เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 69 - 70: ติดกับ, วิธีของผู้หญิง (ฟรี)

Chapter 69 - 70: ติดกับ, วิธีของผู้หญิง (ฟรี)

Chapter 69 - 70: ติดกับ, วิธีของผู้หญิง (ฟรี)


Chapter 69:  ติดกับ

ถึงแม้ว่าอาจารย์หยวนจะชอบแก้วไวน์จากยุคถังเหมือนกัน แต่เขาเพิ่งได้แท่นฝนหมึกมา เขาไม่อยากแย่งประมูลแข่งกับอาจารย์ฝู

“อาจารย์หยวน มูลค่าของแก้วใบนี้เท่าไหร่?” อาจารย์ฝูเอ่ยถาม

“แก้วไวน์พวกนี้ที่แสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์มีมูลค่าอย่างน้อยสามแสนหยวนเมื่อสิบปีก่อน ปัจจุบันราคาคงสูงเป็นสิบเท่า ก็น่าจะประมาณสามล้านหยวน” อาจารย์หยวนกล่าว

ถึงแม้มันจะไม่ใช่ของที่ฮ่องเต้อู่ใช้ แต่มันก็ใช้ในวัง และสภาพของมันยังดีอยู่ มันต้องถูกใช้ในราชวงศ์อย่างแน่นอน ดังนั้นราคาของมันจึงค่อนข้างสูง

“ดี ถ้าอย่างนั้นฉันจ่ายให้เธอสามล้านหยวน ว่ายังไงสาวน้อย?” อาจารย์ฝูถามกู้หนิง

“ได้ค่ะ ไม่มีปัญหา” กู้หนิงตอบ หลังจากตกลงซื้อขายพวกเขาก็โอนเงินโดยไม่ทำสัญญา

กู้หนิงไว้ใจผู้อาวุโสทั้งสอง พวกเขาไม่โกงเธออย่างแน่นอน นอกจากนี้การซื้อขายจบแล้ว ถ้าของโบราณพวกนี้ไม่ใช่ของแท้พวกเขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้เช่นกัน

หลังจากทุกอย่างจบลง อาจารย์หยวนและอาจารย์ฝูก็นึกได้ว่ามีเรื่องสำคัญต้องทำ อาจารย์หยวนจึงถามกู้หนิงว่า

“เธอซื้อแก้วไวน์มาโดยบังเอิญอีกรึเปล่า?”

“ค่ะ” กู้หนิงตอบด้วยความสัตย์จริง

ทั้งอาจารย์หยวนและอาจารย์ฝูถอนหายใจยาวหลังจากได้รับคำยืนยันจากกู้หนิง แม้ว่าพวกเขาจะไม่รู้จริงๆว่าทำไมกู้หนิงถึงรู้ว่าของโบราณชิ้นไหนเป็นของแท้ พวกเขาก็อดทึ่งกับความโชคดีของเธอไม่ได้

ไม่นานกู้หนิงก็เอ่ยขอตัวกลับก่อน

อาจารย์ฝูตั้งใจชวนกู้หนิงทานอาหารเย็นด้วยกัน แต่กู้หนิงปฏิเสธเพราะเธอมีเรื่องที่ต้องจัดการต่อ

ก่อนที่กู้หนิงจะจากไป อาจารย์หยวนก็ยื่นนามบัตรให้เธอ “สาวน้อย ถ้าเธอไม่ว่าอะไร เรียกฉันว่าคุณปู่หยวนเหมือนกับที่เรียกอาจารย์ฝู ถ้าเธอมีอะไรโทรหาฉันได้เสมอ และแน่นอน ถ้าเธอมีของเก่าอีกต้องให้ฉันดูคนแรกนะ แต่ฉันจะซื้อแต่ชิ้นที่ฉันชอบเท่านั้น”

อาจารย์หยวนต้องการสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับกู้หนิง

“ไม่ต้องห่วงค่ะคุณปู่หยวน ถ้าหนูมีของเก่าอีก หนูจะโทรหาคุณปู่เป็นคนแรกเลยค่ะ” กู้หนิงเอ่ยและรับนามบัตรมา

เธอไม่มีนามบัตรเป็นของตัวเอง เธอเลยฉีกกระดาษและใช้ปากกาเขียนชื่อเธอและเบอร์มือถือ จากนั้นก็ยื่นให้อาจารย์หยวน

“เธอจะให้แต่อาจารย์หยวนไม่ได้นะ ต้องให้ฉันด้วย” อาจารย์ฝูพูดขึ้นมา

“ได้ค่ะ” กู้หนิงอยากจะหัวเราะ ผู้อาวุโสทั้งสองช่างตลกกันซะจริง

กู้หนิงจากไปแล้ว อาจารย์หยวนอดไม่ได้ที่จะเอ่ยชม “เด็กคนนี้ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ!”

“แน่สิ เธอตัดหินได้หยกระดับสูงตั้งสามก้อนเช้านี้ และทำเงินได้เป็นร้อยล้านหยวน!” อาจารย์ฝูเสริมขึ้นมา

“อะไรนะ? จะเป็นไปได้ยังไง? เธอตัดหินได้หยกตั้งสามก้อนเชียวเรอะ!” อาจารย์หยวนทึ่ง เขาไม่เคยได้ยินอะไรแบบนี้มาก่อน

อาจารย์ฝูไม่ได้พูดเรื่องที่กู้หนิงต้องการจะเปิดบริษัทค้าอัญมณี ถ้าเขาพูดถึง อาจารย์หยวนอาจจะช็อคตาตั้งเลยก็ได้

อาจารย์ฝูรู้ว่าอะไรควรพูดอะไรไม่ควรพูด บริษัทของกู้หนิงยังไม่ได้จดทะเบียน มันคงไม่เหมาะที่จะพูดออกไป

กู้หนิงได้โทรหาคนขับรถเมื่อเธอออกมาจากถนนพนันหินและคนขับรถได้รอเธอมาชั่วโมงกว่าแล้ว แต่กู้หนิงพบกับอาจารย์หยวนและอาจารย์ฝูที่กลางทางซะก่อน ตอนนี้เธอสายไปชั่วโมงครึ่ง

เมื่อเธอเดินออกจากถนนขายของโบราณ เธอเห็นรถเหมือนกับรถที่ขับมาส่งเธอ เธอเดินตรงเข้าไปหา

แต่เมื่อเธอเปิดประตูรถ เธอก็พบว่าคนขับรถไม่ใช่คนเดิม

กู้หนิงยังไม่ทันได้ถามอะไร ชายหนุ่มก็ชิงพูดขึ้นก่อน “ยินดีที่ได้พบครับคุณกู้ คนขับรถของคุณเมื่อเช้ารู้สึกไม่สบายนิดหน่อย ผมเลยมาขับแทนเขาครับ”

กู้หนิงไม่ได้สงสัยอะไร เธอพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้ จากนั้นก็เข้าไปนั่งในรถ

รถสตาร์ทและเคลื่อนตัวออกไป

ขับออกมาจากตลาดขายของเก่า รถไม่ได้ขับกลับทางเดิมในตอนแรก กู้หนิงยังไม่ได้ถามอะไร คนขับรถก็พูดขึ้นมาก่อนว่า

“ตอนนี้ชั่วโมงเร่งด่วนครับ ทางเดิมค่อนข้างรถติด ผมก็เลยขับมาอีกทางจะได้ประหยัดเวลา อาจจะถึงโรงแรมภายในหนึ่งชั่วโมง”

กู้หนิงไม่ชินทางในเมือง G แต่เธอรู้ว่าชั่วโมงเร่งด่วนนั้นรถติดมากขนาดไหน ดังนั้นเธอจึงไม่ได้เอะใจกับคำอธิบายของคนขับรถ

ก็อย่างที่คนขับรถบอก เขาเลือกเส้นทางที่รถติดน้อยที่สุด

แต่ยี่สิบนาทีถัดมา รถก็ขับไปยังตรอกแคบๆ กู้หนิงพลันตระหนักว่าต้องมีสิ่งผิดปกติ

เธอเอื้อมมือไปกำคอคนขับรถ และเอ่ยเสียงเย็น “หยุดรถ”

คนขับรถไม่คิดว่ากู้หนิงจะรู้ตัวเร็วแบบนี้ และเธอก็แข็งแรงมาก เมื่อคอของเขาถูกกำไว้ เขาหายใจลำบาก เขาจึงหยุดรถโดยอัตโนมัติ

“พูด! ใครเป็นคนส่งแกมา?” กู้หนิงถาม

คนขับรถไม่ตอบคำถามของเธอ เขายังไม่พูดอะไรก็มีผู้ชายหลายคนที่อยู่ห่างออกไปสองเมตรวิ่งเข้ามายังรถ

กู้หนิงหงุดหงิด เธอจึงใช้สันมือกระแทกให้คนขับรถหมดสติ

“เด็กคนนั้นเพิ่งทำให้คนขับรถหมดสติ?” ผู้ชายที่ยืนอยู่ด้านหน้ารถเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นข้างในรถ เขาพูดออกมาอย่างแปลกใจ

“อะไรนะ?” ผู้ชายอีกคนก็อดแปลกใจไม่ได้ เด็กสาววัยรุ่นน็อคผู้ชายตัวโตให้สลบได้?

“ไปเอาตัวผู้หญิงออกมา!”

พวกเขายังไม่ทันได้เข้าใกล้ กู้หนิงก็เปิดประตูรถลงมาเอง พลังของเธอมีเต็มเปี่ยม เธอไม่กลัวผู้ชายที่อยู่ข้างนอกทั้งหมด

กู้หนิงก้าวขาออกมา ผู้ชายคนที่จะเข้าไปดึงตัวเธอออกมาก็ชะงัก

เมื่อเห็นใบหน้ากู้หนิง ผู้ชายทั้งหมดก็ตกตะลึงกับความสวยของเธอ

ช่างเป็นเด็กที่สวยคนหนึ่ง!

กู้หนิงมองพวกผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าเธออย่างเย็นชา พวกเขามีอายุระหว่างยี่สิบถึงสามสิบปี และท่าทางเหมือนพวกอันธพาล

พวกเขาต้องเป็นแก๊งค์อันธพาลแน่ กู้หนิงคิดในใจ

ผู้ชายที่เป็นหัวหน้าอายุน่าจะประมาณสามสิบปี เขาเป็นชายร่างใหญ่สวมเสื้อยืดสีดำและกางเกงหลวมๆ เขาดูเป็นคนหัวรุนแรง ถ้าหากคนธรรมดาเห็นเขาคงจะหวาดกลัวอย่างมาก แต่กู้หนิงไม่ใช่ผู้หญิงธรรมดา เธอไม่กลัวกลุ่มชายฉกรรจ์กลุ่มนี้เลยสักนิด

“ลี่เจินเจินส่งพวกแกมาใช่ไหม?”

คนเดียวที่กู้หนิงทำให้ไม่พอใจในเมือง G คือลี่เจินเจิน เป็นใครไปไม่ได้นอกจากเธอ

 

Chapter 70: วิธีของผู้หญิง

 

ได้ยินแบบนั้น กลุ่มอันธพาลก็นิ่งไป พวกเขาแปลกใจที่กู้หนิงรู้ว่าใครอยู่เบื้องหลัง

พวกเขาเข้าใจได้ทันทีว่ากู้หนิงต้องมีเรื่องกับลี่เจินเจินเมื่อเร็วๆนี้ ไม่อย่างนั้นกู้หนิงจะรู้ได้อย่างไร

ดังนั้นชายที่เป็นหัวหน้าก็ไม่บิดบังอีกต่อไป

“สาวน้อย ในเมื่อเธอรู้แล้วว่าเธอทำให้ใครไม่พอใจ เธอก็น่าจะพอรู้ว่าตัวเธอได้ทำสิ่งที่ผิดพลาดมหันต์ พวกเรามาที่นี่วันนี้เพื่อสั่งสอนเธอ ต้องขอโทษด้วย”

เมื่อรู้อย่างนั้นกู้หนิงก็ดูแคลนลี่เจินเจิน เธอไม่เคยแม้แต่จะปิดบังตัวตน

ดูเหมือนว่าเธอจะมั่นใจมากว่าจะทำสำเร็จ

แน่นอนว่าลี่เจินเจินย่อมมั่นใจเพราะเธอเชื่อว่ากู้หนิงคงทำได้เพียงตะคอกใส่กลุ่มชายฉกรรจ์

“โอ้ ในเมื่อพวกแกรู้แล้วว่าไม่ควรมีเรื่องกับคนที่ต่อกรได้ พวกแกไม่กลัวว่าจะมีเรื่องกับฉันหน่อยเหรอ?” กู้หนิงเอ่ยถาม เธอดูไม่กลัว

ได้ยินแบบนั้น เหล่าอันธพาลต่างนิ่งไปอึดใจก่อนที่จะหัวเราะออกมาเสียงดัง

“สาวน้อย เธอรู้รึเปล่าว่าพวกเราเป็นใคร? พวกเรามากจากแก๊งค์กังฉิง กังฉิง! เคยได้ยินรึเปล่า? พวกเราเป็นหนึ่งในสองแก๊งค์ที่ใหญ่ที่สุด และเธอไม่อาจต่อกรพวกเราได้” พวกเขาพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

กู้หนิงรู้สึกกังวล เธอคาดไม่ถึงว่าพวกมันจะมาจากแก๊งค์กังฉิง

ช่างมันเถอะ ในเมื่อพวกมันมาหาเรื่องเธอก่อน กู้หนิงตัดสินใจจะสู้กับพวกมัน

ยิ่งไปกว่านั้น เธอไม่อยากเชื่อว่าคนที่เป็นหัวหน้าแก๊งค์จะเป็นคนที่ไร้เหตุผล ถ้าเป็นแบบนั้นจริง เขาจะเป็นหัวหน้าได้ยังไง? เขาจะสามารถปกครองลูกน้องของเขาได้ยังไง?

“ฉันไม่ต้องการล้างแค้น” กู้หนิงเม้มปากแล้วพูดเบาๆ เหล่าอันธพาลคิดว่าเธอหวาดกลัว กู้หนิงก็พูดต่อว่า “เพราะพวกแกไม่สามารถเอาชนะฉันได้”

จากนั้นกู้หนิงก็โจมตีพวกเขาก่อน เธอพุ่งเข้ามาและเตะไปที่ชายโครงอันธพาลคนหนึ่ง

กู้หนิงเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ดังนั้นอันธพาลคนนั้นจึงไม่มีเวลาตอบโต้กลับได้ทัน เขาถูกเธอเตะเข้าที่ชายโครงด้านขวา เขาถูกเตะเสยขึ้นกลางอากาศเหมือนถูกของหนักตี และร่วงลงพื้นร้องตะโกนโอดโอยด้วยความเจ็บปวด

ชายสามคนเบิกตากว้างเท่าไข่ห่านด้วยความตกใจ เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น? พวกเขาไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง หรือว่าพวกเขากำลังฝันไป?

กู้หนิงไม่สนว่าพวกอันธพาลจะคิดยังไง เธอพุ่งโจมตีชายอีกคน

ถึงแม้อันธพาลคนที่สองจะสังเกตเห็นกู้หนิงกำลังพุ่งเข้ามา เขาก็ยังถูกกำปั้นชกเข้าที่แก้มขวาก่อนที่เขาจะทันได้ขยับตัว อันธพาลคนที่สองร่วงลงพื้นกระอักเลือดและมีฟันหลายซี่หลุดออกมา

อันธพาลอีกสองคนเริ่มรู้สึกกลัวขึ้นมาบ้างแล้ว แต่พวกเขาไม่ต้องการวิ่งหนีเหมือนคนขี้ขลาดตาขาว ดังนั้นพวกเขาจึงเงื้อกำปั้นขึ้นมาวิ่งเข้าใส่กู้หนิง

กู้หนิงถอยหลังหลบและเขวี้ยงกระเป๋าเป้ใส่ชายคนที่ชกเธอ เขาถูกกระเป๋าตีเข้าที่หัวอย่างแรง และเซไปกระแทกกับกำแพงที่อยู่ใกล้

กู้หนิงใช้กระเป๋าเป้ตีอันธพาลคนสุดท้าย แต่เขาหนีได้ทัน

อย่างไรก็ตาม กู้หนิงก็ใช้ขาเตะเข้าที่หน้าแข้งของเขา ชายคนสุดท้ายเสียการทรงตัวแล้วทรุดเข่าลงพื้น

“จิ๊ นี่แกกำลังจะขอฉันหรอ? โทษทีนะ คนอย่างแกไม่คู่ควรกับฉันหรอก!” กู้หนิงล้อเลียนให้เขาอับอาย

จากนั้นเธอก็ใช้กระเป๋าเป้ตีซ้ำไปที่ศีรษะของเขา เขาไม่อาจหลบเลี่ยงและร่วงลงไปนอนบนพื้น

อันธพาลทั้งสี่คนถูกกู้หนิงล้มจนร่วงลงไปนอนกองบนพื้นภายในเวลาไม่กี่นาที ถึงแม้พวกเขาจะไม่ถูกตีจนพิการ พวกเขาก็ไม่สามารถลุกขึ้นยืนได้อีก

กู้หนิงยังไม่จากไปทันที เธอเดินเข้าไปหาคนที่เป็นหัวหน้า

“แก อะไร แกต้องการจะทำอะไร...” คนที่เป็นหัวหน้าหวาดกลัว เขาอยากจะหนีออกไปจากที่นี่แต่ไม่สามารถยืนขึ้นได้

กู้หนิงไม่ตอบคำถามของเขา เธอหยิบเอามือถือขึ้นมาจากพื้นและถามว่า

“ลี่เจินเจินโทรหาแกใช่ไหม?”

“ใช่ ใช่” เขาตอบกลับอย่างไว

จากนั้นกู้หนิงก็กดเปิดมือถือ เช็ครายการโทรล่าสุด มีชื่อลี่เจินเจินจริงด้วย โทรครั้งสุดท้ายบ่ายสองสิบห้า ก็เจ็ดนาทีก่อนหน้า

“ลี่เจินเจินต้องการให้พวกแกทำอะไรกับฉัน? ค่าจ้างเท่าไหร่?”

“เธอ เธอต้องการให้พวกเราข่มขืนและถ่ายวีดิโอโพสลงในอินเทอร์เนต เธอจ่ายพวกเราหนึ่งแสนหยวน” เขาตอบ

กู้หนิงหัวเราะเยาะแต่ใบหน้าของเธอเย็นชาราวกับจะฆ่าคนได้ ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความโกรธ

ข่มขืน! ช่างเป็นวิธีที่ผู้หญิงมักใช้กำจัดคนอื่นซะจริง จ้าวเฟยเฟยก็ทำมันก่อนหน้านี้แล้ว กู้หนิงสันนิษฐานว่าถ้าหากในอนาคตเธอมีเรื่องกับผู้หญิงอีก บางทีพวกเธอก็อาจจะทำแบบเดียวกัน

เธอไม่สงสัยเลย

จ้าวเฟยเฟยจ่ายไม่กี่พันหยวนในขณะที่ลี่เจินเจินจ่ายหนึ่งแสน ศักด์ศรีความเป็นผู้หญิงของกู้หนิงมีค่าแค่หนึ่งแสนหยวนเท่านั้นหรือ?

ไม่ ศักด์ศรีของเธอนั้นประเมินค่าไม่ได้

ครั้งนี้กู้หนิงไม่อาจให้อภัยลี่เจินเจินได้

ถึงแม้ว่าจ้าวเฟยเฟยจะเคยทำแบบเดียวกันกับเธอ จ้าวเฟยเฟยไม่อาจข่มขู่เธอได้ เธอได้ลงโทษจ้าวเฟยเฟยแบบเบาะๆไปแล้ว แต่สำหรับลี่เจินเจินที่ขอให้แก๊งฉิงช่วยซึ่งมันเป็นปัญหาใหญ่ กู้หนิงไม่พอใจมาก

เธอใช้มือถือของเขาโทรกลับหาลี่เจินเจิน

ในขณะนั้นลี่เจินเจินกำลังรับประทานอาหารกับฉินอี้ฟานในร้านอาหารสุดหรู บรรยากาศกำลังไปได้ดี

“อี้ฟาน ฉันได้ยินมาว่ามีหนังชื่อ ‘Growing Up Together’ ที่กำลังดังมากๆ ทำไมพวกเราไม่ไปดูด้วยกัน?” ลี่เจินเจินเอ่ยชวนฉินอี้ฟานด้วยสายตาเปี่ยมไปด้วยความหวัง

เธอต้องการดูหนังกับเขาเพราะมีจุดประสงค์

หนังบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับคู่รักที่เติบโตมาด้วยกันแต่เยาว์วัย เธอและฉินอี้ฟานต่างก็เติบโตมาด้วยกันเช่นเดียวกัน

ดังนั้นลี่เจินเจินจึงตั้งใจใช้หนังเพื่อสื่อถึงความรู้สึกของเธอที่มีต่อฉินอี้ฟาน

ถึงแม้ว่าครั้งนี้จะไม่ใช่ครั้งแรกที่ลี่เจินเจินบอกความรู้สึกของเธอต่อฉินอี้ฟาน และเธอก็ถูกเขาปฏิเสธมาหลายครั้ง เธอได้แต่พยายามซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพราะเธอรักเขา

มากไปกว่านั้นการแต่งงานของทั้งคู่จะสามารถช่วยอุปถัมภ์ตระกูลลี่อย่างมาก

จบบทที่ Chapter 69 - 70: ติดกับ, วิธีของผู้หญิง (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว