เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 145 - 146: ของขวัญวันเกิด, รอยยิ้มน่าเกลียด (ฟรี)

Chapter 145 - 146: ของขวัญวันเกิด, รอยยิ้มน่าเกลียด (ฟรี)

Chapter 145 - 146: ของขวัญวันเกิด, รอยยิ้มน่าเกลียด (ฟรี)


 

Chapter 145: ของขวัญวันเกิด

 

ฉินฮ่าวจื่อเป็นเจ้าหน้าที่รัฐมือสะอาด เขาไม่ได้เตรียมของขวัญราคาแพง มีแต่ภาพอักษรจีนที่เขาเขียนคำอวยพรให้พี่ชาย ฉินฮ่าวจื่อเป็นนักเขียนพู่กันที่มีชื่อเสียงในเมือง F อีกด้วย ดังนั้นของขวัญของเขาจึงถือว่าเป็นของขวัญชั้นยอด

 

คนต่อมาคือลูกสาวของโตของฉินฮ่าวเจิ้ง ‘ฉินอี้ฉิง’

 

ฉินอี้ฉิงเป็นนักออกแบบเสื้อผ้า ดังนั้นชุดที่เธอออกแบบจึงเข้ากันดีกับพ่อของเธอ เธอใช้ผ้าคุณภาพดีที่สุดเท่าที่เธอจะหาได้

 

สามีฉินอี้ฉิงมอบหัวสิงโตที่แกะสลักจากหยกระดับกลาง มูลค่าค่อนข้างสูง เพราะทำจากหยกราคาแพง ฉินฮ่าวเจิ้งชอบของขวัญชิ้นนี้เป็นอย่างมาก

 

ฉินอี้ฟานเป็นคนถัดไป เขามอบแหวนหยกที่ทำจากหยกจักรพรรดิให้พ่อของเขา ถึงแม้หยกจะมีขนาดเท่าไข่นกกระทาแต่ก็พอสำหรับทำแหวนผู้ชายหนึ่งวง

 

เมื่อรู้ว่าแหวนทำจากหยกจักรพรรดิ ทุกคนก็เริ่มส่งเสียงดังกระหึ่มถกเถียงกัน ฉินฮ่าวเจิ้งนิ่งเงียบด้วยความตกตะลึง เขาไม่อยากเชื่อว่าเป็นของจริง เขารับแหวนมาตรวจสอบดู และพบว่ามันเป็นหยกจักรพรรดิจริงๆ ใบหน้าฉินฮ่าวเจิ้งพลันสว่างและเต็มตื้นด้วยความสุข

 

“อี้ฟาน ลูกไปได้หยกจักรพรรดิมาจากที่ไหน?” ฉินฮ่าวเจิ้งถาม

 

“เพื่อนของผมบังเอิญได้มันมาเลยมาขายให้ผม ผมเลยรับซื้อไว้ครับ” ฉินอี้ฟานอธิบาย กู้หนิงบอกเขาว่าห้ามบอกใครว่ามาจากเธอเพราะเธอไม่ต้องการดึงดูดความสนใจโดยไม่จำเป็น ดังนั้นฉินอี้ฟานจึงไม่เอ่ยถึงเธอ

 

นอกจากแหวนแล้ว ฉินอี้ฟานยังใช้หยกที่เหลือทำสร้อยคออีกด้วย และเก็บไว้กับตัวเอง

 

“โอ้” ฉินอี้ฟานพูดถึงของขวัญอีกกล่องหนึ่ง “ผมเตรียมของขวัญมาให้แม่ด้วยครับ”

 

“จริงหรือจ๊ะ? แม่ได้ของขวัญด้วยหรือ? มันคืออะไรเอ่ย?” คุณนายฉินประหลาดใจที่ตัวเองก็ได้ของขวัญจากลูกชายด้วย

 

“แม่ดูเองดีกว่าครับ” ฉินอี้ฟานไม่บอกแม่ตรงๆแต่ปล่อยให้เธอดูเอง

 

แม่ของฉินอี้ฟานแต่งงานกับพ่อของเขามาหลายปีแล้วซึ่งเธอคุ้นเคยกับหยกชนิดต่างๆเป็นอย่างดี

 

“เป็นความลับหรอจ๊ะ?” แม่ของเขายิ้มหวานและเปิดกล่องของขวัญ

 

จี้ห้อยคอสามสีขนาดเท่านิ้วหัวแม่มือและตุ้มหูหนึ่งคู่

เมื่อเห็นว่าเป็นหยก ฉินฮ่าวเจิ้งก็หยิบมาดูใกล้ๆทันที หลังจากพิจารณาอยู่ชั่วครู่ ประกายตาฉินฮ่าวเจิ่งก็สว่างวาบด้วยความตื่นเต้น

“นี่คือหยกฮกลกซิ่ว!”

เกิดเสียงกระหึ่มเซ็งแซ่ขึ้นอีกครั้ง ฉินอี้ฟานวันนี้ใจป้ำจริงๆ!

“ลูกซื้อมาจากเพื่อนด้วยเหรอ?” ฉินฮ่าวเจิ้งถาม

“ใช่ครับ” ฉินอี้ฟานตอบ

จากนั้นก็ถึงเวลาแขกคนอื่นๆทยอยมอบของขวัญ ของขวัญที่พวกเขาเตรียมมาล้วนมีราคาตั้งแต่หลักแสนจนถึงหลายล้าน

มีเพียงแขกส่วนน้อยเท่านั้นที่มอบของขวัญราคาหลายล้านหยวน ทั้งนี้ทั้งนั้นหากจะมอบของขวัญราคาแพงมากเกินไปก็อาจเกิดข้อครหาว่าอยากจะประจบประแจงตระกูลฉิน

ทุกคนรู้ว่าฉินฮ่าวเจิ้งชื่นชอบหยก แต่มันไม่ง่ายเลยที่จะหาหยกระดับสูง อีกอย่างราคาของมันก็สูงมากๆ

เช่นเดียวกับของขวัญจากสามีของฉินอี้ฉิงและฉินอี้ฟาน แม้แต่หยกที่ถูกที่สุดก็มีมูลค่าถึงเจ็ดล้านหยวน

ไม่เพียงแต่ลี่เจินหยูและน้องสาวของเขาเท่านั้น แต่ยังรวมถึง ‘ลี่เจิงหมิง’ พ่อของพวกเขาอีกด้วย ลี่เจิงหมิงและฉินฮ่าวเจิ้งเป็นเพื่อนสนิทกัน ลี่เจิงหมิงจะพลาดงานวันเกิดของเพื่อนผู้แสนดีของเขาไม่ได้

ของขวัญจากตระกูลลี่แน่นอนย่อมไม่ธรรมดา ทหารกล้าแกะสลักจากหยกระดับกลางค่อนสูง เพราะหยกไม่ใหญ่มากขนาดของทหารจึงค่อนข้างกะทัดรัด แต่มูลค่าของมันไม่ต่ำกว่าสิบล้านหยวน

เมื่อถึงตาอ้ายกวงเหยา เขาหยิบเอาภาพวาดที่กู้หนิงให้เขาออกมา

เมื่อภาพวาดทิวทัศน์ปรากฏต่อสายตาคนทั้งงานเลี้ยง ก็เกิดเสียงกระหึ่มขึ้นอีกครั้ง อู๋ก่วนจงเป็นเป็นศิลปินสมัยใหม่ ดังนั้นคนส่วนมากได้ยินชื่อเสียงของเขา

พวกเขาไม่ตกใจกับราคาของภาพวาด แต่มูลค่าของมันประเมินค่าไม่ได้

“อะไรนะ? ภาพวาดของอู๋ก่วงจงจริงๆเหรอ? ขอผมดูหน่อย!” ชายชราวัยเจ็บสิบปีกล่าวอย่างตื่นเต้น เขาลุกขึ้นยืนและเดินเข้ามา

ชายคนนี้เป็นภัณฑารักษ์ของพิพิธภัณฑ์และเป็นหัวหน้าสมาคมโบราณวัตถุ ‘กู้ชางเจี่ยง’

กู้ชางเจี่ยงไม่ได้ตั้งคำถามว่าภาพวาดในมืออ้ายกวงเหยานั้นของจริงหรือไม่ เขาแทบจะทนรอดูไม่ไหว

ฉินฮ่าวเจิ้งเองก็ตื่นเต้น เพราะเขาสนใจในของเก่าและภาพวาดเช่นกัน

อ้ายกวงเหยารู้ว่ากู้ชางเจี่ยงเป็นบุคคลสำคัญ ดังนั้นเขาจึงยื่นภาพวาดให้โดยไม่ลังเล ฉินฮ่าวเจิ้งก็เดินเข้ามาดูใกล้ๆ ตามมาด้วยคนที่รักศิลปะ

ในตอนแรกมีคนไม่เชื่อว่าเป็นของจริงเพราะของจริงค่อนข้างหายาก แต่หลังจากพินิจพิเคราะห์อยู่สักพัก กู้ชางเจี่ยงจึงยืนยันว่าเป็นของจริง

เขาพูดว่า “ไม่กี่ปีก่อนภาพวาดหิมะของปักกิ่งถูกขายไปราคาห้าล้านหยวน ภาพทิวทัศน์นี้ต้องราคาสูงกว่าภาพนั้นแน่นอน!”

ทุกคนตกตะลึง ราคาของภาพวาดภาพเดียวสูงกว่าห้าล้านหยวน

ในขณะนั้นทุกคนต่างเชื่อไปแล้วว่าอ้ายกวงเหยามอบของขวัญราคาแพงเพราะมีจุดประสงค์ เขาต้องการประจบประแจงตระกูลกู้ ดังนั้นพวกเขาจึงมองอ้ายกวงเหยาด้วยสายตาไม่เป็นมิตร

อ้ายกวงเหยาไม่เก็บเอามาใส่ใจ เขาอธิบายอย่างใจเย็นว่า “คุณฉิน ผมคิดว่าคุณน่าจะทราบแล้วว่าผมได้ขายบริษัทไปแล้ว ความจริงแล้วภาพวาดนี้เป็นของเจ้าของตัวจริงของเจิ้งหัวเรียลเอสเตท เจ้านายของผมบังเอิญซื้อมันมาได้ในราคาหนึ่งพันหยวนที่ตลาดขายของเก่า ถ้าคุณฉินชอบได้โปรดรับไว้ด้วยครับ”

อะไรนะ? หนึ่งพันหยวน?

ได้ยินแบบนั้นทุกคนต่างเบิกตากว้างด้วยความตกใจ

หนึ่งพันหยวนก็ซื้อภาพวาดราคาสูงกว่าห้าล้านหยวนได้? ไม่น่าเชื่อ!

ถ้าเป็นจริงแสดงว่าคนที่ซื้อเจิ้งหัวเรียลเอสเตทต้องไม่ใช่คนธรรมดา!

“ฮ่า ฮ่า แน่นอน ผมชอบมาก!” ฉินฮ่าวเจิ้งหัวเราะ ของขวัญชิ้นนี้ถูกใจเขาอย่างมาก! เขาหัวเราะด้วยความพึงพอใจอย่างไม่ปิดบัง

ถึงแม้เขาจะสงสัยว่าใครกันที่ซื้อเจิ้งหัวเรียลเอสเตท เขาก็ไม่ได้เอ่ยปากถามออกไป ในเมื่อเจ้าของตัวจริงเจิ้งหัวไม่อยากเปิดเผยตัว เขาก็ไม่จำเป็นต้องหาคำตอบ

แขกเหรื่อยังคงทยอยมอบของขวัญ ของขวัญมีตั้งแต่ราคาหลายแสนหยวนจนถึงหลายล้านหยวน

แม้ว่าของขวัญแต่ละชิ้นจะมีราคาสูง แต่ก็ไม่มีชิ้นไหนล้ำค่าไปกว่าภาพวาดของอู๋ก่วงจง

 

Chapter 146: รอยยิ้มน่าเกลียด

เมื่อการมอบของขวัญใกล้จบลง กู้หนิงก็รับเป้จากมู่เค่อ เธอถอยออกไปยังที่ไม่มีใครสังเกตเห็นเธอ กู้หนิงเปิดประเป๋าเป้เปลี่ยนของขวัญที่อยู่ข้างในเป้กับของขวัญที่เธอเตรียมมา จากนั้นเธอก็กลับมาพร้อมกับของขวัญในมือทิ้งกระเป๋าเป้ไว้กับมู่เค่ออีกครั้ง

ฉินอี้ฟานเหลือบมองกู้หนิงเป็นครั้งคราว เขาเห็นกู้หนิงกลับมาพร้อมกล่องไม้ในมือ ขนาดกล่องกว้าง 20 เซนติเมตร ยาว 30 เซนติเมตร ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่เป็นของขวัญสำหรับพ่อของเขา

เขาไม่ได้หวังให้กู้หนิงมาที่นี่ต้องเตรียมของขวัญมาด้วย นี่ไม่ใช่ความตั้งใจของเขา

เมื่อกู้หนิงเดินไปข้างหน้าทุกคนก็จับจ้องไปที่เธอ บางคนประหลาดใจ บางคนชื่นชมความงามของเธอ ในขณะที่บางคนก็อิจฉาเธอ กู้หนิงไม่สนใจพวกเขา

ฉินฮ่าวเจิ้งไม่รู้จักกู้หนิง เขาคิดว่าเธอของเป็นลูกหลานตระกูลเศรษฐีสักตระกูลหนึ่งในงานนี้

“คุณฉิน ยินดีที่ได้พบค่ะ หนูชื่อกู้หนิงเป็นเพื่อนพี่อี้ฟานและซีหุนค่ะ นับว่าเป็นเกียรติของหนูที่ได้มางานเลี้ยงในคืนนี้ค่ะ นี่เป็นของขวัญจากหนูและเพื่อนๆ ขอให้มีความสุขเท่าทะเลตะวันออกและขอให้มีชีวิตยืนยาวตราบเท่าเทือกเขาจงหนาน!” กู้หนิงกล่าว

“ดีๆ ขอบใจหนูมากนะ” ฉินฮ่าวเจิ้งยิ้มแย้ม

ฉินอี้ฟานก้าวออกมารับกล่องไป ตามกฎแล้วเขาต้องประกาศว่าของขวัญเป็นสิ่งใด

นาทีที่ฉินอี้ฟานเปิดกล่องและเห็นชื่อบนนามบัตร เขาก็พลันตื่นเต้นขึ้นมา เขาหันไปมองกู้หนิงและเพื่อนๆของเธอ จากนั้นก็ค่อยเพิ่มเสียงพูดว่า “แก้วน้ำหัวกวางจากยุคเฉียนหลงราชวงค์ชิง”

“อะไรนะ? แน่ใจเหรอ?” กู้ชางเจี่ยงผุดลุกขึ้นอีกครั้ง เขาเดินเข้าไปหา

ฉินฮ่าวเจิ้งทำแบบเดียวกัน

คนที่รู้เรื่องประวัติของแก้วต่างพากันประหลาดใจ ส่วนคนที่ไม่เคยได้ยินคิดว่ามันต้องเป็นของล้ำค่าเพราะกู้ชางเจี่ยงตัวสั่นด้วยความตื่นเต้น

กู้ชางเจี่ยงถือแก้วไว้ในมืออย่างระมัดระวัง เขาตรวจสอบอยู่นานด้วยสีหน้าตื่นเต้นเป็นระยะๆ

ถึงแม้แก้วใบนี้จะราคาต่ำกว่าภาพวาดของอู๋ก่วงจง แต่มันเป็นของเก่าจากยุคเฉียนหลงและยังมีสีชมพูใสพาสเทล

ฉินเจิ้งไม่อยากเชื่อว่ากู้หนิงมีแก้วใบนี้ไว้ในครอบครอง เพราะเธอจนและไม่มีปัญญาที่จะซื้อมันมาได้ ต้องเป็นคนอื่นที่เป็นคนซื้อมา

การมอบของขวัญเสร็จสิ้นลงแล้ว งานเลี้ยงดำเนินต่อไปและทุกคนสนุกสนานไปกับงานเลี้ยง

ลี่เจินเจินเดินเข้าไปคุยกับฉินอี้ฟานเพื่อไม่ให้เขาเข้าใกล้กู้หนิง แต่เธอมาช้าไปหนึ่งก้าว ฉินอี้ฟานยืนอยู่ข้างกู้หนิงเรียบร้อยแล้ว ลี่เจินเจินโกรธจัดแต่ไม่กล้าที่จะเข้าไปขัดจังหวะพวกเขา

เธอกลัวว่ากู้หนิงจะปากโป้งบอกสิ่งที่ทำกับฉินอี้ฟาน

ลี่เจินเจินไม่ใช่สาวสวยที่สุดในงาน แต่เธอก็ถือว่าเป็นคนสวย ชายหนุ่มหลายคนพยายามแวะเวียนเข้ามาสนทนากับเธอแต่ลี่เจินเจินเอาแต่จ้องฉินอี้ฟาน เธอทำให้พวกเขาผิดหวังด้วยข้ออ้างว่าเธอรู้สึกไม่ค่อยสบาย

ชายหนุ่มเหล่านั้นไม่ได้แสดงความไม่พอใจเพราะเห็นแก่ครอบครัวของเธอ แต่พวกเขาดูหมิ่นพฤติกรรมของเธอในใจ

ฉินอี้ฟานออกปากขอโทษกู้หนิง “ฉันเชิญพวกเธอมาร่วมสนุกด้วยกันในงานเลี้ยงเฉยๆ ไม่ได้หวังว่าต้องเตรียมของขวัญมาด้วย ขอโทษนะที่ทำให้พวกเธอต้องเสียเงินซื้อของขวัญไปเยอะ”

ฉู่เพ่ยหานและคนอื่นเกิดรู้สึกละอาย เพราะพวกเขาไม่ได้เสียเงินสักแดงเดียว กู้หนิงเป็นคนเตรียมของขวัญเองทั้งหมด

“ไม่เป็นไรค่ะ” กู้หนิงตอบกลับเสียงเรียบ

ฉินอี้ฟานยิ้มและไม่พูดเรื่องนี้อีก “เธอรู้สึกอึดอัดรึเปล่า?”

“ไม่นี่คะ” กู้หนิงตอบ ชีวิตที่แล้วของเธอ เธอเข้าร่วมงานเลี้ยงเป็นว่าเล่น เธอคุ้นชินกับมันเสียแล้ว

“ดีใจที่ได้ยินแบบนั้น” ฉินอี้ฟานกล่าว

ในขณะนั้นเองก็มีหนุ่มสาวคู่หนึ่งเดินเข้ามา ผู้ชายคนนั้นก็คือจิ่นจื่อเว่ยแต่ผู้หญิงที่มาด้วยกันกู้หนิงไม่คุ้นหน้า

“คุณกู้ ไม่ได้พบกันนานนะครับ” เว่ยจื่อรุ่ยทักทายกู้หนิง

“คุณเว่ยยินที่ได้พบคุณอีกครั้งค่ะ” กู้หนิงทักทายเขากลับ จากนั้นพยักหน้าน้อยๆให้ผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างเขาด้วยรอยยิ้มเป็นมิตร ผู้หญิงคนนั้นยิ้มตอบ

กู้หนิงไม่รู้ความสัมพันธ์ของพวกเขา ดังนั้นเธอจึงไม่กล้าเดาสุ่ม

“คุณคุ้นเคยกับเฟิ่งหัวแมนชั่นยังครับ?” เว่ยจื่อลุ่ยถาม

“ค่ะ ขอบคุณมากที่ถาม คุณเว่ย” กู้หนิงตอบ

“ด้วยความยินดีครับ คุณเป็นลูกค้าที่เพื่อนผมแนะนำนี่ครับ ผมย่อมใส่ใจคุณอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นเพื่อนผมคนนี้คงไม่พอใจ” จิ่นจื่อเว่ยเหย้าแหย่

กู้หนิงยิ้มน้อยๆ

พูดคุยกันสักพักพวกเขาก็ขอตัว

ฉินอี้ฟานอยากจะอยู่ข้างกู้หนิงให้นานที่สุด แต่ในฐานะเจ้าภาพเขาไม่อาจใช้เวลากับแขกคนเดียวนานเกินไป ดังนั้นเขาจึงขอตัวไปในที่สุด

ทันทีที่ฉินอี้ฟานจากไป กู้หนิงก็พบว่าสายตาอิจฉาที่มองมาที่เธอตลอดเวลาก็หายไปด้วย

ต้องเป็นลี่เจินเจินแน่

กู้หนิงมองหาลี่เจินเจินและเห็นเธอกำลังนั่งอยู่ที่มุมห้องคนเดียว กู้หนิงถือแก้วไวน์ในมือและพูดบางอย่างกับฉู่เพ่ยหานและเพื่อนคนอื่น จากนั้นเดินไปหาลี่เจินเจิน

สายตาลี่เจินเจินมัวแต่จับจ้องอยู่ที่ฉินอี้ฟาน ดังนั้นเธอจึงไม่สังเกตเห็นกู้หนิงเดินตรงเข้ามาหาตัวเอง เมื่อเธอรู้สึกตัวกู้หนิงก็ปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าเธอแล้ว

ลี่เจินเจินรู้สึกประหม่าแต่สายไปแล้วที่จะหลบเลี่ยง ถ้าเธอหลบหน้ากู้หนิงแสดงว่าเธอกลัวกู้หนิง เธอไม่อยากให้เป็นแบบนั้น

ถึงแม้ลี่เจินเจินจะถูกกู้หนิงทำให้ตกใจกลัว กู้หนิงคงไม่ปล่อยให้เธอหนีไปดื้อๆต่อหน้าแน่ๆ

“คุณลี่ ดีใจจังเลยค่ะที่ได้พบคุณอีกครั้ง” กู้หนิงยิ้มทักทาย รอยยิ้มเสแสร้งบนหน้าเธอดูน่ากลัวยิ่งกว่าภูติผี

“ยินดีที่เจอเธออีกครั้งเช่นกัน” ต่อหน้าแขกเหรื่อในงานเลี้ยง ลี่เจินเจินจำต้องทักทายกู้หนิงกลับแต่รอยยิ้มของเธอคล้ายกับจะร้องไห้ออกมาอยู่รอมร่อ

“น่าเสียดายนะคะที่คืนนี้คุณลี่มากับพี่ชายและพ่อของคุณ ไม่อย่างนั้นฉันคงดูแลคุณอย่างดี” กู้หนิงพูดเป็นนัย

ดูแลเธออย่างดี? กู้หนิงต้องการทำร้ายเธอใช่ไหม?

“แก…” ลี่เจินเจินไม่สบอารมณ์ แต้ต้องควบคุมตัวเองเอาไว้ “กู้หนิง ให้มันน้อยๆหน่อย!”

“น้อยๆหน่อย? คุณลี่ ฉันไม่เข้าใจที่คุณพูดค่ะ” กู้หนิงแกล้งทำเป็นไม่เข้าใจ

“แก…” ลี่เจินเจินโมโหแต่ไม่กล้าพูดออกมา

เมื่อเห็นว่าลี่เจินเจินทำอะไรไม่ได้นอกจากกล้ำกลืนความโกรธเอาไว้ กู้หนิงจึงรู้สึกพอใจ เธอหยุดเสแสร้งแล้วพูดเสียงเรียบเฉยว่า “ลี่เจินเจิน ฉันบอกเธอแล้วว่าเธอต้องรับผลของสิ่งที่เธอทำกับฉัน ฉันจะให้เธอชดใช้คืนฉันเมื่อไหร่ที่ไหน ทั้งหมดล้วนขึ้นอยู่กับฉัน ฉันคิดว่าเธอรู้อยู่แล้วว่าไอ้พวกนั้นยังอยู่ในโรงพยาบาลตอนนี้”

จบบทที่ Chapter 145 - 146: ของขวัญวันเกิด, รอยยิ้มน่าเกลียด (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว