เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 27 - 28 : ถ้าฉันไม่อยู่ที่นี่แล้วจะให้ฉันอยู่ที่ไหนล่ะ?, หยกราชันย์ (อ่านฟรี)

Chapter 27 - 28 : ถ้าฉันไม่อยู่ที่นี่แล้วจะให้ฉันอยู่ที่ไหนล่ะ?, หยกราชันย์ (อ่านฟรี)

Chapter 27 - 28 : ถ้าฉันไม่อยู่ที่นี่แล้วจะให้ฉันอยู่ที่ไหนล่ะ?, หยกราชันย์ (อ่านฟรี)


Chapter 27: ถ้าฉันไม่อยู่ที่นี่แล้วจะให้ฉันอยู่ที่ไหนล่ะ?

หยูหมิงซีเหนื่อยมากตอนนี้ อีกสองรอบคงเป็นการท้าทายที่ใหญ่มากสำหรับเธอ ดังนั้นกู้หนิงจึงไม่กดดันเธอมากนัก

สำหรับมู่เค่อ กู้หนิงไม่ลังเลที่จะทรมานเขา

"มู่เค่อวิ่งตามฉันมาด้วยความเร็วเท่ากันนะ เดี๋ยวนี้"

มู่เค่อวิ่งตามไปทันที

ตอนที่วิ่งกับหยูหมิงซีเขาตั้งใจลดความเร็วลงเพื่อวิ่งคู่กับเธอ แต่กับกู้หนิงเขารู้สึกสนุกที่ได้วิ่งอย่างกับม้าป่า

แม้กู้หนิงจะวิ่งเร็วแต่เธอรู้ว่านี่ไม่ใช่การแข่งขัน

มู่เค่อเองก็รู้เช่นเดียวกัน การฝึกร่างกายไม่ใช่การแข่งขัน เขาไม่ได้วิ่งแซงกู้หนิง แต่วิ่งตามหลังเธอ

ผ่านไปรอบแรกมู่เค่อหายใจไม่ทัน ผ่านไปรอบสองมู่เค่อหายใจลำบากมากขึ้น หลังจากรอบที่สามมู่เค่อแทบจะหมดแรงและทิ้งระยะห่างจากกู้หนิงมากขึ้นมากขึ้น

จากนั้นมู่เค่อก็พบว่าอัตราความเร็วของกู้หนิงยังเท่าเดิมไม่ว่าเธอจะวิ่งกี่รอบก็ตาม

ก้าวแต่ล่ะก้าวยาวเท่าเดิมขณะที่กู้หนิงวิ่ง

มู่เค่อมั่นใจ 100% ว่ากู้หนิงต้องถูกฝึกจนเชี่ยวชาญมาหลายปีแล้ว

เขาทั้งเลื่อมใสและสงสัยในตัวกู้หนิงในคราวเดียวกัน

เมื่อเห็นว่ากู้หนิงและมู่เค่อวิ่งครบสามรอบแล้ว หยูหมิงซีรู้สึกอิจฉาหน่อยๆ เธอหวังว่าเธอจะมีร่างกายแข็งแรงเหมือนกับพวกเขา

ถ้าไม่เจ็บก็ไม่มีวันเติบโต หยูหมิงซีเข้าใจอย่างถ่องแท้ กู้หนิงและมู่เค่อต่างฝึกฝนตัวเองมาหลายปีในขณะที่เธอเพิ่งจะเริ่มเท่านั้น

หยูหมิงซีอิจฉาแต่ไม่ได้ริษยา เธอตัดสินใจแล้วว่าเธอต้องทำให้ดีกว่าเดิม เธอต้องเอาชนะตัวเองให้ได้

ตราบใดที่เธอมุ่งมั่นฝึกฝนอย่างจริงจัง สักวันหนึ่งเธอจะแข็งแรงเท่ากับพวกเขา!

รอบที่สี่ มู่เค่อถูกทิ้งห่างจากกู้หนิงอย่างเห็นได้ชัด เขาหายใจแทบไม่ไหวแล้ว ฝีเท้าของเขาค่อยๆช้าลง

มู่เค่อมีร่างกายที่แข็งแรงอยู่แล้ว การวิ่งเร็วๆใช้แรงมากกว่าการวิ่งช้าๆ วิ่งเร็วๆห้ารอบจึงมีผลเท่ากับการวิ่งช้าๆหนึ่งรอบ

ถึงอย่างนั้นกู้หนิงก็ยังไม่หยุดวิ่งหลังจากรอบที่หก

เธอยังสามารถวิ่งต่อได้อีกแต่กลับหยุดไว้เพียงเท่านี้

"กู้ กู้หนิง เธอนี่สุดยอดจริงๆ! เธอทำได้ไงเนี่ยวิ่งด้วยความเร็วเท่ากันไม่มีตกเลย ว้าว!" มู่เค่อเอ่ย เขาหยุดวิ่งหลังจากวิ่งได้ห้ารอบ

เขาหายใจไม่ทันและรู้สึกกระหายน้ำมาก

เขายังคงเดินต่อไปสักพักเพื่อลดอาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ เพราะไม่สามารถนั่งลงได้ทันทีหลังจากวิ่ง

"เดี๋ยวนายก็จะชิน" กู้หนิงตอบขณะผ่อนลมหายใจกลับมาเป็นปกติ

เมื่อกู้หนิงและมู่เค่อวิ่งเสร็จ หยูหมิงซีก็รู้สึกเหนื่อยหอบจากการวิ่งสองรอบ เธอแทบทรงตัวไม่อยู่แต่ฝืนวิ่งให้จบ

กู้หนิงเดินเข้ามาหาและหยุดเธอไว้ "ไม่เป็นไร วันนี้เธอทำดีมาก เดินอีกสักพักแล้วค่อยหยุดนะ"

ทันใดนั้นหยูหมิงซีเอนตัวไปหากู้หนิง เธอเวียนหัวและทรงตัวไว้ไม่อยู่

ผ่านไปครู่ใหญ่หยูหมิงซีก็ฟื้นขึ้นมา กู้หนิงหยิบขวดน้ำจากกระเป๋าสองขวดแล้วยื่นให้มู่เค่อและหมิงซี จากนั้นจึงหยิบอีกขวดให้ตัวเอง

กู้หนิงซื้อน้ำมาจากโรงอาหารก่อนที่จะมาสนามฟุตบอล เธอรู้ว่าพวกเขาต้องการน้ำหลังจากซ้อมวิ่งแน่นอน

"ขอบใจ" มู่เค่อและหยูหมิงซีเอ่ยขอบคุณกู้หนิง พวกเขาเปิดฝาขวดแล้วยกขวดดื่มทันทีทำอย่างกับว่าไม่ได้ดื่มน้ำมาหลายวัน

เหลือเวลาอีกห้านาทีคาบแรกก็จะเริ่มขึ้น พวกเขาวางแผนจะซ้อมต่อในยามว่าง

วันนี้จ้าวเฟยเฟยอารมณ์ดีเป็นพิเศษ เธอคิดว่านักเลงที่เธอจ้างนั้นทำงานสำเร็จลุล่วงแล้ว แม้ว่าจะยังไม่ได้รับโทรศัพท์ยืนยันผลงานแต่จ้าวเฟยเฟยเชื่อว่ากู้หนิงไม่มีทางสู้ผู้ชายหลายคนได้หรอก

บางทีพวกนักเลงอาจจะมีความสุขมากไปจนลืมโทรบอกเธอ

"เฟยเฟย มีอะไรรึเปล่า เธอดูอารมณ์ดีนะวันนี้"

"ใช่ๆ บอกพวกเรามาเลยนะ"

หยางหลูลู่และอู่ฉินหยาไม่รู้เรื่องที่จ้าวเฟยเฟยทำ พวกเธอจึงถามขึ้นด้วยความอยากรู้อยากเห็น

"ข่าวดีน่ะ แต่ยังไม่ถึงเวลาที่จะบอกพวกเธอ เอาไว้ฉันจะบอกหลังจากเลิกเรียนวันนี้" จ้าวเฟยเฟยตอบกลับ

แม้ว่าหยางหลูลู่และอู่ฉินหยาอยากจะรู้มากแค่ไหน พวกเธอก็ไม่กล้าพอที่จะบังคับจ้าวเฟยเฟยให้บอกพวกเธอตอนนี้

อีกสองนาทีคาบแรกจะเริ่ม นักเรียนทุกคนอยู่ในห้องเรียนหมดแล้วยกเว้นกู้หนิงและหยูหมิงซี

เมื่อไม่เห็นกู้หนิงเข้ามาในห้อง จ้าวเฟยเฟยแน่ใจแล้วว่าเจ้าหล่อนจะต้องเกิดเรื่องแล้วแน่ เธอยิ้มกว้างออกมาอย่างพึงพอใจ

จู่ๆรอยยิ้มของจ้าวเฟยเฟยก็ค้างชะงัก เธอดูตื่นตระหนกตกใจราวกับเห็นผี

กู้หนิง!! เธอปรากฏตัวที่ประตูหน้าห้องเรียน!!

กู้หนิงไม่รู้ว่าจ้าวเฟยเฟยจะรู้ความจริงแล้วรึยัง แต่ดูจากสีหน้าของจ้าวเฟยเฟยที่เห็นเธอปรากฏตัวแล้ว น่าจะยังไม่รู้ว่าเธอรู้เรื่องแล้ว กู้หนิงเดินเข้ามาในห้อง ขณะเดินเข้ามาก็จ้องไปยังจ้าวเฟยเฟย

“กู้หนิง ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่?” จ้าวเฟยเฟยกระโดดลุกจากโต๊ะทันที

ทุกคนในห้องงุนงง นี่ห้องเรียนและกู้หนิงก็มาเรียน มีอะไรผิดปกติงั้นเหรอ?

"โอ้ ถ้าฉันไม่อยู่ที่นี่แล้วฉันควรจะอยู่ที่ไหนล่ะ? กู้หนิงตอบยั่วยุจ้าวเฟยเฟย

"ก็ต้อง... "วินาทีที่จ้าวเฟยเฟยอ้าปากจะพูด เธอพลันตระหนักขึ้นได้ว่าเธอไม่ควรทำอย่างนั้น ดังนั้นเธอจึงหุบปากลง

กู้หนิงไม่ปล่อยเธอไปง่ายๆ "ว่าไง?"

"มะ ไม่มีอะไร" แม้ว่าจ้าวเฟยเฟยจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อวานนี้และเธอก็ผิดหวังมากกว่า ตอนนี้เธอรู้ว่าเธอต้องเก็บเป็นความลับ

Chapter 28: หยกราชันย์

"จริงเหรอ?" กู้หนิงทำท่าไม่เชื่อ

"แล้วทำไมเธอถึงถามฉันว่าทำไมฉันถึงมาอยู่ที่นี่? นี่ห้องเรียนของฉัน ถ้าฉันไม่อยู่ที่นี่แล้วจะให้ฉันอยู่ที่ไหนล่ะ? กู้หนิงยังคงพูดต่อ

"ฉัน ฉัน ฉัน..." จ้าวเฟยเฟยขวัญเสีย เธอไม่รู้ว่าต้องรับมือกับเรื่องนี้อย่างไร

หยางหลูลู่และอู่ฉินหยารู้จักจ้าวเฟยเฟยดี พวกเธอทั้งสองเข้าใจในทันทีว่าจ้าวเฟยเฟยต้องทำเรื่องไม่ดีกับกู้หนิงแน่ บางทีเธออาจจะทำสำเร็จแล้วเพราะอย่างนั้นเช้าวันนี้เธอจึงดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษ

แต่กู้หนิงกลับมาปรากฏตัวที่ห้องตามปกติเหมือนทุกวัน จ้าวเฟยเฟยจึงดูตกใจและคงรู้สึกผิด

จ้าวเฟยเฟยไม่กล้าบอกความจริง หยางหลูลู่และอู่ฉินหยาจึงหุบปากไม่กล้าพูดอะไรเช่นกัน พวกเธอไม่อยากราดน้ำมันรดกองไฟถึงแม้จ้าวเฟยเฟยจะต่อว่าพวกเธอทีหลังก็ตาม

โชคดีที่เสียงออดดังขึ้นและคาบแรกเป็นชั่วโมงอ่านหนังสือ ครูใหญ่เดินมาในห้องเรียน กู้หนิงจึงปล่อยจ้าวเฟยเฟยไปและเดินมานั่งยังโต๊ะตัวเอง

กู้หนิงยังไม่เปิดเผยความจริง เธออยากจะทรมานคนเล่นๆ

เมื่อเห็นว่ากู้หนิงเดินไปยังโต๊ะตัวเอง จ้าวเฟยเฟยถึงกับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

เธอไม่ชอบใจที่เธอรู้สึกผิด กู้หนิงจะทำอะไรเธอได้ถึงแม้จะรู้ความจริงแล้ว กู้หนิงก็เป็นเพียงเด็กสาวยากจนคนหนึ่ง เธอไม่สามารถทำอะไรจ้าวเฟยเฟยได้

คิดได้อย่างนั้นจ้าวเฟยเฟยก็ไม่รู้สึกผิดอีกแล้ว เธอหันไปมองกูหนิงส่งสายตาเกลียดชังไปให้

ครั้งนี้เธอเชื่อว่ากู้หนิงโชคดีที่หนีรอดมาได้ แต่มันยังไม่จบหรอก จ้าวเฟยเฟยวางแผนขั้นตอนต่อไป

กู้หนิงได้รับสายตาไม่เป็นมิตรจากจ้าวเฟยเฟย แต่เธอไม่สนใจมัน

ครูใหญ่เดินออกจากห้องไปหลังจากนั้น

ถึงแม้ว่าสายตาของกู้หนิงจะจับจ้องไปที่หนังสือ แต่เธอกำลังครุ่นคิดบางสิ่งบางอย่างเกี่ยวกับตัวเธอเอง ทำยังไงเธอถึงจะสร้างฐานอำนาจของตัวเธอเองได้?

มันไม่ง่ายเหมือนการหาเงิน

ไม่มีทั้งอำนาจและทรัพยากร คุณไม่มีทางที่จะสร้างอาณาจักรของคุณด้วยเงินเพียงอย่างเดียวได้

ทรัพย์สินและข้อมูลก็เป็นขั้นตอนที่สำคัญเช่นเดียวกัน

แต่ก่อนจะถึงตอนนั้น กู้หนิงจำเป็นต้องหาเงินให้มากพอเสียก่อน

สำหรับกู้หนิงการเสี่ยงโชคกับหินมาขายเป็นหนทางที่หาเงินเร็วที่สุด เธอมีตาทิพย์และไม่เคยพลาด อย่างไรก็ตามเธอไม่สามารถหาอัญมณีในหินได้ทุกที่ที่เธอต้องการ มันไม่สะดวก

หินหลักๆมาจากเมียนมาร์และเมือง Y ทั้งคู่อยู่ไกลจากเมือง F ค่อนข้างมาก

ไม่มีเครื่องบินบินตรงจากเมือง F ไปเมือง Y อีกด้วย

หนึ่งต้องใช้เวลารอประมาณสองชั่วโมงกว่าจะเปลี่ยนเครื่อง สรุปใช้เวลาประมาณเจ็ดชั่วโมงจากเมือง F ไปเมือง Y กู้หนิงมีเพียงวันหยุดเสาร์อาทิตย์เท่านั้น เธอไม่มีเวลามากพอที่จะทำอย่างนั้น

นอกจากนี้เธอยังเป็นนักเรียนมัธยมปลายปีสุดท้าย และยังต้องเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะลาหยุด กู้ม่านไม่อนุญาตให้เธอทำอย่างนั้นแน่

ดังนั้นกู้หนิงจึงเลือกเมืองที่ใกล้ที่สุดที่จะเสาะหาอัญมนี

ซึ่งไม่รู้ว่ากฏหมายเมืองจะยอมให้เธอทำแบบนั้นไหม เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ดังนั้นเธอจำเป็นต้องใช้อินเทอร์เนตหาข้อมูล แต่มือถือของเธอก็เก่าเกินไปที่จะใช้อินเทอร์เนตได้

เอาล่ะเธอควรจะมีโทรศัพท์ดีๆสักเครื่องใช้

เธอหาเงินก้อนแรกได้หนึ่งแสนหนึ่งหมื่นหยวนซึ่งแทบจะไม่พอที่จะซื้อหินสักก้อน

ดังนั้นกู้หนิงจึงตั้งใจที่จะขายหยกที่ได้รับจากชายที่มอบมันให้เธอเมื่อวานนี้

เธอดูดพลังจากหยกเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้มันจึงไม่มีประโยชน์สำหรับเธอ เมื่อเธอรวยแล้วเธอสามารถซื้อหยกชิ้นไหนก็ได้ตามที่เธอต้องการ

แม้ว่าพลังจะถูกดูดออกไปแล้ว หยกยังคงดูเปล่งประกายสวยงาม

กู้หนิงเป็นคนชอบลงมือทำมากกว่าพูด เมื่อพักบ่ายกู้หนิงออกจากโรงเรียนไปทันทีหลังจากบอกหยูหมิงซีว่าจะกลับเข้ามาอีกทีในคาบบ่าย

กู้หนิงเดินออกมานอกประตูโรงเรียน และโบกแท็กซี่เข้าตัวเมือง

ตัวเมืองอยู่ไม่ไกลนัก กู้หนิงใช้เวลายี่สิบนาทีก็มาถึง

เธอเดินตรงไปยังร้านขายโทรศัพท์มือถือและซื้อมือถือหนึ่งเครื่องพร้อมอุปกรณ์ที่ดีที่สุด ถ้าเธอมีเหตุผลที่ดีกว่านี้เธอจะซื้ออีกเครื่องให้กู้ม่าน

กู้หนิงออกมาจากร้านขายโทรศัพท์ เดินเข้าไปในพลาซ่า เธอพาตัวเองไปกินอาหารที่ร้านหรูๆหนึ่งมื้อ จากนั้นก็ท่องอินเทอร์เน็ตหาความรู้เกี่ยวกับหยก

ตอนนี้เธอต้องทำมาค้าขายกับหยก การเรียนรู้เกี่ยวกับมันก็เป็นเรื่องที่ดี

สำหรับตอนนี้ กู้หนิงต้องหาว่าหยกในมือเธอมีมูลค่าแค่ไหน และหาสถานที่ที่จะขายมันให้ได้ราคาดีที่สุด

ในความคิดกู้หนิง ร้านขายอัญมณีเป็นทางเดียวที่เธอจะสามารถขายหยกได้ แต่หยกต้องขายได้ราคาดีด้วยและร้านขายอัญมณีมักเต็มใจซื้อแต่หยกคุณภาพสูง

กู้หนิงรู้ดีว่าเธออาจจะไม่ได้ราคาสูงที่สุดในตลาดแต่ก็ไม่ต่ำเกินไปอย่างแน่นอน

แต่เธอตกใจเมื่อรู้ถึงประวัติของหยกชิ้นนี้

กู้หนิงรู้ว่าหยกของเธอมีคุณภาพเยี่ยมแต่คาดไม่ถึงว่าจะมีค่ามากขนาดนี้ มันเป็นสุดยอดของสุดยอดหยก ‘หยกราชันย์’

'หยกราชันย์'​ ค่อนข้างหายากในตลาดและที่สำคัญมันมีราคาสูงมาก!!

แหวนที่ทำจากหยกราชันย์มีมูลค่าถึงหนึ่งล้านหยวนในตลาด ราคาของมันสามารถสูงขึ้นได้อีกแต่ก็ขึ้นอยู่กับการประมูล

หยกราชันย์ที่อยู่ในมือกู้หนิงมีขนาดใหญ่เท่ากับไข่นกกระทา มันหนักกว่าแหวนถึงสิบเท่า

(ขออภัยที่ก่อนหน้านั้นบอกว่าเท่าไข่ไก่ ขอสารภาพว่าอ่านผิดค่ะ)​

พูดได้ว่าถ้าเอาน้ำหนักเป็นเกณฑ์ หยกของเธออาจมีมูลค่าถึงสองล้านหยวนเป็นอย่างต่ำ

ถ้าเอาไปประมูลอาจได้หลายล้านหยวนก็ได้

เมื่อคิดถึงราคาของหยกราชันย์แล้ว กู้หนิงถอนหายใจยาว ผู้ชายที่มอบมันให้เธอช่างมีน้ำใจที่กล้าให้ของมูลค่ามากกับเธอ

คนรวยแตกต่างจากคนจนจริงๆ

สิ่งที่กู้หนิงยังไม่รู้คือหยกราชันย์ชิ้นนี้ไม่มีความหมายอะไรต่อเลิ่งเชาถิง ในสายตาเลิ่งเชาถิงมันก็แค่หินก้อนหนึ่ง เขาคงจะขว้างมันทิ้งไปแล้วถ้ามันไม่ได้มีราคาสูง

เขาเก็บหยกราชันย์ไว้กับตัวเพราะเพื่อนของเขาต้องการมันเท่านั้น เขามีแผนที่จะส่งมันไปให้เพื่อนเป็นของขวัญ แต่สุดท้ายตกมาอยู่กับกู้หนิง

แต่กู้หนิงเป็นเพียงนักเรียนมัธยมปลายจนๆ เธอไม่รู้ว่าจะเอาหยกไปประมูลที่ไหนดี

นอกจากนี้ไม่มีการประมูลในเมือง F

กู้หนิงมีเวลาไม่มากและยังหาวิธีที่จะนำหยกของเธอไปประมูล​ไม่ได้

จบบทที่ Chapter 27 - 28 : ถ้าฉันไม่อยู่ที่นี่แล้วจะให้ฉันอยู่ที่ไหนล่ะ?, หยกราชันย์ (อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว