- หน้าแรก
- เป็นบรรพชนนิกายเหอฮวนมันส์เจ๋งจริงๆ
- บทที่ 21 ความหมายมันก็ประมาณนี้แหละ
บทที่ 21 ความหมายมันก็ประมาณนี้แหละ
บทที่ 21 ความหมายมันก็ประมาณนี้แหละ
1.แจ้งก่อนนิยายนี้ผมจะใช้คำว่า บ่มเพาะ เป็นหลัก แทนคำว่า บำเพ็ญ และฝึกตน น่ะ ผมชอบคำนี้ แต่ถ้าให้เปลี่ยนแจ้งได้
2.นิยายนี้ ผม เก็บ 1 ตอน แจก 1 ตอน เริ่มตั้งแต่บทที่ 30
3.มีข้อผิดพลาดประการใดแจ้งได้ครับ รับฟังเสมอ นิยายนี้ จะแปลแบบเกรียนเล็กน้อยน่ะ
บทที่ 21 ความหมายมันก็ประมาณนี้แหละ
"จะไม่...อะไรหรือ?"
สือเหิ่นส่วงมองฉู่ฟานด้วยความสงสัย นางเกลียดที่สุดเลยคือพวกที่พูดจาครึ่งๆ กลางๆ
ฉู่ฟานหัวเราะแห้งๆ อย่างกระอักกระอ่วนทันที: "มะ ไม่มีอะไร!"
"ข้าว่าความคิดของเจ้านับว่าไม่เลวเลย แต่ว่าเรื่องนี้มันค่อนข้างยากอยู่สักหน่อย จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากเจ้าด้วย"
ฉู่ฟานครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างขวยเขิน
พอสือเหิ่นส่วงได้ยิน ก็รีบกล่าวทันที: "ถ้าหากสามารถผลิตออกมาเป็นจำนวนมากได้จริงๆ ข้ายินดีให้ความร่วมมืออย่างแน่นอน ไม่ว่าจะต้องร่วมมือแบบไหนข้าก็ยอมทั้งนั้น!"
เมื่อฉู่ฟานได้ยินคำพูดนี้ สีหน้าของเขาก็พลันแปลกประหลาดไปเล็กน้อย ‘ร่วมมือแบบไหนก็ได้งั้นเรอะ? ถ้าให้ทำเรื่องอย่างว่า...ก็ยอมด้วยเหรอ?’
‘หรือว่า...ผู้อาวุโสใหญ่ท่านนี้ เพื่อประโยชน์ของนิกายเหอฮวนแล้ว ถึงกับยอมสละได้แม้กระทั่งร่างกายตัวเองเลย?’
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ในใจของฉู่ฟานก็อดที่จะลิงโลดขึ้นมาไม่ได้ มุมปากของเขาก็เผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา
"แค่กๆ เอาเป็นว่า...เช่นนั้นกลางคืนเจ้าค่อยมาหาข้าก็แล้วกัน ข้าจะหารือรายละเอียดกับเจ้าอีกที!"
ฉู่ฟานคิดใคร่ครวญแล้วจึงเอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบา
"เจ้าค่ะ!"
สือเหิ่นส่วงตื่นเต้นอย่างหาที่เปรียบมิได้ หากมีชุดแบบนี้สักร้อยสองร้อยชุด มอบให้กับเหล่าผู้พิทักษ์กฎ ผู้ถือหางเสือ หรือศิษย์ชั้นยอดที่มีระดับพลังสูงหน่อย พลังต่อสู้ของแต่ละคนก็จะเพิ่มขึ้นอย่างน้อยหนึ่งถึงสองขั้นได้อย่างไม่มีปัญหา
ถึงเวลานั้น พวกนางก็จะมีไพ่ตายไว้ต่อกรกับนิกายเพลิงอัคคีแล้ว
ท้ายที่สุดแล้ว ขุมกำลังระดับสูงนั้นแหละที่เป็นกุญแจสำคัญของความแข็งแกร่งของนิกายนี่นา
"เอาล่ะ พวกเรากลับกันก่อนเถอะ"
ฉู่ฟานเลือกที่จะยอมรับภารกิจในใจไปก่อนแล้ว อย่างไรเสียก็ยังมีเวลาอีกตั้งสิบวัน คืนนี้ลองดูก่อน ถ้าไม่ได้ผลจริงๆ ก็ค่อยๆ หาทางจัดการกับสือเหิ่นส่วงทีหลัง อีกอย่าง แค่กอดครั้งเดียวเอง สือเหิ่นส่วงไม่น่าจะถือสาหรอกมั้ง?
สือเหิ่นส่วงรู้สึกตื่นเต้นอยู่บ้าง พอออกจากประตูไปก็เหาะกลับไปทันที
ส่วนฉู่ฟานก็พาหลิ่วซือหย่าและหลิ่วชิงเยว่เดินต่อไปข้างหน้า แล้วอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม: "ชิงเยว่ ข้าชักจะหิวเสียแล้ว แต่ว่าข้าไม่มีหินวิญญาณติดตัวเลย เจ้าเลี้ยงข้าวข้าสักมื้อได้หรือไม่ พวกเราไปเดินเล่นที่ถนนเส้นนั้นกัน"
ยังไม่ทันที่หลิ่วชิงเยว่จะได้เอ่ยปาก หลิ่วซือหย่าก็ชิงพูดขึ้นมาก่อน: "ข้าเลี้ยงเองค่ะ ท่านผู้ดูแลฉู่ ขอบคุณท่านมากที่ช่วยให้ข้าได้รับตำแหน่งรองผู้ดูแล หลังจากนี้ก็จะได้รับสิทธิประโยชน์เหมือนกับผู้ดูแลแล้ว ข้ากำลังคิดว่าจะหาโอกาสขอบคุณท่านอยู่พอดีเลยค่ะ"
ฉู่ฟานพยักหน้าแล้วกล่าว: "ฮ่าๆๆ ดีเลย ไปกันเถอะ พวกเราไปดูกันว่าแถวนั้นมีอะไรกินบ้าง"
ในไม่ช้า ทั้งสามคนก็มาถึงถนนที่ปูด้วยหินสีเขียว
ถนนเส้นนี้ไม่ยาวนัก แต่กลับมีร้านรวงอยู่ไม่น้อย แถมยังมีแผงลอยอีกมากมาย คึกคักเป็นอย่างยิ่ง
หลิ่วชิงเยว่จึงแนะนำให้ฉู่ฟานฟัง: "ท่านผู้ดูแลฉู่ ที่ตีนเขามีเมืองเล็กๆ อยู่ ศิษย์บางคนก็รับมาจากที่นั่นค่ะ พวกที่มาตั้งแผงลอยบางคนก็เป็นครอบครัวของศิษย์ บางคนก็เป็นศิษย์ลงทะเบียน"
เมื่อพูดถึงตรงนี้ หลิ่วชิงเยว่ก็หยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวต่อ: "ปกติแล้วถ้าทุกคนจะกินข้าวหรือมาซื้อของอะไร ก็จะมาเดินเล่นกันที่นี่แหละค่ะ"
ฉู่ฟานพยักหน้า ด้วยระดับพลังที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดินของเขา ตอนนี้ท้องเขาก็เริ่มร้องแล้วจริงๆ
"โห โคตรสวยเลยว่ะ!"
"เออใช่ ผู้หญิงสองคนนั้น หุ่นดีชะมัดเลย ให้ตายสิ ถ้ามีโอกาสได้บ่มเพาะคู่กับพวกนางนะ อายุสั้นลงสามปีก็ยอมวะ"
"แล้วผู้ชายคนนั้นเป็นใครวะ? ดูท่าจะอายุไม่น้อยแล้วนะ? น่าจะสี่สิบกว่าแล้วมั้ง? สาวงามสองคนนี้แต่งตัวแบบนี้ เดินไปกับเขางั้นเหรอ?"
"ดูที่เอวของเขาสิ นั่นมันป้ายของผู้ดูแลนะเว้ย นี่เป็นผู้ดูแล ถึงแม้จะไม่เคยเห็นหน้า แต่เกรงว่าระดับพลังคงไม่ต่ำแน่"
"ระดับพลังไม่ต่ำแน่นอน ข้าสัมผัสพลังบ่มเพาะบนตัวเขาไม่ได้เลย ดูท่าจะซ่อนเร้นคลื่นพลังปราณในร่างเอาไว้"
ศิษย์จำนวนไม่น้อยพอเห็นคนทั้งสาม ก็อดไม่ได้ที่จะเริ่มวิพากษ์วิจารณ์กัน
โดยเฉพาะศิษย์ชายบางคน พอเห็นถุงน่องของหลิ่วซือหย่าและหลิ่วชิงเยว่ รวมถึงต้นขาขาวๆ ของพวกนางแล้ว น้ำลายแทบจะไหลออกมา
หลิ่วซือหย่าและหลิ่วชิงเยว่ถูกคนมากมายจ้องมองจนใบหน้างามแดงระเรื่อ รู้สึกเขินอายอยู่บ้าง
ทั้งสามหาร้านอาหารร้านหนึ่งแล้วเดินเข้าไป ฉู่ฟานเองก็ไม่ได้คิดจะขูดรีดอะไรอีกฝ่าย แค่สั่งอาหารมาสองสามอย่างเพื่อเติมท้องให้เต็มก็พอแล้ว
หลังจากกินเสร็จ ฉู่ฟานก็กลับมาที่ห้องของตน ปิดประตูลง แล้วนำโอสถที่ได้รับออกมา เริ่มทำการหลอมรวม
รางวัลจากระบบคือเคล็ดวิชาเทวะเหอฮวน หากใช้เคล็ดวิชานี้ควบคู่ไปกับการกอดสตรี ความเร็วในการดูดซับพลังปราณก็จะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
ยิ่งไปกว่านั้น ในเคล็ดวิชายังระบุไว้อีกว่า หากเป็นการกอดครั้งแรกของสตรีผู้นั้น จะยังได้รับการตอบแทนจากสวรรค์และปฐพีอีกด้วย
แม้ว่าฉู่ฟานจะไม่ค่อยเข้าใจนัก แต่ตอนนี้เขาก็ยังไม่มีโอกาสได้ลอง
เนื่องจากระดับของเคล็ดวิชานั้นสูงมาก เพียงแค่ชั่วโมงกว่าๆ ฉู่ฟานก็หลอมรวมโอสถระดับหนึ่งขั้นต่ำเม็ดแรกได้สำเร็จ
"ไม่เลวเลยนี่หว่า ไม่ใช่แค่ความเร็วในการหลอมรวมของข้าจะเร็วมากเท่านั้น แต่ระดับพลังยังทะลวงไปถึงระดับผู้ใช้ปราณขั้นสามแล้วด้วย แถมพื้นฐานยังมั่นคงมาก ไม่มีความรู้สึกกลวงโบ๋เลยแม้แต่น้อย?"
ฉู่ฟานดีใจเป็นล้นพ้น อดไม่ได้ที่จะกล่าวในใจ: "ถ้าเป็นแบบนี้แล้ว ข้าก็สามารถทะลวงระดับต่อไปได้เรื่อยๆ เลยน่ะสิ? หลอมรวมต่อไปได้เลยใช่ไหม?"
เสียงของระบบพลันดังขึ้นในตอนนี้: [เนื่องจากเคล็ดวิชาเทวะเหอฮวนเป็นเคล็ดวิชาระดับจักรพรรดิขั้นสูง การใช้สิ่งนี้ในการบ่มเพาะ พลังย่อมมั่นคงเป็นธรรมดา ร่างเดิมของโฮสต์ก็เป็นผู้แข็งแกร่งอยู่แล้ว เท่ากับว่าเป็นการเดินบนเส้นทางสายเดิมอีกครั้งหนึ่ง ระดับพลังย่อมไม่ปรากฏสภาวะกลวงโบ๋อย่างแน่นอน]
ฉู่ฟานพลันเข้าใจในบัดดล ใช่แล้ว ร่างเดิมของเขาน่ะเป็นถึงยอดฝีมือที่ใกล้จะเหินสู่สวรรค์อยู่แล้ว การกลับมาเดินบนเส้นทางนี้อีกครั้ง ไม่เพียงแต่ระดับพลังจะไม่กลวงโบ๋ แต่เพราะเคยสัมผัสกับพลังในแต่ละระดับมาก่อน ทำให้แม้ว่าจะทะลวงผ่านหลายระดับในคราวเดียว ระดับพลังก็จะไม่สั่นคลอน
ที่สำคัญที่สุดคือ ด้วยเหตุนี้ ฉู่ฟานจะไม่มีคอขวดในการบ่มเพาะแม้แต่น้อย!
"ฮ่าๆๆ แบบนี้มันก็ยอดไปเลยสิ! ยังเหลือเวลาอีกเยอะ ก่อนฟ้ามืด ข้าหลอมรวมโอสถที่ได้มาทั้งหมดรวดเดียวก็คงไม่มีปัญหา ถึงตอนนั้น การทะลวงสู่ระดับปรมาจารย์ปราณภายในวันเดียว ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลยนี่หว่า!"
ในใจของฉู่ฟานนั้น มันช่างตื่นเต้นอะไรเช่นนี้!
สำหรับศิษย์คนอื่นๆ นี่คือเรื่องที่ต้องใช้เวลาหนึ่งถึงสองปีจึงจะทำได้ แต่พอมาเป็นเขา กลับสามารถจัดการให้เสร็จสิ้นได้ในทันที
เมื่อคิดถึงตรงนี้ หัวใจของฉู่ฟานก็เปี่ยมไปด้วยความหวัง
ในขณะที่ฉู่ฟานกำลังตื่นเต้นสุดขีด ระบบก็ได้นำข่าวดีมาให้อีก: [โฮสต์ เย่เยี่ยนจี หลิ่วซือหย่า และหลิ่วชิงเยว่ ล้วนเป็นผู้มีกายพิเศษที่หมื่นปีจะมีสักคน ตอนที่กอดพวกนาง หากโคจรเคล็ดวิชา จะได้รับการตอบแทนที่มากกว่าเดิม ถึงตอนนั้นระดับพลังก็จะเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมนะ! ท่านต้องคว้าโอกาสนี้ไว้ให้ดีล่ะ]
ระบบหยุดไปครู่หนึ่งแล้วกล่าวต่อ: [ยิ่งไปกว่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้เคล็ดวิชาเทวะเหอฮวนกอดพวกนางเป็นครั้งแรก การตอบแทนที่ได้รับจะมหาศาลมาก ไม่ใช่แค่โฮสต์จะได้รับการตอบแทน พวกนางเองก็จะได้รับการตอบแทนจากกายพิเศษและเคล็ดวิชาของท่านเช่นกัน ถึงตอนนั้น พลังบ่มเพาะของทั้งสองฝ่ายจะเพิ่มขึ้นหลายขั้น ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลยนะ]
"เชี่ย! ยังมีเรื่องดีๆ แบบนี้อีกเรอะ?"
ดวงตาของฉู่ฟานเป็นประกาย อดที่จะกลืนน้ำลายเอื๊อกไม่ได้: "การกอดผู้หญิงคนอื่นก็จะได้รับการตอบแทนเหมือนกัน แต่ว่าการตอบแทนมันไม่ยิ่งใหญ่เท่ากับผู้หญิงที่มีกายพิเศษ ใช่ความหมายนี้รึเปล่า? ถ้าข้ากอดสือเหิ่นส่วงเป็นครั้งแรก ก็จะได้รับการตอบแทนด้วยใช่ไหม?"
[ความหมายมันก็ประมาณนี้แหละ!]
ระบบตอบกลับ
"เคล็ดวิชาระดับจักรพรรดิขั้นสูง เหนือล้ำกว่าเคล็ดวิชาระดับสวรรค์...แม่งโคตรเจ๋งจริงๆ!"
ฉู่ฟานตื่นเต้นจนหัวใจพองโต เคล็ดวิชานี้มันช่างสุดยอดเกินไปแล้ว
ขอแค่ให้เวลาเขาอีกหน่อย การกลับสู่จุดสูงสุดอีกครั้ง ก็อยู่แค่เอื้อม!