เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 3: ทักษะใหม่ (อ่านฟรี)

Chapter 3: ทักษะใหม่ (อ่านฟรี)

Chapter 3: ทักษะใหม่ (อ่านฟรี)


Chapter 3: ทักษะใหม่

เมื่อถังอันหนิงหรือกู้หนิงขยับปากพูด กู้ม่านและกู้ชิงต่างตกใจ พวกเขาแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองเมื่อเห็นกู้หนิงกำลังนั่งพิงหัวเตียง

หมอบอกว่าสมองของกู้หนิงได้รับความเสียหายหนักมากและต้องได้รับการผ่าตัดด่วน แต่ตอนนี้เธอฟื้นขึ้นมาแล้ว

"หนิง..หนิงหนิง.. ลูก.. ลูกฟื้นขึ้นมาแล้ว..." ถึงจะตกใจในตอนแรก กู้ม่านก็มีปฏิกิริยาตอบสนองอย่างรวดเร็ว น้ำตาของเธอหยดลงมาไม่ขาดสาย เธอเดินเข้าไปหาอยากจะกอดกู้หนิงแต่ก็กลัวว่าจะทำให้ลูกสาวเจ็บ ดังนั้นเธอจึงยืนนิ่งอยู่กับที่ไม่รู้ว่าควรจะวางมือตัวเองไว้ตรงไหน

"หนิงหนิง หนูฟื้นแล้ว ในที่สุดก็ฟื้นขึ้นมา..."

กู้ชิงรีบเดินตามเข้าไปอย่างรวดเร็ว เธอรู้สึกดีใจและตื่นเต้น

"แม่, ป้า หนูฟื้นแล้ว" กู้หนิงเอ่ยพลางเอื้อมมือไปกุมมือของกู้ม่านไว้

"ใช่ ใช่ โล่งอกที่ลูกฟื้นขึ้นมาแล้ว" กู้ม่านร้องไห้ด้วยความดีใจ เธอจับมือกู้หนิงไว้แน่น เธอกลัวว่าลูกสาวเธอจะจากเธอไปอีก

กู้ชิงร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจเช่นกัน ช่างเป็นบททดสอบดราม่าสำหรับการเริ่มต้นเป็นมนุษย์ธรรมดาอีกครั้ง

"โอ้ ป้าต้องไปบอกคุณหมอก่อน" กู้ชิงนึกขึ้นมาได้และวิ่งออกไป ไม่นานคุณหมอก็เดินเข้ามา เขาค่อนข้างแปลกใจที่กู้หนิงฟื้นขึ้นมาเอง ต้องเป็นปาฎิหารย์แน่! แต่เพื่อความแน่ใจจึงต้องทำการตรวจละเอียดอีกครั้ง

ดังนั้นคุณหมอจึงทดสอบกู้หนิง หลังจากทดสอบ กู้ชิงออกไปซื้ออาหารให้กู้หนิงระหว่างที่กู้ม่านอยู่เป็นเพื่อนกู้หนิง

กู้หนิงรับรู้ถึงความรักของแม่จากกู้ม่าน นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้รับการดูแลเอาใจใส่ตั้งแต่ที่แม่ของเธอประสบอุบัติเหตุจนเป็นอัมพาต ถึงแม้เธอจะเคยได้รับคำพูดอ่อนหวานมากมายจากฉีซีหยู แต่ทั้งหมดเป็นเพียงเรื่องโกหก

หลังจากมื้ออาหาร กู้ชิงก็กลับไปทำงานต่อในช่วงบ่ายแต่กู้ม่านยังอยู่ที่โรงพยาบาล เธอขอลางานสามวันตั้งแต่ที่กู้หนิงถูกรถชนเมื่อวาน กู้ม่านพูดคุยกับกู้หนิงสักพักจึงบอกให้เธอนอนพักผ่อน

กู้หนิงรู้ว่ากู้ม่านไม่ได้นอนเลยตั้งแต่บ่ายเมื่อวาน ดังนั้นเธอจึงให้กู้ม่านนอนพักบนเตียงผู้ป่วยข้างๆที่ยังว่างอยู่

ถึงแม้กู้หนิงจะฟื้นคืนมาแล้วแต่กู้ม่านยังกังวล จนกว่าผลการทดสอบจะออกมาว่าลูกสาวเธอไม่เป็นอะไรดังนั้นกู้ม่านจึงยังไม่อยากนอนพัก

กู้หนิงบอกกับแม่ของเธอว่าถ้าแม่ยังไม่นอนเธอก็จะไม่นอนเช่นกัน กู้ม่านจึงยอมนอนในที่สุด

กู้ม่านตั้งใจว่าจะเอนหลังนอนพักสักหน่อยแต่ความตึงเครียดที่สะสมมานานทำให้กู้ม่านผล่อยหลับไปในเวลาไม่กี่นาที

ส่วนกู้หนิงเธอนอนไม่หลับ เธอนอนจ้องไปยังเพดานกำลังคิดว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอเมื่อตอนที่เธอยังเป็นถังอันหนิง

ทันใดนั้นเธอเห็นเท้าคู่หนึ่งอยู่ด้านบนเหนือศีรษะ กู้หนิงประหลาดใจและดึงความคิดเธอกลับมาทันที เพดานสีขาวนั้นว่างเปล่า

ทำไมเธอถึงเห็นเท้าคู่หนึ่งเดินอยู่เหนือศีรษะเธอ หรือเธอจะประสาทหลอนไปเอง?

กู้หนิงถอนสายตากลับมาจากเพดาน เธอพลิกตัวมายังด้านที่กู้ม่านกำลังนอนหลับ เธอเห็นผู้หญิงผิวขาวเหลืองมีริ้วรอยรอบๆดวงตาและคิ้ว

กู้ม่านคงจะใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก เธอไม่เคยซื้อเครื่องประทินผิว อาหารดีๆหรือเสื้อผ้าแพงๆ แต่เธอก็พยายามมอบสิ่งดีๆให้กู้หนิงเท่าที่เธอจะทำได้

โชคดีที่กู้หนิงเป็นเด็กดีถึงแม้เธอจะเป็นคนเก็บเนื้อเก็บตัวไม่กล้าแสดงออก แต่เธอก็ไม่เปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นเพราะเธอรู้ว่าที่บ้านเธอไม่ได้ร่ำรวยอะไร

ตอนนี้ถังอันหนิงคือกู้หนิง เธอจะไม่ให้ตัวเธอและกู้ม่านต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากและอ่อนแออีก และเธอก็จะหาทางแก้แค้นไปด้วย

การจะทำลายตระกูลถัง เธอต้องแข่งแกร่งและมีอำนาจมากกว่านี้!

แม้ว่าตระกูลถังเป็นตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดอันดับสามในเมืองหลวง แต่ก็ถือว่าเป็นตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดที่มีสินทรัพย์เป็นพันล้าน แต่เบื้องหลังความสำเร็จอันรุ่งโรจน์ของตระกูลถังก็คือถังอันหนิง

ถังอันหนิงคอยทำงานผิดกฎหมายให้ครอบครัว ทั้งขโมยชิ้นส่วน เอกสารสำคัญ และฆ่าคน เมื่อทำงานเสร็จถังอันหนิงทำลายหลักฐานทุกชิ้นเพื่อความปลอดภัยของเธอ จึงเป็นไปไม่ได้ที่เธอจะใช้หลักฐานเหล่านั้นมาข่มขู่ตระกูลถัง

อีกครั้งที่กู้หนิงจมอยู่กับความคิด เธอเห็นคนกำลังเดินห่างออกไปไม่ไกล กู้หนิงประหลาดใจอีกครั้งและดึงความคิดตัวเองกลับคืน

ไม่มีใครเดินอยู่ เบื้องหน้าเธอก็ยังเป็นผนังสีขาวว่างเปล่า หรือเธอกำลังมีอาการประสาทหลอน?

ไม่เพียงแต่เธอจะเห็นคนเดินผ่านแต่ยังเห็นประตูมีป้ายติดไว้ว่า "106"

ห้อง 106 แน่นอนว่าเป็นห้องผู้ป่วยที่อยู่ตรงข้ามกับห้องที่เธออยู่

แต่... เธอสามารถมองเห็นประตูได้ยังไง?

ไม่มีเหตุผลเอาซะเลยเธอเชื่อว่าเธอไม่ได้ประสาทหลอนแต่มันคือเรื่องจริง เพื่อที่จะพิสูจน์กู้หนิงรวบรวมสมาธิเพ่งไปยังผนัง

สักพักผนังที่อยู่ตรงหน้าเธอค่อยๆโปร่งใสขึ้น เธอสามารถมองเห็นประตูห้อง 106 คนไข้ พยาบาลและหมอกำลังเคลื่อนไหวอยู่ในห้องนั้น

ทันใดความคิดแปลกๆก็แวบเข้ามาในหัวกู้หนิง

หรือจะเป็นตาทิพย์?

กู้หนิงรู้สึกงี่เง่ากับความคิดนี้ เธอสูดหายใจลึก เพื่อให้แน่ใจว่าใช่ตาทิพย์หรือไม่ กู้หนิงเปลี่ยนสายตาไปจ้องผนังอีกด้าน เธอเห็นเตียงผู้ป่วย คนไข้และอุปกรณ์ต่างๆภายในห้องนั้น

บัดนี้เธอแน่ใจแล้วว่านี่คือตาทิพย์จริงๆ

แต่กู้หนิงยังคงรู้สึกว่ามันน่าเหลือเชื่อเกินไป เธอต้องการการพิสูจน์อีกรอบ เธอหันศีรษะมองไปรอบๆ

ทันใดนั้นกู้หนิงรู้สึกเจ็บแปลบที่ดวงตาแล้วเธอก็หมดสติไป

ในความฝัน กู้หนิงฝันว่าเธอกำลังจมน้ำหลังจากกระโดดลงไปในทะเล และมีแสงสีแดงประหลาดเปล่งออกมากจากหยกสีแดงที่อยู่บนอกเธอ

จากนั้นเธอได้ยินเสียงมาจากที่ไกลๆ เสียงนั้นบอกกับเธอว่า "จี้หยกโบราณนี้มีคำเรียกขานว่า 'โลหิตแห่งฟินิกซ์'​ มันถูกหลอมขึ้นมาจากเลือดนกฟินิกซ์และจิตวิญญาณของโลก มันมีพลังเวทย์มนตร์ที่กล้าแกร่งซึ่งสามารถทำให้เจ้ามีชีวิตที่เป็นอมตะหรือเกิดใหม่ได้"

เธอตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจสุดขีด

อะไรน่ะ เกิดอะไรขึ้น?

ขณะที่กู้หนิงกำลังสับสน เธอก็เริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวได้ สุดท้ายกู้หนิงก็คิดออก

โลหิตแห่งฟินิกซ์ ทำมาจากเลือดนกฟินิกซ์ มันเป็นสิ่งที่มีมาแต่โบราณเลยมีพลังอำนาจวิเศษ เธอเลยสามารถฟื้นคืนชีพใหม่อีกครั้งเพราะจี้หยกนี่

---------------------------------------------------------------------

จบบทที่ Chapter 3: ทักษะใหม่ (อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว