เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 199 - 200: ถูกทิ้ง, ซื้อที่ดิน I (ฟรี)

Chapter 199 - 200: ถูกทิ้ง, ซื้อที่ดิน I (ฟรี)

Chapter 199 - 200: ถูกทิ้ง, ซื้อที่ดิน I (ฟรี)


Chapter 199: ถูกทิ้ง

 

มันเป็นความผิดของเว่ยเฟยหง ถ้าเขาแอบใช้กำลังของแก๊งฉิงช่วยแก้แค้นตระกูลอี้ เจ้านายของเขาคงลงโทษเขาแน่นอนหากเรื่องแดงออกไป ถึงแม้เว่ยจื่อหมิงจะกล้าบ้าบิ่น แต่จำเป็นต้องยอมแพ้

 

กรณีที่เว่ยเฟยหงก่อเรื่องอีก เขาต้องบอกลูกชายให้ระมัดระวังกว่านี้ เว่ยเฟยหงย่อมต้องเชื่อฟังพ่อของเขา

 

หลังจากทานอาหารเสร็จ กู้หนิงก็กลับไปที่ร้านกับโจวเจิ้งหง ตอนนี้ที่ร้านมีคนอยู่มากมาย

 

หยกจักรพรรดิถูกจองเต็ม แต่ยังจัดแสดงที่ร้านไว้ทั้งวันเพื่อให้คนเข้ามาเยี่ยมชม

 

เมือง G เป็นเมืองที่พัฒนาแล้วและมีคนรวยมากมายในเมืองนี้

 

กู้หนิงคุ้นหน้าคนๆหนึ่ง เป็นผู้หญิงที่เคยกินข้าวกับลี่เจินเจินครั้งก่อนที่กู้หนิงบังเอิญเจอลี่เจินเจินที่ร้านอาหาร

 

ถึงแม้จะเคยเจอหน้ากันแค่ครั้งเดียว กู้หนิงจำได้แม่นด้วยความทรงจำที่ไม่เหมือนใครของเธอ

 

เมื่อเห็นซูจิง กู้หนิงเผลอมองหาลี่เจินเจินว่าอยู่ที่นี่ด้วยรึเปล่า ตอนนี้เธอพร้อมแล้วที่จะเอาคืนลี่เจินเจิน แต่ลี่เจินเจินไม่อยู่ในร้าน ซูจิงมาช้อปปิ้งกับผู้ชายอายุราวๆสามสิบ

 

“จิงจิง ลี่เจินเจินไม่รู้ว่าคุณมาที่นี่เพื่อซื้อเครื่องประดับใช่ไหมครับ?” ผู้ชายที่มากับเธอถามขึ้น

 

“ฉันไม่ได้บอกเธอค่ะ ถ้าเธอรู้ว่าฉันมาที่นี่แทนที่จะไปร้านของเธอ เธอต้องโกรธฉันแน่ แต่เครื่องประดับที่ร้านของเธอธรรมดาจะตายไป และฉันไม่ชอบแบบด้วย แบรนด์ไฮเอนด์อื่นก็แพงเกินไป ร้านนี้เพิ่งเปิดและวันนี้ลูกค้าได้รับส่วนลดสิบเปอร์เซ็นต์ ฉันเลยอยากมาดูหน่อยค่ะ” ซูจิงพูดและบ่นลี่เจินเจินเล็กน้อย

 

ผู้ชายคนนั้นเงียบ ซูจิงจึงพูดเสริมขึ้นว่า “อ้อ เจินเจินไม่กินข้าวกับเราบ่ายนี้นะคะ เธอจะไปพบเราที่หยงเล่อคลับพรุ่งนี้เก้าโมงเช้า”

 

กู้หนิงได้ยินชัดเจน หลังจากรู้ตารางลี่เจินเจิน กู้หนิงก็คิดอะไรบางอย่างได้ เป็นเวลาที่เหมาะพอดี เธอจะไม่มีวันพลาดเป็นอันขาด

 

“ได้ แต่ผมเกรงว่าจะมีคนผิดหวังน่ะสิ” ผู้ชายคนนั้นพูดติดตลก

 

“ความจริงแล้วฉันเห็นใจเสิ่นนะคะ เขาเป็นหนุ่มเพลย์บอย แต่ตอนนี้เปลี่ยนไปมากเพื่อเจินเจิน น่าเสียดายที่เจินเจินไม่ชอบผู้ชายคนอื่น” ซูจิงกล่าว

 

“แต่ผมกลับเห็นใจลี่เจินเจิน เธอตกหลุมรักผู้ชายที่ไม่ได้ชอบเธอมานานหลายปี ผมไม่เห็นว่าเธอจะได้ลงเอยกับเขา” ฝ่ายชายพูดขึ้น

 

“ใช่! ไม่เหมือนเราที่รักกันอย่างลึกซึ้ง” ซูจิงกล่าวพลางควงแขนชายหนุ่มอย่างมีความสุข

 

อย่างไรก็ตามกู้หนิงสัมผัสได้ว่าฝ่ายชายไม่ได้รู้สึกมีความสุขเหมือนซูจิง บางทีเขาอาจไม่ได้รักเธออย่างลึกซึ้งเหมือนที่เธอคิด

 

กู้หนิงไม่ได้ใช้เวลาอยู่ที่ร้านนาน เธอจากไปพร้อมเลิ่งเชาถิง

 

“ตอนนี้จะไปไหนต่อ?” เลิ่งเชาถิงถามกลังจากทั้งคู่เข้ามานั่งในรถ

 

กู้หนิงมีคำถามแบบเดียวกันกับเขา พวกเธอควรไปไหนต่อดี?

 

ขณะนั้นโทรศัพท์มือถือของเลิ่งเชาถิงก็ดังขึ้น ไม่ว่าเขาจะอยู่ไหนหรือทำอะไร ตราบใดที่เขาไม่ติดอะไร เขาจะรับสายเสมอ โดยเฉพาะคนที่โทรเข้ามาเป็นทีมของเขา ทีมของเขามักโทรหาเขาเพราะมีเรื่องสำคัญ

 

ครั้งนี้คนที่โทรเข้ามาคือซู่จินเฉิน เลิ่งเชาถิงไม่คิดปิดบังจึงรับสายสายต่อหน้ากู้หนิง “ว่าไง?”

 

“บอส นายอยู่ไหน?” ซู่จินเฉินถาม พูดให้เจาะจงคือบ่นนั่นเอง

 

“นายมีเรื่องสำคัญจะพูดหรือเปล่า?” ได้ยินเสียงซู่จินเฉิน เลิ่งเชาถิงรู้ได้ทันทีว่าเขาไม่มีเรื่องสำคัญที่จะพูด

 

“ที่จริงก็ไม่สำคัญเท่าไหร่ ฉันแค่อยากรู้ว่านายอยู่ไหนตอนนี้ เมื่อวานฉันมาเมือง F แต่โทรศัพท์นายปิดเครื่อง” ซู่จินเฉินพูด เขารู้สึกเหมือนตัวเองถูกทิ้ง

“นายมีเวลาว่างมากสินะ?” เลิ่งเชาถิงถาม

สัญชาตญานของซู่จินเฉินสัมผัสได้ถึงอันตราย ถ้าเขาบอกว่าว่าง เขาต้องถูกส่งไปที่ไหนสักแห่งแน่ “ปะ เปล่า ฉันยุ่งมาก แค่นี้นะ บาย”

ซู่จินเฉินวางสายทันที

“ฮ่า ฮ่า” กู้หนิงหัวเราะเสียงดัง เธอถามด้วยความสงสัยว่า “ทำไมเขาต้องกลัวนายด้วย?”

ซู่จินเฉินชอบทำตัวเหมือนเด็กเวลาอยู่ต่อหน้าเลิ่งเชาถิง

“ฉันลงโทษเขาไปหลายครั้ง” เลิ่งเชาถิงตอบ

“อ้อ งั้นซู่จินเฉินก็พูดถูกที่นายใจร้ายและชอบลงโทษเพื่อนร่วมงานสินะ?” กู้หนิงถาม ถึงแม้เธอจะไม่เชื่อก็ตาม

เลิ่งเชาถิงเริ่มประหม่า อธิบายอย่างไม่รีรอว่า “เปล่านะ! พวกเราถูกฝึกมาอย่างเข้มงวดและฉันลงโทษพวกเขาก็ต่อเมื่อพวกเขาขี้เกียจ พวกเขาเลยกลัวฉันน่ะ”

“อืม ฉันคิดว่านายทำถูกแล้วแหละ” กู้หนิงเห็นด้วย เธอเข้าใจอย่างชัดแจ้งว่าการฝึกนั้นโหดร้ายเพียงไร เมื่อคุณขี้เกียจหรือไม่เป็นไปตามมาตรฐานของการฝึก จะต้องถูกลงโทษหนัก ถ้าแข่งแกร่งไม่พอก็ต้องถูกให้ออก

กู้หนิงก็ยังไม่รู้ว่าจะไปไหนต่อดี โอ้ใช่!

“ไปที่ถนนขายของเก่า!” กู้หนิงพูด

ข่าวของหยกบิวตี้จิวเวอรี่แพร่ไปทั่วเมืองเมือง G ผู้คนต่างตะลึงกับพิธีเปิดที่ยิ่งใหญ่

คนนอกอาจลืมเรื่องนี้ไปไม่นานหลังจากที่พวกเขาอ่านข่าว แต่คนวงในโดยเฉพาะนักธุรกิจเครื่องประดับและคนรักหยกกลับไม่สนใจเรื่องนี้ไปมากกว่านี้

เชาผิงตื่นขึ้นมาหลังจากนั้นไม่นาน แต่เขาก็ยังไม่สามารถยอมรับความจริงได้ว่าโจวเจิ้งหงเป็นเจ้าของหยกบิวตี้จิวเวอรี่ที่สร้างความฮือฮาไปทั่วเมือง เขาอยากจะลืมมันทั้งหมด แต่ข่าวทางทีวีทำให้เขานึกถึงเรื่องนี้

“แล้วเรื่องประตูกับรถล่ะ? หาเจอรึยังว่าใครเป็นคนทำ?” เชาผิงถามด้วยความโกรธ เขาคิดไม่ออกว่าเขาไปทำใครไม่พอใจ ถึงได้มาทำลายประตูบ้านและรถของเขา

“ยังไม่รู้ว่าใครทำค่ะ รปภ.บอกว่าเทปบันทึกเสียหายหมด ฉันคิดว่าเป็นการจัดฉาก! มีคนตั้งใจทำเรื่องนี้และรปภ.คนนั้นต้องรับสินบน ฉันโทรหาตำรวจเรียบร้อยแล้วค่ะ” คุณนายเชาโมโหไม่ต่างกัน เธอเชื่อว่านี่ไม่ใช่อุบัติเหตุ

“หรือจะเป็นโจวเจิ้งหง? คุณเพิ่งจ้างนักเลงไปทำลายร้านของเขาเมื่อวาน จากนั้นประตูบ้านของเราและรถของคุณก็ถูกทำลายวันนี้ ไม่ใช่เขาฉันก็นึกไม่ออกแล้วว่าจะมีใครอื่นอีก” คุณนายเชากล่าว

เชาผิงคิดตาม คำพูดของภรรยามีแนวโน้มเป็นไปได้สูงมาก วันนี้ร้านหยกบิวตี้จิวเวอรี่เปิดตามแผนซึ่งหมายความว่าแผนของเขาผิดพลาดเมื่อคืน

พวกนักเลงคงทรยศเขาหากจำเป็น!

Chapter 200 ซื้อที่ดิน I

 

เพื่อให้แน่ใจ เชาผิงรีบหยิบโทรศัพท์มือถือโทรหาหัวหน้านักเลงทันที

หัวหน้านักเลงยังไม่รับสายของเขา ดังนั้นเชาผิงจึงโทรหาหัวหน้าหูแทน

หัวหน้าหูรับสาย “สวัสดี มีอะไรครับคุณเชา?”

“สวัสดีครับหัวหน้าหู นักเลงที่ช่วยผมไปจัดการร้านของโจวเจิ้งหงเมื่อคืนนี้ พวกเขาไม่รับสายผมเลย ผมไม่รู้ว่าทำไม ผมคิดว่าพวกเขาทำงานพลาด คุณช่วยผมติดต่อพวกเขาทีได้ไหมครับ?” ถึงแม้เชาผิงจะโมโหจนเลือดขึ้นหน้า แต่ไม่กล้าใส่อารมณ์กับหัวหน้าหู

“จริงหรือ? พวกนั้นเกิดเรื่องหรือเปล่า?” หัวหน้าหูประหลาดใจที่ร้านหยกบิวตี้จิวเวอรี่สามารถรับมือกับนักเลงพวกนั้นได้

หัวหน้าหูรับคำขอร้องจากเชาผิง “เดี๋ยวผมลองติดต่อพวกเขาให้ ได้เรื่องยังไงจะแจ้งอีกที”

“ขอบคุณมากครับ!” เชาผิงพูดขอบคุณแล้ววางสาย

“ที่รัก ถ้าหากว่าโจวเจิ้งหงเป็นคนทำลายประตูบ้านและรถของเราจริงๆละคะ?”

“ถ้าหากเป็นมันจริง พวกเราก็จะทำแบบเดียวกับมัน! ครั้งมันทำให้ผมสูญเงินไปแสนหยวน!” เชาผิงกัดฟันกรอด ราวกับว่าตัวเป็นเป็นเหยื่อของเรื่องนี้

ถ้าเขาไม่ไปหาพวกนักเลงมาทำลายร้าน โจวเจิ้งหงก็คงไม่มาเอาคืนเขา อีกอย่างโจวเจิ้งหงไม่ใช่คนทำ เชาผิงเพียงแค่ไม่ชอบโจวเจิ้งหงเท่านั้น

แน่นอนว่าเชาผิงไม่โง่ขนาดแก้แค้นโจวเจิ้งหงอย่างเปิดเผย เขาวางแผนจะแก้แค้นลับๆ

กู้หนิงกับเลิ่งเชาถิงไม่ได้ไปที่ถนนขายของเก่าเพราะมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นระหว่างทางไปถึงที่นั่น

พวกเธออยู่ในย่านเก่าของเมือง G และมีผู้คนมากมายรวมทั้งตำรวจรวมตัวกันบริเวณทางเข้าถนนแห่งหนึ่ง กำลังโต้เถียงกันอย่างดุเดือด

เลิ่งเชาถิงที่เป็นถึงเจ้าหน้าที่ทหารไม่สามารถละเลยได้ เขาจึงจอดรถไว้ข้างทาง แล้วลงจากรถเดินไปที่เกิดเหตุ

คนสองกลุ่มกำลังยืนโต้เถียงกันอยู่ท่ามกลางคนมุง

กลุ่มหนึ่งเป็นพลเมืองมีไม้และไม้กวาดอยู่ในมือ ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งเป็นตำรวจทุกคนถือปืนในมือ

“ติงเป่ยเว่ย การใช้ความรุนแรงกับตำรวจถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ในฐานะอาจารย์อาวุโส คุณน่าจะทราบเรื่องนี้นะ! กล้าดียังไงถึงได้ถึงได้นำคนมาต่อต้านเรากลางถนน! คุณจะต้องถูกจับไปสถานีตำรวจ!” ผู้ชายอายุสามสิบปีพูดเสียงดังใส่ชายอายุสี่สิบ

“เป็นคุณต่างหากที่ไม่ซื่อสัตย์! คุณโทษพวกเราไม่ได้ พวกเราเห็นด้วยที่นักธุรกิจจำเป็นต้องได้ที่ดินเพื่อพัฒนาเมืองใหม่ แต่อย่างน้อยคุณก็ต้องให้ราคาที่สมเหตุสมผลกับพวกเราด้วยสิ!” ติงเป่ยเว่ยเถียงกลับอย่างไม่ลดราวาศอก

ได้ยินแบบนั้นกู้หนิงก็เข้าใจสถานการณ์ว่าเกิดอะไรขึ้นที่นี่ นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ต้องการที่ดิน แต่ถูกปฏิเสธเพราะค่าตอบแทนต่ำ

“ใช่! คิดว่าพวกเราไม่รู้เหรอ การเข้าซื้อที่ดินในตงเชิงเมื่อปีที่แล้วเป็นตัวอย่างที่ดี ที่ตั้งของที่ดินมีลักษณะคล้ายกับถนนเจิ้งหยาง และโครงสร้างมีมูลค่าสองหมื่นหยวน ในขณะที่ดินอยู่ที่หนึ่งหมื่นหยวนต่อตารางเมตร ดูตอนนี้สิ พวกคุณคิดจะทำอะไร? โครงสร้างมีราคาแค่หนึ่งหมื่นห้าพันหยวนและที่ดินมีราคาแค่เจ็ดพันหยวนต่อตารางเมตร ทำแบบนี้ไม่เห็นแก่ตัวไปหน่อยรึไง?” อีกคนพูดด้วยความไม่พอใจ

“ทำไมคุณถึงได้ร้ายกาจแบบนี้? ไม่กลัวถูกพระเจ้าลงโทษเลยเรอะ?”

พลเมืองวิพากษ์วิจารณ์

ได้ยินเช่นนั้นกู้หนิงก็ไม่พอใจ นี่มันไม่ยุติธรรมเลย!

เธอสำรวจพื้นที่รอบๆ เป็นทำเลที่ดีมากและสมเหตุสมผลหากมีมูลค่าโครงสร้างอยู่ที่สองหมื่นหยวน และที่ดินมีราคาหนึ่งหมื่นหยวนต่อตะรางเมตร แม้ว่าจะเป็นเขตเมืองเก่าที่ไม่เจริญเท่าเขตใหม่ แต่มีโรงเรียนอยู่รอบๆ รวมถึงโรงเรียนประถม มัธยมต้น และมัธยมปลาย ดังนั้นหลายคนจึงมาซื้อบ้านกันที่นี่เพื่อที่จะได้มีพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น

คิดได้แบบนั้นกู้หนิงก็คิดอะไรขึ้นมาได้ เธอตัดสินใจจะซื้อที่ดินนี่เอง

ในเมื่อหงหยุนเรียลเอสเตจให้ราคาต่ำแก่พวกเขา เธอจะเสนอราคาสูงกว่าที่สมเหตุสมผล

“คุณ...” ผู้ชายที่ยืนประจันหน้ากับติงเป่ยเว่ยชื่อว่าจางกวงตี้ เขาเป็นผู้นำในย่านนี้ และเข้าไม่รู้ว่าจะโต้เถียงกับคนกลุ่มนี้ยังไง เพราะเขามีแผนจะเอาเงินพิเศษเข้ากระเป๋าตัวเอง

“จางกวงตี้ ถ้าหงหยุนเรียลเอสเตจไม่สามารถให้ราคาที่สมเหตุสมผลแก่พวกเราได้ พวกเราไม่รับปากว่าจะเกิดอะไรขึ้น” ติงเป่ยเว่ยพูด

“ได้! มาดูกันว่าคุณจะทำอะไรได้!” จางกวงตี้ไม่รู้จะแก้ปัญหายังไงแล้วตอนนี้ ดังนั้นเขาทำได้แค่พูดข่มขู่ก่อนเดินจากไปพร้อมตำรวจ

โชคดีที่ไม่มีใครบาดเจ็บกับเหตุการณ์วุ่นวายนี้

หลังจากที่จางกวงตี้และตำรวจกลับไป กู้หนิงก็เดินเข้าไปหาติงเป่ยเว่ย

ถึงแม้เลิ่งเชาถิงจะไม่รู้ว่ากู้หนิงคิดจะทำอะไร เขารอในรถตามที่เธอบอก

“สวัสดีค่ะคุณติง ขอฉันพูดเป็นการส่วนตัวได้ไหมคะ?” กู้หนิงถามอย่างสุภาพ

ในเมื่อติงเป่ยเว่ยสามารถนำคนมาต่อต้านการซื้อที่ดินได้ เขาต้องมีอิทธิพลต่อคนแถวนี้พอสมควร

ติงเป่ยเว่ยคิดว่ากู้หนิงเป็นเด็กนักเรียนคนหนึ่ง แต่เขาไม่รู้จักเธอ แต่ในเมื่อเธอมีเรื่องอยากจะพูดกับเขา เขาก็ไม่ปฏิเสธ ติงเป่ยเว่ยเดินหลบไปคุยกับกู้หนิงที่ข้างทาง

“เธออยากจะพูดอะไรกับฉันเหรอ?” ติงเป่ยเว่ยถาม เขายังอารมณ์เสียไม่หายแต่พยายามทำตัวสุภาพต่อกู้หนิง

กู้หนิงไม่ปิดบังความตั้งใจของเธอ และถามออกไปตรงๆว่า “ฉันเห็นว่าคุณทะเลาะกับคนมาซื้อที่ดิน เป็นเพราะคุณไม่อยากย้ายออกจากที่ตรงนี้หรือคุณไม่พอใจค่าตอบแทน?”

ติงเป่ยเว่ยถอนหายใจและอธิบายว่า “ฉันอาศัยอยู่ที่นี่มาสิบกว่าปี แน่นอนว่าไม่อยากย้ายออก แต่พวกเรารู้ว่าเมืองจำเป็นต้องพัฒนา ไม่ช้าหรือเร็วก็ต้องมีการรื้อถอนอยู่ดี พวกเราไม่อาจสู้กับรัฐบาลได้ แต่...แต่ราคาที่หงหยุนเสนอนั้นต่ำเกินไป”

“ถ้าหากว่าฉันสามารถให้ราคาที่สมเหตุสมผลกับคุณได้ สิ่งก่อสร้างราคาสองหมื่นหยวน และพื้นที่ตึกรอบๆราคาหนึ่งหมื่นหยวนต่อตารางเมตร คุณเต็มใจจะขายให้ฉันไหมคะ?”

“อะไรนะ?” ติงเป่ยเว่ยตกใจ เขาไม่อยากเชื่อหูตัวเอง

ถ้าผู้หญิงอายุสามสิบปีพูดกับเขา เขาคงไม่ตกใจขนาดนี้ แต่เธอน่าจะเป็นเพียงเด็กสาววัยรุ่นเท่านั้น

จบบทที่ Chapter 199 - 200: ถูกทิ้ง, ซื้อที่ดิน I (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว