- หน้าแรก
- กำเนิดใหม่สาวนักเรียนเซียนธุรกิจ
- ตอนที่ 413 - 414: ดูแข่งม้า, ผู้หญิงคือตัวปัญหา
ตอนที่ 413 - 414: ดูแข่งม้า, ผู้หญิงคือตัวปัญหา
ตอนที่ 413 - 414: ดูแข่งม้า, ผู้หญิงคือตัวปัญหา
ตอนที่ 413 ดูแข่งม้า
“ขอบคุณค่ะ แต่ฉันมีนัดแล้ว ถึงรีสอร์ทแล้วพวกเราค่อยแยกกัน” กู้หนิงเอ่ย
“ได้” กู้หนิงมีนัดของเธอแล้ว พวกเขาจึงไม่คิดรั้งเธอไว้
เมื่อพวกกู้หนิงเกือบถึงรีสอร์ท สัญญาณโทรศัพท์ก็กลับมาอีกครั้ง และโทรศัพท์มือถือของกู้หนิงก็สั่นอยู่ในกระเป๋า เธอหยิบเอามือถือออกมาและเห็นเบอร์ไม่ได้รับสายของเลิ่งเชาถิง เธอไม่ได้โทรกลับหาเขาทันที
หลังจากที่แยกย้าย กู้หนิงก็เดินไปที่พื้นที่อยู่อาศัยของชาวบ้านในหมู่บ้านหนานซุย หลี่เหมาซ่งและคนอื่นๆ คิดว่ามีคนมารับเธอที่นั่น
เมื่อเดินลับหายจากสายตาของพวกหลี่เหมาซ่ง กู้หนิงก็เอากล่องเก็บไว้ในห้องเก็บของกระแสจิตและหันหลังกลับ เดินไปยังรีสอร์ทก่อนจะจองห้องพัก
กู้หนิงไม่ได้โทรหาเลิ่งเชาถิงจนกระทั่งเธออยู่ในที่พัก
เลิ่งเชาถิงรับสายเธอในเสี้ยววินาทีที่เธอโทรไป แม้ว่าจะเป็นเวลาตีสามแล้วเลิ่งเชาถิงก็ยังนอนไม่หลับเพราะเขาเป็นห่วงเธอมาก
“หนิงหนิง!” น้ำเสียงของเลิ่งเชาถิงฟังดูกังวล “เป็นไงบ้าง?”
“ก็ดีค่ะ ฉันเจอสุสานของขุนนางราชวงศ์ถังและได้เจอพวกหลี่เหมาซ่งด้วย พวกเราเข้าไปในสุสานด้วยกัน” กู้หนิงกล่าว
เลิ่งเชาถิงไม่สนใจเรื่องของเก่า สิ่งเดียวที่เขาห่วงคือความปลอดภัยของเธอ เมื่อรู้ว่าเธอสบายดีเขาก็สบายใจ “อืม แล้วเมื่อไหร่เธอจะกลับบ้านล่ะ?”
“อีกสองสามวันค่ะ นายท่านถางรู้ว่าฉันอยู่เมือง B และฉันสัญญากับท่านว่าจะไปเยี่ยมท่านที่บ้าน”
เลิ่งเชาถิงเข้าใจว่านายท่านถางคือคุณปู่ของกู้หนิง และเขาเองก็อยากให้ทั้งสองฝ่ายใกล้ชิดสนิทสนมกันหากกู้หนิงต้องการเช่นนั้นและดูเหมือนว่ากู้หนิงก็มีความสุขที่ได้ทำแบบนั้น พวกเขาคุยกันอยู่สักพักก่อนจะวางสาย เลิ่งเชาถิงไม่อยากวางสายแต่เธอจำเป็นต้องนอนหลับพักผ่อนเพราะมันดึกมากแล้ว
กู้หนิงอาบน้ำก่อนเข้านอนและหลับอย่างรวดเร็ว
วันต่อมากู้หนิงตื่นแปดโมงเช้า เธอเช็คเอ้าท์และไปเมือง B
ตอนนี้ยังเช้าอยู่ เธอจึงไม่ได้เข้าไปเยี่ยมนายท่านถาง เธอโทรหาพานจื่อรุ่ยและชวนเขาทานข้าวด้วยกัน
พานจื่อรุ่ยเพิ่งเข้าร่วมทีมของเธอ ดังนั้นเธอควรใช้เวลากับเขามากขึ้น มิฉะนั้นไม่รู้ว่าเมื่อไรพวกเขาจะได้พบกันครั้งต่อไป
พานจื่อรุ่ยรู้สึกตื่นเต้นที่ได้รับโทรศัพท์จากกู้หนิง เขามีนัดดูการแข่งม้ากับเพื่อน ๆ และกำลังจะออกจากบ้านแต่เขาเทเพื่อนโดยไม่ต้องคิดเปลี่ยนไปเจอกู้หนิงแทน
เพื่อนของพานจื่อรุ่ยต่างประหลาดใจเมื่อได้ยินเขาเรียกคนอื่นว่าบอส เรียกเจ้านายคนอื่น พานจื่อรุ่ยที่หยิ่งยโสอยู่เสมอเรียกคนอื่นว่าบอสเนี่ยนะ?
เมื่อพานจื่อรุ่ยเปลี่ยนแผนในวินาทีสุดท้าย เพื่อนของเขาก็บ่นกันมากมาย เมื่อได้ยินเช่นนั้นกู้หนิงรู้สึกผิดเล็กน้อยที่ทำลายแผนการของพวกเขา ดังนั้นเธอจึงกล่าวว่า “เราเจอกันวันหลังก็ได้นะ”
“ไม่มีทาง” พานจื่อรุ่ยไม่ยอม “ตอนนี้เธออยู่ที่ไหน? ฉันจะไปหาเธอ”
“ฉันคิดว่าไม่เท่าไหร่ที่นายทิ้งเพื่อนมาแบบนั้น” กู้หนิงเอ่ย
“เธอสำคัญกว่าน่ะสิ” พานจื่อรุ่ยตอบ
คำตอบของพานจื่อรุ่ยทำให้กู้หนิงหัวเราะออกมา
“คุณชายพาน ทำไมนายไม่ชวนบอสของนายมาดูแข่งม้ากับพวกเราล่ะ? น่าเสียดายนะถ้านายไม่มา!” หนึ่งในเพื่อนของพานจื่อรุ่ยเอ่ย
“นี่บอส เธออยากมาดูแข่งม้ากับพวกเราไหม?” พานจื่อรุ่ยถามกู้หนิง
ถ้าเธอปฏิเสธ พานจื่อรุ่ยก็ต้องทิ้งเพื่อนมาหาเธอซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่เธอไม่ต้องการ ดังนั้นเธอจึงตอบตกลงไปดูแข่งม้ากับพวกเขา
พานจื่อรุ่ยเสนอตัวไปรับเธอ แต่กู้หนิงปฏิเสธ เธอจะนั่งแท็กซี่ไปหาพวกเขาเอง
ครึ่งชั่วโมงต่อมาพานจื่อรุ่ยและเพื่อนของเขาก็มาถึงสนามแข่งม้าแต่พวกเขายังไม่ได้เดินเข้าไปในทันที พวกเขายังรออยู่ที่ประตูทางเข้า พานจื่อรุ่ยยืนยันจะรอกู้หนิงด้วยตัวเองคนเดียว แต่เพื่อนของเขาเลือกจะรอกู้หนิงเป็นเพื่อนเขา
มีชายหนุ่มห้าคนและหญิงสาวห้าคนในกลุ่มเพื่อนของพานจื่อรุ่ย ผู้ชายเป็นเพื่อนของพานจื่อรุ่ยส่วนพวกผู้หญิงเป็นคนที่พวกเขาพามาด้วยความสนุก
ทายาทเศรษฐีเพียงไม่กี่คนที่มีความสัมพันธ์จริงจังและส่วนใหญ่เห็นผู้หญิงเป็นแค่ของเล่นแต่ไม่ใช่ทั้งหมด คู่รักสองคู่ในกลุ่มเพื่อนของพานจื่อรุ่ยเป็นแฟนกัน หนึ่งในนั้นหมั้นกันแล้วและกำลังจะแต่งงานในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
สิบนาทีผ่านไปกู้หนิงก็ยังไม่โผล่มา ผู้หญิงคนหนึ่งตัวสั่นเพราะอากาศค่อนข้างหนาว เธอทำหน้าบึ้งตึงกับเพื่อนชายของเธอ “คุณชายกวน ฉันหนาวจังเลยค่ะ!” เห็นได้ชัดว่าเธอต้องการเดินเข้าไปข้างใน
ชายหนุ่มผู้ถูกเรียกว่าคุณชายกวนมองหญิงสาวด้วยสายตาไม่ชอบใจ “ทำไมเธอต้องใส่เสื้อผ้าบางขนาดนี้ด้วยล่ะ?”
เธอใส่เสื้อผ้าชิ้นก็เพื่อให้ดูเซ็กซี่แต่อากาศในฤดูหนาวนั้นหนาวมาก เธอโกรธแต่ไม่กล้าพูดอะไร ถ้าเธอรำคาญเขา เธอก็จะถูกทิ้ง อย่างไรก็ตามมีคนเติมเชื้อเพลิงใส่เปลวไฟ “นานา เธอเพิ่งหายจากหวัดไม่ใช่เหรอ? เธอต้องดูแลร่างกายให้ดีสิ ถ้าเธอเป็นหวัดอีกครั้ง คุณชายกวนก็จะพลอยไม่สบายไปด้วย”
“เธอ...” ผู้หญิงที่ชื่อเฉียวนานาอารมณ์เสีย “ฮ่าวเมิ่งฉี หุบปากเธอเดี๋ยวนี้นะ!”
“อะไร? นี่ฉันกำลังพูดเรื่องจริงอยู่นะ” ฮ่าวเมิ่งฉีพูดราวกับว่าเธอคือผู้บริสุทธิ์
“เธอ...”
“พอได้แล้ว!” พานจื่อรุ่ยเกลียดนักเวลาผู้หญิงทะเลาะกัน
พวกเธอหุบปากสนิททันที ผู้ชายของพวกเธอส่งสายตาเตือนไม่ให้พวกเธอพูดมากอีก
ที่ใดมีผู้หญิง ที่นั่นมีสงคราม พวกเธอทั้งสองเป็นผู้หญิงประเภทเดียวกันแต่ไม่ลงรอยกัน อันที่จริงพวกเธอเข้ากันไม่ได้เพราะมีเหตุผลอยู่
ผู้ชายของเฉียวนานา ‘คุณชายกวน’ นั้นดูดีกว่าผู้ชายของฮ่าวเมิ่งฉี หล่อนชื่นชมคุณชายกวนก่อนแต่คุณชายกวนชอบผู้หญิงหน้าอกใหญ่เท่านั้น แม้ว่าหน้าอกของฮ่าวเมิ่งฉีจะไม่เล็กแต่ก็ไม่ใหญ่ ดังนั้นคุณชายกวนจึงไม่สนใจเธอ
ในขณะเดียวกันผู้ชายไม่ปฏิเสธผู้หญิงที่เข้ามาหา ดังนั้นฮ่าวเมิ่งฉีจึงนอนกับคุณชายกวนสองสามครั้ง อย่างไรก็ตามด้วยเหตุนี้เองเธอจึงอิจฉาเฉียวนานาและฉวยทุกโอกาสหาเรื่องจิกกัดเฉียวนานาตลอดเวลา ส่วนเฉียวนานานั้นไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างพวกเขา ฮ่าวเมิ่งฉีไม่กล้าพูดอะไรเช่นกันเพราะคุณชายท่านกวนจะไม่พอใจเธอ ที่แย่ไปกว่านั้น เธอจะสูญเสียผู้ชายที่เป็นกระเป๋าเงินที่เธอมีในตอนนี้ด้วย แม้ว่าทายาทเศรษฐีจะมีผู้หญิงหลายคนในเวลาเดียวกัน แต่พวกเขาไม่อนุญาตให้คู่ขาของตัวเองนอนกับผู้ชายคนอื่น
ตอนที่ 414 ผู้หญิงคือตัวปัญหา
สี่สิบนาทีต่อมาในที่สุดกู้หนิงก็มาถึงสนามแข่งม้า เมื่อเห็นกู้หนิงเดินมา พานจื่อรุ่ยก็เดินตรงไปหาเธอทันที “ไฮ บอส!”
เมื่อทุกคนรู้ว่าบอสของพานจื่อรุ่ยเป็นเด็กสาวคนหนึ่ง ทุกคนต่างก็ตกใจ พวกเขาคิดว่าบอสของพานจื่อรุ่ยจะเป็นผู้ชายที่แข็งแกร่งและโตแล้ว! ใครจะไปคิดว่า.....พระเจ้า! นรกหยุดนิ่งแล้วหรืออย่างไร? หรือคุณชายพานถูกผีเข้าสิง? เพื่อนๆของพานจื่อรุ่ยไม่มีใครเชื่อสายตาตัวเอง
“เฮ้ บอส มานี่มา ฉันจะแนะนำให้รู้จัก นี่คือโจวกวงรุ่ย กวนปิน เกาหย่งคัง และหูฮ่าว พวกเขาทั้งหมดเป็นเพื่อนสนิทของฉันเอง” พานจื่อรุ่ยแนะนำเพื่อนของเขาให้รู้จักกับกู้หนิง จากนั้นเขาก็หันไปหากลุ่มเพื่อนของเขา "พวกนายมองอะไร? นี่คือบอสของพวกเรา”
กู้หนิงทำหน้าเหวอ จู่ๆ เธอกลายเป็นบอสของเพื่อนเขาตั้งแต่เมื่อไหร่? โจวกวงรุ่ยและคนอื่นๆ ตกตะลึง บ้าไปแล้วที่จะเรียกผู้หญิงว่าบอส
“ทำไมพวกเขาต้องเรียกฉันว่าบอสด้วยล่ะ?” กู้หนิงถาม
“พวกเขาเป็นเพื่อนของฉัน เพราะฉะนั้นบอสของฉันก็คือบอสของพวกเขาด้วย” พานจื่อรุ่ยพูดและยอมรับอย่างหน้าตาเฉย
โจวกวงรุ่ยและหูฮ่าวตกลงเรียกกู้หนิงว่าบอสของพวกเขา แต่กวนปินและเกาหย่งคังไม่ยอมเรียก
“จื่อรุ่ย นายบ้าไปแล้วเหรอที่ให้พวกเราเรียกผู้หญิงว่าบอส?” น้ำเสียงของกวนปินเหยียดผู้หญิงอย่างชัดเจน “นายรังเกียจผู้หญิงไม่ใช่เหรอ? ทำไมอยู่ๆถึงเปลี่ยนใจแล้วล่ะ? นายจะเรียกเธอว่าบอสก็ตามใจนายแต่ฉันจะไม่ทำตามนายหรอกนะ”
พูดจบเขาก็มองไปที่กู้หนิงด้วยความรังเกียจ ในสายตาของเขา กู้หนิงต้องล่อลวงพานจื่อรุ่ยด้วยความสวยของเธอ แม้เขาปฏิเสธที่จะเรียกเธอว่าบอส แต่เขาก็ต้องยอมรับว่าเธอสวยมากแม้จะไม่ได้แต่งหน้าก็ตามที ถ้าพานจื่อรุ่ยไม่ได้บังคับพวกเขาให้เรียกเธอว่าบอส เขาก็ไม่รังเกียจที่จะใช้เวลาอยู่กับสาวสวยคนนี้นานสักหน่อย
“ใช่ จื่อรุ่ย นายบังคับพวกเราให้ทำตามนายไม่ได้ เป็นการตัดสินใจส่วนตัวของนายเองที่เรียกเธอว่าบอส ไม่เกี่ยวกับเรา!” เกาหย่งคงก็คิดแบบเดียวกันกับเกาปิน
“พวกนาย..”พานจื่อรุ่ยโมโหเพราะเขาคิดว่ากู้หนิงถูกสบประมาท
“พวกเขาพูดถูก นี่เป็นเรื่องส่วนตัวของนายที่จะเรียกฉันว่าอะไรก็ได้ แต่นายบังคับเพื่อนของนายให้ทำแบบเดียวกับนายไม่ได้หรอกนะ อีกอย่างนายยังไม่ถามความเห็นฉันสักคำ” กู้หนิงพูดขัดพวกเขา
พานจื่อรุ่ยไม่ฟังคนอื่นนอกจากกู้หนิง ในที่สุดเขาก็ยอมจบเรื่องนี้ “ก็ได้ เรียกเธอว่าคุณกู้ก็พอแล้ว เข้าใจไหม?”
ได้ยินเช่นนั้นทุกคนก็ตกใจอีกรอบ เมื่อไหร่กันที่พานจื่อรุ่ยทำตัวเชื่อฟังขนาดนี้?
“เข้าไปข้างในกันเถอะ!” พานจื่อรุ่ยเอ่นและนำทางกู้หนิงเข้าไปข้างใน เขาทิ้งผู้หญิงที่เป็นคู่ขาของตัวเองไว้ข้างหลัง หล่อนโกรธมาก โดยเฉพาะเฉียวนานาและฮ่าวเมิ่งฉีที่ชำเลืองมองเธอด้วยสายตาเหม่อลอย
สำหรับหญิงสาวอีกสองคนนั้น พวกเธอไม่เคยเข้าข้างพวกนักขุดทองพวกนั้นเลย
อันที่จริงตั้งแต่ต้นจนจบ พานจื่อรุ่ยไม่เคยพูดถึงผู้หญิงของเขาต่อหน้ากู้หนิงเลย ในสายตาของเขานอกจากกู้หนิงแล้ว ผู้หญิงคนอื่นล้วนไม่สำคัญเท่ากับเครื่องประดับ
“คุณชายพาน อย่าลืมฉันสิคะ!” เธอตะเบ็งเสียงด้วยความหงุดหงิด
“ก็เดินตามมาสิ” พานจื่อรุ่ยหมดความอดทนและไม่หันหลังกลับไปมองแม้แต่วินาทีเดียว
หญิงสาวโกรธจัดและเกลียดกู้หนิงแทบตาย ในสายตาของเธอ กู้หนิงต้องเป็นไซเรนที่ล่อลวงผู้ชาย มิฉะนั้นคุณชายพานที่ขึ้นชื่อในเรื่องอคติต่อผู้หญิงไม่มีทางอ่อนโยนและใจดีต่อเธอมากขนาดนี้ ในเมื่อทำอะไรไม่ได้ หญิงสาวก็ทำได้แต่ต้องเดินตามพวกเขาไปอย่างรวดเร็วด้วยรองเท้าส้นสูง
แน่นอนว่ากู้หนิงสัมผัสได้ถึงสายตาไม่เป็นมิตร แต่เธอไม่สนใจ ตราบใดที่ผู้หญิงคนนั้นอยู่ห่างจากเธอ เธอจะไม่ยุ่งด้วย
ในขณะนั้นเองพานจื่อรุ่ยก็บ่นขึ้นมาว่า “ผู้หญิงนี่น่ารำคาญจริงๆ”
“อะไรนะ?” กู้หนิงหรี่ตามองเขาด้วยความรู้สึกอันตรายเล็กน้อย
“บอส ฉันไม่ได้หมายถึงเธอนะ”
พูดออกไปแล้ว พานจื่อรุ่ยก็รู้สึกว่ามันฟังดูแปลกๆ ดูเหมือนว่าเขาไม่คิดว่ากู้หนิงเป็นผู้หญิง ดังนั้นพานจื่อรุ่ยจึงเปลี่ยนคำพูดของเขาใหม่ “ไม่ ไม่ ฉันหมายความว่าเธอไม่ใช่ผู้หญิงที่น่ารำคาญพวกนั้น”
กู้หนิงยังคงเงียบ
หญิงสาวคนนั้นเดินมาที่ด้านข้างของพานจื่อรุ่ยแล้วเอื้อมมือไปจับแขนของเขา เธอทำอย่างนั้นเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ อย่างไรก็ตามขณะที่มือของเธอสัมผัสแขนของพานจื่อรุ่ย เขาก็ปัดแขนของเธอออกทันที “เดินเองสิ”
“เจียวเจียว เธอตาบอดหรืออะไร? คุณชายพานกำลังคุยกับบอสของเขา เธอไม่ควรเข้าไปขัดจังหวะนะ” ฮ่าวเมิ่งฉีฉวยทุกโอกาสที่จะหาเรื่องผู้หญิงคนอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเธอพูดคำว่า “บอส” เธอตั้งใจเน้นเสียง อย่างไรก็ตาม ผู้ชายไม่สามารถแยกแยะความแตกต่างได้
“ใช่ เธอไม่เห็นหรือว่าฉันกำลังคุยกับบอสของฉันอยู่? เงียบซะ ไม่งั้นก็กลับไปซะ!” พานจื่อรุ่ยไม่รู้ว่าฮ่าวเมิ่งฉีก็พูดแดกดันกู้หนิง แต่กลับเห็นด้วยกับคำวิจารณ์ของเธอต่อเซี่ยเจียว
เซี่ยเจียวโกรธมากแต่เถียงไม่ได้
“บอส ว่าแต่เธอมาจากไหนนะ?” พานจื่อรุ่ยถาม เขาเพิ่งรู้ตัวว่าไม่รู้อะไรเกี่ยวกับกู้หนิงเลย
“เมือง F” กู้หนิงตอบ
เมื่อได้ยินเช่นนั้น กวนปิน เกาหย่งคัง เฉียวนานา ฮ่าวเมิ่งฉี และเซี่ยเจียวก็แสดงความรังเกียจทันที ในสายตาของพวกเขา เมือง F เป็นเพียงเมืองเล็กๆ ระดับสาม อันที่จริงเมือง F ไม่ได้เล็ก แต่เทียบกับเมือง B ไม่ติดฝุ่น
คนอื่นๆ ในกลุ่มของพวกเขาไม่ได้ดูแคลนขนาดนั้น พวกเขาไม่สนใจว่ากู้หนิงมาจากไหน และมีคนบางส่วนที่เอาแต่ใจตัวเองเท่านั้นที่คิดว่าตนดีกว่าคนอื่น