เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 211 - ญี่ปุ่นบุกสายฟ้าแลบ วิกฤตการณ์เขตสงครามที่ 5 และสองทางเลือก

ตอนที่ 211 - ญี่ปุ่นบุกสายฟ้าแลบ วิกฤตการณ์เขตสงครามที่ 5 และสองทางเลือก

ตอนที่ 211 - ญี่ปุ่นบุกสายฟ้าแลบ วิกฤตการณ์เขตสงครามที่ 5 และสองทางเลือก


ตอนที่ 211 - ญี่ปุ่นบุกสายฟ้าแลบ วิกฤตการณ์เขตสงครามที่ 5 และสองทางเลือก

ณ กองบัญชาการเขตสงครามที่ 5 เมืองสวีโจว

หลังจากพลเอกหลี่เต๋อหลินได้รับรายงานข่าวชัยชนะที่ทหารป้องกันเมืองไถเอ๋อร์จวงสามารถตีโต้กองทัพญี่ปุ่นจนแตกพ่ายได้อีกครั้ง เขาก็รู้สึกยินดีปรีดาเป็นอย่างยิ่ง

แต่ทว่าเมื่อได้รับรู้ข่าวต่อมาว่ากองทัพญี่ปุ่นละเมิดอนุสัญญาระหว่างประเทศด้วยการใช้ระเบิดแก๊สพิษ ความยินดีนั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นความโกรธเกรี้ยวอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

เขาตบโต๊ะตะโกนลั่นด้วยความเดือดดาล "สารเลว! ไอ้พวกญี่ปุ่นอำมหิตผิดมนุษย์ กล้าละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศใช้แก๊สพิษสังหารคน จิตใจมันช่างโหดเหี้ยมอำมหิตนัก!"

พลเอกไป๋เจี้ยนเซิงขมวดคิ้วกล่าวว่า "ท่านเต๋อกง ในเมื่อพวกญี่ปุ่นกล้าก่อโศกนาฏกรรมนองเลือดที่หนานจิงมาแล้ว การที่พวกมันจะใช้แก๊สพิษเพื่อจัดการกับกรมเสือก็ถือเป็นเรื่องที่พวกมันกล้าทำอยู่แล้ว สิ่งที่เราต้องทำในตอนนี้คือ

หนึ่ง รายงานเรื่องนี้ให้ท่านประธานทราบทันที ให้ท่านประธานแถลงข่าวแฉการกระทำอันป่าเถื่อนไร้มนุษยธรรมของพวกญี่ปุ่นผ่านสื่อทั้งในและต่างประเทศ

สอง รีบแจ้งวิธีรับมือกับระเบิดแก๊สพิษแบบภูมิปัญญาชาวบ้านลงไปสู่หน่วยต่างๆ ทันที เพื่อป้องกันไม่ให้ทหารหน่วยอื่นต้องตกเป็นเหยื่อของพวกมันอีก!"

"อืม!"

หลี่เต๋อหลินพยักหน้าเห็นด้วยอย่างยิ่ง และรับข้อเสนอของไป๋เจี้ยนเซิงไปดำเนินการทันที

......

ณ เมืองอู่ฮั่น

ท่านประธานกำลังรอคอยโอกาสที่จะอาศัยอำนาจของมหาอำนาจตะวันตกเข้ามาไกล่เกลี่ยหรือกดดันให้ญี่ปุ่นหยุดยิงอยู่ตลอดเวลา

ตอนนี้ในที่สุดเขาก็คว้าโอกาสนี้ไว้ได้

เขาไม่รีรอที่จะเปิดการแถลงข่าวทันที โดยเปิดโปงข่าวที่กองทัพญี่ปุ่นละเมิดอนุสัญญาระหว่างประเทศอย่างโจ่งแจ้งด้วยการใช้ระเบิดแก๊สพิษที่ไถเอ๋อร์จวงผ่านสื่อทั้งในและต่างประเทศ

เมื่อข่าวนี้ถูกเผยแพร่ออกไปผ่านสื่อต่างๆ ก็เปรียบเสมือนการโยนระเบิดลงในบ่อเกรอะ ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงไปทั่วทั้งในและต่างประเทศทันที

สื่อยักษ์ใหญ่หลายสิบสำนัก ทั้งหนังสือพิมพ์ไทมส์ของอังกฤษ บีบีซี หนังสือพิมพ์ปราฟดาของโซเวียต และหนังสือพิมพ์นวยอร์กไทมส์ของอเมริกา ต่างพากันประณามพฤติกรรมไร้มนุษยธรรมของญี่ปุ่น

......

ณ นครเซี่ยงไฮ้

เขตเช่าของอเมริกา สำนักงานตระกูลฟิลด์

รอสส์ ฟิลด์ ผู้ดูแลกิจการในเอเชียของตระกูลฟิลด์และเป็นอารองของเอลิซ่า ฟิลด์ ค่อยๆ วางหนังสือพิมพ์ในมือลง แล้วยกกาแฟขึ้นมาจิบเบาๆ

ริมฝีปากของเขาเผยรอยยิ้มที่มีความหมายลึกซึ้ง "หยางจิ้งคนนี้เป็นอัจฉริยะด้านการทหารจริงๆ ขนาดพวกญี่ปุ่นงัดระเบิดแก๊สพิษออกมาใช้แล้วก็ยังแพ้ยับเยินกลับไป

ดูท่าเราคงต้องประเมินสงครามระหว่างญี่ปุ่นกับจีนใหม่อีกครั้งแล้วล่ะ"

ชายวัยกลางคนสวมสูทท่าทางเหมือนผู้ช่วยที่ยืนอยู่ข้างๆ เอ่ยถามขึ้น "คุณท่านครับ หรือท่านคิดว่าจีนจะสามารถคว้าชัยชนะในสงครามครั้งนี้ได้จริงๆ?"

รอสส์ ฟิลด์ ยิ้มตอบ "ถ้าเป็นเมื่อก่อนให้ตายฉันก็ไม่เชื่อว่าจีนจะชนะ แต่ตอนนี้..."

ผู้ช่วยทำหน้าประหลาดใจ "คุณท่านครับ ท่านหมายความว่าเพราะตัวแปรอย่างหยางจิ้งงั้นเหรอครับ?"

รอสส์ ฟิลด์ พยักหน้า "ถูกต้อง!"

ผู้ช่วยแย้งต่อ "ลำพังหยางจิ้งคนเดียวอาจจะคว้าชัยชนะในสมรภูมิย่อยๆ ได้ แต่การจะพลิกสถานการณ์ของสงครามภาพรวมทั้งหมด มันก็เหมือนเอาไม้ซีกไปงัดไม้ซุง แทบไม่มีความแตกต่างอะไรเลยไม่ใช่เหรอครับ?

อย่างเช่นตอนนี้ แม้เขตสงครามที่ 5 ของจีนดูเหมือนจะได้รับชัยชนะที่ไถเอ๋อร์จวง แต่ตราบใดที่กองทัพญี่ปุ่นในภาคกลางยกพลขึ้นเหนือมาเมื่อไหร่ การแตกพ่ายของเขตสงครามที่ 5 ก็เป็นแค่เรื่องของเวลาเท่านั้น"

ผู้ช่วยคนนี้ประจำอยู่ที่เมืองจีนมานานจนกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องเมืองจีน ไม่เพียงแต่พูดภาษาจีนได้คล่องปร๋อ แต่ยังใช้สำนวนจีนได้อย่างแตกฉาน

รอสส์ ฟิลด์ ส่ายหน้าพลางกล่าวว่า "เฮนรี่ เธอยังดูถูกหยางจิ้งเกินไป

ถึงเขาจะเป็นแค่ผู้พันคุมกรมทหารกรมหนึ่ง แต่ความหมายของการมีอยู่ของเขาที่มีต่อประเทศจีนนั้น เผลอๆ จะมากกว่าท่านผู้นำของพวกเขาเสียอีก

กรมเสือที่เป็นกองทัพไร้พ่ายนี้ ได้กลายเป็นธงนำจิตวิญญาณของกองทัพจีนไปแล้ว!

ส่วนตัวหยางจิ้งเอง ไม่ใช่แค่วีรบุรุษของชาติ แต่กลายเป็นศรัทธาและเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของทหารและประชาชนจีนนับไม่ถ้วน

เรียกได้ว่า ตราบใดที่กรมเสือยังรบชนะต่อเนื่อง ก็จะสามารถปลุกขวัญกำลังใจของกองทัพจีน และสร้างความเชื่อมั่นว่าต้องชนะญี่ปุ่นได้อย่างแน่นอน

พลังแห่งศรัทธาแบบนี้ ในระยะสั้นอาจจะยังไม่เห็นผลชัดเจน

แต่เธออย่าลืมสิว่า ญี่ปุ่นเป็นแค่ประเทศเกาะ ศักยภาพในการทำสงครามของพวกเขามีจำกัด เทียบกับจีนไม่ได้เลย

ดังนั้นเมื่อเวลาผ่านไปและแนวรบยืดเยื้อออกไป ช่องว่างระหว่างญี่ปุ่นกับจีนจะค่อยๆ ถูกบีบให้แคบลงด้วยปัจจัยทางภูมิศาสตร์และประชากร

และเมื่อไหร่ที่ญี่ปุ่นติดหล่มสงคราม ไม่สามารถพิชิตจีนได้ในระยะสั้น จนสูญเสียความฮึกเหิมที่จะเผด็จศึกในรวดเดียวไปแล้ว การจะเอาชนะจีนที่มีรัฐบาลเจียงไคเชกเป็นแกนนำ ก็จะยิ่งยากขึ้นเรื่อยๆ!"

เฮนรี่ตกอยู่ในห้วงความคิด

รอสส์ ฟิลด์ ไม่ได้สนใจเขา ยกกาแฟขึ้นจิบอีกครั้งก่อนจะพูดต่อ "ฉันอยากจะหาโอกาสเจอหยางจิ้งคนนี้เร็วๆ จริงๆ จะได้รีบเริ่มความร่วมมือระหว่างตระกูลฟิลด์กับเขาเสียที!"

......

บทสนทนาในทำนองเดียวกันนี้ยังเกิดขึ้นในอีกหลายแห่งทั่วโลก

มหาอำนาจตะวันตกและตระกูลใหญ่ชั้นนำหลายแห่งต่างเริ่มประเมินสถานการณ์กันใหม่ เพื่อวางแผนรับมือและหาทางหนีทีไล่สำหรับชะตากรรมของประเทศและตระกูลในอนาคต

......

ณ กรุงปักกิ่ง กองบัญชาการกองทัพญี่ปุ่นภาคเหนือ

เทราอุจิ ฮิซาอิจิ ก็ได้รับข่าวนี้เช่นกัน

หน้าของตาแก่เลือดญี่ปุ่นคนนี้โกรธจนบิดเบี้ยว เขาปัดแก้วน้ำ ปากกา และเอกสารบนโต๊ะทำงานร่วงกระจายเกลื่อนพื้นเสียงดังโครมคราม

เทราอุจิ ฮิซาอิจิ ตวาดลั่นด้วยความเดือดดาลจนตาแทบถลน "บากะยาโร่! น่าโมโห น่าโมโหจริงๆ!

เจ้าอิโซไก เรนสุเกะ มันเป็นขยะไร้ประโยชน์จริงๆ ขนาดใช้ระเบิดแก๊สพิษแล้วก็ยังยึดไถเอ๋อร์จวงไม่ได้!

แล้วยังมีเจ้าโดอิฮาระ เคนจิ อีกคน วันๆ มันมัวทำบ้าอะไรอยู่!

กล้าเรียกตัวเองว่าเป็นสายลับที่เก่งกาจที่สุดของจักรวรรดิในจีนงั้นเหรอ!

ฉันว่ามันก็เป็นขยะไร้ค่าเหมือนกัน!

ระเบิดแก๊สพิษน่ะ มันใช่ของที่จะเอามาใช้พร่ำเพรื่อได้ที่ไหนกัน!"

โอกาเบะ นาโอซาบุโร เสนาธิการที่ยืนอยู่ข้างๆ รีบเข้ามาปลอบ "ท่านผู้บัญชาการโปรดระงับโทสะ จริงๆ แล้วเราไม่จำเป็นต้องไปใส่ใจกับไอ้กระแสสังคมโลกพวกนี้หรอกครับ ในเมื่อจักรวรรดิเราสร้างระเบิดแก๊สพิษขึ้นมา ไม่ช้าก็เร็วก็ต้องเอามาใช้อยู่ดี

ตอนเหตุการณ์ที่หนานจิงก็เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วโลกไม่ใช่หรือครับ?

แล้วผลสุดท้ายเป็นยังไง? พวกชาติตะวันตกพวกนั้นก็ทำได้แค่ดีแต่ปาก สุดท้ายเรื่องก็เงียบหายไปเอง

รัฐบาลจีนคิดจะใช้กระแสสังคมโลกมาหยุดยั้งกองทัพจักรวรรดิของเรา มันก็แค่ฝันกลางวัน!"

เทราอุจิ ฮิซาอิจิ แย้งว่า "สถานการณ์ตอนนั้นกับตอนนี้มันต่างกัน ตอนนั้นกองทัพจักรวรรดิเรากำลังรบชนะทั้งที่เซี่ยงไฮ้และหนานจิง พวกตะวันตกพวกนั้นก็เลยไม่กล้าทำอะไร

แต่ตอนนี้ กองทัพเราในภาคเหนือพ่ายแพ้ติดๆ กัน ก็ไม่แน่ว่าพวกตะวันตกอาจจะเริ่มมีความคิดตุกติกอะไรขึ้นมาก็ได้!"

โอกาเบะ นาโอซาบุโร กล่าวต่อ "ท่านผู้บัญชาการครับ เพิ่งได้รับข่าวมาว่า กองเรือที่ 1 ของกองทัพเรือและกองพลที่ 114 จะเดินทางถึงเหลียนหยุนกั่งอย่างช้าที่สุดภายในคืนนี้

ขอเพียงแผนลอบโจมตีของเราสำเร็จ เราก็จะสามารถตีเขตสงครามที่ 5 ของจีนให้แตกพ่ายได้อย่างง่ายดาย!

การกวาดล้างศัตรูที่ไถเอ๋อร์จวงให้สิ้นซาก ก็เป็นแค่เรื่องของเวลาเท่านั้น

ยิ่งไปกว่านั้น กองทัพเราในภาคกลางก็เริ่มเคลื่อนพลขึ้นเหนือมาแล้ว!"

"อืม!"

เมื่อได้ยินข่าวนั้น ใบหน้าที่บิดเบี้ยวของเทราอุจิ ฮิซาอิจิ ก็ค่อยๆ ผ่อนคลายลงบ้าง

......

บนน่านน้ำทะเลเหลือง

ในขณะที่หยางจิ้งนำกรมเสือเผชิญหน้ากับกองพลที่ 10 และกองพลที่ 14 ของญี่ปุ่นอยู่ที่ไถเอ๋อร์จวง ขบวนเรือขนส่งของกองทัพเรือที่บรรทุกกองพลที่ 114 และกองเรือรบพิเศษจากกองเรือที่ 1 ที่เดินทางมาจากชิงเต่า ก็ได้อาศัยความมืดเข้าประชิดน่านน้ำเหลียนหยุนกั่งอย่างเงียบเชียบ

หลังจากการวางแผนมาอย่างดี

ญี่ปุ่นตัดสินใจจะยกพลขึ้นบกในช่วงเช้ามืด ซึ่งเป็นเวลาที่ทหารป้องกันเหลียนหยุนกั่งเหนื่อยล้าที่สุดและมีความระมัดระวังตัวน้อยที่สุด

ในเวลานั้น กำลังหลักทั้งหมดของเขตสงครามที่ 5 ของจีนถูกวางไว้ตามแนวทางรถไฟจินผู่และแนวป้องกันแม่น้ำหวายเหอทางตอนใต้เพื่อต้านทานกองทัพญี่ปุ่นจากภาคกลางที่จะบุกขึ้นเหนือ

ที่เหลียนหยุนกั่งมีเพียงกองพันรักษาความปลอดภัยท้องถิ่นและตำรวจกับสารวัตรทหารจำนวนหนึ่งในเมืองคอยรักษาการณ์อยู่เท่านั้น

กำลังพลรวมกันไม่ถึง 2,000 นาย อย่าว่าแต่ถูกลอบโจมตีเลย ต่อให้สู้กันซึ่งๆ หน้า

กองกำลังท้องถิ่นผสมปนเป 2,000 นายนี้ ก็ไม่มีทางเป็นคู่ต่อสู้ของกองพลที่ 114 ซึ่งเป็นทหารราบชั้นยอดของญี่ปุ่นได้เลย

สาเหตุที่พวกญี่ปุ่นเลือกขึ้นบกตอนกลางคืน ก็เพียงเพื่อจะเล่นงานฝ่ายตั้งรับแบบไม่ทันตั้งตัว

เพื่อที่จะได้จบการรบให้เร็วที่สุด แล้วมุ่งหน้าตะวันตกตามแนวทางรถไฟสายหลงไห่ทั้งคืนเพื่อบุกจู่โจมสวีโจว ตัดหัวใจสำคัญของเขตสงครามที่ 5

ซึ่งจะทำให้ปิดฉากศึกสวีโจวทั้งหมด และคว้าชัยชนะในยุทธการนี้ไปครอง!

ค่ำคืนนั้น

เวลาเที่ยงคืนตรง ณ ท่าเรือริมทะเลของเหลียนหยุนกั่ง

ทหารญี่ปุ่นจำนวนมหาศาลอาศัยความมืดทยอยลงเรือระบายพลและเรือยาง มุ่งหน้าเข้าสู่ท่าเรืออย่างเงียบกริบ

ดึกสงัด ลมหนาวพัดบาดผิว!

ทหารจีนหลายร้อยนายบนท่าเรือ นอกจากหน่วยลาดตระเวนส่วนน้อยที่ยืนยามและเดินตรวจตราอย่างง่วงเหงาหาวนอนแล้ว คนส่วนใหญ่ต่างนอนหลับปุ๋ยอยู่ในโรงนอนที่อบอุ่น

ไม่ใช่ว่าพวกเขาขาดความระมัดระวัง แต่เป็นเพราะไม่มีใครคาดคิดว่าญี่ปุ่นจะลอบโจมตีเหลียนหยุนกั่งทางทะเล

อย่าว่าแต่ทหารบ้านนอกเหล่านี้ที่คิดไม่ถึง

แม้แต่หลี่เต๋อหลินและไป๋เจี้ยนเซิงก็คาดไม่ถึงเช่นกัน จึงละเลยการป้องกัน ไม่ได้เสริมกำลังที่เหลียนหยุนกั่ง

และนี่แหละคือสงคราม ที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน!

ส่วนหยางจิ้ง ถึงแม้ตอนนี้จะเป็นวีรบุรุษของชาติ แต่เขาก็เป็นแค่ผู้พันคุมกรมทหารกรมหนึ่ง เรื่องที่อยู่นอกเหนือหน้าที่ก็ไม่อาจก้าวก่ายได้

อีกอย่าง สถานะของเขามีจำกัด ข้อมูลข่าวสารที่เข้าถึงได้ก็จำกัดเช่นกัน

เช่น ข้อมูลการกระจายกำลังและการเคลื่อนย้ายกองพลหลักของญี่ปุ่นในสมรภูมิภาคเหนือและภาคกลางอย่างละเอียด

ข้อมูลเหล่านั้นจะไปกองอยู่บนโต๊ะทำงานของห้องยุทธการคณะกรรมการการทหารที่มีท่านประธานเป็นผู้นำเท่านั้น

ดังนั้น ต่อให้หยางจิ้งเป็นผู้ทะลุมิติ มีระบบคอยช่วย และมีความเชี่ยวชาญยุทธวิธีต่างๆ แต่เขาก็ยังเป็นแค่ปุถุชนคนหนึ่ง ไม่ใช่เทพเจ้าที่หยั่งรู้อนาคตและทุกสรรพสิ่ง

ขนาดวางแผนรัดกุมแค่ไหนก็ยังมีช่องโหว่ นับประสาอะไรกับคนที่ไม่ได้กุมภาพรวมของกลยุทธ์อย่างหยางจิ้ง

แถมการทะลุมิติมาของเขา ก็ทำให้ประวัติศาสตร์เกิดการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยไปแล้ว

อย่างเช่นการลอบโจมตีของกองพลที่ 114 ในครั้งนี้ จริงๆ แล้วก็เป็นแผนการรบชั่วคราวที่เพิ่งเกิดขึ้น!

ดังนั้น ปฏิบัติการลอบยกพลขึ้นบกอ้อมหลังของญี่ปุ่นในครั้งนี้ จึงเหนือความคาดหมายของทุกคน ทั้งท่านประธาน หลี่เต๋อหลิน และหยางจิ้ง

เมื่อเรือระบายพลใกล้จะถึงฝั่ง เรือรบขนาดใหญ่เล็กหลายสิบลำที่ลอยลำอยู่ไกลออกไปเพื่อคุ้มกันการขึ้นบกของกองพลที่ 114 ก็เปิดฉากยิงพร้อมกันทันที

ปืนใหญ่เรือรบนับร้อยกระบอกคำรามขึ้นพร้อมกัน

"ตู้ม!"

"ตู้มๆๆๆ!——"

ชั่วพริบตานั้นเสียงปืนใหญ่นับร้อยก็ดังกึกก้อง ลูกกระสุนปืนใหญ่อานุภาพทำลายล้างสูงพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า

เสียงหวีดหวิวบาดหูแหวกอากาศยามค่ำคืนที่มืดมิด พุ่งตกลงมายังท่าเรืออย่างโหดเหี้ยม

ความเงียบสงบของยามค่ำคืน ถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิงราวกับอุกกาบาตตกลงสู่ผิวน้ำที่นิ่งสนิท!

"บึ้ม!"

"บึ้มๆๆ!——"

ทันทีที่กระสุนปืนใหญ่ตกกระทบพื้น ท่าเรือทั้งท่าก็กลายเป็นทะเลเพลิงในพริบตา

ลูกไฟสีแดงฉานพวยพุ่งขึ้นลูกแล้วลูกเล่า ส่องสว่างจนท้องฟ้าสว่างไสวราวกับกลางวัน

กระสุนปืนใหญ่บางลูกตกใส่หลังคาโรงนอนบนท่าเรือ แรงระเบิดมหาศาลถล่มโรงนอนจนราบเป็นหน้ากลอง

เศษอิฐเศษกระเบื้องปลิวว่อนไปทั่วพร้อมกับคลื่นกระแทกจากการระเบิด

ทหารฝ่ายป้องกันจำนวนมากเสียชีวิตทั้งที่ยังอยู่ในห้วงนิทรา ต้องมาจบชีวิตลงภายใต้การถล่มของปืนใหญ่เรือรบญี่ปุ่น

บนผิวน้ำ ปืนกลเบาและหนักที่ติดตั้งอยู่บนหัวเรือระบายพลของญี่ปุ่นก็เปิดฉากยิงทันทีเช่นกัน

กระสุนปืนร้อนระอุสาดเทลงมาราวกับห่าฝน

ทหารที่เดินยามอยู่ริมฝั่งตั้งตัวไม่ทัน ถูกยิงจนตัวพรุนเป็นรังผึ้ง ร้องโหยหวนล้มลงจมกองเลือด

"โทสึเงกิ!" (บุก!)

"โทสึเงกิ!——"

"นักรบแห่งจักรวรรดิ บุกเข้าไป บุกเข้าไป!——"

จากนั้น ภายใต้การบัญชาการของนายทหารญี่ปุ่น เรือระบายพลแต่ละลำก็เร่งเครื่องพุ่งไปข้างหน้า

เมื่อเข้าใกล้ฝั่ง ทหารญี่ปุ่นนับพันนายก็กระโดดลงจากดาดฟ้าและห้องโดยสาร ส่งเสียงร้องโหยหวนเหมือนผี

ลุยน้ำทะเลลึกระดับเอว ตะเกียกตะกายแย่งกันขึ้นฝั่ง

ภายใต้การคุ้มกันด้วยอำนาจการยิงอันทรงพลังของปืนใหญ่เรือรบ ทหารญี่ปุ่นกองพลที่ 114 แทบไม่ต้องออกแรง ก็สามารถยกพลขึ้นบกที่อ่าวไห่โจวได้สำเร็จ และสังหารทหารฝ่ายป้องกันบนท่าเรือหลายร้อยนายจนหมดสิ้น

......

หลังการขึ้นบก พลโทสุเอมัตสึ ชิเงฮารุ ผู้บัญชาการกองพลที่ 114 สั่งการทันทีให้กองพลน้อยที่ 128 และกรมทหารราบที่ 150 ภายใต้สังกัด บุกโจมตีตัวเมืองเหลียนหยุนกั่ง

ส่วนกรมทหารราบสนามหลักอีก 3 กรม พร้อมด้วยกรมทหารม้า และกรมปืนใหญ่สนาม อาศัยความมืดอ้อมผ่านเหลียนหยุนกั่ง มุ่งหน้าตะวันตกตามแนวทางรถไฟสายหลงไห่ เพื่อเข้าตีสวีโจวโดยตรง!

ประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่งต่อมา กรมทหารราบที่ 150 ภายใต้การนำของพันโทยามาโมโตะ ชิเกโช ก็สามารถยึดเมืองเหลียนหยุนกั่งได้สำเร็จ หลังจากทิ้งกำลังพลส่วนหนึ่งไว้รักษาการณ์เพื่อความปลอดภัยแล้ว ก็รีบเร่งฝีเท้าตามทัพหลักมุ่งหน้าตะวันตกต่อไป

......

ณ กองบัญชาการเขตสงครามที่ 5 เมืองสวีโจว

เนื่องจากกรมเสือและกองพลที่ 31 คว้าชัยชนะต่อเนื่องที่ไถเอ๋อร์จวง พลเอกหลี่เต๋อหลินและพลเอกไป๋เจี้ยนเซิงจึงได้หลับสนิทกันสักงีบซึ่งหาได้ยากยิ่ง

แต่ในขณะนั้นเอง เสนาธิการเวรคนหนึ่งก็รีบวิ่งมาปลุกทั้งสองคนอย่างร้อนรน

"ท่านผบ.! ท่านรองผบ.! แย่แล้วครับ ข้าศึกบุกโจมตีเหลียนหยุนกั่งกลางดึก! ตอนนี้ทั้งท่าเรือและตัวเมืองเหลียนหยุนกั่งตกอยู่ในมือข้าศึกแล้วครับ!"

หลี่เต๋อหลินและไป๋เจี้ยนเซิงสะดุ้งตื่นจากฝัน เมื่อได้รับข่าวร้ายสะเทือนฟ้านี้ ความง่วงก็หายเป็นปลิดทิ้ง!

ทั้งสองรีบแต่งตัวเดินไปที่ห้องยุทธการ

หลังจากรับทราบสถานการณ์โดยละเอียด สีหน้าของหลี่เต๋อหลินก็เปลี่ยนไปทันที "เหลียนหยุนกั่งแตก สวีโจวถูกขนาบหน้าหลัง อันตรายแน่ แล้วจะทำยังไงดีล่ะทีนี้?"

ไป๋เจี้ยนเซิงผู้ได้รับฉายาว่าขงเบ้งน้อยไม่ได้รีบแสดงท่าที แต่จ้องมองแผนที่การรบตรงหน้า ขมวดคิ้วครุ่นคิดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เห็นได้ชัดว่ากำลังใช้ความคิดอย่างหนัก

เหตุการณ์พลิกผันครั้งใหญ่นี้ หากจัดการไม่ดี จะส่งผลให้ศึกสวีโจวพ่ายแพ้อย่างย่อยยับ

ทำให้ทหารนับแสนนายในเขตสงครามที่ 5 ตกอยู่ในวิกฤตมรณะ!

และจะส่งผลให้พื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกทั้งหมดต้องตกอยู่ภายใต้กีบเหล็กของญี่ปุ่น

ซ้ำร้ายอาจทำให้สถานการณ์การต่อต้านญี่ปุ่นของทั้งประเทศต้องดิ่งลงเหว จนยากจะกอบกู้คืนมาได้ และตกอยู่ในสถานะที่ไม่อาจฟื้นคืนได้อีก!

"เจี้ยนเซิง คุณรีบพูดความเห็นของคุณมาสิ!"

เมื่อเห็นเหล่าเสนาธิการต่างก้มหน้าเงียบกริบ หลี่เต๋อหลินนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ในที่สุดก็จับจ้องไปที่ใบหน้าของไป๋เจี้ยนเซิง

ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวัง ราวกับหวังว่าจะได้รับคำแนะนำดีๆ จากปากของเขา

ผ่านไปอีกครู่หนึ่ง ไป๋เจี้ยนเซิงจึงค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองหลี่เต๋อหลินแล้วกล่าวว่า "ท่านเต๋อกง ตอนนี้ผมมีสองทางให้ท่านเลือก"

......

[จบแล้ว]

จบบทที่ ตอนที่ 211 - ญี่ปุ่นบุกสายฟ้าแลบ วิกฤตการณ์เขตสงครามที่ 5 และสองทางเลือก

คัดลอกลิงก์แล้ว