เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 101 - 102: ใจดี, ใครกันที่หยาบคาย? (ฟรี)

Chapter 101 - 102: ใจดี, ใครกันที่หยาบคาย? (ฟรี)

Chapter 101 - 102: ใจดี, ใครกันที่หยาบคาย? (ฟรี)


Chapter 101: ใจดี

กู้หนิงทำข้อสอบเสร็จภายในครึ่งชั่วโมงเหมือนเดิมโดยไม่มีร่องรอยการโกงใดใด กู้หนิงรู้ว่าเป็นเรื่องยากสำหรับทุกคนที่จะเชื่อว่าคนเรียนหนังสือแย่อย่างเธอจะกลายเป็นคนเรียนเก่งขึ้นมาได้ แต่ความซื่อสัตย์ก็ไม่มีวันทำให้เปื้อนรอยด่างได้ เวลานี้เธอจึงไม่กลัวที่จะเผชิญหน้ากับเพื่อนร่วมชั้นและบรรดาอาจารย์ทั้งหลาย

หลังจากการสอบช่วงบ่ายเสร็จสิ้น กู้หนิงก็ออกจากโรงเรียนทันที ตอนนี้เวลาสี่โมงเย็น เวลานัดกินข้าวคือหกโมงเย็นที่ร้านอาหารโหยวอี้บนถนนโหยวอี้  ใช้เวลาเดินจากเฟิ่งหัวแมนชั่นยี่สิบนาทีก็ถึงร้านโหยวอี้ ดังนั้นกู้ม่านและคนอื่นๆจึงพากันออกจากบ้านตอนห้าโมงเย็น กู้หนิงจึงตัดสินใจกลับบ้านก่อน

ครั้งนี้เธอไม่ได้วิ่งกลับบ้านแต่นั่งแท็กซี่กลับ ใช้เวลายี่สิบนาทีเธอก็มาถึงบ้าน กู้ม่านและคนอื่นๆประหลาดใจที่กู้หนิงกลับบ้านเร็ว กู้หนิงเลยบอกกับครอบครัวว่าวันนี้เธอมีสอบประจำเดือน

“ทำไมกลับบ้านเร็วล่ะ?” กู้ม่านถาม

“หนูทำข้อสอบเสร็จแล้วก็เลยกลับเร็ว” กู้หนิงตอบ

“เพราะไม่รู้จะตอบอะไรล่ะสิ ใช่ไหม? ไม่เป็นไรหรอก ครั้งหน้าค่อยพยายามใหม่” กู้ชิงปลอบเธอ พวกเขาไม่โทษกู้หนิงแต่ให้กำลังใจเธอ เพราะรู้ว่าไม่ใช่เด็กทุกคนที่เกิดมาเรียนเก่ง

กู้หนิงไม่ได้อธิบายอะไรมากมายไปกว่านี้ ผลทดสอบจะเป็นเครื่องยืนยันให้ตัวเธอเอง

ไม่นานเจียงซินหยูก็กลับมาถึงบ้าน เธอมีเรียนแค่สองคาบในช่วงบ่าย และออกจากโรงเรียนตอนบ่ายสี่โมงห้านาที ถึงบ้านบ่ายสี่โมงครึ่ง

ทุกคนพร้อมออกจากบ้านตอนห้าโมงแต่ถูกกู้หนิงรั้งพวกเขาเอาไว้ “ทำไมไปเร็วจังคะ? พวกเรามักไปเร็วกว่าพวกเขาตลอด ส่วนพวกเขาก็สายตลอด หนูคิดว่าเรากะเวลาให้ไปถึงตรงเวลาก็พอค่ะ”

“แต่....” กู้ม่านรู้สึกว่าไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่

“พี่คิดว่าหนิงหนิงพูดถูก ทำไมพวกเราต้องไปถึงก่อนและรอพวกเขาทุกครั้งด้วย?” กู้ชิงเห็นด้วยกับหลานสาว เธอกลับมานั่งลง กู้ม่านจึงยอมในที่สุด

กู้ม่านกู้ชิงไม่ได้แต่งตัวอะไรเป็นพิเศษ พวกเธอสวมชุดยี่ห้อธรรมดาๆปานกลาง ไม่มีใครรู้ว่าเป็นยี่ห้ออะไรถ้าไม่เคยซื้อยี่ห้อนี้ เจียงซู่ก็แต่งตัวแบบเดียวกัน ส่วนกู้หนิงสวมชุดธรรมดาอย่างที่เคยใส่

พวกเขาออกจากบ้านห้าโมงครึ่ง

พวกเขาพากันเดินไปที่ร้านอาหาร เมื่อพวกเขามาถึงก็เลยเวลานัดไปห้านาที พวกเขาบังเอิญเจอครอบครัวกู้ฉินเซียงข้างนอกพอดี ครอบครัวกู้ฉินเซียง มีกู้ฉินเซียง หลินหลี่หยวน กู้เซียวเซียวและยายของกู้หนิง

พวกเขาก็มาช้าเหมือนกัน

กู้ฉินเซียงรวยที่สุดในตระกูล ดังนั้นเขาจึงมีอำนาจพอสมควร เขากลายเป็นคนหยิ่งยโสและคิดว่าตัวเองเป็นดาวจรัสแสงของบ้าน

เขาหงุดหงิดที่พบว่ากู้ม่านและกู้ชิงต่างก็มาช้าเหมือนเขา

ยายของกู้หนิงอารมณ์เสียขึ้นมาทันทีที่เห็นหน้ากู้หนิง เธอยังจำได้ว่าครั้งที่แล้วกู้หนิงตะคอกต่อว่าเธอ เธอจึงตะโกนด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด

“กู้หนิง นังเด็กไม่มีพ่อ ใครบอกแกมาที่นี่? ไปให้พ้นเดี๋ยวนี้!”

หญิงชราทำตัวไม่มีมารยาทและแสดงกิริยาหยาบคายเหมือนหญิงวิกลจริต เสียงของเธอดึงดูดความสนใจผู้คนที่อยู่บริเวณนั้น ถึงแม้ผู้คนจะไม่ทราบว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้น พวกเขาก็ไม่ชอบใจกับพฤติกรรมที่หยาบคายไร้มารยาทแบบนี้

กู้ฉินเซียงตกใจกับท่าทีของแม่ตัวเองและรู้สึกอายกับสายตาของคนอื่น เขาจึงเอ่ยว่า

“แม่...”

เขารู้ว่าแม่ของเขาไม่ชอบกู้หนิง ตัวเขาเองก็ไม่ชอบเช่นกัน ทุกครั้งที่พบกันหญิงชราต้องทำให้กู้หนิงอับอายน้อยเนื้อต่ำใจทุกครั้ง แต่เขาก็ไม่เคยเห็นแม่โกรธมากขนาดนี้

ในช่วงนี้กู้ฉินเซียงค่อนข้างยุ่งและไม่ค่อยได้อยู่บ้าน ดังนั้นเขาจึงยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

ในขณะนี้กู้หนิงและคนอื่นๆเริ่มโมโห กู้ม่านรู้สึกอยากร้องไห้ เธอเถียงกลับไปว่า “แม่ ได้โปรดใจดีบ้างเถอะค่ะ! หนิงหนิงเป็นลูกสาวของหนู เธอไม่ใช่เด็กไม่มีพ่อ อีกอย่างพี่สามเป็นคนชวนพวกเรามาที่นี่”

แทนที่หญิงชราจะรู้สึกละอายใจแต่กลับอารมณ์เสียยิ่งกว่าเดิม “ลูกแกมันเป็นเด็กไม่มีพ่อ! ฉันไม่เคยยอมรับมันเป็นหลาน! ถ้ามันยังอยู่ฉันจะกลับเดี๋ยวนี้!”

“แม่ เกิดอะไรขึ้น? เอาไว้พวกเราค่อยไปคุยกันในห้องอาหารส่วนตัว แม่ทำให้ผมอายนะ!” กู้ฉินเซียงไม่พอใจเล็กน้อย ถึงอย่างไรเขาก็พอมีชื่อเสียงในเมือง F แม่ของเขาทำแบบนี้ไม่ไว้หน้าเขาเลย

หญิงชราโมโหจนเลือดขึ้นหน้า เธอไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้น เดิมทีนิสัยของเธอก็เป็นคนเจ้ากี้เจ้าการที่สนใจเฉพาะตัวเอง เธอตวาดใส่กู้หนิงไม่หยุด

“แกเป็นบ้าอะไรห้ะ? นังเด็กไม่มีพ่อ แกกล้าตบเซียวเซียวแต่ไม่ยอมขอโทษ ทั้งยังตะคอกใส่ฉัน! แกมันบ้าไปแล้ว!”

กู้ฉินเซียงที่ไม่ค่อยอยู่บ้าน ยืนงงเป็นไก่ตาแตก ไม่มีใครบอกเขาว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น

ได้ยินคำว่าลูกไม่มีพ่อ กู้หนิง กู้ม่านและครอบครัวกู้ชิงก็ไม่พอใจ กู้หนิงส่งสายตาเย็นชามองหญิงชรา หญิงชราเกิดกลัวขึ้นมาและนิ่งไปทันใด

ถึงแม้ว่ากู้ฉินเซียงอยากรักษาหน้าของเขา แต่เขาก็สูญเสียการควบคุมอารมณ์ตั้งแต่มีลูกสาวของเขาเข้ามาเกี่ยวข้อง

“อะไรนะ? กู้หนิงตบเซียวเซียว?” ฉับพลันสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความโกรธยามมองไปที่กู้หนิง

กู้เซียวเซียวที่รอคอยโอกาสอยู่ก็พูดขึ้นว่า “ใช่ค่ะ! พ่อ กู้หนิงเอาจานฟาดหัวหนูและยังตบหน้าหนูหลายครั้ง ย่าบอกให้มันขอโทษ มันก็ไม่ยอม ทั้งยังตะคอกใส่ย่าและขู่แม่ด้วย”

พูดจบเธอก็ส่งสายตายั่วยุให้กู้หนิง

เธอกลัวกู้หนิงก็จริงแต่ตอนนี้พ่อของเธออยู่ที่นี่ด้วย ดังนั้นเธอจึงไม่กลัวอะไรทั้งนั้น

ผู้คนต่างพากันตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน

อะไรนะ?

เธอตีเด็กสาวคนนั้นด้วยจานและยังตบหน้าอีกด้วย เธอไม่ยอมขอโทษและยังตะคอกด่าญาติผู้ใหญ่ของเธอ?

ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง เด็กสาวคนนี้ก็เป็นคนอารมณ์รุนแรงและหยาบคาย

“กู้ม่าน ลูกสาวเธอเป็นคนแบบไหนกัน? กล้าดียังไงถึงตีลูกสาวฉัน?” กู้ฉินเซียงตะคอกกู้ม่าน

กู้ม่านตกใจที่ถูกเขาตะคอก ในตระกูลกู้ ทุกคนต่างเกรงกลัวกู้ฉินเซียงเพราะเขารวยที่สุด มีอำนาจมากที่สุดและเป็นลูกชายคนโตของตระกูล

แม้ว่ากู้ฉินหยางจะทำงานในแผนกต่างประเทศ แต่เขาก็เคารพเชื่อฟังกู้ฉินเซียงอย่างมาก

Chapter 102: ใครกันที่หยาบคาย?

กู้ฉินหยางเป็นข้าราชการธรรมดาๆไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูง เขาไม่อาจเปรียบเทียบกับกู้ฉินเซียงได้ แม้ว่ากู้ม่านจะเกรงกลัวกู้ฉินเซียงแต่เธอเองก็ไม่ยอมให้ใครมาว่าลูกเธอเช่นกัน

“หนิงหนิงตีเซียวเซียวเพราะเซียวเซียวทำให้กู้หนิงอับอายก่อนต่างหาก”

“แล้วยังไง? เธอก็ไม่ได้บาดเจ็บอะไรนี่? ลูกของเธอไม่ควรตีลูกสาวของฉัน” กู้ฉินเซียงไม่คิดว่าสิ่งที่กู้เซียวเซียวทำกับกู้หนิงเป็นสิ่งผิดแต่อย่างใด

“พี่…” กู้ม่านโกรธจัดจนเกือบเป็นลมล้มพับ กู้หนิงช่วยพยุงแม่และช่วงเพิ่มพลังให้แก่ร่างกายของแม่เธอ แม้ว่าพลังของกู้หนิงจะมีไม่มาก แต่ก็เพียงพอช่วยกู้ม่านให้หายใจสะดวก

จู่ๆกู้ม่านก็รู้สึกถึงลมเย็นๆไหลเวียนในร่างกายเธอ ลมหายใจเธอกลับมามั่นคงอีกครั้งกู้ม่านรู้สึกแปลกแต่ก็ไม่ได้คิดเรื่องนี้อีก

“พี่พูดอย่างนี้ได้ยังไง! ทำไมหนิงหนิงถึงสมควรถูกเซียวเซียวพูดจาไม่ดีได้?” กู้ชิงเองก็โกรธมากเช่นเดียวกัน เธอรู้ว่ากู้ฉินเซียงเห็นแก่ตัวแต่ก็ไม่คิดว่าเขาจะไร้ยางอายแบบนี้

“เซียวเซียวผิดที่ล้อเลียนคนอื่นแต่กู้หนิงก็ไม่ควรตีเธอ!” กู้ฉินหยางเกือบจะหมดความอดทน เขาพูดเสริมขึ้นอีกว่า “นอกจากนี้แม่ของพวกเรายังบอกให้เธอขอโทษ แต่เธอปฏิเสธและยังตะคอกใส่แม่ เธอมันเด็กหยาบคายไม่มีสัมมาคารวะ!”

“ชิ!” กู้หนิงอดไม่ได้ที่จะเย้ยหยัน เธอจ้องกู้ฉินเซียงและพูดด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก “ถ้าหนูเรียกลุงว่าไอ้ลูกไม่มีพ่อและเรียกแม่ของลุงว่าอีนังสารเลวไม่มียางอาย ลุงจะอยู่เฉยไม่ทำอะไรใช่ไหมคะ?”

“เธอกล้าดียังไง ห้ะ!” ได้ยินคำพูดกู้หนิง กู้ฉินเซียวก็โกรธจนควันออกหู เขาตะคอกกู้หนิงเสียงดัง

“เธอกล้าพูดแบบนั้นได้ยังไง? นังเด็กหยาบคาย!”

หญิงชราก็โกรธจนเนื้อเต้นเหมือนกัน

“อะไรกันคะ? ทำไมพอหนูพูดแบบนี้บ้างถึงผิดล่ะคะ? ตอนที่กู้เซียวเซียวพูดแบบนี้ต่อหน้าหนูและไม่เคารพแม่ของหนู เธอไม่หยาบคายหรือคะ?” กู้หนิงโต้กลับ

“แก…” ฉับพลันกู้ฉินเซียงก็ไม่รู้จะสรรหาคำพูดไหนมาโต้แย้ง

กู้ม่านมีศักดิ์เป็นน้าของกู้เซียวเซียว กู้เซียวเซียวไม่ให้ความเคารพกู้ม่านมาตลอดเป็นระยะเวลากว่าสิบแปดปี ไม่มีใครรู้สึกว่ามันผิดอะไร แต่ตอนนี้กู้ฉินหยางพูดไม่ออกเมื่อกู้หนิงพูดเสียงดังในที่สาธารณะ

ตอนนี้ผู้คนรู้แล้วว่าทำไมกู้หนิงถึงตีเด็กสาวคนนั้น ดูเหมือนพวกเขาเข้าข้างกู้หนิงเรียบร้อยแล้ว มันเป็นเรื่องที่หยาบคายมากที่จะล้อเลียนไม่ให้ความเคารพต่อคนในครอบครัวตัวเอง ถึงแม้แม่ของเด็กคนนั้นจะเคยทำเรื่องผิดพลาดในอดีตยังไง แต่เด็กก็ไม่ควรพูดจาว่าร้ายผู้อาวุโสกว่า

ตอนนี้ทุกคนไม่ชอบกู้เซียวเซียว

“บ้า บ้า บ้า! แม่แกทำเรื่องน่าละอาย! ทำไมพวกเราจะว่าแม่แกไม่ได้?” หญิงชราโมโหสุดขีด คนที่ทำผิดสมควรถูกประณาม

“หุบปาก!” กู้หนิงตวาด เธอมองหญิงชราประดุจคมมีดแหลมคม หญิงชราตกใจกลัวและหุบปากทันที เธอสัมผัสได้ถึงความกดดันจากตัวกู้หนิงจนเกือบหายใจไม่ออก แม้แต่คนที่ยืนดูแถวนั้นก็สัมผัสได้ถึงความกดดันจากตัวกู้หนิง

“ยายดูถูกแม่มาสิบแปดปีแล้ว ยังไม่พออีกหรือ? หนูชักจะคิดแล้วว่าแม่ของหนูเป็นลูกของยายจริงหรือเปล่า? ทำไมยายถึงเกลียดแม่นัก? แต่ในเมื่อยายเป็นแม่ของแม่หนู หนูก็ไม่อยากจะหยาบคายหรอกนะ แต่ถ้ากล้ารังแกแม่หนูอีก หนูจะทำให้ยายชดใช้คืนแน่ อีกอย่างยายไม่ต้องยอมรับว่าหนูเป็นหลานหรอกค่ะ ก็คล้ายๆกับที่หนูไม่ยอมรับยายเป็นยายของหนู ดังนั้นจะมาใช้คำว่าอกตัญญูกับหนูไม่ได้นะคะ” กู้หนิงกล่าวเสียงเยือกเย็น ตอนนี้เธอวางไพ่บนโต๊ะแล้ว

ทุกคนมองที่หญิงชราอย่างโกรธๆ เธอทำให้ลูกสาวและหลานของเธออับอายขายขี้หน้ามานานถึงสิบแปดปี! คนอะไรใจร้ายใจดำ!

“แก...”

หญิงชรากลัวกู้หนิงจนร่างของเธอสั่นเบาๆ เธอหายใจไม่ออก กู้ฉินเซียงเข้ามาประคองแม่เอาไว้กลัวว่าเธอจะล้ม

กู้หนิงขู่แม่ของเขา!

กู้ฉินเซียงตกใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของกู้หนิง เธอต่างจากเด็กสาวเงียบขรึมคนเดิม ไม่ เธอไม่ได้เปลี่ยน เธอแค่เข็มแข็งและมีความมั่นใจในตัวเองพอที่จะพูดจาข่มขู่แม่ของเขา กู้ฉินเซียงต่อว่าเธอด้วยความโกรธ

“กู้หนิง นังเด็กหยาบคาย! กล้าดียังไงถึงพูดกับผู้ใหญ่แบบนั้น!”

“หยาบคาย? นั่นเป็นเพราะพวกคุณ คนน่าไม่อาย! หนูก็เป็นคนมีศักดิ์ศรี หนูอาจจะเคยสงบเสงี่ยมไม่พูดไม่จา แต่พวกคุณก็เอาแต่พูดจาแย่ๆกับหนู สิ่งที่หนูทำตอนนี้คือปกป้องตัวเอง ผู้ใหญ่งั้นหรือ? พวกคุณไม่สมควรได้ความเคารพจากพวกเรา พวกคุณพูดจาถากถางแม่ของหนูมาตลอดสิบแปดปีและเรียกหนูว่านังเด็กไม่มีพ่อมาสิบแปดปี หนูเองต่างหากที่รู้สึกละอายที่มีพวกคุณเป็นคนในครอบครัว ถ้าต้องการความเคารพจากคนอื่นก็ต้องให้เคารพคนอื่นก่อน ปฏิบัติต่อคนอื่นให้เหมือนกับที่อยากได้รับการปฏิบัติจากคนอื่น ต่อจากนี้ไปหนูจะไม่ทนต่อคำพูดเยาะเย้ยถากถางจากพวกคุณอีกต่อไป!” กู้หนิงกล่าวเสียงแข็ง

“แก…” ใบหน้าของกู้ฉินเซียงเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว คำพูดของกู้หนิงทำให้เขารู้สึกผิดและหงุดหงิดในเวลาเดียวกัน เขาปฏิเสธไม่ได้ว่าคำพูดของกู้หนิงนั้นสมเหตุสมผล

“พูดได้ดี!”

ในขณะนั้นก็มีเสียงสดใสของผู้หญิงดังขึ้น กู้หนิงจำเสียงนี้ได้ทันที ต้องเป็นอันฉียน

เมื่อเห็นอันเฉียน กู้หนิงก็ลืมไปเลยว่ายังไม่ได้คืนค่ารักษาพยาบาลแก่เธอ ถึงแม้อันเฉียนจะไม่ได้เอามาใส่ใจ เธอก็ยังรู้สึกไม่ดี

“กู้หนิง ฉันยืนอยู่ข้างเธอ อย่าอยู่อย่างคนขี้ขลาดแต่จงยืนหยัดเพื่อตัวเอง!” อันเฉียนเข้าข้างกู้หนิง

อันเฉียนไม่คิดว่าครอบครัวของกู้หนิงจะซับซ้อนและยุ่งยากขนาดนี้ อันเฉียนรู้สึกหงุดหงิดแทนกู้หนิงเพราะพวกเธอเป็นเพื่อนกัน

“อันเฉียน บังเอิญจัง!” กู้หนิงเอ่ย

“คุณหมออัน” กู้ม่านและครอบครัวกู้ชิงทักทายอย่างสุภาพ

“นี่เป็นเรื่องภายในครอบครัว โปรดอย่าเข้ามายุ่งจะดีกว่า” กู้ฉินเซียงหงุดหงิดที่มีคนนอกสอดมือเข้ามายุ่ง

“เอ่อ หนูคิดว่ากู้หนิงไม่ได้ยอมรับว่าตัวเธอเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวคุณนะคะ ใช่ไหม? แล้วจะกลายเป็นเรื่องในครอบครัวได้ยังไงล่ะ? นอกจากนี้ฉันกำลังพูดกับกู้หนิงไม่ใช่คุณ เรื่องนี้ก็ไม่เกี่ยวกับครอบครัวคุณนะคะ” อันเฉียนโต้กลับ

จบบทที่ Chapter 101 - 102: ใจดี, ใครกันที่หยาบคาย? (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว