฟยเฟยงั้นเหรอ? ยายนั่นกล้าดียังไงมาใส่ร้ายบอสของเราอีกแล้ว?
มู่เค่อ: ถึงฉันจะไม่ชอบจ้าวเฟยเฟย แต่ฉันไม่ตบผู้หญิงหรอกนะ
ฉินซีหุน: ฉันก็ด้วย เพ่ยหาน ฉันว่าเธอคนเดียวก็พอแล้ว เดี๋ยวพวกเราซัพพอร์ตเธอเอง
ฉู่เพ่ยหาน: เยี่ยม!
ฉู่เพ่ยหานรู้ว่าพวกผู้ชายไม่รังแกผู้หญิง และเธอก็ไม่บังคับพวกเขา แค่เธอคนเดียวก็เหลือเฟือแล้ว
หลี่หยวนหมินเป็นชายหนุ่มอายุประมาณ 27 ปี เขาเป็นผู้ดูแลเว็บไซต์ทางการของหยกบิวตี้ เมื่อเขาสังเกตเห็นว่าจำนวนการดูหน้าเว็บและความคิดเห็นเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เขาก็ตกใจและคิดว่าอาจมีบางอย่างผิดปกติกับระบบ อย่างไรก็ตาม เมื่อเขาอ่านความคิดเห็น เขาก็ตกใจมากกว่าเก่า หยกบิวตี้กลายเป็นชื่อที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายไปแล้ว
หลี่หยวนหมินเริ่มตอบคอมเม้นต์
หลังจากบินนานกว่าสามชั่วโมง กู้หนิงและโจวเจิ้งหงก็มาถึงสนามบินเมือง B ตอนห้าโมงครึ่ง
พวกเขาถือกระเป๋าเดินทางขนาด 26 นิ้วจำนวน 2 ใบซึ่งเต็มไปด้วยเครื่องประดับ
“บอส รถลัมโบกินีสีขาวเป็นของบอสเหรอครับ?” โจวเจิ้งหงถามเมื่อพวกเขาลงจากเครื่องบินส่วนตัว
ตอนที่ 598 จ้าวเฟยเฟยซวยแล้ว
“ใช่ค่ะ” กู้หนิงตอบ
โจวเจิ้งหงถึงกับอึ้งความร่ำรวยของกู้หนิง
เจิ้งหงเก็บกระเป๋าเดินทางไว้ในท้ายรถแล้วขึ้นรถหรูโดยไม่ถามอะไรเพิ่มเติม
“ฉันจะไปส่งลุงที่โรงแรมก่อน และวันนี้ลุงพักผ่อนไปก่อนนะคะ ไว้ฉันจะพาลุงไปที่ร้านเพื่อทำความคุ้นเคยกับพนักงานและเตรียมสำหรับพิธีเปิดในวันพรุ่งนี้” กู้หนิงกล่าว
แม้ว่าสาขาที่ B จะยังไม่เปิดดำเนินการ แต่พนักงานก็พร้อมทำงานแล้ว
“ได้ครับ”
ที่เมือง F
หกโมงเย็น ชั้นเรียนเลิกคาบและนักเรียนทั้งหมดก็ไปที่โรงอาหาร
ทันใดนั้นฉู่เพ่ยหานก็ไปปรากฏตัวต่อหน้าจ้าวเฟยเฟย และตบหน้าเธอไปหลายที
เมื่อเห็นฉากนี้ นักเรียนที่อยู่บริเวณนั้นก็ตกใจและวิ่งหนี รวมถึงอู่ฉิงหย๋าและหยางหลูลู่ที่บอกว่าตัวเองเป็นเพื่อนสนิทของจ้าวเฟยเฟย
ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ฉู่เพ่ยหานมีการทะเลาะตบตีกับเพื่อนนักเรียนในโรงเรียน ดังนั้นครั้งนี้เธอจึงไม่กลัวที่จะตบหน้าจ้าวเฟยเฟยต่อหน้าทุกคน
แม้ว่านักเรียนคนอื่นจะยังสับสนและงุนงงว่าอยู่ดีๆฉู่เพ่ยหานตบจ้าวเฟยเฟยทำไม แต่การที่ฉู่เพ่ยหานทำนั้นย่อมต้องมีเหตุผล
“จ้าวเฟยเฟย เธอกล้าดียังไงมาใส่ร้ายกู้หนิง!”
อะไรนะ? จ้าวเฟยเฟยน่ะเหรอที่เป็นคนใส่ร้ายกู้หนิง?
“เธออย่าคิดนะว่าจะหนีจากสิ่งที่ตัวเองทำได้ง่ายๆ เธอต้องชดใช้สิ่งที่เธอทำ!” ฉู่เพ่ยหานไม่พูดเปล่า ทั้งจิกผมและเตะจ้าวเฟยเฟย ไม่มีใครเข้ามาห้ามเลยสักคน เพราะพวกเขากลัวอารมณ์ของฉู่เพ่ยหาน จะว่าไปแล้วจ้าวเฟยเฟยก็ผิดเอง ดังนั้นจึงไม่มีใครยินดียื่นมือเข้าไปช่วย
“ทำไมเธอถึงมากล่าวหาเฟยเฟยว่าเป็นคนใส่ร้ายกู้หนิงล่ะ?” หยางเฉิงจุนมาถึงพอดี แต่ก็ไม่ได้เดินเข้ามาขวาง เพราะเขาเองก็กลัวฉู่เพ่ยหานเหมือนคนอื่นๆ
“ทำไมน่ะหรอ?” ฉู่เพ่ยหานเอ่ย “อยากให้ฉันเปิดเผยหลักฐานไหมล่ะ? วิธีที่ดีที่สุดที่จะเก็บความลับสกปรกไว้ก็คืออย่าทำเรื่องเลวๆ รู้จักไหมแฮกเกอร์น่ะ? แค่ตามที่อยู่ IP ก็รู้แล้วว่าเป็นใคร”
ได้ยินแบบนั้นทุกคนก็ตกใจ โชคดีที่ตนเองไม่ได้ปล่อยข่าวปลอมในเน็ต
ตอนนี้หยางเฉิงจุนก็หุบปากสนิททันที
ฉู่เพ่ยหานแก้แค้นสมใจแล้วก็เดินจากไป
เมื่อฉู่เพ่ยหานจากไปแล้ว อู่ฉิงหย๋าและหยางหลูลู่ก็โทรเรียกพยาบาลและโทรบอกอาจารย์
เมื่อจางฉิวฮวามาถึงและทราบเรื่องราว เธอก็ตกใจกับการกระทำของจ้าวเฟยเฟย แต่เธอก็คิดว่าฉู่เพ่ยหานไม่ควรทำร้ายจ้าวเฟยเฟยต่อหน้าทุกคนแบบนี้ และเธอต้องรายงานให้อาจารย์ใหญ่ทราบ
จากนั้นจ้าวเฟยเฟยก็ถูกส่งไปโรงพยาบาล
เมื่อพ่อกับแม่ของจ้าวเฟยเฟยทราบเรื่องก็โกรธมาก แม้ว่าตอนแรกจะเป็นความผิดของลูกสาวพวกเขา แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ และพวกเขาก็เอาแต่โทษฉู่เพ่ยหาน วันพรุ่งนี้พวกเขาตัดสินใจไปเอาเรื่องฉู่เพ่ยหานที่โรงเรียน
ในขณะเดียวกันกู้หนิงก็ขับรถไปส่งโจวเจิ้งหงที่โรงแรมฮวงเติ้งและจองห้องพักสองห้อง หนึ่งห้องสำหรับโจวเจิ้งหง ส่วนอีกห้องสำหรับซูตงนั่วและผู้ชายของเธอ
หลังจากนั้นเธอก็จัดรถพิเศษจากโรงแรมเพื่อรับผิดการเดินทางที่สะดวกขึ้น
เครื่องประดับที่ทำจากหยก กู้หนิงจะเป็นคนดูแลเองเพราะมันอยู่กับเธอจะปลอดภัยกว่าอยู่กับโจวเจิ้งหง
เมื่อกู้หนิงจากมา เดธอก็เก็บกระเป๋าเครื่องประดับในช่องเก็บของกระแสจิต
หลังจากนั้นเธอก็กลับไปที่บ้านตระกูลถาง
ระหว่างทางกลับ กู้หนิงก็ได้รับโทรศัพท์จากซูตงนั่ว ซูตงนั่วบอกว่าเธออยู่ที่เมือง B เรียบร้อยแล้ว
กู้หนิงบอกเธอว่าให้พักผ่อน พรุ่งนี้ค่อยเริ่มทำงาน
เมื่อกู้หนิงมาถึงบ้านตระกูลถาง พวกเขากำลังรับประทานอาหารเย็น กู้หนิงจึงร่วมวงกินข้าวด้วยเลย
“หนิงหนิง ป้าได้ยินว่าร้านเครื่องประดับของหลานกำลังจะเปิดใช่ไหมจ๊ะ? พรุ่งนี้ป้ามีงาน ป้าสามารถใส่เครื่องประดับของหลานเพื่อโปรโมทให้ได้นะจ๊ะ” เจียงหลี่ฮวาแสดงน้ำใจต่อหลานสาว
“เป็นความคิดที่ดีค่ะ ขอบคุณมากค่ะ” กู้หนิงเอ่ย
“พวกเราครอบครัวเดียวกันนี่จ๊ะ ไม่ต้องขอบคุณป้าหรอก”
“ค่ะ”
“เด็กดี” เจียงหลี่ฮวาพอใจ
หลังกินข้าวเสร็จ กู้หนิงก็บอกถางหยุนฟ่านว่าเธอเจอฟางซิวฉินและเธอก็ไม่อยากเห็นแม่ถูกทำร้ายเพราะผู้หญิงคนนั้น
ถางหยุนฟ่านสัญญาว่าเขาจะไม่ให้ใครมาทำร้ายกู้ม่านเด็ดขาด และเขาจะหาคนไปจับตาดูเฟิงซิวฉินเอาไว้ เขายังกำชับกู้หนิงว่าอย่าบอกกู้ม่าน เขาไม่อยากให้เธอเสียใจ
กู้หนิงรับปาก
เมื่อกู้หนิงและกู้ม่านกลับไปที่บ้านของกู้หนิง กู้ม่านก็เข้านอนทันที ส่วนกู้หนิงหยิบเครื่องประดับสิบชุดสำหรับถ่ายโษณาพรุ่งนี้ออกมาเก็บไว้ในตู้เซฟขนาดเล็ก
หลังจากนั้นก็เก็บตู้เซพในช่องเก็บของกระแสจิต
วันรุ่งขึ้น กู้หนิงก็ขับรถพากู้ม่านไปที่บ้านตระกูลถางตามปกติ จากนั้นก็เอาตู้เซพขนาดเล็กออกมาวางที่เบาะผู้โดยสารด้านหน้าก่อนไปรับอวี้จื่อที่ห้างสรรพสินค้า
หลังจากที่อวี้จื่อพร้อมด้วยชุดราตรีขึ้นรถแล้ว กู้หนิงก็โทรหาซูตงนั่วและบอกให้เธอไปพบที่จุดนัดหมาย พวกเธอกำลังไปที่สตูดิโอถ่ายภาพของบริษัทบันเทิงภายใต้ชื่อของถางฮวงกรุ๊ป
โรงแรมอยู่ไม่ไกลจากห้างสรรพสินค้า ซูตงนั่วและกู้หนิงจึงมาถึงพร้อมๆกัน
แม้ว่าตอนนี้ซูตงนั่วจะยังไม่ค่อยมีชื่อเสียงมาก แต่เธอก็ยังสวมหมวกและหน้ากากปิดบังตัวตน
เมื่อซูตงนั่วลงจากรถ เธอก็เดินไปหากู้หนิงและทักทายเธอด้วยความเคารพ
“ขอแนะนำนะคะ คนนี้คืออวี้จื่อค่ะ ดีไซน์ของแบรนด์ชาร์ม และนี่คือซูตงนั่ว แบรนด์แอมบาสเดอร์ของหยกบิวตี้” กู้หนิงเป็นคนเอ่ยแนะนำ
“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”
“ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ”
นี่เป็นครั้งแรกที่อวี้จื่อได้พบกับดาราเป็นการส่วนตัว เธอจึงรู้สึกประหม่าเล็กน้อยและค่อนข้างตื่นเต้น เธอเคยใฝ่ฝันว่าชุดที่เธอออกแบบจะมีดาราได้สวมใส่ แต่ไม่อยากเชื่อเลยว่าฝันนั้นจะกลายเป็นจริงเร็วขนาดนี้
เมื่อซูตงนั่วสังเกตเห็นตู้เซพในมือของกู้หนิง เธอก็พูดว่า “ฉันไม่เคยเห็นบอสทำทุกอย่างเหมือนคุณเลย”
“บางครั้งการลงมือทำอะไรเองก็ไม่ใช่เรื่องแย่อะไรนะคะ” กู้หนิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม