- หน้าแรก
- เป็นบรรพชนนิกายเหอฮวนมันส์เจ๋งจริงๆ
- บทที่ 51: ต่อให้โดดลงแม่น้ำเหลืองก็ล้างมลทินไม่หมด
บทที่ 51: ต่อให้โดดลงแม่น้ำเหลืองก็ล้างมลทินไม่หมด
บทที่ 51: ต่อให้โดดลงแม่น้ำเหลืองก็ล้างมลทินไม่หมด
บทที่ 51: ต่อให้โดดลงแม่น้ำเหลืองก็ล้างมลทินไม่หมด
หม่าเสี่ยวเตี๋ยขมวดคิ้วสงสัยในใจ ‘ทำไมสองพี่น้องคู่นี้ดูเหมือนจะอิจฉาข้ากันนะ?’
ต้องรู้ก่อนว่า สองคนนี้พักอยู่ชายคาเดียวกับฉู่ฟาน ย่อมต้องรู้จักฉู่ฟานดีกว่านางเป็นธรรมดา
‘หรือว่า...เจ้าหมอนั่นจะดีขนาดนั้นจริงๆ? ดีพอที่ข้าจะฝากชีวิตไว้ได้เลยเหรอ?’
ที่สำคัญที่สุดคือเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ ศิษย์มากมายต่างก็รู้เห็นกันหมดแล้ว ทุกคนคงคิดว่านางกับฉู่ฟานต้องมีซัมติงกันแน่ๆ ซึ่งมันส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของนางไม่มากก็น้อย
ณ ศาลาแห่งหนึ่ง เหลือเพียงเย่เยี่ยนจีและฉู่ฟานสองคน
เย่เยี่ยนจีหันกลับมามองฉู่ฟานแล้วเอ่ยขึ้น "ฉู่ฟาน จากเรื่องเมื่อครู่นี้ อย่างน้อยทุกคนก็คงเดาว่าระดับพลังของท่านน่าจะอยู่ที่ระดับจอมราชันย์ปราณขั้นเจ็ดแล้ว แถมท่านยังบอกว่าเป็นสหายเก่าของข้าอีก แบบนี้หลายคนคงคิดว่าท่านอาจจะมีพลังถึงระดับจอมราชันย์ปราณขั้นแปดหรือเก้าด้วยซ้ำ"
เมื่อพูดถึงตรงนี้ เย่เยี่ยนจีก็หยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวต่อ "ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เกรงว่าต่อไปคงไม่มีใครกล้ารังแกท่านอีกแล้ว แล้วเหตุใดท่านยังต้องปิดบังตัวตนอีก? ทำไมไม่บอกทุกคนไปตรงๆ เลยว่าท่านคือบรรพชนของนิกายเรา"
ฉู่ฟานไม่ได้ตอบคำถามของเย่เยี่ยนจีในทันที แต่กลับย้อนถามนางว่า "ฟังดูแล้ว หรือว่าเจ้าอยากให้ข้าบอกทุกคนว่าข้าคือบรรพชนของนิกาย?"
เย่เยี่ยนจีพยักหน้า "ข้าย่อมหวังว่าท่านจะบอกให้ทุกคนรู้ ให้ทุกคนได้ทราบว่านิกายของเรามีบรรพชนที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้"
นางฝืนยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวต่อ "เพราะก่อนหน้านี้ นิกายเหอฮวนของเราขวัญกำลังใจตกต่ำมาก นิกายอื่นมากมายกล้าที่จะรังแกศิษย์ของเรา ข้าอยากจะเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับศิษย์ของเราบ้าง"
เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงเอ่ยกับเย่เยี่ยนจี "ชุดกระโปรงสั้นกับถุงน่องที่แจกจ่ายออกไปคราวก่อน ก็ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้เหล่าศิษย์ในนิกายได้ไม่น้อยแล้ว รอให้ทูตจากนิกายเพลิงอัคคีมาถึงก่อน พวกเราค่อยใช้พวกมันเชือดไก่ให้ลิงดู เจ้าก็แสดงพลังของเจ้าให้เต็มที่ ให้อาวุโสหนึ่งได้แสดงพลังของนางออกมาด้วย ความเชื่อมั่นและขวัญกำลังใจของเหล่าศิษย์ก็จะกลับมาเอง"
ฉู่ฟานหยุดพูดเล็กน้อย แล้วกล่าวต่อ "ส่วนข้า การที่ข้าซ่อนพลังเอาไว้ ก็เพื่อจะได้ดูว่า ต่อไปจะมีนิกายไหนอีกที่กล้ามาหาเรื่องนิกายของเรา ข้าจะได้ช่วยพวกเจ้าจัดการพวกมันให้สิ้นซาก"
เมื่อเย่เยี่ยนจีได้ยินดังนั้น ในใจก็พลันยินดี ‘ดูท่าแล้ว ท่านบรรพชนช่างคิดการณ์ไกลและรอบคอบกว่าข้ายิ่งนัก!’
ก็จริง หากนิกายที่แข็งแกร่งกว่านิกายเหอฮวนเพียงเล็กน้อยรู้ว่านิกายเหอฮวนมีบรรพชนอยู่ เกรงว่าพวกเขาก็คงไม่กล้าลงมือ
การกระทำของฉู่ฟานในครั้งนี้ เห็นได้ชัดว่าต้องการจะล่อให้พวกที่คิดจะรังแกนิกายเหอฮวนเผยตัวออกมา ถ้าพวกมันกล้ามา ก็จะต้องชดใช้!
แต่นางหารู้ไม่ว่า เหตุผลที่ฉู่ฟานยังไม่คิดจะเปิดเผยตัวตนว่าเป็นบรรพชนในตอนนี้นั้น เป็นเพราะยังมีนิกายที่แข็งแกร่งกว่านิกายเหอฮวนอยู่อีกมากโข แม้แต่นิกายวิญญาณเหมันต์ก็อาจจะพึ่งพาไม่ได้เสมอไป ส่วนระดับพลังของฉู่ฟานเองก็ยังต่ำเตี้ยเรี่ยดินอยู่ ดังนั้น เขาจึงวางแผนที่จะกบดานเงียบๆ เพื่อเพิ่มระดับพลังของตัวเองไปก่อน รอจนแข็งแกร่งกว่านี้แล้วค่อยออกมาอวดเบ่งก็ยังไม่สาย
ฉู่ฟานยิ้มอีกครั้ง แล้วเอ่ยกับเย่เยี่ยนจี "แม่สาวงามเยี่ยนจี เจ้าวางแผนจะมาหาข้าเมื่อไหร่รึ? ข้าตั้งใจว่าจะช่วยเพิ่มระดับพลังให้เจ้าเร็วๆ หน่อยนะ ในเมื่อเจ้าเป็นถึงประมุข หากพลังสูงขึ้น นิกายก็จะดียิ่งขึ้นมิใช่หรือ?"
ใบหน้าของเย่เยี่ยนจีพลันแดงระเรื่อขึ้นมาทันที นางเอ่ยอย่างเขินอาย "ก็... ก็ตกลงกันแล้วมิใช่หรือว่าพรุ่งนี้กลางคืนจะไปหาท่าน? ท่านบรรพชน...ท่านจะรีบร้อนไปถึงไหนกันเจ้าคะ?"
ฉู่ฟานยิ้มบางๆ "เดิมทีก็ไม่ได้คิดเช่นนั้นหรอก แต่พอได้เห็นเจ้าที่งดงามปานนี้มาปรากฏกายอยู่ตรงหน้า ข้าก็พลันอยากให้เจ้ามาหาข้าคืนนี้เสียเลย"
พูดจบ ฉู่ฟานก็แสร้งถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง "เฮ้อ ดูท่าแล้ว แม้บรรพชนผู้นี้จะมีจิตใจที่เที่ยงธรรมปานใด ก็มิอาจต้านทานเสน่ห์ของแม่สาวงามเยี่ยนจีเช่นเจ้าได้เลยจริงๆ!"
แก้มของเย่เยี่ยนจีแดงก่ำขึ้นไปอีก นางเอ่ยอย่างอายๆ "น่ารังเกียจ! ท่านพูดจาเหลวไหลอะไรกัน ห้ามพูดมั่วนะ! ข้าไม่ได้ยั่วยวนท่านเสียหน่อย ข้าว่าท่านบรรพชนต่างหากที่จิตใจไม่มั่นคง ลุ่มหลงในอิสตรี!"
ฉู่ฟานเหงื่อตก ‘เชี่ยเอ๊ย! เรื่องแบบนี้รู้อยู่แก่ใจก็พอแล้วมั้ย จะแฉกันต่อหน้าทำไมเล่า! แบบนี้ต่อไปข้าในฐานะบรรพชนจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนวะเนี่ย!’
เย่เยี่ยนจีในยามนี้ กลับแสดงท่าทีแบบเด็กสาวออกมาต่อหน้าฉู่ฟาน เห็นได้ชัดว่าจากการที่ได้ใช้เวลาร่วมกันมาหลายวัน ผู้หญิงคนนี้เริ่มจะมีใจให้ฉู่ฟานบ้างแล้ว
นางคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงเอ่ยขึ้นอีกครั้ง "ก่อนหน้านี้ท่านไม่ได้บอกหรือว่า การช่วยข้าเพิ่มระดับพลังนั้น ท่านเองก็ต้องสูญเสียพลังไปมากมิใช่หรือ? นี่ข้าก็แค่อยากให้ท่านได้พักผ่อนสักวัน กลัวว่าท่านจะเหนื่อยเกินไป หรือส่งผลเสียต่อร่างกายของท่าน"
เมื่อฉู่ฟานได้ยินดังนั้น ในใจก็รู้สึกทั้งอยากขำทั้งอยากร้องไห้ ก่อนหน้านี้เขาแค่ต้องการจะหลอกล่อเย่เยี่ยนจี เลยพูดไปอย่างกับว่าตัวเองต้องเสียสละอย่างใหญ่หลวง เพื่อให้นางซาบซึ้งใจ ไม่คิดเลยว่าแม่นางคนนี้จะเป็นห่วงว่าร่างกายเขาจะมีปัญหา ถึงกับยอมให้เขาพักเพิ่มอีกวัน
ฉู่ฟานยิ้มแล้วกล่าว "ความจริงแล้ว ก็ไม่ได้สูญเสียพลังอะไรมากมายนักหรอก ที่สำคัญคือการที่ต้องกอดเจ้าบ่มเพาะนั้น สำหรับข้าแล้วมันคือบททดสอบที่ยิ่งใหญ่ต่างหาก"
เย่เยี่ยนจีได้ยินก็อดหัวเราะไม่ได้ "ท่านเป็นถึงเฒ่าปีศาจที่อายุหลายพันปีแล้วนะ ยังจะทนบททดสอบแค่นี้ไม่ได้อีกหรือ?"
หลังจากหัวเราะเสร็จ เย่เยี่ยนจีถึงได้รู้ตัวว่าโดนหลอกเข้าให้แล้ว นางจึงตวัดสายตาค้อนใส่ฉู่ฟาน "หึ! ไอ้คนเจ้าเล่ห์! เสียแรงที่ข้าเป็นห่วงท่าน ไม่คิดเลยว่าท่านจะหลอกข้า! ที่จริงแล้วมันไม่ได้สิ้นเปลืองพลังอะไรของท่านเลยใช่ไหม!?"
ฉู่ฟานหัวเราะแหะๆ "แฮ่มๆ โดนเจ้าจับได้ซะแล้ว เยี่ยนจี เจ้า...เจ้างดงามจริงๆ! ไม่ใช่แค่งดงามนะ แต่ยังฉลาดหลักแหลมอีกด้วย ถ้าเจ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไป ข้าเกรงว่าข้าคงจะต้องตกหลุมรักเจ้าเข้าแล้วล่ะ"
นี่เป็นคำพูดจากใจจริงของฉู่ฟาน ทั้งเย่เยี่ยนจี สือเหิ่นส่วง และม่อหร่าน ทุกคนล้วนเป็นสาวงามระดับสุดยอด
ต้องรู้ว่าผู้หญิงในโลกแห่งการบ่มเพาะนั้นต่างก็มีวิธีรักษารูปลักษณ์ให้คงความอ่อนเยาว์อยู่เสมอ เดิมทีก็ผิวขาวสวยหมวยเอ็กซ์กันอยู่แล้ว ยิ่งเป็นพวกเย่เยี่ยนจีด้วยแล้ว ยิ่งเป็นสุดยอดของสุดยอด ทั้งรูปร่างหน้าตา ทำเอาฉู่ฟานที่ทะลุมิติมาเห็นแล้วแทบจะควบคุมตัวเองไม่อยู่
"หึ! ข้าว่าท่านคงจะพูดแบบนี้กับหม่าเสี่ยวเตี๋ยด้วยสินะ!"
ในใจของเย่เยี่ยนจีนั้นเบิกบานราวกับดอกไม้ผลิ แต่ปากกลับแค่นเสียงเย็นชาออกมาอย่างแง่งอน
ฉู่ฟานรีบแก้ตัวหน้าตาย "เรื่องนี้ข้าต้องขออธิบายหน่อย ข้าแค่ช่วยนางให้พ้นจากการตามตอแยของเจ้าเฉิงฮุย เลยต้องจำใจแกล้งทำเป็นคู่บำเพ็ญของนาง ความจริงแล้ว ข้ากับนางยังไม่มีอะไรกันจริงๆ นะ"
เย่เยี่ยนจียิ้ม "เอาล่ะ ข้าเชื่อท่าน!"
เมื่อเห็นท่าทางร้อนรนรีบอธิบายของฉู่ฟาน ในใจของเย่เยี่ยนจีก็อดรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาไม่ได้
"จริงสิ เยี่ยนจี ไหนๆ ที่นี่ก็ไม่มีใครแล้ว ให้ข้ากอดหน่อยได้หรือไม่?"
ฉู่ฟานมองโฉมงามตรงหน้าแล้วเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม
เย่เยี่ยนจีตวัดสายตาค้อนใส่ฉู่ฟานทันที "ไปให้พ้น! กลางวันแสกๆ นะ นี่มันในศาลานะ เกิดมีศิษย์คนไหนมาเห็นเข้า ต่อให้พวกเราไม่มีอะไรกันจริงๆ ก็คงจะถูกนินทาว่ามีอะไรกันอยู่ดี ถึงตอนนั้นต่อให้โดดลงแม่น้ำเหลืองก็ล้างมลทินไม่หมดหรอก"
ฉู่ฟานยิ้มกวนๆ "ถ้างั้นก็ไม่ต้องล้างมันซะเลยสิ"