- หน้าแรก
- กำเนิดใหม่สาวนักเรียนเซียนธุรกิจ
- ตอนที่ 419 - 420: น้องสาวปกป้องพี่ชาย, มาสู้กันเถอะ
ตอนที่ 419 - 420: น้องสาวปกป้องพี่ชาย, มาสู้กันเถอะ
ตอนที่ 419 - 420: น้องสาวปกป้องพี่ชาย, มาสู้กันเถอะ
ตอนที่ 419 น้องสาวปกป้องพี่ชาย
แม้ว่ากู้จะไม่คุ้นเคยกับการเรียกเขาว่าพี่ชาย แต่เธอก็ไม่อยากทำให้เขาเสียใจ “พี่ชาย” กู้หนิงกล่าว
“ฮ่า ฮ่า! ตอนนี้ฉันมีน้องสาวแล้ว ในเมื่อเธอเรียกฉันว่าพี่ชาย ต่อจากนี้ไปฉันจะปกป้องเธอเอง” ถางเจียข่ายหัวเราะเสียงดังแต่ทันใดนั้นเขาก็นึกว่าว่าเขาพูดผิด “ไม่สิ เธอต่างหากที่ต้องเป็นคนปกป้องพี่ เพราะเกาเหวินซินเป็นผู้หญิงนิสัยแย่มาก ถ้าเกาเหวินซินมารังแกพี่อีก เธอต้องปกป้องพี่นะ!”
“ฮ่า ฮ่า” กู้หนิงหัวเราะ ถางเจียข่ายคนนี้ตลกดี
“ถางเจียข่าย!” ถางไห่เฟิงตวาดเขา
ถางเจียข่ายไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องใหญ่อะไร เขาจึงโต้กลับว่า “คุณปู่ ทำไมคุณปู่ไม่บอกเกาเหวินซินให้หยุดรังแกผมสักที?”
ถางไห่เฟิงหงุดหงิดแต่ไม่ได้พูดอะไร ถ้าเขาสามารถห้ามเกาเหวินซินได้เขาคงทำสำเร็จไปนานแล้ว
“ช่วยพี่ด้วยเถอะนะ นะ” กู้หนิงไม่ตอบ ถางเจียข่ายก็ไม่ยอมแพ้
“ได้ค่ะ” กู้หนิงเอ่ย เธอเองก็อยากพบญาติผู้พี่ของถางเจียข่ายเหมือนกัน
เมื่อเห็นถางไห่เฟิงหงุดหงิด กู้หนิงก็เปลี่ยนหัวข้อทันที “คุณปู่ สวัสดีปีใหม่ค่ะ อั่งเปาของหนูอยู่ที่ไหนคะ?” พูดจบเธอก็ยื่นมือออกไป
ถางไห่เฟิงหัวเราะ “ฮ่า ฮ่า ตอนนี้หลานรวยแล้วยังอยากจะได้อั่งเปาจากปู่อีกหรือ?”
แม้ว่าถางไห่เฟิงจะพูดหยอก เขาก็หยิบซองอั่งเปาออกมา
“คุณปู่เป็นปู่ของหนูนี่คะ มันต่างกัน หนูอยากได้โชคลาภจากคุณปู่บ้าง” กู้หนิงพูดพลางฉีกยิ้มรับอั่งเปาจากถางไห่เฟิง “หนูจะไม่รับอั่งเปาจากคนที่ไม่สนิท เพราะคุณปู่คือคุณปู่ของหนู หนูเลยยอมรับอั่งเปาจากคุณปู่”
กู้หนิงไม่ได้โกหก ส่วนถางไห่เฟิงรู้สึกซาบซึ้ง
กู้หนิงยังไม่ได้เปิดซองอั่งเปาออกดูทันทีแต่ใช้ตาทิพย์ส่องดูข้างใน มีบัตรธนาคารอยู่ข้างในแต่กู้หนิงไม่รู้ว่ามีเงินจำนวนเท่าไหร่ในบัญชี ดูจากสถานะการเงินของตระกูลถาง จำนวนเงินในบัญชีคงมากพอดู
“คุณปู่ หนูเตรียมของขวัญปีใหม่ให้คุณคุณปู่ด้วยค่ะ” กู้หนิงเอ่ยและเดินไปที่กระเป๋าเดินทางของเธอ
“อะไรหรือ?” ถางเจียข่ายและถางไห่เฟิงต่างสงสัย ถางไห่เฟิงเข้าใจว่าของขวัญที่กู้หนิงเตรียมไว้ให้เขาต้องพิเศษมากๆ แต่ไม่ว่ามันจะเป็นอะไรเขาก็พอใจทั้งนั้น เขากังวลแค่ว่าของขวัญจะราคาแพงเกินไป ถ้าเป็นอย่างนั้นเขาคงรู้สึกไม่ดีที่จะรับมา
“ถ้าบอกก็ไม่เซอร์ไพรส์สิคะ คุณปู่ต้องเปิดดูเองค่ะ” กู้หนิงเอ่ย เธอเปิดกระเป๋าเดินทางและหยิบเอากล่องกระดาษขนาดกลางออกมาแล้วเดินกลับไปหาถางไห่เฟิงและยื่นกล่องของขวัญให้เขา
ถางไห่เฟิงรับมาด้วยความสงวสัยและวางกล่องของขวัญบนโต๊ะ
ถางเจียข่ายเดินเข้าไปดูใกล้ๆ กล่องถูกเปิดออกและมีของชิ้นหนึ่งถูกห่อด้วยผ้าสีแดง ถางไห่เฟิงแกะผ้าสีแดงออกด้วยความสงสัยและต้องอึ้งกับของที่อยู่ข้างใน
“นี่ นี่มันคือรูปปั้นอูฐจากราชวงศ์ถัง!” ถางไห่เฟิงจำได้ตั้งแต่แรกเห็นและเขาก็เชื่อว่ามันคือของแท้เพราะมันเป็นของขวัญจากกู้หนิง
รูปปั้นอูฐนี้สูง 87 ซม. กว้าง 61 ซม. มันมีโหนกสองโหนกโดยอันหนึ่งเอนไปทางซ้ายและอีกอันเอนไปทางขวา ทั้งตัวส่วนใหญ่เคลือบด้วยสีน้ำตาล โดยมีเฉดสีเขียว สีขาว และสีเหลืองต่างกัน อูฐเงยหน้าขึ้น และมีถุงห้อยอยู่ ทั้งสองข้างของกระเป๋าถูกแขวนด้วยสายจูง กาต้มน้ำ หม้อแบน กระติกน้ำ และอื่นๆ
ถางเจียข่ายไม่รู้อะไรเกี่ยวกับของเก่าแต่เขารู้ว่ามันคือรูปปั้นอูฐจากราชวงศ์ถัง “ว้าว นี่มันของเก่าจากราชวงศ์ถังนี่นา!”
“ต้องแพงมากแน่ๆ! เธอนี้ใจกว้างจริงๆ” ถางเจียข่ายพูดกับกู้หนิง
กู้หนิงยิ้ม “ก็ไม่เชิงค่ะ ฉันบังเอิญเจอมันและเผอิญว่ามันเป็นของแท้ก็เท่านั้นเอง”
กู้หนิงไม่ต้องการให้ถางไห่เฟิงรู้สึกแย่เพราะเธอไม่ได้ใช้เงินซื้อมันมา นอกจากนี้เธอยังบอกถางไห่เฟิงว่ามันเป็นของแท้ในกรณีที่เขาสงสัย
“แต่ปู่คิดว่าอูฐตัวนี้มีค่ามากเกินไป!” ถางไห่เฟิงคิดว่าเขาไม่ควรรับไว้ มูลค่าของมันอย่างน้อยก็หลายสิบล้านหยวน
“คุณปู่ ถ้าคุณปู่ไม่รับของขวัญของหนูหนูก็จะไม่รับอั่งเปาของคุณปู่เหมือนกันค่ะ” กู้หนิงเอ่ยและแกล้งทำเป็นผิดหวัง
“เอ่อ” ถางไห่เฟิงลังเล อั่งเปาเทียบไม่ได้เลยกับรูปปั้นอูฐ
“และหนูอยากขอความช่วยเหลือจากคุณปู่ด้วย” เพื่อให้ถางไห่เฟิงยอมรับของขวัญของเธอ กู้หนิงจึงคิดว่าจะขอความช่วยเหลือจากเขา
“ได้สิ ปู่ช่วยหลานอยู่แล้ว!” ถางไห่เฟิงเอ่ย
“เรื่องก็คือหนูก่อตั้งบริษัทเครื่องประดับมาระยะหนึ่งแล้วและหนูต้องการเปิดสาขาในเมือง B ตอนนี้ แต่ว่าหนูไม่คุ้นเคยกับเมือง B หนูเลยอยากให้คุณปู่ช่วยหาร้านในทำเลดีๆพร้อมกับผู้จัดการเก่งๆค่ะ” กู้หนิงกล่าว
ความคิดนี้เกิดขึ้นกับเธอเพราะตอนนี้เธอยุ่งกับงานมากจนแทบไม่มีเวลาจัดการเรื่องขยายสาขา
ดังนั้นกู้หนิงจึงยกเรื่องนี้ขึ้นมาเพราะเธอต้องการให้ถางไห่เฟิงยอมรับของขวัญของเธอ
“ไม่มีปัญหา!” ถางไห่เฟิงตอบ “แต่ว่าอูฐตัวนี้....”
“คุณปู่คะ” กู้หนิงพูดขัด “คุณปู่ยังคิดว่าหนูเป็นคนในครอบครัวคุณปู่ไหมคะ?”
“แน่นอนสิ!”
“ถ้าอย่างนั้นก็รับไว้เถอะค่ะ ถ้าคุณปู่ไม่ยอมรับหนูจะกลับแล้วเอามันไปทิ้งถังขยะจริงๆด้วย”
ตอนที่ 420 มาสู้กันเถอะ
“หลาน....” ถึงแม้จะรู้ว่ากู้หนิงพูดเล่น ถางไห่เฟิงก็ยังรู้สึกลำบากใจอยู่ เขากลัวว่าเธอจะเอารูปปั้นอูฐไปทิ้งจริงๆซึ่งนั่นคงน่าเสียดายแย่
“ได้ ได้ ปู่จะรับไว้ พอใจรึยัง?” ถางไห่เฟิงประนีประนอม
กู้หนิงยิ้มออกมาทันทีด้วยความพึงพอใจ
เมื่อเห็นกู้หนิงรับมือกับคุณปู่ได้ดี ถางเจียข่ายก็อดชื่นชมเธอไม่ได้ “เธอนี่แสดงเก่งดีนะ สนใจเป็นนักแสดงไหมล่ะ? พี่จะเป็นเอเจนซี่ให้เอง” ถางเจียข่ายพูดขำๆ “ไร้สาระ!” ถางเจียข่ายเอ่ย “หนูกู้เกิดมาเป็นเจ้าคนนายคนเท่านั้น”
กู้หนิงยิ้มเบาๆไม่ได้พูดอะไร หลังจากนั้นถางไห่เฟิงก็สำรวจรูปปั้นอูฐทุกซอกทุกมุม ส่วนถางเจียข่ายและกู้หนิงก็พูดคุยกัน พูดให้เจาะจงก็คือถางเจียข่ายเป็นฝ่ายตั้งคำถามเธอซะมากกว่า
“น้องสาว การเรียนเธอเป็นยังไงบ้าง?”
“น้องสาว เธออยากเรียนมหาลัยไหน?”
“น้องสาว ทำไมเธอไม่เข้ามหาลัยในเมือง B ล่ะ?”
“น้องสาว อายุแค่นี้ก็โดดเด่นเฉิดฉายแล้ว! เป็นผู้เชี่ยวชาญกังฟู รู้วิธีการรักษาผู้คน รู้จักการพนันหินและของเก่า และที่สำคัญที่สุด รู้เรื่องธุรกิจ!”
“น้องสาว เธอจะว่าอะไรไหมถ้าพี่จะขอติดตามเธอ?”
“ถางเจียข่าย พอได้แล้ว!” ถางไห่เฟิงทนเสียงเจื้อยแจ้วของหลานชายไม่ไหวแล้ว ถางเจียข่ายเอาแต่พูดไม่หยุด
“โอ้ หลานกู้ ทำไมหลานไม่พักที่บ้านนี้ก่อนกลับล่ะ?” ถามไห่เฟิงถามกู้หนิง
“ขอบคุณค่ะ คุณปู่ แต่หนูคิดว่าหนูจะพักที่โรงแรมค่ะ” กู้หนิงปฏิเสธอย่างสุภาพ เธออยากเดินดูรอบๆบ้านหลังนี้แต่ไม่คิดจะค้างคืน
“ไม่เอาน่าน้องสาว ที่บ้านมีห้องตั้งเยอะแยะ พักอยู่นี่เถอะนะ” ถางเจียข่ายเอ่ย
“ขอบคุณค่ะ แต่ฉันยังมีธุระต้องไปทำอีกค่ะ” กู้หนิงปฏิเสธอีกครั้ง
ในเมื่อกู้หนิงพูดแบบนั้นถางเจียข่ายและถางไห่เฟิงก็ไม่เซ้าซี้อีก “ตอนที่หลานยังอยู่เมือง B ก็มาหาปู่บ่อยๆหน่อยนะ ปู่อยู่บ้านนานๆแล้วก็ชักจะเบื่อ” ถางไห่เฟิงเอ่ย
กู้หนิงยิ้ม “ได้สิคะ”
ราวๆห้าโมงเย็น เกาเหวินซินก็มาถึง เมื่อเธอเดินเข้ามาในบ้านเธอก็พูดเสียงดังว่า “ถางเจียข่าย! นายอยู่ไหน? กล้าดียังไงมาท้าทายฉัน? อ้อ คนช่วยนายล่ะอยู่ไหน?” ได้ยินเสียงเอ็ดตะโร ดูท่าว่าจะเป็นเกาเหวินซิน
กู้หนิงเดาได้ในทันที ถางเจียข่ายต้องพูดจากวนโอ้ยเกาเหวินซินและบอกว่าเธอคือคนปกป้องเขา อย่างไรก็ตามเธอได้สัญญาว่าจะปกป้องเขาไปแล้วแต่ไหงกลายเป็นการท้าสู้ไปได้ล่ะ? ไม่กลัวว่าเธอจะแพ้เลยหรือ?
ถางเจียข่ายเชื่อมั่นในตัวกู้หนิงอย่างมาก ในเมื่อกู้หนิงสามารถเตะจ้าวคังหลินกระเด็นไกลไปสามเมตรได้ แค่รับมือกับเกาเหวินซินย่อมง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก
ไม่ถึงนาที เกาเหวินซินก็วิ่งมาถึงห้องโถงแล้ว
“อย่าตะโกนในที่สาธาณะ! มันไม่สุภาพ!” ถางเจียข่ายตำหนิ วันนี้กู้หนิงอยู่ที่บ้านด้วย เขาไม่อยากทำให้เธอตกใจกลัว
เกาเหวินซินไม่ฟังถางไห่เฟิงเหมือนเช่นทุกที เธอทำหน้าประหลาดใจเมื่อเห็นกู้หนิง “ถางเจียข่าย นี่แฟนนายหรอ? สวยดีนี่!”
“เธอพูดบ้าอะไร? ไม่ใช่สักหน่อย” ถางเจียข่ายรู้สึกอายนิดหน่อย
“เหรอ?” เกาเหวินซินไม่เชื่อเขา
“เธอคือหลานสาวคนใหม่ของคุณปู่” ถางเจียข่ายเอ่ย
“โอ๋ เธอคือกู้หนิงงั้นสิ?” เกาเหวินซินประหลาดใจ เกาเหวินซินได้ยินชื่อกู้หนิงจากถางไห่เฟิงมาก่อนและเธอก็ชื่นชมกู้หนิงด้วยเหมือนกัน
ตระกูลถางปฏิบัติต่อคนอื่นด้วยการให้เกียรติไม่ว่าคนผู้นั้นจะรวยหรือจน พวกเขาเป็นคนจิตใจดี
“สวัสดีค่ะ!” กู้หนิงยืนขึ้นทักทายเกาเหวินซิน
“สวัสดี ฉันเกาเหวินซิน ในเมื่อเธอเป็นหลานคนใหม่ของคุณปู่งั้นเธอก็เป็นน้องสาวของฉัน ฉันจะปกป้องเธอ” เกาเหวินซินเอ่ยและจับไหล่กู้หนิงราวกับว่าพวกเธอเป็นพี่น้องที่สนิทสนมกัน
กู้หนิงได้ช่วยชีวิตคุณปู่ ดังนั้นเธอจึงถือว่าเป็นผู้ช่วยชีวิตของครอบครัวถาง นอกจากนี้กู้หนิงยังโดดเด่นตั้งแต่อายุยังน้อยซึ่งสร้างความประทับใจให้กับเกาเหวินซิน ดังนั้นเกาเหวินซินจึงถือว่าเธอเป็นน้องสาวอย่างจริงใจ
โดยปกติกู้หนิงไม่ชอบให้คนแปลกหน้าแตะต้องตัวแต่เธอไม่ได้มีความรู้สึกรังเกียจเมื่อเกาเหวินซินวางแขนพาดไหล่เธอ
กู้หนิงกำลังจะอ้าปากพูด ถางเจียงข่ายก็ชิงพูดขึ้นก่อนด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ “น่าสนใจดีนี่ เธออยากปกป้องกู้หนิงงั้นเหรอ? มีความสามารถพอรึเปล่า?”
เกาเหวินซินนิ่งเงียบไปอึดใจจากนั้นก็ถามถางเจียข่ายด้วยความไม่แน่ใจว่า “นายหมายความว่าคนที่จะช่วยนายคือกู้หนิง?”
ถางเจียข่ายเพิ่งโทรหาเธอและบอกว่าเขาพบคนที่สามารถเอาชนะเธอได้ ซึ่งเป็นความท้าทายอย่างแท้จริงในสายตาของเกาเหวินวิน ดังนั้นเธอจึงวิ่งมาที่บ้านของตระกูลถางทันที
“ใช่แล้วล่ะ” ถางเจียข่ายพูดพลางเชิดหน้าขึ้นอย่างภาคภูมิใจ
เกาเหวินซินหันหน้าไปทางกู้หนิง “เธอสู้เป็นด้วยเหรอ?”
ไม่ใช่ว่าเกาเหวินซินไม่เชื่อถางเจียข่ายแต่เธออยากได้ยินจากปากของกู้หนิงเอง
“ใช่ค่ะ” กู้หนิงตอบพร้อมรอยยิ้ม
“ดี งั้นเรามาสู้กันเถอะ ถ้าเธอเอาชนะฉันได้ ฉันจะไม่รังแกถางเจียข่ายอีก” เกาเหวินซินเอ่ย “เธอจะปฏิเสธก็ได้นะ ฉันไม่บังคับ”
เกาเหวินซินเป็นคนอารมณ์ร้อนแต่เธอก็เคารพผู้อื่นและรักษาสัญญาของเธอเสมอ อย่างไรก็ตามตระกูลถางเป็นข้อยกเว้นเช่นถางเจียข่าย เขาไม่เต็มใจฝึกทักษะการต่อสู้กับเธออย่างเพราะเขาถูกเธอทุบตีทุกครั้ง
“น้องสาวสุดที่รัก อนาคตของพี่ต้องพึ่งเธอแล้ว” ถามเจียข่ายพูดกับกู้หนิงกึ่งๆอ้อนวอน
กู้หนิงมองเขาแล้วก็ต้องยิ้มออกมา “ฉันจะพยายามเต็มที่ค่ะ” ไม่ใช่แค่เพราะถางเจียข่ายแต่เพราะเธอต้องการประลองฝีมือกับเกาเหวินซิน