เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 399 - 400: เจรจากับซ่งหมานหนี่, ลูกชายของโจวเจิ้งหงถูกลักพาตัว

ตอนที่ 399 - 400: เจรจากับซ่งหมานหนี่, ลูกชายของโจวเจิ้งหงถูกลักพาตัว

ตอนที่ 399 - 400: เจรจากับซ่งหมานหนี่, ลูกชายของโจวเจิ้งหงถูกลักพาตัว


ตอนที่ 399 เจรจากับซ่งหมานหนี่

พูดถึงซ่งเหม่ยซิน ใบหน้าของผู้หญิงคนนั้นก็บิดเบี้ยวด้วยความรังเกียจ “นังสารเลวนั่นเลวจริงๆ อยากให้เฝิงเจี๋ยเป็นพ่อของลูก ช่างเถอะ ยังไงก็ต้องขอบคุณนังนั่นที่ทำให้เธอได้เห็นโฉมหน้าจริงของเฝิงเจี๋ย ครอบครัวของเขาก็ไร้ยางอายไม่ต่างกัน! เฝิงเจี๋ยต่างหากที่เป็นหมัน แต่กลับโทษเธอเรื่องนี้! ฉันล่ะอยากให้เวรกรรมตามทันพวกเขาจริงๆ”

ได้ยินบทสนทนาของพวกเธอ กู้หนิงก็ประหลาดใจกับเรื่องราวดราม่า โชคดีที่ผลลัพธ์ไม่ได้แย่จนเกินไป อย่างไรก็ตาม ถ้าเธอเป็นซ่งหมานหนี่ เธอจะต้องทรมานทั้งครอบครัวของชายที่ชื่อเฝิงเจี๋ยที่ไร้ยางอายเพื่อแก้แค้น

กู้หนิงคิดว่าซ่งหมานหนี่เป็นผู้หญิงที่ฉลาดและมากฝีมือ ในเมื่อซ่งหมานหนี่วางแผนที่จะเริ่มต้นใหม่ และกู้หนิงก็ยังขาดพนักงานฝีมือดี ทำไมเธอไม่จ้างซ่งหมานหนี่ซะเลยล่ะ?

เมื่อซ่งหมานหนี่กับเพื่อนใกล้รับประทานอาหารเสร็จ เพื่อนของเธอก็รับโทรศัพท์และขอตัวกลับก่อน ดังนั้นจึงเหลือเพียงซ่งหมานหนี่นั่งอยู่โต๊ะคนเดียว

กู้หนิงถือจานอาหารของตัวเองเดินไปหาซ่งหมานหนี่ “ขอนั่งด้วยได้ไหมคะ?”

ซ่งหมานหนี่จำกู้หนิงได้ตั้งแต่แวบแรกและรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย “เชิญค่ะ”

ซ่งหมานหนี่อนุญาตแล้ว กู้หนิงจึงนั่งลงฝั่งตรงข้ามเธอ

“สวัสดีค่ะ ฉันชื่อกู้หนิง บังเอิญว่าได้ยินที่คุณกับเพื่อนคุยกัน คุณต้องการเปลี่ยนงานและย้ายไปอยู่ที่ใหม่ ขอทราบหน่อยได้ไหมคะว่างานเดิมคุณทำอะไรคะ?” กู้หนิงเอ่ยถาม

ซ่งหมานหนี่คิดว่ากู้หนิงแค่อยากจะพูดคุยกับเธอเฉยๆ เธอจึงไม่ได้ใส่ใจนัก ตอบว่า “ออกแบบภายใน”

“เป็นงานที่ดีค่ะ เงินเดือนก็สูงด้วย แต่ค่อนข้างเหนื่อย คุณยังอยากจะทำงานนี้ต่อไปไหมคะ?” กู้หนิงถาม

“ก็อย่างที่เธอพูด เป็นงานที่ดีและเงินเดือนสูง แต่ก็เหนื่อยมากเช่นกัน ถ้าไม่ใช่เพราะครอบครัวของฉัน ฉันก็คงไม่ทำงานหนักเพื่อหาเงินขนาดนี้ ฉันถึงกับเป็นโรคกระดูกสันหลังเสื่อมด้วยเหตุนี้ แต่ตอนนี้ฉันโสดแล้ว ไม่ต้องทำงานหนักเพื่อหาเงิน”

“ส่วนเรื่องงาน ก็ขึ้นอยู่กับว่าถ้าฉันยังทำงานเป็นนักออกแบบภายในต่อไป ฉันก็จะทำงานให้น้อยลงใส่ใจตัวเองให้มากขึ้น และฉันเองก็ไม่แคร์ที่จะเปลี่ยนงานอีกรอบ” ซ่งหมานหนี่ตอบ

ซ่งหมานหนี่ตอบด้วยใจจริง กู้หนิงจึงต้องตอบเธอด้วยใจจริงเช่นกัน “ฉันคิดว่าคุณต้องเก่งมากจึงสามารถเป็นผู้อำนวยการออกแบบได้ตั้งแต่อายุยังน้อย ดังนั้นฉันจึงอยากจ้างคุณเป็นพนักงานของฉัน สำหรับตำแหน่ง คุณสามารถเลือกได้ ไม่ว่าจะเป็นผู้จัดการร้านจิวเวลรี่ ผู้จัดการโรงแรม ผู้จัดการร้านอาหาร หรือผู้จัดการห้างสรรพสินค้า แค่พูดออกมา ตราบใดที่คุณคิดว่าคุณมีคุณสมบัติ คุณก็สามารถทำงานในสำนักงานใหญ่ของฉันได้เช่นกัน หากคุณสนใจ เราสามารถพูดคุยเกี่ยวกับรายละเอียดเพิ่มเติมได้”

ซ่งหมานหนี่อึ้งกับคำพูดของกู้หนิง อะไรนะ? สำนักงานใหญ่?

มันไม่ใช่เพราะกู้หนิงยังเด็ก คนหนุ่มสาวหลายคนเริ่มต้นมีบริษัทเป็นของตัวเอง แต่เป็นเพราะว่าเด็กสาวที่อยู่เบื้องหน้าเธอมีหลายบริษัทต่างหาก ร้านเครื่องประดับ โรงแรม ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า และอื่นๆ มันไม่ใช่แค่บริษัทแล้ว นี่มันกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่!

ถึงแม้ว่ากู้หนิงจะทำหน้าจริงจังและดูไม่เหมือนว่าเธอกำลังโกหก ทว่าซ่งหมานหนี่ก็ยังเกิดความสงสัย ถึงอย่างไรพวกเธอก็ยังเป็นคนแปลกหน้าต่อกัน

กู้หนิงปล่อยให้ซ่งหมานหนี่คิดไป เธอเพลิดเพลินกับอาหารของเธอและรอคำตอบจากซ่งหมานหนี่

ผ่านไปครู่ใหญ่ ซ่งหมานหนี่ก็ได้สติกลับมาและกล่าวว่า “ถ้าเป็นเรื่องจริงฉันก็อยากจะลองดู ประเด็นคือใช่เรื่องจริงรึเปล่า?”

“แน่นอนว่าจริงค่ะ ฉันจะพิสูจน์ให้คุณดูหลังจากทานข้าวเสร็จแล้ว”

ในเมื่อกู้หนิงพูดเช่นนั้น ซ่งหมานหนี่ก็เริ่มเชื่อถือ “แล้วสถานที่ทำงานของฉันอยู่ที่ไหน?”

“เมืองระดับสามในจังหวัด D และเมืองหลวง” กู้หนิงตอบ

ได้ยินว่าเป็นเมืองหลวง ประกายในดวงตาของซ่งหมานหนี่ก็วาบวับ เธออยากจะสร้างอาชีพการงานของเธอในเมืองหลวง แต่เป็นเพราะอดีตสามี เธอจึงเลือกอยู่ในเมือง F แทน โชคร้ายที่มันจบไม่ดีนัก

“แน่ใจนะว่าเธอไม่ใช่ตัวแทน” ซ่งหมานหนี่ถามด้วยความสงสัยเพราะขอบข่ายของบริษัทนั้นใหญ่มาก และเธอไม่อยากเชื่อว่ากู้หนิงสามารถบริหารกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ขนาดนี้ได้ ประเด็นคือกู้หนิงยังเด็กเกินไปที่จะเป็นผู้ก่อตั้งกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ในสายตาของเธอ

กู้หนิงไม่ได้โมโห เป็นเรื่องธรรมดาที่ซ่งหมานหนี่จะสงสัยในตัวเธอ

กู้หนิงทานข้าวของเธอเสร็จ เธอหยิบเอาสำเนาเอกสารทรัพย์สินของเธอจากในกระเป๋า ปกติกู้หนิงจะเก็บเอกสารสำคัญไว้ในช่องเก็บของกระแสจิต เธอไม่ต้องการให้ซ่งหมานหนี่รู้ตัวตนจริงๆของเธอ

กระนั้นกู้หนิงก็ไม่ได้บอกทุกอย่างเกี่ยวกับทรัพย์สินของเธอ เธอแสดงเอกสารเพียงบางส่วนของร้านหยกบิวตี้ เจิ้งหัวเรียลเอสเตท เฟิ่งหัวเอนเตอร์เทนเม้นท์ และบริษัทอื่นที่ได้มากจากการเข้าซื้อกิจการของหงหยุน

เมื่อซ่งหมานหนี่อ่านเอกสารา เธอก็ต้องทึ่งสุดๆ

“ว้าว นี่มัน....” ซ่งหมานหนี่เงยหน้าจากเอกสารมองกู้หนิงด้วยความทึ่ง แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร

เด็กสาวคนนี้น่าอัศจรรย์ใจจริงๆ เธอเป็นเจ้าของหยกบิวตี้และเจิ้งหัว และบริษัทอื่นๆของหงหยุน

ซ่งหมานหนี่ยังไม่เคยได้ยินชื่อเฟิ่งหัวเอนเตอร์เทนเม้นท์เพราะว่ามันเป็นบริษัทที่เพิ่งก่อตั้ง ดังนั้นเธอจึงไม่สนใจ อย่างไรก็ตาม เธอรู้จักเจิ้งหัวเรียลเอสเตท บริษัทนี้เกือบล้มละลายแต่ถูกคนลึกลับคนหนึ่งซื้อเอาไว้

ไม่คิดเลยว่าคนลึกลับคนนั้นจะเป็นเด็กสาวที่อยู่ตรงหน้าเธอในตอนนี้ เธอยังรู้จักร้านหยกบิวตี้อีกด้วย แบรนด์เครื่องประดับที่ได้รับความนิยมอยู่ในขณะนี้

กู้หนิงทำให้ซ่งหมานหนี่ทึ่งจริงๆ แม้ว่าเอกสารจะถูกปลอมแปลงได้ แต่ซ่งหมานหนี่ก็เลือกที่จะเชื่อกู้หนิง

ตอนที่ 400 ลูกชายของโจวเจิ้งหงถูกลักพาตัว

 

“ถ้าคุณยังไม่เชื่อฉัน คุณสามารถตรวจสอบได้ที่สำนักงานอุตสาหกรรมและพาณิชย์ได้” กู้หนิงกล่าว แม้ว่าเธอจะรู้ว่าซ่งหมานหนี่จะไว้วางใจเธอแล้ว

 

ซ่งหมานหนี่สูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนที่เธอพูดว่า “ฉันประหลาดใจจริงๆ ที่เธอสามารถประสบความสำเร็จได้มากมายตั้งแต่อายุยังน้อยเช่นนี้ ฉันชื่นชมเธอและฉันยินดีที่จะทำงานให้กับเธอ แต่ฉันชอบเมืองหลวงมากกว่าจังหวัด D”

 

“สำนักงานอยู่ที่เมืองหลวง แต่ยังอยู่ในช่วงตกแต่ง ที่นั่นมีหลายแผนกเช่นฝ่ายบุคคล การเงินและอื่นๆ พวกเรายังขาดพนักงานเพราะเราเพิ่งก่อตั้งบริษัทใหม่ เพราะฉะนั้นคุณสามารถเลือกได้ว่าจะเป็นผู้จัดการแผนกไหนตราบเท่าที่คุณคิดว่าสามารถจัดการได้ค่ะ”

“แน่นอนว่าฉันจะให้โอกาสคุณฝึกฝนด้วย นอกจากตำแหน่งในสำนักงานใหญ่ ฉันจะเปิดสาขาของเฟิ่งหัวเอนเตอร์เทนเมนท์, หยกบิวตี้จิวเวอรี่ และเจิ้งหัวเรียลเอสเตทด้วย อย่างไรก็ตาม คุณจะได้รับการเลื่อนตำแหน่งในสำนักงานใหญ่เท่านั้น” กู้หนิงกล่าว

แม้ว่ากลุ่มธุรกิจของกู้หนิงจะยังเพิ่งเริ่มก่อตั้ง แต่ซ่งหมานหนี่เชื่อว่ามันจะประสบความสำเร็จ เพราะมีหยกบิวตี้และเจิ้งหัวเรียลเอสเตทเป็นตัวอย่างที่ดี ซ่งหมานหนี่ยังเชื่อว่ากู้หนิงมีความสามารถในการสร้างอาณาจักรธุรกิจของเธอ

“ฉันจะทำงานในแผนกบุคคลที่สำนักงานใหญ่” ซ่งหมานหนี่เลือกบุคคลเพราะเธอคุ้นเคยกับแผนกนั้นมากกว่าและเคยทำงานแผนกนี้มาก่อน

กู้หนิงหยิบสัญญาและปากกาออกจากกระเป๋าเป้สะพายหลังของเธอทันที เธอเขียนบนกระดาษและพูดว่า “ฉันไม่ได้แค่พูด แต่เราสามารถเซ็นสัญญาจ้างงานได้แล้วตอนนี้ แม้ว่าอาคารสำนักงานของสำนักงานใหญ่จะยังอยู่ระหว่างการตกแต่ง แต่เราก็ยังต้องการพนักงานอยู่มาก ถ้าตอนนี้คุณไม่ยุ่ง ฉันหวังว่าคุณจะสามารถบินไปที่เมืองหลวงและเริ่มทำงานได้ทันที คุณจะได้รับเงินเดือนละสองหมื่นหยวนโดยไม่มีที่พัก ไม่ต้องห่วงเรื่องเงินเดือนหรอกค่ะ อนาคตสามารถเพิ่มขึ้นได้และคุณจะได้รับโบนัสอีกด้วย”

สำหรับเงินเดือน ซ่งหมานหนี่รู้สึกประหลาดใจ ไม่ใช่เพราะมันต่ำ แต่เพราะมันสูงกว่าที่เธอคิด เธอเพิ่งเริ่มต้นงาน และสองหมื่นหยวนค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับเพื่อนของเธอ แม้แต่ในเมืองหลวงซึ่งเป็นเมืองที่ก้าวหน้าที่สุดในประเทศนี้ สองหมื่นหยวนต่อเดือนก็ยังถือว่าสูง ยิ่งไปกว่านั้น เงินเดือนของเธออาจเพิ่มขึ้นในอนาคต และเธอก็จะได้รับโบนัสด้วยเช่นกัน! เมื่อเผชิญกับเงื่อนไขที่น่าดึงดูดเช่นนี้ ซ่งหมานหนี่ก็ไม่มีข้อตำหนิใดๆ สำหรับที่พัก เธอไม่ได้กังวลเรื่องนี้เลย บ้านของเธอมีมูลค่าสองล้านหยวนในเมือง G และเธอวางแผนที่จะขายมันโดยเร็วที่สุด สองล้านก็เพียงพอแล้วสำหรับเธอที่จะซื้ออพาร์ตเมนต์เดี่ยวในเมืองหลวง

เธอเพิ่งหย่าร้างและไม่มีแผนที่จะแต่งงานใหม่อีกในช่วงนี้ และถ้าเธอกำลังจะแต่งงานครั้งที่สอง เธอจะแต่งงานกับผู้ชายที่มีบ้านแน่นอน เพราะเธอได้เรียนรู้บทเรียนจากการแต่งงานครั้งล่าสุดของเธอแล้ว

กู้หนิงเซ็นชื่อในสัญญาและยื่นให้ซ่งหมานหนี่

ตอนนี้ไม่มีอะไรสำคัญต้องจัดการในเมือง G แล้ว เธอได้ส่งจดหมายลาออกแล้วและสามารถออกไปได้หลังจากสามวัน เธอยังขายบ้านของเธอ แม้ว่าจะยังไม่มีใครโทรหาเธอ แต่เธอก็ไม่กังวล เพราะเธอสามารถเช่าอพาร์ตเมนต์ในเมืองหลวงได้ เธอมีเงินออมหนึ่งหมื่นหยวนในบัญชี ซึ่งเพียงพอสำหรับการดำรงชีพสักพัก นอกจากนี้เธอจะได้รับเงินเดือนจากงานใหม่ของเธอหลังจากผ่านไปหนึ่งเดือน ดังนั้นเธอจึงมีเงินเพียงพอที่จะเริ่มต้นใช้ชีวิตของเธอ

ซ่งหมานหนี่อ่านสัญญาและเซ็นชื่อเธอลงไป

“แม้ว่าคุณจะเป็นผู้จัดการฝ่ายบุคคลที่บริษัทของฉัน คุณก็ยังมีเวลาว่างไปทำสิ่งที่คุณสนใจได้” กู้หนิงเอ่ย วิชาเอกของซ่งหมานหนี่คือออกแบบภายใน และกู้หนิงอยากเห็นเธอได้ทำสิ่งที่ตัวเองชอบ

บางทีวันหนึ่งซ่งหมานหนี่อาจกลับไปทำงานเป็นนักออกแบบภายใน ไม่ว่าจะเป็นอะไร ตราบใดที่ซ่งหมานหนี่ยังทำงานให้เธอ กู้หนิงก็ไม่ว่าอะไรทั้งนั้น ได้ยินเช่นนั้นซ่งหมานหนี่ก็นึกแปลกใจและขอบคุณกู้หนิงสำหรับความใจกว้างของเธอ

หลังจากเซ็นสัญญาเรียบร้อย กู้หนิงก็เอ่ยว่า “ไว้ฉันจะโทรหาค่ะ”.

เธอโทรหาอ้ายกวงเหยาและถามเขาว่าจะเริ่มตกแต่งอาคารสำนักงานเมื่อใด กวงเหยาบอกเธอว่าจะเริ่มพรุ่งนี้

สำนักงานใหญ่ของกลุ่มธุรกิจอยู่ระหว่างการปรับปรุง ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ ดังนั้นอ้ายกวงเหยาจึงเคลียร์กำหนดการของเขา

กู้หนิงบอกอ้ายกวงเหยาว่าเธอจ้างซ่งหมานหนี่ที่กำลังจะบินไปเมืองหลวงเพื่อช่วยงานเขา กู้หนิงไม่ค่อยรู้เรื่องการตกแต่งมากนัก ดังนั้นเธอจึงถามอ้ายกวงเหยาว่ามีงานอะไรที่ซ่งหมานหนี่สามารถทำได้บ้าง

หลังจากได้ยินว่าวิชาเอกของซ่งหมานหนี่คือการออกแบบภายใน อ้ายกวงเหยาก็รู้สึกตื่นเต้น เขาต้องการจ้างนักออกแบบตกแต่งภายในเพื่อดูแลรูปแบบการตกแต่งภายในของอาคารสำนักงาน แต่เขายังไม่พบนักออกแบบที่มีคุณสมบัติเหมาะสม ถ้าซ่งหมานหนี่มาได้ คงจะแก้ปัญหาใหญ่นี้ได้

ซ่งหมานหนี่เองก็ตื่นเต้นเช่นกันหลังจากกู้หนิงบอกเรื่องนี้แก่เธอ

กู้หนิงบอกซ่งหมานหนี่ให้ออกแบบสำนักงานของเธอก่อน พวกเธออยู่ด้วยกันจนถึงสองทุ่มก่อนที่จะแยกย้ายกันกลับ หลังจากนั้นกู้หนิงก็ตรงกลับไปที่วอเตอร์บลูสกาย

วันนี้เธอยุ่งมาก แต่เมื่อเธอได้พัก เธอก็อดคิดถึงเลิ่งเชาถิงไม่ได้ การมีแฟนที่เป็นบุคคลพิเศษและไม่สามารถติดต่อเขาได้ทุกครั้งที่ต้องการ กู้หนิงก็รู้สึกอ่อนล้าในบางครั้ง แต่เธอก็รักเขามากและยอมรับทุกอย่างเกี่ยวกับเขา

วันต่อมากู้หนิงไปถึงสนามบินเมือง G ตอน 8.30 น.

อย่างไรก็ตามเมื่อเธอเพิ่งเดินเข้าไปในห้องรับรอง เธอได้รับโทรศัพท์จากโจวเจิ้งหง เขาละล่ำละลักบอกเธอว่าลูกชายของเขาถูกเชาผิงลักพาตัวในเช้า เชาผิงขอเงิน 10 ล้านหยวน มิฉะนั้นเขาจะฆ่าลูกชายของโจวเจิ้งหง ที่แย่ไปกว่านั้น โจวเจิ้งหง เหลือเวลาเพียงครึ่งชั่วโมงเท่านั้น

จบบทที่ ตอนที่ 399 - 400: เจรจากับซ่งหมานหนี่, ลูกชายของโจวเจิ้งหงถูกลักพาตัว

คัดลอกลิงก์แล้ว