- หน้าแรก
- เหล่านางร้ายล้วนอยู่ข้างข้า แล้วเจ้าจะเอาอะไรมาสู้
- บทที่ 12 ปะทะเดือดราชันสงคราม หลิวเจียงหลงจอมแถ
บทที่ 12 ปะทะเดือดราชันสงคราม หลิวเจียงหลงจอมแถ
บทที่ 12 ปะทะเดือดราชันสงคราม หลิวเจียงหลงจอมแถ
บทที่ 12 ปะทะเดือดราชันสงคราม หลิวเจียงหลงจอมแถ
"หลิวไป๋ เจ้าบังอาจเกินไปแล้ว!!"
สิ้นเสียงคำรามเกรี้ยว
จักรพรรดินีแห่งต้าโจวทรงลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธจัด สายพระเนตรอันคมกริบพุ่งทะลุระยะทางหลายสิบลี้ จ้องเขม็งไปที่หลิวไป๋โดยตรง!
พร้อมกับโทสะที่ปะทุขึ้น เหนือน่านฟ้าพระราชวัง พลังปราณฟ้าดินพลันปั่นป่วน ก่อนจะควบแน่นเป็นตัวอักษร 'ราชัน' ขนาดมหึมา!
นั่นคืออักขระเทวะ... สัญลักษณ์เฉพาะตัวของผู้บรรลุระดับราชันสงคราม!
เมื่ออักขระเทวะปรากฏ ราชันสงครามย่อมพิโรธ!
แรงกดดันแห่งราชันสงครามแผ่ซ่านออกมาดุจเกลียวคลื่นถาโถมจากพระราชวังที่ห่างไกล กดทับลงมายังจุดที่หลิวไป๋ยืนอยู่!
ทุกหนแห่งที่แรงกดดันนี้แผ่ไปถึง เหล่าราษฎรต่างพากันเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้นด้วยความหวาดเกรง!
แม้แต่ผู้ฝึกตนระดับจิตสงครามทั่วไป หากต้องเผชิญกับแรงกดดันเช่นนี้ คงมิแคล้วต้องคุกเข่าศิโรราบ แต่ทว่า... หลิวไป๋กลับยืนเอามือไพล่หลัง เผชิญหน้ากับแรงกดดันแห่งราชันสงครามอย่างองอาจ!
ร่างของเขายืดตรงราวกับหอก แววตาดุจสายฟ้าฟาด จ้องกลับไปยังทิศทางของพระราชวังอย่างไม่ลดละ!
เสมือนว่าสายตาของเขาได้ปะทะกับสายพระเนตรของจักรพรรดินีแห่งต้าโจวโดยตรง
ผู้คนที่พบเห็นต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก
เจ้าหนุ่มนี่ไปเอาความมั่นใจมาจากไหน!
ถึงได้กล้าท้าทายโทสะของจักรพรรดินีเช่นนี้?!
ทันใดนั้นเอง!
เสียงหัวเราะอันห้าวหาญก็ดังขึ้นจากเบื้องหลังหลิวไป๋
"ฮ่าฮ่าฮ่า เด็กมันไม่รู้ประสีประสา เผลอล่วงเกินฝ่าบาทเข้า ขอฝ่าบาทโปรดระงับโทสะด้วยพะยะค่ะ"
หลิวเจียงหลงนั่นเอง!
สิ้นเสียงของเขา ตัวอักษร 'ราชัน' สีทองอร่ามขนาดใหญ่ยักษ์ก็ปรากฏขึ้นเหนือศีรษะของเขาเช่นกัน อักขระเทวะทั้งสองลอยเด่นอยู่กลางเวหา ประดุจดวงตะวันสองดวงที่ส่องแสงแข่งกัน!
แรงกดดันของสองราชันเข้าปะทะกันอย่างรุนแรง ก่อให้เกิดลมพายุพัดกระหน่ำ เมฆหมอกบนท้องฟ้าปั่นป่วนโกลาหล!
คลื่นพลังอันมหาศาลไหลบ่าราวกับน้ำป่า ทำให้ชาวเมืองหลวงต่างสั่นสะท้านไปด้วยความหวาดกลัว
"คุณพระช่วย หลิวเจียงหลงปรากฏตัวแล้ว เขาคิดจะปะทะกับองค์จักรพรรดินีเพื่อปกป้องลูกชายเชียวรึ?!"
"ทั้งคู่ล้วนเป็นราชันสงคราม หากเกิดการต่อสู้ขึ้นจริง เมืองหลวงคงพังพินาศไปกว่าครึ่งแน่!"
"แย่แล้วสิ เรื่องใหญ่แล้ว"
"หวังว่าพวกเขาคงจะไม่สู้กันจริงๆ นะ"
ภายในพระราชวัง
จักรพรรดินีแห่งต้าโจวชำเลืองมองอักขระเทวะเหนือศีรษะของหลิวเจียงหลง
ตัวอักษร 'ราชัน' ทั้งสองมีขนาดและแรงกดดันที่สูสีกัน บ่งบอกว่าความแข็งแกร่งของหลิวเจียงหลงนั้นไม่ได้ด้อยไปกว่าพระนางเลย
หากต้องต่อสู้กันจริง พระนางก็ไม่มั่นใจว่าจะชนะได้ แม้จะมีโชคชะตาแห่งราชวงศ์คอยหนุนเสริม แต่ตระกูลหลิวเองก็ครอบครองศาสตราวุธจักรพรรดิอยู่เช่นกัน
เมื่อไตร่ตรองดูแล้ว จักรพรรดินีจึงจำต้องข่มโทสะลง สลายแรงกดดันและอักขระเทวะกลับคืน "หลิวเจียงหลง หลิวไป๋ เข้าเฝ้าข้าในวังเดี๋ยวนี้!"
หลิวเจียงหลงยิ้มกริ่ม พลางเก็บอักขระเทวะของตนเช่นกัน
เขาหันมองหลิวไป๋ที่ยืนอยู่ข้างๆ แล้วหัวเราะเบาๆ "หึหึ เจ้าลูกชาย ความบ้าบิ่นทำเพื่อสาวงามเช่นนี้ ช่างถอดแบบพ่อสมัยหนุ่มๆ มาไม่มีผิด!"
หลิวไป๋ยิ้มบางๆ "พ่อพยัคฆ์ย่อมไม่มีลูกสุนัขขอรับ"
"ฮ่าฮ่า พูดได้ดี! เอาล่ะ ตามพ่อเข้าวังไปเข้าเฝ้าฝ่าบาทเถิด ไม่ต้องกังวล มีพ่ออยู่ทั้งคน นางไม่กล้าทำอะไรเจ้าหรอก"
"หึ มีท่านพ่ออยู่ ข้าย่อมไม่กลัวอยู่แล้ว"
หลิวไป๋ยิ้มมุมปาก
ในขณะนั้นเอง ลั่วหลีก็วิ่งหน้าตาตื่นออกมาจากจวนแม่ทัพ เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงอย่างยิ่ง "พี่หลิวไป๋ เกิดอะไรขึ้นหรือเจ้าคะ?"
"หึ ไม่มีอะไรหรอก ไม่ต้องห่วง"
หลิวไป๋ยิ้มตอบเพียงสั้นๆ ไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มเติม
"ไม่มีอะไร? เจ้ากล้าฆ่าขันทีส่งราชโองการ แถมยังทำลายราชโองการทิ้งเนี่ยนะ?"
ชายวัยกลางคนรูปร่างกำยำที่ยืนอยู่ข้างลั่วหลีหัวเราะในลำคอ
ชายผู้นี้มีร่างกายล่ำสันและแผ่กลิ่นอายไม่ธรรมดาออกมา
เขาคือหนึ่งในสองแม่ทัพใหญ่แห่งราชสำนัก... แม่ทัพเจิ้นเป่ย ลั่วเฟิง!
"ตาเฒ่าหลิว ตกลงมันเกิดอะไรขึ้น เล่าให้ข้าฟังหน่อยสิ"
ลั่วเฟิงเอ่ยถามด้วยความใคร่รู้
"ตาเฒ่าลั่ว ไว้ข้ากลับมาแล้วจะเล่าให้ฟัง"
หลิวเจียงหลงกล่าวทิ้งท้าย ก่อนจะพาหลิวไป๋มุ่งหน้าเข้าวังทันที
มองดูแผ่นหลังของทั้งสองที่ค่อยๆ ห่างออกไป แววตาของลั่วเฟิงฉายแววกังวลเล็กน้อย "ในวังหลวงมียอดฝีมือดั่งเมฆหมอก หากฝ่าบาททรงคิดจะเล่นงานสองพ่อลูกนั่นจริงๆ ต่อให้ตาเฒ่าหลิวจะเป็นราชันสงคราม ก็คงยากที่จะฝ่าวงล้อมออกมาได้"
"ตกลงว่าเรื่องมันเป็นยังไงกันแน่?"
ลั่วเฟิงหันไปมองเศษซากราชโองการที่กระจายเกลื่อนพื้น เขาค่อยๆ หยิบมันขึ้นมาทีละชิ้น "ราชโองการนี้น่าจะส่งมาที่จวนข้า แล้วทำไมเจ้าหนูหลิวไป๋ถึงมาชิงตัดหน้าไปเสียก่อนล่ะ?"
เขานำเศษผ้าเหล่านั้นมาปะติดปะต่อกัน
เพียงแค่กวาดตามอง เขาก็เข้าใจเรื่องราวทั้งหมดทันที "ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง"
ลั่วหลีที่เห็นข้อความในราชโองการจากด้านข้าง รีบยกมือปิดปากด้วยความตกใจ นางเข้าใจเจตนาของหลิวไป๋ทันที "พี่หลิวไป๋..."
"อาหลี หากราชโองการฉบับนี้มาถึงตระกูลลั่วจริงๆ เจ้าจะยอมแต่งงานกับองค์ชายใหญ่หรือไม่?" ลั่วเฟิงเอ่ยถาม
ลั่วหลีส่ายหน้าทันควัน "ข้าไม่แต่ง! ต่อให้เป็นสมรสพระราชทาน ข้าก็ยอมตายดีกว่าแต่งงานกับคนอื่น ในใจข้ามีเพียงพี่หลิวไป๋ผู้เดียวเท่านั้น!"
"เด็กโง่... เฮ้อ เจ้าหนูหลิวไป๋คงเข้าใจความรู้สึกของเจ้าดี เขารู้ว่าถ้าราชโองการนี้มาถึงตระกูลลั่ว เจ้าจะต้องขัดขืนราชโองการแน่ ซึ่งนั่นเท่ากับเป็นการล่วงเกินฝ่าบาทโดยตรง เขาถึงได้ลงมือสกัดราชโองการไว้! เขาใช้กำลังของตัวเองทำลายราชโองการ ยอมแบกรับความผิดทั้งหมดไว้แต่เพียงผู้เดียว"
ลั่วเฟิงวิเคราะห์อย่างลึกซึ้ง
ลั่วหลีได้ฟังดังนั้น ยิ่งรู้สึกซาบซึ้งใจจนน้ำตาคลอ นางสูดลมหายใจลึกแล้วกล่าวว่า "ท่านพ่อ ข้าต้องการเข้าวังเจ้าค่ะ!"
"ไปทำไม? เจ้าเข้าไปตอนนี้ก็ไร้ประโยชน์! ไม่ต้องห่วงหรอก คนตระกูลหลิวร้อนใจกว่าพวกเราเยอะ" ลั่วเฟิงกล่าวเตือนสติ
และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ
ที่หน้าประตูวัง เหล่าผู้อาวุโสระดับสูงของตระกูลหลิวต่างพากันปรากฏตัวขึ้น
"หยุดเดี๋ยวนี้!"
ทหารรักษาวังรีบเข้ามาขวางไว้
เมื่อได้เห็นเหล่าผู้อาวุโสตระกูลหลิว เหงื่อกาฬก็ไหลซึมเต็มหน้าผากทหารยาม
ผู้อาวุโสเหล่านี้ล้วนมีระดับพลังขั้นขุนพลสงครามกันทั้งสิ้น!
เพียงคนใดคนหนึ่งในกลุ่มนี้ ก็สามารถเขย่าทั่วทั้งต้าโจวได้แล้ว!
และในยามนี้ พวกเขามารวมตัวกันที่หน้าประตูวัง แรงกดดันอันมหาศาลนี้ทำให้ทหารองครักษ์นับหมื่นนายต่างรู้สึกหวาดผวา!
ชายชราผมขาวผู้เป็นหัวหน้ากลุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ท่านนายพล โปรดวางใจ พวกเราไม่ได้คิดจะบุกรุกเข้าไปในวัง เพียงแต่มารอท่านผู้นำตระกูลและนายน้อยเท่านั้น ตราบใดที่พวกเขากลับออกมาอย่างปลอดภัย พวกเราย่อมไม่กระทำการวู่วาม"
ความหมายที่แฝงอยู่ก็คือ...
หากหลิวไป๋และหลิวเจียงหลงเป็นอะไรไปในวังหลวง...
พวกเขาก็พร้อมจะบุกเข้าไปถล่มวังทันที!!
ภายในท้องพระโรง
หลิวไป๋และหลิวเจียงหลงเดินเข้ามา เบื้องหน้าคือจักรพรรดินีแห่งต้าโจวผู้สง่างามและสูงศักดิ์ ทันทีที่เห็นพวกเขา องค์ชายใหญ่โจวอวี้ก็กระโดดออกมาตะโกนชี้หน้าด่าด้วยความโกรธแค้น "หลิวไป๋! ฆ่าขันทีส่งราชโองการ ทำลายราชโองการทิ้งเจ้ารู้ตัวไหมว่ามีความผิดสถานใด!!"
หลิวไป๋ยังคงยืนนิ่ง ไม่แยแสต่อเสียงตะโกนนั้น
ราวกับว่าอีกฝ่ายเป็นเพียงตัวตลกในสายตาเขา
ส่วนหลิวเจียงหลงเพียงแค่ปรายตามองโจวอวี้แวบหนึ่ง
ทันใดนั้น
รังสีอำมหิตเย็นเยียบแผ่ออกมา
โจวอวี้รู้สึกราวกับตกลงไปในบ่อน้ำแข็ง ร่างกายสั่นสะท้านไปทั้งตัวโดยไม่อาจควบคุม!
"พอได้แล้ว หลิวเจียงหลง! ความอดทนของข้าที่มีต่อตระกูลหลิวมีขีดจำกัดนะ!" จักรพรรดินีแห่งต้าโจวแค่นเสียงดุ
หลิวเจียงหลงเก็บรังสีอำมหิตกลับคืน แล้วเปลี่ยนเป็นยิ้มแย้ม "ฝ่าบาท ตระกูลหลิวของกระหม่อมประพฤติตนอยู่ในกรอบระเบียบมาโดยตลอด ไม่เคยทำเรื่องเสื่อมเสีย เรื่องในวันนี้... เป็นความเข้าใจผิดล้วนๆ พะยะค่ะ"
"เข้าใจผิด?"
"ถูกต้องพะยะค่ะ เข้าใจผิด! วันนี้ลูกชายกระหม่อมแค่ออกไปเดินตลาด แต่ขันทีผู้นั้นควบม้ามาจากไหนไม่รู้ เกือบจะชนลูกชายกระหม่อม เขาเลยป้องกันตัวตามสัญชาตญาณ ไม่นึกว่าจะยั้งมือไม่ทันจนพลั้งมือฆ่าเขาตาย... ช่างน่าเสียดายยิ่งนัก"
"แล้วเรื่องที่เขาทำลายราชโองการ ก็เป็นความเข้าใจผิดด้วยรึ?"
"แน่นอนพะยะค่ะ! เขายังเป็นแค่เด็ก ไม่เคยเห็นของวิเศษอย่างราชโองการมาก่อน นึกว่าเป็นของเล่นไร้ค่า เลยเผลอทำลายทิ้งไปเล่นๆ"
หลิวเจียงหลงยังคงยิ้มระรื่น แถสีข้างถลอก
หลิวไป๋ที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับมองบิดาด้วยสายตาที่คาดไม่ถึง
โอ้โห...
ท่านพ่อนี่ สกิลการแถระดับเทพจริงๆ