เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 359-360: กลับเมือง F, ครอบครัวของหยูหมิงซีมีปัญหา

ตอนที่ 359-360: กลับเมือง F, ครอบครัวของหยูหมิงซีมีปัญหา

ตอนที่ 359-360: กลับเมือง F, ครอบครัวของหยูหมิงซีมีปัญหา  


ตอนที่ 359 กลับเมือง F

ในขณะทีอัลลันเดินจากไป ไป๋เสวี่ยเหยียนก็มองตามหลังเขาด้วยตาละห้อย เธอยังคงมองอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งเขาหายไปจากสายตา เธอหันมาถามกู้หนิงว่า “เขาหล่อไหม? สุภาพบุรุษมากเลย เธอว่าไหม?”

“อืม หล่อแล้วก็สุภาพมาก” กู้หนิงปฏิเสธไม่ได้เลย แต่ยังคิดว่าเลิ่งเชาถิงดีกว่าอัลลันอยู่ดี เมื่อนึกถึงเขา เธอก็คิดถึงเขามาก

“โดยเฉพาะตอนที่เขายิ้ม! ดูดีสุดๆ!” ไป๋เสวี่ยเหยียนทำตาเคลิบเคลิ้ม กู้หนิงหัวเราะเบาๆ หลังจากนั้นทั้งคู่ออกจากคาเฟ่ อัลลันไม่ได้โผล่หน้ามาให้เห็นอีกเลย ไป่เสวี่ยเหยียนผิดหวังนิดหน่อย กู้หนิงรู้สึกเสียใจกับเธอแต่ไม่รู้จะปลอบใจอย่างไร

ทั้งสองแยกกันตอนที่ออกจากคาเฟ่ ไป๋เสวี่ยเหยียนชวนกู้หนิงไปทานข้าวที่บ้าน แต่กู้หนิงปฏิเสธ

กู้หนิงโทรหาเฉียวหยา ถามถึงบริษัทในเมืองเถิง เฉียวหยาบอกว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี กู้หนิงจึงบอกว่าเธอจะกลับเมือง F พรุ่งนี้

กู้หนิงไปที่โรงงาน เกือบหกโมงเย็น พนักงานก็ค่อยๆทยอยกลับบ้าน กู้หนิงก็ออกไปด้วย เธอไปร้านอาหารเพื่อทานอาหารเย็นคนเดียว ระหว่างมื้ออาหาร เธอสังเกตเห็นว่าฉินซีหุนเชิญพวกเขาให้มารวมตัวกันที่กลุ่มวีแชทของพวกเขา

มู่เค่อ: พ่อแม่นายอนุญาตให้ออกไปเที่ยวได้เหรอ?

ฉินซีหุน: พ่อกับแม่ห้ามฉันไม่ได้หรอก เพราะว่าพวกท่านไม่อยู่บ้านน่ะสิ ไปเมือง G ร่วมงานศพ

ฮ่าวหรัน: ใครตาย?

ฉินซีหุน: ลูกสาวเพื่อนพ่อน่ะ เธอเคยมางานเลี้ยงคุณลุงด้วย ได้ยินมาว่าเธอถูกขวดเบียร์ตีหัวในไนท์คลับ

ฉินซีหุน: ฉันเองก็ไม่รู้รายละเอียดมาก

กู้หนิงนึกถึงลี่เจินเจินทันที ลี่เจินเจินตายแล้วเหรอ? ไม่น่าเชื่อ หลังจากนิ่งคิดอยู่สักพัก กู้หนิงก็สรุปได้ว่าเธอต้องตายเพราะเสพยาแทนที่จะเป็นแผลที่ศีรษะ แม้ว่าเธอจะไม่ได้เกลียดลี่เจินเจินจนอยากให้อีกฝ่ายตาย แต่ก็ไม่ได้เห็นใจ เพราะลี่เจินเจินทำตัวเอง เธอสมควรได้รับแล้ว หลังจากทานข้าวเสร็จ กู้หนิงก็กลับไปที่วอเตอร์บลูสกาย

ตอนเย็น กู้หนิงได้รับข้อความจาก K เขาส่งข้อมูลที่เธอขอให้ทางอีเมล กู้หนิงรีบเปิดอีเมลดูทันที

กู้หนิงขอให้ K ช่วยตรวจสอบบริษัทยาที่กำลังล้มละลายในเมืองหลวง K พบข้อมูลอยู่สามบริษัท ทั้งประวัติ ภูมิหลัง ชื่อเสียง และข้อมูลที่เกี่ยวข้องอื่นๆ กู้หนิงเลือกบริษัทแรก เธอไม่มีเวลาไปเมืองหลวงอีกครั้ง รอจนกว่าเทศกาลปีใหม่จะผ่านไป เธอคิดว่าเธอต้องเข้าควบกิจการภายในเร็ววันนี้

เช้าวันต่อมา กู้หนิงกลับเมือง F โดยไม่รอช้า เครื่องบินออกตอน 9.30 o. เธอถึงเมือง F ตอน 10.40 น. ทันทีที่ลงจากเครื่องบินเธอก็โทรหาแม่ทันทีและถามแม่ว่าอยู่ไหน

กู้ม่านอยู่ที่ซาลอน กู้หนิงจึงขึ้นรถแท็กซี่ไปที่ซาลอนทันที กู้ม่านดีใจมากที่กู้หนิงกลับมาได้ซะที

“ม่าน พี่รู้ว่าเธอดีใจที่หนิงหนิงกลับมา แต่เธอไม่จำเป็นต้องออกไปตรวจดูข้างนอกทุกครั้ง! หนิงหนิงจากไปแค่ครึ่งเดือน พอเข้ามหาลัย หนิงหนิงจะกลับมาแค่เทอมละครั้งเท่านั้น” กู้ชิงเอ่ย

เธอเองก็ห่วงกู้หนิงไม่ต่างจากกู้ม่านในช่วงครึ่งเดือนที่กู้หนิงหายไป ไม่ว่ากู้หนิงจะประสบความสำเร็จแค่ไหน เธอก็ยังเป็นเด็กในสายตาของครอบครัว ครอบครัวของเธอคงจะห่วงใยเธออย่างแน่นอน ดังนั้นกู้ชิงก็ดีใจไม่ต่างกันที่กู้หนิงกลับมาบ้าน

“แต่เธอยังไม่ได้เข้ามหาลัยเลยนะ!” กู้ม่านเอ่ย

ใช้เวลายี่สิบนาทีจากสนามบินมายังย่านใจกลางเมือง กู้ม่านและกู้ชิงเดินมาต้อนรับเธอ “หนิงหนิง ยินดีต้อนรับกลับมาจ้ะ!”

กู้ชิงรับกระเป๋าเดินทางจากหลานสาวมาถือ ในขณะที่กู้ม่านกุมมือลูกสาวพลางเดินเข้าไปยังห้องทำงานภายในร้าน

เมื่อเข้ามาในห้องทำงานแล้ว กู้หนิงก็เปิดกระเป๋าเดินทาง “ของขวัญปีใหม่ค่ะ”

“พวกเรามีเสื้อผ้าเยอะแล้ว ลูกไม่จำเป็นต้องซื้อมาฝากเลย” กู้ม่านเอ่ย แต่ภายในใจรู้สึกมีความสุข

กู้หนิงยิ้มเบาๆ ไม่ได้บอกว่าแม่กับป้าของขวัญเหล่านี้มาจากลูกเขยในอนาคต ถ้าพวกท่านรู้ว่าเธอมีแฟน คงซักถามละเอียดยิบแน่

หลังจากนั้น กู้หนิงก็หยิบกล่องเครื่องประดับสามกล่องและมอบให้กู้ม่าน “นี่คือจี้หยกสำหรับของรางวัลค่ะ”

กู้ชิงมองกล่องเครื่องประดับ เธออยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ไม่ได้พูดออกมา เธอยังคิดว่ามันราคาแพงมากเกินไป กู้หนิงหันไปเห็นจึงพูดเป็นเชิงปลอบว่า “ป้าคะ หนูรู้ว่ามันแพงค่ะ แต่ถ้าไม่ยอมเจ็บตัวบ้างก็ไม่ได้อะไรเลยนะคะ”

กู้ชิงนึกถึงลูกค้า VIP ที่โทรมาสอบถามรายละเอียดเมื่อวานนี้กันอย่างล้นหลามซึ่งพิสูจน์ได้แล้วว่ามันได้ผล ดังนั้นเธอจึงสบายใจขึ้น

“เอาล่ะ นี่ก็สิบเอ็ดโมงครึ่งแล้ว ไปกินข้าวกันเถอะ หนิงหนิงลูกอยากกินอะไรเป็นพิเศษไหม?” กู้ม่านมองดูเวลาและหันไปถามลูกสาว

มีห้องครัวในร้าน และพนักงานสามารถทำอาหารและทานอาหารที่นี่ได้ แต่กู้ม่านต้องการพากู้หนิงไปทานข้าวข้างนอกดังนั้นจึงตัดสินใจรับประทานอาหารข้างนอก

“ไปกินหม้อไฟกันเถอะค่ะ” กู้หนิงเสนอ

“ได้สิ ไปกินหม้อไฟกัน!” กู้ม่านเห็นด้วย จากนั้นทั้งสามคนก็พากันไปทานข้าว

“ป้าคะ ช่วงนี้ธุรกิจของลุงเป็นยังไงบ้างคะ?” กู้หนิงถามกู้ชิง

“ป้าเองก็ไม่รู้รายละเอียดเท่าไหร่ แต่ก็ค่อนข้างไปได้ดีนะ มีสัญญาซื้อขายเข้ามาเรื่อยๆ” กู้ชิงยิ้ม พวกเขาจนมานานและตอนนี้มีเงินมีทองเข้ามาไม่ขาดสาย กู้ชิงอดคิดไม่ได้ว่าชีวิตคนเราช่างเต็มไปด้วยความเปี่ยนแปลง และกู้หนิงมีส่วนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

“โอ้ เช้านี้ลุงสามของหลานโทรมา พวกเขาจะกลับมาเมือง F วันมะรืน และอยากมาเจอพวกเราด้วย แต่ป้ายังไม่รับปากเขา อยากรอฟังความเห็นของหลานก่อน” กู้ชิงพูดพลางมองหน้ากู้หนิงไปด้วย

กู้หนิงเงียบไปสองสามวินาที เธอรู้ว่ากู้ม่านและกู้ชิงอยากไปไม่อยากนั้นคงไม่ถามเธอ อีกอย่างครอบครัวลุงสามกับพวกเธอไม่ได้มีความขัดแย้งที่ถึงกับเกลียดชังกัน เพราะฉะนั้นการไปทานข้าวกับพวกเขาไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร

“ได้สิคะ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ครอบครัวเรากับครอบครัวลุงสามไม่ได้มีปัญหาอะไรกันมาก ไม่จำเป็นต้องตัดขาดการติดต่อกับพวกเขา แต่ถ้ายายแม่มดกับครอบครัวของลุงสามหาเรื่องหนูอีก หนูไม่อยู่เฉยแน่ค่ะ และพวกเขาต้องเป็นฝ่ายไปแทนไม่ใช่หนู” กู้หนิงพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “แน่นอนจ้ะ ป้าเข้าใจ” กู้ชิงตอบ ตอนนี้พวกเธอไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว และได้อดทนมามากพอแล้ว ดังนั้นไม่มีอะไรต้องกลัว

ตอนที่ 360 ครอบครัวของหยูหมิงซีมีปัญหา

หลังจากรับประทานอาหารเที่ยง กู้ม่านและกู้ชิงก็กลับไปที่ร้าน ส่วนกู้หนิงกลับไปที่บ่ายตอนบ่ายสอง

ขณะที่เธอพักผ่อนอยู่ที่บ้าน อยู่ๆเธอก็นึกได้ว่าไม่ได้เจอเพื่อนๆมานานแล้ว ดังนั้นเธอจึงส่งข้อความในวีแชทและนัดเพื่อนมาทานข้าวตอนบ่ายด้วยกันซึ่งค่อนข้างสร้างความประหลาดใจแก่เพื่อนๆที่อยู่ๆเธอก็โผล่มา

ฮ่าวหรัน: อ๊ากกกกก! บอส ในที่สุดเธอก็กลับมาแล้ว! ไม่ได้เจอเธอเป็นชาติแล้ว คิดถึงมาก!”

ฉู่เพ่ยหาน: ไปสิ ไปสิ ไปเจอกันตอนนี้แหละ ที่ไหน?

ฉู่เพ่ยหานแทบอดใจรอเจอกู้หนิงไม่ไหวแล้ว

มู่เค่อ: เธอจะรีบไปไหน? เหลือเวลาอีกตั้งเยอะ

ฉู่เพ่ยหาน: แล้วยังไง?

กู้หนิง: ฉันมีธุระที่ยังต้องทำอีก ไว้เจอกันตอนสี่โมงเป็นไง? อย่าลืมโทรหาคนที่ไม่ได้อ่านข้อความด้วยล่ะ พวกนายตัดสินใจกันเองแล้วกันจะเจอกันที่ไหน วันนี้ฉันเลี้ยงเอง เต็มที่เลย!

ฮ่าวหรัน: เย้! ฉันรักเธอที่สุด!

ฉู่เพ่ยหาน: ฉันก็รักเธอเหมือนกัน!

มู่เค่อ: ฉันด้วย!

กู้หนิง: งั้นฉันไปทำธุระก่อนนะ ไว้ตัดสินใจจะไปร้านไหนค่อยบอกฉันแล้วกัน

กู้หนิงไปที่แผนกขายของเฟิ่งหัวแมนชั่นเพื่อไปซื้ออพาร์ทเม้นต์สำหรับเกาอี้และเฉียวหยา แม้ว่าเจิ้งหัวเรียลเอสเตทจะมีอพาร์ทเม้นต์ขาย แต่เธออยากให้พวกเขาอาศัยอยู่ๆใกล้ที่พักเธอ พวกเขาจะได้สะดวกในการคุ้มกันเธอ ทั้งขับรถและเป็นเลขาให้ด้วย

“สวัสดีค่ะคุณกู้ ยินดีที่ได้พบอีกครั้งครับ” เว่ยจื่อลุ่ยเดินเข้ามาทักทายกู้หนิงเมื่อเธอปรากฏตัว

“สวัสดีค่ะ ยินที่ได้พบเหมือนกันค่ะ ฉันกำลังมองหาห้องชุดขนาดเล็กที่ตกแต่งเสร็จแล้ว” กู้หนิงเอ่ย

เกาอี้และเฉียวหยามีกันแค่สองคน ดังนั้นห้องเดียวก็เพียงพอสำหรับพวกเขา นอกจากนี้พวกเขาจะอาศัยอยู่ที่นี่ชั่วคราว ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องซื้อขนาดใหญ่ อีกครึ่งปีพวกเขาก็จะย้ายไปเมืองหลวง

เมื่อได้ยินว่ากู้หนิงกำลังมองหาห้องชุด เว่ยจื่อลุ่ยก็ประหลาดใจแต่ไม่ได้ถามรายละเอียด “ห้องที่เล็กที่สุดคือ 73 ตารางเมตร และเป็นอพาร์ตเมนต์เดี่ยวที่มีห้องนอนเพียงห้องเดียว แต่เรายังมีอพาร์ทเมนต์สองห้องนอนซึ่งมีขนาด 85 ตารางเมตร”

“ห้องนอนเดี๋ยวอยู่ตรงไหนคะ? ฉันอยากไปดูหน่อย” กู้หนิงถาม

“อยู่ที่ตึก 2 โซน F ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับโซน G” เว่ยจื่อรุ่ยกล่าว จากนั้นเขาก็พากู้หนิงดูแผนผัง เรามีห้องเดี่ยวเหลือเพียงสองห้องเท่านั้น ชั้นหนึ่งอยู่บนชั้นที่ 12 และอีกชั้นหนึ่งอยู่ที่ชั้นที่ 13”

กู้หนิงดูอยู่สักครู่ก่อนเอ่ยว่า “งั้นฉันซื้อห้องที่อยู่ชั้น 12 ค่ะ”

เว่ยจื่อรุ่ยรีบดำเนินการตามขั้นตอนให้เธอทันที

ตอนนี้บ่ายสามแล้ว กู้หนิงเตรียมตัวจะออกไปพบเพื่อน เธอเปิดวีแชทดูเพื่อดูว่าพวกเขาตัดสินใจกันรึยัง ขณะที่กำลังจะเปิดวีแชท ฉู่เพ่ยหานก็โทรเข้ามาก่อน

กู้หนิงกดรับสายทันที “บอส ตอนนี้ครอบครัวของหมิงซีเกิดเรื่องแล้ว!”

“เกิดอะไรขึ้น?

“บ้านของครอบครัวเธอกำลังจะถูกรื้อถอน ลุงและป้าคนโตของเธอก็เถียงกันว่าพวกเขาควรจะได้เงินมาแบ่งกัน!” ฉู่เพ่ยหานตอบ

กู้หนิงไม่พอใจ มีญาติที่ไร้ยางอายมากมายที่ต่อสู้เพื่อเงินพี่น้องของตน

“ฉันจะไปเดี๋ยวนี้” กู้หนิงขึ้นแท็กซี่ไปยังบ้านของหยูหมิงซีทันที

กู้หนิงรีบโทรหาหยูหมิงซี เธอรอสายอยู่นานมากกว่าหยูหมิงซีจะกดรับ “หนิงหนิง...” เสียงของเธอสั่นเครือ กำลังร้องไห้ หยูหมิงซีร้องไห้อย่างสิ้นหวัง

“หมิงซีไม่ต้องร้องไห้ ตอนนี้สถานการณ์เป็นไงบ้าง?” กู้หนิงถาม

หยูหมิงซีพยายามสงบอารมณ์และตอบกลับไปว่า “บ้านของครอบครัวฉันกำลังจะรื้อถอน แต่ลุงกับป้าคนโตของฉันกำลังโต้เถียงว่าพวกเขาควรจะได้เงินมาแบ่งกัน ปู่มอบบ้านให้พ่อ และคุณปู่ก็ให้เงินลุงกับป้าไปแล้วสามหมื่นหยวนตอนที่พวกเขาซื้อบ้านเมื่อสิบปีก่อน พ่อกำลังทะเลาะกับพวกเขาตอนนี้ ฉันไม่รู้จริงๆ ว่าต้องทำยังไงแล้ว”

“ไม่ต้องห่วงนะ ฉันกำลังไป”

“อื้ม”

หลังจากวางสาย กู้หนิงก็บอกคนขับแท็กซี่ให้ขับรถเร็วกว่านี้

ยี่สิบนาทีต่อมา ฉู่เพ่ยหานและฮ่าวหรันก็มาถึงสถานที่ที่หยูหมิงซีอาศัยอยู่ ทั้งคู่ต่างขับรถมา ฮ่าวหรันมากับฉินซีหุนและจางเทียนปิง ส่วนมู่เค่อและอ้ายยี่ไม่มีรถจึงมาแท็กซี่

ครอบครัวของหยูหมิงซีอาศัยอยู่ในย่านเก่า มีบันไดมากมายในอาคาร เมื่อฉู่เพ่ยหานและคนอื่นๆ เดินเข้าไปข้างใน พวกเขาได้ยินเสียงทะเลาะกันดังลั่นจากชั้นบน “อะไรวะเนี่ย! พวกเขากล้าดียังไงมารังแกหมิงซี! ฉันจะสอนบทเรียนให้พวกเขาเอง!” ฮ่าวหรันโกรธมาก วิ่งไปที่ชั้นสาม ตามด้วยคนอื่นๆ

ภายในห้องนั่งเล่น ครอบครัวของหยูหมิงซีและผู้ชายผู้หญิงคู่หนึ่งกำลังโต้เถียงกันอย่างดุเดือด “ฉันบอกแกแล้วว่าบ้านหลังนี้เป็นของพ่อพวกเรา แกจะเอาไปคนเดียวไม่ได้ แกบอกว่าพ่อให้เงินพวกฉันสามหมื่นหยวนเมื่อสิบกว่าปีก่อน ถ้าอย่างนั้นค่าชดเชยรื้อถอนนี้แกก็เอาไปสามหมื่นหยวนแล้วกัน ที่เหลือพวกฉันจะแบ่งกันเอง” ผู้ชายในวัย 50 เป็นคนพูด เขาคือลุงคนโตของหนูหมิงซี และเขาพูดเรื่องนี้วนเป็นสิบรอบแล้ว

“ใช่!” ผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างเขาคือป้าของหยูหมิงซี

“บ้าไปแล้ว! สามหมื่นหยวนเมื่อสิบกว่าปีก่อนจะเทียบกับตอนนี้ได้ยังไง!” พ่อของหยูหมิงซีโกรธจนเนื้อเต้น

อันที่จริง สามหมื่นหยวนเมื่อสิบกว่าปีที่แล้วเท่ากับสามแสนหยวนในปัจจุบัน! จะอย่างไรก็ตามพ่อของหยูหมิงซีไม่ยินยอมที่จะรับเงินเพียงสามแสนหยวนและปล่อยให้พวกเขาแบ่งปันส่วนที่เหลือเช่นกัน

“พวกฉันไม่สน ต้องแบ่งกันแบบนี้เท่านั้น!” ป้าของหยูหมิงซียืนยันกระต่ายขาเดียว พวกเขาไม่สนใจว่าจะเป็นครอบครัวเดียวกันเมื่อมีเรื่องเงินมาเกี่ยวข้อง

“นี่...” พ่อหยูหมิงซีโมโหจนพูดไม่ออก ส่วนแม่ของหยูหมิงซีไม่ใช่คนที่เถียงกับคนอื่นได้ เธอจึงไม่ได้เข้าร่วมการโต้เถียงครั้งนี้ หยูหมิงซีพยายามพูดช่วยพ่อแต่ถูกลุงกับป้าตำหนิว่าไม่ใช่เรื่องของเด็ก เธอจึงทำอะไรไม่ได้เช่นกัน

ประตูไม่ได้ปิด ดังนั้นฮ่าวหรันและคนอื่นๆ จึงบุกรุกเข้ามาข้างในบ้าน ซึ่งทำให้ผู้คนในห้องนั่งเล่นตกใจ

จบบทที่ ตอนที่ 359-360: กลับเมือง F, ครอบครัวของหยูหมิงซีมีปัญหา

คัดลอกลิงก์แล้ว