เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 259 -260: จะปฏิเสธงั้นเหรอ?, เธอคือราชินีหยก

Chapter 259 -260: จะปฏิเสธงั้นเหรอ?, เธอคือราชินีหยก

Chapter 259 -260: จะปฏิเสธงั้นเหรอ?, เธอคือราชินีหยก


Chapter 259: จะปฏิเสธงั้นเหรอ?

หินก้อนที่สองของกู้หนิงก็มีหยกอยู่เช่นกัน หวางซินหยวนเริ่มหน้าเสีย

“พระเจ้า! คุณหนูคนนี้โชคดีชะมัด!”

“ใช่ อันที่จริงฉันยังไม่เคยเห็นใครที่สามารถตัดหยกสองชิ้นติดต่อกันได้เลยสักครั้ง!”

ทุกคนต่างพากันทึ่ง

“เป็นไปได้ยังไง? ทำไมกัน?” หวางซินหยวนไม่เชื่อสายตาตัวเองและไม่อยากยอมรับความจริง

หวางหงหมิงก็ไม่พอใจเช่นกัน ผู้หญิงคนนี้โชคดีหรือเพราะเธอมีความสามารถกันแน่?

ถ้าผู้หญิงคนนี้มีความสามารถในการพนันหินจริง ก็มีความเป็นไปได้ว่าหินในรถเข็นของเธอมีหยกมากเกินกว่าครึ่ง หวางหงหมิงหน้าถอดสี

โดยปกติคนงานจะต้องตื่นเต้นที่ได้ตัดหยกออกมา เพราะพวกเขาสามารถมีชื่อเสียงได้จากการทำเช่นนั้น แต่ตอนนี้มันเป็นสถานการณ์ที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง เจ้านายของพวกเขาไม่ต้องการให้พวกเขาตัดหยกเลย ดังนั้นมือของพวกเขาจึงสั่นเล็กน้อย หินในมือของพวกเขาเหมือนมันฝรั่งร้อนๆที่พวกเขาอยากจะโยนทิ้งแต่ก็ไม่สามารถทำเช่นนั้นได้

หยกระดับกลางชิ้นที่สองเป็นประเภทหยกน้ำ

ในเวลานี้เครื่องตัดหินเครื่องที่สามก็พร้อมใช้งานแล้ว ดังนั้นกู้หนิงจึงหยิบหินชิ้นที่สามออกมาโดยที่ยังคงมีหยกระดับกลางอยู่ข้างใน ชั้นสีเขียวก็เผยให้เห็นออกมาภายในไม่กี่นาที

ตอนนี้ทุกคนอ้าปาก ตาค้าง

หวางหงหมิงตัวสั่นหน้าซีด สีหน้าของหวางซินหยูก็ไม่สู้ดี ใบหน้าของเธอบิดเบี้ยวเพราะความโกรธระคนอิจฉา

เมื่อมีใครตัดหยกได้ จะมีประทัดจุดเพื่อบอกข่าวดี ผู้คนจำนวนมากหลั่งไหลเข้ามาในร้าน

“ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณหนู ผมเป็นผู้จัดการบริษัทเป่าหยวน จางหยวน ครับ นี่นามบัตรของผม หวังว่าวันหนึ่งพวกเราจะได้ทำธุรกิจร่วมกันนะครับ” อยู่ๆก็มีผู้ชายคนหนึ่งแนะนำตัวเองกับกู้หนิงอย่างกะทันหัน

บริษัทเป่าหยวนเป็นแบรนด์บริษัทเครื่องประดับระดับสองของวงการอัญมณี

เป้าหมายต่อไปของกู้หนิงคือการขยายกลุ่มลูกค้าสำหรับธุรกิจผู้ให้บริการหยกซึ่งเธอกำลังจะเปิดในเร็วๆนี้ และบริษัทเครื่องประดับก็เป็นลูกค้าเป้าหมายหลักของเธอ

“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ ฉันถังอันหนิง” กู้หนิงใช้ชื่อเดิมของเธอเมื่อชาติที่แล้ว เธอไม่ได้กังวลว่ามันจะทำให้เธอเดือดร้อนหากตระกูลถังรู้หรือฉีซีเยว่รู้เข้า

บนโลกนี้มีคนหน้าคล้ายกันมากมายนับประสาอะไรกับคนที่มีชื่อเดียวกัน แม้ว่าเธอจะปรากฏตัวด้วยชื่อถังอันหนิงต่อหน้าพวกเขาแล้วยังไง พวกเขาก็คงไม่สงสัยเพราะเธอดูเปลี่ยนไปไม่ใช่ถังอันหนิงคนเดิม

จากนั้นกู้หนิงก็ยื่นนามบัตรตัวเองให้เขา

“คุณถัง ยินดีที่ได้รู้จักครับ! ผมคือผู้จัดการร้านเครื่องประดับจินหยู ฉินหยวน...”

“คุณถัง เป็นเกียรติมากที่ได้รู้จักคุณครับ ผม.....”

…………

ผู้จัดการร้านขายเครื่องประดับมากมายทยอยเข้ามาทักทายกู้หนิงและแลกเปลี่ยนนามบัตรกัน เผื่อวันข้างหน้าพวกเขาอาจได้ทำธุรกิจร่วมกัน

ภายในเวลาสั้นๆ กู้หนิงก็ได้รับนามบัตรมากมายจากแบรนด์ระดับหนึ่ง สอง และสาม

มีคนประมูลหยกทันทีเมื่อมันถูกตัดออกมาจนหมด

“ห้าล้าน”

“5.5 ล้าน!”

“สิบสามล้าน”

ในตอนท้ายหยกดำถูกประมูลไปด้วยราคาสิบสามล้านหยวน

เพื่อไม่ให้เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของเธอ กู้หนิงได้บอกให้ K เปิดบัญชีในธนาคารสวิสให้เธอก่อนหน้านี้

ธนาคารสวิสมีระบบรักษาความลับระดับสูง และเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นธนาคารที่น่าเชื่อถือที่สุดของโลก ประมาณหนึ่งในสี่ของทรัพย์สินส่วนตัวของคนรวยระดับโลกถูกเก็บไว้ในธนาคารแห่งนี้ นักการเมือง นักธุรกิจ และคนดังระดับโลกต่างก็ทุ่มเงินให้กับธนาคารสวิสซึ่งได้สร้างอุตสาหกรรมการเงินที่มีชื่อเสียงระดับโลกของสวิตเซอร์แลนด์ แม้ว่าจะมีคนต้องการสืบหาตัวตนของเธอ พวกเขาย่อมคว้าน้ำเหลว

การประมูลแรกจบลงอย่างรวดเร็ว

กู้หนิงหยิบหินก้อนที่สี่ออกมาและมันก็เหมือนเดิม

ทุกคนเบิกตากว้างตกใจสุดขีด ตัดหยกออกมาต่อเนื่องสามครั้งก็ว่าน่าตกใจมากแล้ว แต่ดูเหมือนว่าจะยังมีอีกตามมาเรื่อยๆ

หยกก้อนที่สองถูกตัดออกมาเรียบร้อยแล้ว และถูกประมูลขายไปในราคาแปดล้านหยวน

หินก้อนที่ห้าของกู้หนิงก็ยังสามารถตัดหยกมีค่ามากออกมาได้อีก

ทุกคนตกตะลึงและไม่มีใครเชื่อว่ามันคือเรื่องจริง พวกเขาคิดว่าตัวเองกำลังฝันกลางวันอยู่

“พระเจ้า! นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันได้เป็นประจักษ์พยานการตัดหยกต่อเนื่องห้าครั้ง!”

“ฉันคิดว่าหินก้อนที่เหลือต้องมีหยกอยู่ข้างในแน่”

“เห็นด้วย!”

ผู้คนเริ่มเอนเอียง

“ทำไมเธอดูคุ้นๆจัง?”

“ใครหรอ?” มีคนถาม

“ฉันจำไม่ได้แต่เธอดูคุ้นๆ”

ไม่นานข่าวเรื่องตัดหยกได้ห้าครั้งต่อเนื่องก็แพร่กระจายออกไปข้างนอก ผู้คนหลั่งไหลเข้ามาที่ร้านมากมาย

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!” หวางซินหยวนตะโกน ถ้ายังดำเนินต่อไป เธอต้องแพ้แน่ซึ่งนั่นเป็นสิ่งสุดท้ายที่เธอต้องการให้เกิดขึ้น ดังนั้นเธอจึงพยายามล้มการพนันครั้งนี้

แม้ว่าหวางหงหมิงจะคิดแบบเดียวกับหลานสาว แต่กระนั้นเขาก็ยังรู้สึกว่ามันน่าอายเกินไปที่จะทำแบบนั้น สิ่งที่ผู้หญิงคนนี้ทำวันนี้มันเหนือความคาดหมายเขามาก เขาทั้งตกใจและเสียใจเพราะหินเหล่านั้นมาจากร้านของเขาเอง! และเขาไม่สามารถเอากลับคืนได้เพราะเขาขายมันไปแล้ว!

“อะไร? เธอจะล้มเลิกไม่พนันแล้วเหรอ?” กู้หนิงปรายตามองหวางซินหยวน

ทุกคนต่างก็หันไปมองหวางซินหยวนด้วยความไม่พอใจ

หวางซินหยวนรู้สึกอาย แม้ว่าเธอจะไร้ยางอายเธอก็ยังตะเบ็งเสียงพูดว่า “ถ้าเป็นอย่างนั้นแล้วจะทำไม? เธอจะทำอะไรฉันได้?”

เธอไม่เชื่อว่ากู้หนิงจะสามารถจัดการอะไรเธอได้เพราะเธอเป็นถึงลูกสาวของตระกูลหวาง!”

“ท่านคิดเห็นเช่นไรคะ นายท่านหวาง?” กู้หนิงหันไปพูดกับหวางหงหมิง น้ำเสียงของเธอฟังดูเยาะเย้ยถากถางและท้าทายในที

หวางหงหมิงหน้าแดงเล็กน้อย เขารู้ว่ามันน่าอายแต่เขาไม่อยากให้มันดำเนินต่อไปจริงๆ เขาจึงใช้ข้ออ้างว่า “ในเมื่อคุณถังได้ตัดหยกออกไปหลายชิ้นแล้ว ฉันไม่คิดว่าเธอจำเป็นต้องอยากได้หยกชมพูรากบัวอีก ทำไมเราไม่หยุดกันแค่นี้?”

 

Chapter 260: เธอคือราชินีหยก

 

“นายท่านถางต้องฉันเล่นแน่ หยกชมพูรากบัวมีมูลค่าอย่างน้อยก็ยี่สิบล้านหยวน ทำไมฉันต้องทิ้งมันไปด้วยล่ะคะ? เฮ้อ แต่ฉันก็ไม่ใช่คนไร้เหตุผลเหมือนกัน ถ้าฉันชนะท่านไม่ต้องให้หยกชมพูรากบัวกับฉันก็ได้ค่ะ แต่ท่านก็ต้องจ่ายเงินเต็มจำนวนให้ฉันแทน ได้ยินมาว่าตระกูลหวางเป็นตระกูลร่ำรวยติดอันดับในเมืองเถิง ฉันคิดว่ายี่สิบล้านหยวนคงไม่ทำให้ตระกูลหวางขนหน้าแข้งร่วงหรอกค่ะ ใช่ไหมคะ?” กู้หนิงกล่าว

 

หวางหงหมิงไม่พอใจ ถึงแม้ว่ายี่สิบล้านหยวนจะไม่ได้มากมาย แต่ใช่ว่าเขาจะยกเงินให้ใครก็ได้

 

“คุณถัง เธอแน่ใจหรือ?” หวางหงหมิงถามข่มขู่

 

“ทำไมจะไม่แน่ใจล่ะคะ? หลานสาวของท่านเป็นคนเสนอการพนันเอง และตอนนี้เธอไม่ต้องการพนันแล้ว? ไม่คิดว่าน่าอายเกินไปหน่อยหรอคะ?” กู้หนิงถามเสียงเย็น เธอไม่ใช่ไก่อ่อน

 

ผู้คนเริ่มถกเถียงและวิพากษ์วิจารณ์

 

“ใช่! พวกเขาไม่มีสิทธิ์ทำแบบนั้น”

 

“ตระกูลหวางถือว่าเป็นตระกูลที่มีอิทธิพลตระกูลหนึ่ง ทำแบบนั้นคงไม่เหมาะเท่าไหร่มั้ง”

 

“ใช่ ฉันเห็นคุณหนูหวางแย่งเอาหยกชมพูรากบัวจากคุณถังด้วยตาตัวเอง!”

 

“อะไรนะ? หน้าไม่อายจริงๆ!”

 

“นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ตระกูลหวางทำแบบนั้น”

…………

แม้ว่าตระกูลหวางจะมีอิทธิพลแต่ไม่ได้มีอำนาจมากขนาดนั้น เพราะฉะนั้นจึงยังไม่คนกล้าวิพากษ์วิจารณ์พวกเขา

โดยเฉพาะตัวแทนบริษัทเครื่องประดับ พวกเขาเข้าอกเข้าใจกู้หนิงและไม่ได้เกรงกลัวต่อตระกูลหวางแม้แต่น้อย เพราะเบื้องหลังพวกเขามีคนที่มีอำนาจมากกว่าตระกูลหวางคอยสนับสนุน

หวางหงหมิงหน้าแดงเพราะขายหน้า แต่เขาไม่สามารถระเบิดโทสะในที่สาธารณะได้

ดังนั้นเขาจึงพยายามระงับความโกรธเอาไว้อย่างเต็มที่แล้วพูดอย่างเย็นชาว่า “ได้ เธอสามารถตัดหินต่อไปได้ หากเธอชนะ ฉันจะจ่ายเงินให้เธอในจำนวนเดียวกันกับราคาของมัน”

ตระกูลหวางไม่ได้ขาดแคลนหยกก็จริงแต่ก็ไม่ได้มีหยกระดับกลางค่อนสูงมากมายเหมือนกัน ดังนั้นเขาเลือกให้เงินสดกับเธอดีกว่าหยก

“คุณปู่....” หวางซินหยวนไม่เห็นด้วย

“หุบปาก! แกเป็นคนสร้างเรื่องนี้ขึ้นมาเองก็ต้องรับผลของมันให้ได้” หวางหงหมิงตวาดหลานสาว ตอนนี้เขาหงุดหงิดกับนิสัยเอาแต่ใจของหลานสาว ถ้าเธอไม่พนันกับกู้หนิงก็คงไม่เกิดเรื่องเหล่านี้

“คุณปู่ พวกเราเป็นหนึ่งในตระกูลที่ทรงอิทธิพลในเมืองเถิง คุณลุงก็เป็นถึงรองนกยกเทศมนตรี ทำไมพวกเราต้องสนใจผู้หญิงแปลกหน้าคนนี้ด้วย?” หวางซินหยวนเถียง เธอไม่ปิดบังความเกลียดชังต่อกู้หนิงไว้เลย

“โอ้ รองนายกเทศมนตรีอยากรังแกใครก็ได้ที่ต้องการงั้นเหรอ? เจ้าหน้าที่ของรัฐควรมีความเที่ยงธรรมและสมเหตุสมผลมิใช่เหรอ? อีกอย่างรองนายกไม่ใช่คนที่มีอำนาจที่สุดของเมือง ถ้าหากว่ามีคนที่ตำแหน่งสูงกว่าลุงของเธอรู้ว่าเธอทำอะไรบ้าง คิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับลุงของเธอกันนะ?” กู้หนิงหล่าว

หวางหงหมิงต้องการดูว่ากู้หนิงจะตื่นตระหนกเพราะเครือข่ายครอบครัวของพวกเขาหรือไม่ แต่คาดไม่ถึงกู้หนิงไม่กลัวเลย

“ซินหยวน หุบปากเดี๋ยวนี้! นี่เป็นเรื่องของแก อย่าเอาคนในครอบครัวของเรามาเกี่ยวข้องด้วยแล้วก็ลุงของแกด้วย ฉันไม่อยากให้ทุกคนเข้าใจผิด” หวางหงหมิงตำหนิหลานสาว เขากลัวว่าจะมีผลกระทบต่อลูกชายคนรองของเขา ถ้าอาชีพการงานของลูกชายถูกทำลาย ตระกูลหวางย่อมโดนหางเลขนี้ไปด้วย

ผู้หญิงคนนี้ไม่สนใจอำนาจของตระกูลหวางของเรา หรือเธอมีคนที่มีอำนาจมากกว่าอยู่เบื้องหลัง? หวางหงหมิงอดไม่ได้ที่จะคิดกับตัวเอง

หวางหงหมิงไม่อยากยอมรับแต่ก็ไม่กล้าส่งเสียงพูดอะไรออกมาอีก เธอทำเพียงภาวนาให้หินของกู้หนิงไม่มีหยกอยู่ข้างในอีกเลย

การพนันดำเนินต่อไป ไม่กี่นาทีต่อมาหินก้อนที่หกก็ถูกเอาหยกออกมาและประมูลออกไป

ทุกครั้งที่หวางหงหมิงได้ยินว่ามีหยกอีกชิ้นในก้อนหินของกู้หนิง เขาก็อารมณ์เสียมากขึ้น

กู้หนิงได้ตัดหยกระดับกลางค่อนสูงจำนวนมากจนถึงตอนนี้

อย่างไรก็ตามคนงานรู้สึกทรมาน ตอนนี้พวกเขาได้แต่หวังว่าเจ้านายของพวกเขาจะไม่ระบายความโกรธใส่พวกเขา มิฉะนั้นพวกเขาอาจถูกไล่ออก

เมื่อหยกชิ้นที่เจ็ดถูกตัดออกมา มันคือหยกไฮบีซคัซหรือหยกดอกชบา มือของคนงานสั่นเทิ้ม เหงื่อซึมตามไรผม

“เป็นได้ยังไง? ยังไง!” หวางซินหยวนเกือบร้องไห้ออกมา

ส่วนหวางหงหมิงยอมแพ้แล้ว เขารู้ว่าพวกเขาจะต้องแพ้อย่างแน่นอนและรู้สึกอิจฉาความสามารถในการพนันหินของกู้หนิง

“โอ้ ฉันจำได้แล้ว!”

ทันใดนั้นผู้ชายที่พูดว่ากู้หนิงดูคุ้นๆหน้าก็เอ่ยปากขึ้นอีกครั้ง “ฉันอ่านข่าวในเน็ต มีผู้หญิงคนหนึ่งตัดหยกระดับกลางค่อนสูงและระดับสูงได้อย่างต่อเนื่องที่เมือง G เธอทำเงินได้สามร้อยสี่สิบห้าล้านหยวน! ทุกคนจึงเรียกเธอว่าราชินีหยก! ใช่ ฉันคิดว่าเธอคือราชินีหยก”

“อะไรนะ? ราชินีหยก?”

ทุกคนตะลึง หันไปมองกู้หนิงเป็นตาเดียว

หวางหงหมิงก็ได้ยินเช่นเดียวกัน แต่เขาไม่เชื่อ ผู้หญิงคนนี้ก็แค่โชคดีเท่านั้น แต่....

ถ้าผู้หญิงคนนี้ที่อยู่ต่อหน้าเขาคือราชินีหยก แสดงว่าข่าวคือเรื่องจริงเพราะเธอเพิ่งแสดงความสามารถต่อหน้าทุกคน

เมื่อนึกถึงความสามารถที่โดดเด่นอย่างยิ่งของผู้หญิงคนนี้ หวางหงหมิงปรายตามองหินในรถเข็นของกู้หนิงด้วยความกังวล มีหยกอยู่ในหินทุก... หวางหงหมิงไม่กล้าคิดต่อเพราะเขาไม่สามารถยอมรับความจริงได้

มีคนใช้โทรศัพท์ถ่ายรูปกู้หนิง กู้หนิงสังเกตเห็นแต่เธอไม่ได้ห้ามเขา ตั้งแต่เธอเปลี่ยนชุดและเปลี่ยนการแต่งหน้า เธอก็ไม่กลัวว่าจะมีคนจำเธอได้

ไม่นานข่าวหัวข้อ ‘ราชินีหยกได้ตัดหยกที่มีมูลค่าสูงอีกครั้งที่เมืองเถิง’ ก็ถูกเผยแพร่ออกไป

ประชาชนในเมืองเถิงทุกคนรับรู้ว่าการพนันหินนั้นมีความเสี่ยงสูง ดังนั้นพวกเขาจึงสงสัยว่าเหตุใดจึงสามารถตัดหยกออกได้อย่างง่ายดาย

บางคนค้นหา ‘ราชินีแห่หยก’ ทางอินเทอร์เน็ต และพบว่ามีข่าวที่น่าประหลาดใจเกี่ยวกับเธอมากขึ้น

จบบทที่ Chapter 259 -260: จะปฏิเสธงั้นเหรอ?, เธอคือราชินีหยก

คัดลอกลิงก์แล้ว