เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 155 - 156: คำเชิญจากฉินอี้ฉิง, กู้หนิงโกรธแล้ว (ฟรี)

Chapter 155 - 156: คำเชิญจากฉินอี้ฉิง, กู้หนิงโกรธแล้ว (ฟรี)

Chapter 155 - 156: คำเชิญจากฉินอี้ฉิง, กู้หนิงโกรธแล้ว (ฟรี)


Chapter 155: คำเชิญจากฉินอี้ฉิง

 

ฉินฮ่าวเจิ้งและภรรยาของเขาได้บอกฉินอี้ฉิงผู้เป็นบุตรสาวคนโตว่าไม่ต้องไปยุ่งเรื่องส่วนตัวของฉินอี้ฟานให้มากนัก ถึงแม้พวกเขาจะไม่ค่อยพอใจที่เห็นบุตรชายเพียงคนเดียวไปชอบพอกับเด็กสาวธรรมดาๆ แต่เหนือสิ่งอื่นใดคนเป็นพ่อแม่ย่อมอยากเห็นลูกๆของตัวได้รักกับคนที่อยากรักและมีชีวิตที่มีความสุข

 

พวกเขาคิดว่าลี่เจินเจินเป็นตัวเลือกที่ดีก็จริง แต่ในเมื่อฉินอี้ฟานไม่ชอบเธอ พวกเขาก็ไม่สามารถบังคับได้ ถ้าพวกเขาบังคับฉินอี้ฟานให้แต่งงานกับลี่เจินเจิน ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่และลูกชายย่อมร้าวฉาน

 

อย่างไรก็ตามฉินอี้ฉิงเป็นคนหัวแข็งและดื้อรั้น แม้แต่คนเป็นพ่อแม่ก็ไม่อาจเกลี้ยกล่อมเธอได้

 

แต่อย่างน้อยพวกเขาเชื่อว่าฉินอี้ฟานสามารถตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง

 

ท่าทีของฉินอี้ฟานทำให้ลี่เจินเจินใจแตกสลาย เธอจึงขอตัวกลับเมือง G เช้าวันเสาร์ ฉินอี้ฉิงเลยเป็นคนไปส่งเธอที่สนามบินเอง

 

เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ฉินอี้ฉิงโกรธกู้หนิงมาก ในสายตาของเธอมันเป็นความผิดของกู้หนิงคนเดียว ฉินอี้ฟานตีตัวออกห่างจากลี่เจินเจินเป็นเพราะกู้หนิง ดังนั้นเมื่อลี่เจินเจินกลับไป ฉินอี้ฉิงจึงโทรหาเพื่อนของเธอคนหนึ่งเพื่อขอเบอร์กู้หนิง จากนั้นเธอก็โทรหากู้หนิงโดยตรง

 

กู้หนิงอยู่ระหว่างการปีนเขาเมื่อเธอรับสายจากฉินอี้ฉิง

 

“สวัสดีค่ะ นั่นใช่กู้หนิงรึเปล่า?” ฉินอี้ฉิงเอ่ยถามอย่างสุภาพ “ใช่ค่ะ ไม่ทราบว่านั่นใครคะ?” กู้หนิงถามกลับ

 

“ฉันคือพี่สาวของฉินอี้ฟาน ฉินอี้ฉิง มีเรื่องอยากจะคุยกับเธอจ๊ะ ไม่ทราบว่าตอนนี้เธอสะดวกรึเปล่า? พวกเรามาเจอกันหน่อยได้ไหม?” ฉินอี้ฉิงถาม

 

ฉินอี้ฉิงกังวลว่ากู้หนิงจะวางสายถ้าเธอทำตัวไม่สุภาพ หรือไม่กู้หนิงอาจจะสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ

 

กู้หนิงรู้ว่าฉินอี้ฟานมีพี่สาวชื่อว่าฉินอี้ฉิง แต่พวกเธอเคยเจอกันแค่ครั้งเดียวตอนงานวันเกิดนายท่านตระกูลฉิน พวกเธอไม่เคยคุยกันเลยด้วยซ้ำ ทำไมพี่สาวของฉินอี้ฟานต้องการพบเธอ?

 

กู้หนิงอยากจะรู้สาเหตุ ดังนั้นเธอจึงตอบตกลงนัดเจอกันในตอนบ่าย

 

ฉินอี้ฉิงไม่สนใจเรื่องเวลาตราบใดที่กู้หนิงยอมออกมาพบเธอ

 

ชั่วโมงแห่งการปีนเขายังดำเนินต่อไป ยกเว้นกู้หนิง ซื่อตู้เย่และฉู่ซวนเฟิงที่เพียงหน้าแดงเล็กน้อย คนที่เหลือต่างพากันหอบแฮ่ก โดยเฉพาะอ้ายยี่และหยูหมิงซี เพราะพวกเขาเป็นคนที่ร่างกายอ่อนแอที่สุดของกลุ่ม

 

โชคดีที่พวกเขาออกกำลังกายค่อนข้างเยอะในช่วงนี้ ดังนั้นพวกเขาจึงสามารถปีนเขาได้

 

ทุกคนหยุดพักร่างกายกันอยู่หลายนาที

 

ยิ่งปีนสูงขึ้นเท่าไหร่อากาศก็ยิ่งเย็นขึ้นเรื่อยๆ ทั้งๆที่อากาศเย็นแต่พวกเขากลับรู้สึกอุ่นในร่างกายแทน เพราะพวกเขาปีนเขามาสักพักหนึ่งแล้ว ถ้าเป็นหน้าร้อนเกรงว่าจะเป็นลมกันไปหมด

 

สองชั่วโมงผ่านไป ในที่สุดทุกคนก็ปีนขึ้นมาถึงจุดสูงสุด

 

บนยอดเขามีพื้นที่ขนาดสามร้อยตารางเมตรพร้อมร้านอาหารขนาดเล็กและร้านสะดวกซื้อสำหรับผู้มาเยือน ภูเขาหยุนไท่มีทิวทัศน์ที่สวยงามมาก

 

มองตรงไปข้างหน้าจากรั้วด้านบนมีกลุ่มเมฆสีขาว เมฆอยู่ใกล้มากจนรู้สึกเหมือนได้สัมผัสด้วยมือของตัวเอง นี่คือจุดที่ผู้เข้าชมสามารถชื่นชมก้อนเมฆ และมองลงไปด้านล่างก็มีหน้าผา ต้นไม้และหุบเขาที่สวยงาม

 

ฮ่าวหรันและคนอื่นที่เหลือต่างควักโทรศัพท์ออกมาถ่ายรูปด้วยความตื่นเต้นแม้ว่าพวกเขาจะเหนื่อยล้าเต็มที

 

“สวยโคตรๆ! นี่เป็นครั้งแรกของฉันที่ขึ้นมาจุดสูงสุดของภูเขาหยุนไท่

 

“ใช่ อย่างกับสวรรค์แหน่ะ”

 

“มานี่ ฉันจะไปยืนบนก้อนหิน ถ่ายรูปให้หน่อยสิเอาเมฆเป็นฉากหลังนะ ฉันจะทำเหมือนบินในท้องฟ้า!”

 

“ฉันด้วย!”

 

กู้หนิงไม่สนใจที่จะถ่ายรูป เธอเดินไปริมหน้าผาเพื่อรับอากาศบริสุทธิ์อย่างเงียบๆ

 

เธอกำลังดูดซับพลังที่นี่ ใช่แล้ว อากาศบนยอดเขานี้ไม่มีมลพิษแถมมันยังสะอาดอีกด้วย แม้ว่าพลังจะเบาแต่ก็มีอยู่รอบตัวมากมาย

 

กู้หนิงรวบรวมพลังจำนวนมากเข้าด้วยกันและพลังก็ก่อตัวหนาขึ้น เมื่อพลังถูกดูดซึมเข้าไปในตาทิพย์ของเธอมากขึ้นเท่าไหร่ การมองเห็นของเธอก็ค่อยๆดีขึ้นและชัดเจนขึ้นไปอีก

 

ทันใดนั้นเองกู้หนิงพบว่ามีกระแสพลังที่เธอไม่สามารถดูดซับได้

 

พลังที่เธอดูดซับไม่ได้ต้องเป็นพลังที่ไม่ได้เป็นของสวรรค์ โลกหรือหยก มันจะต้องเป็นของโบราณ

 

พลังนั้นบางเบาและอยู่ห่างไกล ดูเหมือนว่ามันอยู่ใต้หน้าผา

 

กู้หนิงมองลงไปหาตำแหน่งของมัน ในไม่ช้าเธอก็เล็งไปที่รอยแตกระหว่างซอกหิน ด้วยความช่วยเหลือของตาทิพย์ กู้หนิงจึงเห็นด้านในของรอยแตก

 

มีช่องๆหนึ่งหลังกำแพงหินหนาหนึ่งเมตร ช่องนั้นกลมกว้างหนึ่งเมตรและสูงสามเมตร ลึกลงไปสองเมตรมันก็แคบอีกครั้ง ช่องนั้นเต็มไปด้วยหมอกสีขาว

 

อย่างไรก็ตามกู้หนิงไม่เห็นแหล่งที่มาของพลังเพราะช่องนั้นลึกเข้าไปข้างในอีก ตาทิพย์ของกู้หนิงไม่สามารถตรวจจับได้ไกลเกินไป แม้ว่าเธอจะมองไม่เห็นแต่เธอก็มั่นใจว่าต้องมีของโบราณอยู่ในหลุมนั้นแน่ๆ

 

พลังของมันไหลออกมาไปตามอากาศ ดังนั้นของโบราณชิ้นนี้ต้องมีพลังที่แข่งแกร่งหรือไม่อาจจะมีของโบราณอยู่หลายชิ้นรวมๆกัน กู้หนิงอยากรู้แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่เหมาะเท่าไหร่

 

วันหลังเธอค่อยมาใหม่ และมาได้เฉพาะตอนกลางคืน นอกจากนี้เธอยังต้องการเชือกและเครื่องมือเพื่อลงไปในหลุม

 

เธอต้องลงไปที่นั่นด้วยเชือกก่อนแล้วจึงใช้เครื่องมืองัดหินออกจากกันเพื่อให้เธอเข้าไปได้

 

ต้องมีทางเข้าอื่นไปยังหลุมนี้ กู้หนิงตัดสินใจตรวจสอบรอบๆก่อน หากมีทางเข้าสู่หลุมเธอจะเข้าไปทางเข้า แต่ถ้าไม่เธอถึงจะงัดหินออกจากกัน

 

กู้หนิงกลับไปรวมกลุ่มกับเพื่อนหลังจากดูดซับพลังจนพอแล้ว

 

เมื่อทุกคนเห็นดวงตาของเธอ พวกเขาก็ทำท่าทางลุ่มหลง เห็นแบบนั้นแล้วกู้หนิงก็เกิดประหม่าขึ้นมา ตาของเธอมีอะไรผิดปกติงั้นเหรอ?

 

“เป็นอะไร? ทำไมเอาแต่จ้องฉันแบบนั้น?” กู้หนิงถาม

 

พวกเขาไม่ได้สติจนกระทั่งได้ยินเสียงกู้หนิง ฉู่เพ่ยหานลุกขึ้นทันทีและวิ่งมาหากู้หนิง “หนิงหนิง ฉันเพิ่งพบว่าตาเธอน่าดึงดูดมาก!”

 

คนที่เหลือล้วนเห็นด้วย

 

“ใช่ๆ ฉันก็เพิ่งรู้นี่แหละ ดวงตาของเธอกระจ่างใสมากๆ!”

 

“อย่างกับเวทย์มนตร์แหน่ะ! พวกเราไม่อาจละสายตาไปจากเธอได้เลย”

 

“และฉันเองก็รู้สึกผ่อนคลายไม่มีสาเหตุ”

 

ได้ยินแบบนั้น กู้หนิงพลันตระหนักได้ว่าเกิดอะไรขึ้น ตาทิพย์ของเธอดูดซับพลังงานเต็มที่ ดังนั้นจึงทำให้ตาของเธอได้รับผลกระทบไปด้วย

ตาของเธอเหมือนมีเวทย์มนตร์? พวกเขาไม่อาจละสายตาไปจากเธอได้? พวกเขารู้สึกผ่อนคลายโดยไม่มีสาเหตุ?

กู้หนิงอดคิดไม่ได้ว่าเธอสามารถยั่วยวนคนให้ลุ่มหลงด้วยดวงตาของเธอได้? แน่นอนเธอไม่ต้องการแบบนั้น อีกอย่างเธอไม่ชอบใครมาจ้องตาของเธอ ดังนั้นเธอจึงจงใจมองฮ่าวหรันและคนอื่นๆด้วยสายตาเย็นชาเพื่อให้พวกเขากลัว

 

 

Chapter 156: กู้หนิงโกรธแล้ว

 

สายตาของเธอแหลมคมประหนึ่งคมมีดซึ่งดูน่ากลัวสุดๆ ทุกคนนิ่งงัน

 

กู้หนิงเองก็ประหลาดใจ พลังไม่เพียงทำให้ดวงตาของเธอดูน่าหลงไหลแต่ยังทำให้คนที่พบเห็นตกใจกลัวได้?

 

แม้แต่ซื่อตู้เย่และฉู่ซวนเฟิงยังประหลาดใจกับสายตาน่ากลัวของเธอ

 

หลังจากผ่านไปครู่ใหญ่ ฉู่เพ่ยหานก็เปลี่ยนน้ำเสียงอ่อยๆ “บอส เธอดูน่ากลัวจัง!  ฉันรู้สึกเหมือนมีมีดมาจอที่คอหอยตัวเองยังงั้นแหละ!” ฉู่เพ่ยหานยืนข้างกู้หนิง ดังนั้นเธอจึงรู้สึกได้ชัดเจน

 

“ใช่! ถ้าสายตาฆ่าคนได้พวกเราคงตายไปหมดแล้ว” ฮ่าวหรันบ่นราวกับว่าเพิ่งรอดชีวิตจากหายนะมา

 

“ฉันเกือบหัวใจวายตาย!” มู่เค่อพูดเสริมขึ้นบ้าง เขาเอามือกุมหน้าอกเหมือนเขากำลังทรมานจริงๆ

 

กู้หนิงไม่รู้จะพูดอะไร ตัวเธอเองไม่รู้ว่าจะเป็นแบบนี้ ถึงแม้ดวงตาของเธอจะเปลี่ยนไปแต่ตราบใดที่พวกเขาไม่จ้องตาเธอก็คงไม่เป็นอะไร

 

พวกเขาไม่ได้ลงจากเขาทันที ตอนนี้เวลาเกือบเที่ยงแล้ว พวกเขาจะกินข้าวบนนี้ก่อน มีร้านอาหารและร้านสะดวกซื้อข้างบน แค่พวกเขาได้เตรียมอาหารและเครื่องดื่มก่อนมาที่นี่แล้ว

 

พวกเขาไม่ได้ซื้อกินข้างบนเนื่องจากอาหารและเครื่องดื่มค่อนข้างแพง เป็นความตั้งใจของกู้หนิงส่วนหนึ่งด้วยที่ต้องการให้พวกเขาแบกอาหารและเครื่องดื่มขึ้นมาด้วย

 

“ที่นี่มีถ้ำหรืออย่างอื่นอีกไหม” กู้หนิงถามขึ้นมาลอยๆ

 

“ไม่รู้เหมือนกัน”

 

“บอส เธอกำลังหาที่ผจญภัยหรอ?”

“ประมาณนั้น” กู้หนิงตอบ

พวกเขามีเวลาพักสิบนาทีหลังจากรับประทานอาหาร ประมาณบ่ายโมงพวกเขาก็เดินลงมาจากบนเขา

ปีนลงง่ายกว่าปีนขึ้นมาก ใช้เวลาเพียงหนึ่งชั่วโมงกับอีกสี่สิบนาทีเท่านั้นก็กลับมาถึงจุดสตาร์ท

ขณะนั้นเวลาเกือบบ่ายสามโมง

ฮ่าวหรันเสนอที่จะหาที่ดื่มต่อ แต่กู้หนิงปฏิเสธเพราะเธอมีเรื่องอื่นที่ต้องจัดการ เนื่องจากกู้หนิงจะไม่ไป คนอื่นๆ ก็ไม่ไปด้วยเช่นกัน พวกเขาจึงแยกย้ายกันกลับ

ซื่อตู้เย่ต้องการไปส่งกู้หนิงแต่ถูกเธอปฏิเสธ เขาไม่พอใจเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้เซ้าซี้ เขาไม่ใช่ผู้ชายที่บังคับผู้หญิงให้ทำในสิ่งที่ตัวเขาเองต้องการ

ก่อนที่กู้หนิงจะกลับ เธอโทรหาฉินอี้ฉิงก่อน ตอนนี้เธอว่างแล้วและออกไปพบได้

ฉินอี้ฉิงกำลังช้อปปิ้งที่ห้างสรรพสินค้า เธอเลยนัดสถานที่ที่คาเฟ่ข้างๆห้างสรรพสินค้า กู้หนิงตอบตกลงและบอกว่าจะไปถึงภายในสามสิบนาที

จากนั้นกู้หนิงก็ขึ้นรถแท็กซี่ไป

ผ่านไปยี่สิบนาทีกู้หนิงก็มาถึงสถานที่นัดพบ เธอเดินตรงเข้าไปคาเฟ่ทันที

ฉินอี้ฉิงรอเธออยู่ที่คาเฟ่เรียบร้อยแล้ว กู้หนิงเดินตรงเข้าไปหาเธอ

ฉินอี้ฉิงเป็นนักออกแบบเสื้อผ้า ดังนั้นเธอจึงแต่งกายอย่างพิถีพิถันและสง่างาม ฉินอี้ฉิงเป็นผู้หญิงที่มีความทะเยอทะยานดังนั้นเธอจึงมีความภาคภูมิใจอย่างมาก นอกจากนี้เธอยังหัวสูงและมองไปที่กู้หนิงด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยามอย่างเห็นได้ชัด

“คุณกู้ ยินดีที่พบค่ะ เชิญนั่งสิคะ” ถึงแม้ฉินอี้ฉิงจะพูดจาสุภาพ แต่กู้หนิงสัมผัสได้ถึงความไม่ชอบใจที่แฝงอยู่ในน้ำเสียงเธอได้

ฉับพลันนั้นเองกู้หนิงก็เข้าใจว่าการที่ฉินอี้ฉิงโทรมาหาเธอคงไม่ใช่เรื่องดี ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังใจเย็น เธออยากเห็นว่าฉินอี้ฉิงจะทำอะไรต่อไป

กู้หนิงนั่งลงและถามเสียงเรียบไปว่า “คุณฉิน ขอถามได้ไหมคะว่าเรียกฉันมามีเรื่องอะไร?”

“เธอพอจะบอกได้ไหมว่าพ่อแม่เธอทำงานอะไร?” ฉินอี้ฉิงถามราวกับว่าตัวเองเป็นราชินี

กู้หนิงไม่ได้คิดอะไรกับคำถามของฉินอี้ฉิง เธอตอบตามความจริง “ฉันมาจากครอบครัวแม่เลี้ยงเดี่ยวค่ะ แม่ของฉันเลี้ยงฉันมาคนเดียว เธอทำงานในโรงงานแต่ลาออกแล้วเนื่องจากสุขภาพไม่ค่อยดี ตอนนี้เธออยู่บ้านเฉยๆ”

“โอ้!” ได้ยินคำตอบของกู้หนิง ฉินอี้ฉิงรู้สึกเซอร์ไพรส์มาก เธอคิดว่าอย่างน้อยกู้หนิงก็น่าจะมาจากครอบครัวธรรมดาอย่างคนทั่วไปที่สามารถเข้าถึงมาตรฐานการดำรงชีวิตขั้นพื้นฐานได้ คาดไม่ถึงว่าครอบครัวของเธออยู่ในสภาพที่แย่มากขนาดนี้ แม่ของเธอลาออกซึ่งหมายความว่าพวกเขาไม่มีรายได้เลย

ตอนนี้ฉินอี้ฉิงยิ่งไม่ชอบกู้หนิงมากกว่าเดิม

“ถ้าแม่ของเธอว่างงานแล้วพวกเธอใช้ชีวิตอยู่กันยังไง? แม่ของเธอเคยทำงานในโรงงาน ฉันคิดว่าค่าจ้างคงไม่ได้เยอะ พวกเธอมีเงินเหลือพอประทังชีวิตเหรอ?” พูดออกไปแบบนั้นแล้ว ฉินอี้ฉิงก็ไม่ปิดบังความไม่ชอบใจบนใบหน้าตัวเองอีก

“ฉันไม่คิดว่าคุณฉินสนใจความเป็นอยู่ของครอบครัวฉันมากขนาดนี้!” กู้หนิงยิ้มเย็นชาบางๆ

ฉินอี้ฉิงยิ้มเยาะและกล่าวว่า “คุณกู้ พวกเรามาวางไพ่บนโต๊ะกันเถอะ ที่ฉันนัดให้เธอมาพบที่นี่วันนี้เพื่อที่จะบอกว่าเธอไม่เหมาะสมกับอี้ฟานเลยสักนิด”

กู้หนิงนิ่งไปด้วยความงุนงง อะไรนะ? เธอไม่ได้มีอะไรกับฉินอี้ฟานเสียหน่อยแล้วไหงเธอถึงกลายเป็นไม่เหมาะสมกับเขาไปได้? เธอกับฉินอี้ฟานเป็นแค่เพื่อนธรรมดาๆเท่านั้นเอง

อย่างไรก็ตามกู้หนิงไม่ใช่คนโง่ เธอรู้ว่าต้องมีเรื่องเข้าใจผิดระหว่างฉินอี้ฟานกับเธอ และจุดประสงค์ของฉินอี้ฉิง

ใครเป็นคนบอกฉินอี้ฉิงเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับฉินอี้ฟาน? บ้าไปแล้ว!

“ใครเป็นคนบอกคุณคะว่าฉันมีความสัมพันธ์กับฉินอี้ฟาน?” กู้หนิงถาม

“เรื่องนั้นไม่สำคัญ ที่สำคัญคืออี้ฟานชอบเธอ เขาเป็นทายาทตระกูลฉินของเราที่มีทรัพย์สินกว่าสองพันล้าน ส่วนเธอจนยิ่งกว่าซินเดอเรลล่า เป็นไปไม่ได้ที่เธอจะแต่งงานเข้ามาในครอบครัวของเรา ดังนั้นกรุณาอยู่ห่างจากอี้ฟาน”

ฉินอี้ฟานชอบเธอ? กู้หนิงประหลาดใจ

เมื่อต้องเจอกับเรื่องตลกร้าย กู้หนิงก็ไม่สบอารมณ์ขึ้นมาแต่เธอระงับความโกรธเอาไว้ได้ “คุณฉิน ฉันคิดว่าเรื่องนี้มีการเข้าใจผิด ฉินอี้ฟานกับฉันเป็นแค่เพื่อนกันเท่านั้น”

ฉินอี้ฉิงไม่เชื่อ เพราะน้องชายของเธอยอมรับว่าเขาชอบกู้หนิงและกู้หนิงก็เป็นแค่เด็กสาวยากจน ไม่น่าเป็นไปได้ที่เธอจะไม่มีความรู้สึกต่อผู้ชายที่หล่อเหลาและร่ำรวยมหาศาล

“คุณกู้ เลิกเถียงได้แล้ว ตราบใดที่เธออยู่ห่างจากอี้ฟานฉันจะให้เธอห้าแสนหยวน ฉันคิดว่าเช็คห้าแสนหยวนครอบครัวของเธอก็คงไม่เคยเห็นสินะ”

นี่มันเป็นการทำให้อับอายในที่สาธารณะชัดๆ

กู้หนิงตบโต๊ะเสียงดังและยืนขึ้น ซึ่งทำให้ฉินอี้ฉิงประหลาดใจ การกระทำของกู้หนิงดึงดูดความสนใจคนที่อยู่รอบๆ

กู้หนิงไม่สนใจสายตาจากคนอื่นที่มองมา เธอจ้องฉินอี้ฉิงด้วยสายตาเย็นเยียบ “คุณฉิน คุณไม่คิดว่าน่าขำไปหน่อยเหรอที่พูดให้ฉันอับอายก่อนที่คุณจะได้รู้ความจริง?”

สำหรับคนที่ไม่ให้เกียรติเธอ เธอก็ไม่จำเป็นต้องให้เกียรติพวกเขา

“อะไรนะ? เธอบอกว่าฉันน่าขำงั้นเหรอ?” ฉินอี้ฉิงหงุดหงิด

จบบทที่ Chapter 155 - 156: คำเชิญจากฉินอี้ฉิง, กู้หนิงโกรธแล้ว (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว