เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 060 – บุรุษหัวล้านเปียวเกอ

ตอนที่ 060 – บุรุษหัวล้านเปียวเกอ

ตอนที่ 060 – บุรุษหัวล้านเปียวเกอ


ตอนที่ 060 – บุรุษหัวล้านเปียวเกอ

 

“ว่าไง? เจ้าจะต้องการให้ข้าค้นเองงั้นหรือ?” บุรุษหัวล้านหัวร่ออย่างเย็นชา เดินก้าวมาข้างหน้าอย่างอุกอาจด้วยสีหน้าที่ดุร้าย และร่างของเขาก็ดั่งปราการเหล็กทำให้ผู้คนหวาดกลัว

เหล่าเด็กคนอื่นต่างเงียบกริบด้วยความหวาดกลัว ผิวซีดราวกับคนตาย เริ่มโยนออกสิ่งของของพวกเขาลงบนพื้นอย่างเชื่อฟังเงียบๆ

บุรุษหัวล้านแสยะยิ้มพลางกล่าว “ข้าชื่นชอบคนฉลาดเป็นที่สุด ผ่อนคลายเถอะ ตราบเท่าที่เจ้าติดตามข้า เปียวเกอ พวกเจ้าจะมีอาหารให้กิน!”

ส่วนที่เหลือเบื้องหลังเขามองดูอย่างเงียบๆ

“หื้ม” สายตาของเปียวเกอพลันมองไปยังถังเทียน และหรี่ตาของเขา “ข้ามิคาดคิดเลยว่า จะมีคนละทิ้งโอกาสอันดีงาม!”

เขาบีบกำปั้นของเขา ด้วยรอยยิ้มที่อุบาทว์ ร่างของเขาราวกับปราการเหล็กเหยียดยาวเปิดกว้าง ฝ่ามือของเขาปลดปล่อยรังสีแสงสีทอง เปล่งประกายสีทองของปราณแท้จริงของทองธาตุ ซึ่งทำให้เหล่าเด็กที่เหลือสีหน้าดูแย่ลง หลายคนต่างถอนหายใจด้วยความโล่งอก ราวกับพวกเขาได้ปลดเปลื้องภาระอันหนักหน่วง

โชคดีนักที่ข้ามิได้ต่อต้านเมื่อครู่...

เปียวเกอมองกวาดไปยังถังเทียน ดวงตาของเขาแสดงให้เห็นความโลภในทันที และเขาก็เอ่ยปาก “ปรากฏว่าเจ้าได้มีสิ่งของค่อนข้างดีอยู่สองสามอย่าง มิน่าล่ะเจ้าถึงไม่เต็มใจ!”

ถังเทียนพึมพำกับตัวเอง “ที่นี่ข้าคาดคิดว่ากองกำลังชั้นนอกจะมีผู้คนในระดับสูงเสียอีก ท้ายสุดแล้วกลับกลายเป็นว่ามีกลุ่มเล็กกระจ้อยของนักเลงหัวไม้”

“เล็ก...นักเลงหัวไม้เล็กๆ!” เปียวเกอตะลึงและโมโหในทันที มันมิเคยมีผู้ใดกล้าที่จะเรียกเขาว่านักเลงหัวไม้เล็กๆ!

สาวเลว! เจ้าตายแน่!

สีหน้าของเปียวเกอกลายเป็นหมองคล้ำ และปราณแท้จริงของเขาก็โคจรอย่างรุนแรง เขาตัดสินใจแล้วจะทุบตีสารเลวน่ารังเกียจเบื้องหน้าของเขาให้เละ ในที่นี่นอกเหนือจากใต้เท้าจิ่งเหาแล้วมิมีผู้ใดที่ไม่อาจเชื่อฟังเปียวเกอ!

เปียวเกอตะโกนอย่างดุร้าย กระทืบลงบนพื้นอย่างรุนแรง ทำให้พื้นแยกออกจากกัน หยิบยืมพลังจาก [รองเท้าสปริง] ของเขา ร่างของเขาราวกับปืนใหญ่ พุ่งตรงไปยังถังเทียน

ปรากฏเงาของฝ่ามือแสงสีทอง ด้วยพลังที่น่าทึ่ง กรีดผ่านไปยังถังเทียน

[ฝ่ามือคิงคอง] ระดับสี่!

ฝ่ามือคิงคองเป็นพื้นฐานวิชาฝ่ามือของทองธาตุ รู้จักกันดีในความหนักแน่นและดุร้าย ยามเมื่อฝึกฝนไปถึงจุดสูงสุด เงาของฝ่ามือคิงคองสามารถที่จะทำลายได้แม้กระทั่งทองและโลหะอย่างง่ายดาย

แววตาเย็นชาปรากฏบนดวงตาของถังเทียน เขาตั้งกระบวนท่าขี่ม้าในตำแหน่งที่เขายืนอยู่ และหมัดขวาของเขาก็หดไปยังเอวของเขา

[หมัดจุลวินาศ]!

ไม่มีรังสี ไม่มีเสียง ภายในดวงตาของผู้คนปรากฏความดูแคลนในหมัดของเขา หมัดขวาของถังเทียนพุ่งตรงปะทะกับฝ่ามือคิงคอง กายากระเรียนภายในร่างของเขาก็ทะลวงออกมาเสียงดัง

คลื่นของพลังไม่สามารถตรวจพบได้จากเงาฝ่ามือคิงคองสีทอง

ปุ!

เงาฝ่ามือที่รู้สึกคล้ายกับแผ่นเหล็กสี่เหลี่ยมแข็งๆ พังทลายลงเป็นเศษทองเล็กๆจำนวนนับไม่ถ้วนและสลายหายไปในอากาศ

ร่างของถังเทียนไม่ขยับเขยื้อนสักนิด แต่บุรุษหัวล้านเปียวเกอถอยหลังไปสองสามก้าวก่อนที่จะฟื้นคืนตั้งสติของเขาได้

ทุกคนต่างเงียบกริบ สีหน้าของพวกเขาบิดเบี้ยวและตกใจ นั่นเป็นไปไม่ได้! ด้วยพลังของพวกเขาทั้งหมด แม้ว่าพวกเขาจะยังไม่บรรลุถึงขั้นสี่ พวกเขาก็อยู่ในจุดสูงสุดของความสมบูรณ์ขั้นสาม ดังนั้นพวกเขาจะไม่สามารถเห็นความแตกต่างระหว่างนักสู้ทั้งสองคนได้เยี่ยงไร? เปียวเกอนั้นอยู่จุดสูงสุดของความสมบูรณ์ขั้นสี่ และเพื่อจะบรรลุขั้นห้าช่องว่างเพียงเบาบางเท่ากับกระดาษเท่านั้น แต่ถังเทียนเห็นได้อย่างชัดเจนว่าอยู่ขั้นสาม!

หมัดจุลวินาศของระดับสาม เป็นไปได้เยี่ยงไรที่จะสู้กับ [ฝ่ามือคิงคอง] ระดับสี่?

เปียวเกอเข้าใจอย่างลึกซึ้งภายใน [ฝ่ามือคิงคอง]... แต่ทำไมเปียวเกอถึงพ่ายแพ้กัน...

ทุกสิ่งที่เพิ่งได้เกิดขึ้นไป มันช่างท้าทายสามัญสำนึกของพวกเขาอย่างสิ้นเชิง

มันช่างแปลกประหลาดนัก ช่างยากที่จะเชื่อได้!

สีหน้าของเปียวเกอเปลี่ยนไป เขาหรี่ตาของเขา และเริ่มที่จะสำรวจไปยังถังเทียนอีกครา มันเป็นเพียงหมัดเดียว แต่ภายในใจของเขาก็ตระหนักได้ว่า เขาได้พบเจอบุคคลที่ยากจะตอแยแล้ว! เป็นไปได้อย่างไรกันที่วิชาหมัดระดับสามจะแข็งแกร่งเช่นนี้? หรือเจ้าสารเลวตัวนี้มีเจตนาปกปิดพลังของเขาไว้?

ถังเทียนยืนตัวตรง และเริ่มที่จะเหยียดขยายและผ่อนคลายแขนของเขา ทำการอบอุ่นร่างกายของเขาและกล่าว “ข้ามิได้ต่อสู้มาเนินนานแล้ว!”

การถูกทรมานทั้งวันทั้งคืนโดยลุงทหารจนเขาปรารถนาที่จะตายตก ขณะที่ไม่มีโอกาสที่จะได้ชำระแค้น ถังเทียนรู้สึกโมโหอย่างจริงจัง แม้ว่าเขาจะรู้ว่ามันเป็นการฝึก หลังจากที่ได้นอนหลับ ทั่วร่างของเขาก็ฟื้นฟูอย่างเต็มที่ และเขาก็รู้สึกว่าร่างของเขาเต็มไปด้วยพลังราวกับมันไม่มีที่สิ้นสุด ในที่สุดก็ได้พบใครบางคนที่จะได้ท้าทาย ถังเทียนอดกลั้นความต้องการต่อสู้มาหลายวัน มันราวกับโยนประทัดลงไปในกระทะร้อน

ขณะที่บริหารร่างกาย ถังเทียนก็พ่นลมหายใจด้วยความเศร้า ขณะที่เขาก็ควบคุมตัวเองไว้ “แท้จริงแล้วข้าก็มิได้ทำตัวเป็นจอมเผด็จการมาหลายปีแล้ว…”

ทุกคนจ้องมองถังเทียนอย่างว่างเปล่า

หลังจากอบอุ่นร่างกายแล้ว ถังเทียนก็รู้สึกว่าเขาอยู่ในสภาพที่เหมาะสม เขาก็หยุดลงเอนตัวออก จ้องมองจดจ่อไปยังเปียวเกอและกล่าว “นี่ หัวล้าน เจ้ากล้าที่จะท้าทายบุรุษหนุ่มเทพผู้นี้ เจ้าได้ตายแน่!”

เมื่อเสียงหนักแน่นของเขาดังออก เขาก็ราวกับศรหลุดออกจะแหล่ง ‘ฟิ้ว’ ตรงไปยังเปียวเกอ

เปียวเกอตื่นตัวอยู่ตั้งแต่เริ่มต้น ขณะที่หมัดของถังเทียนทำให้เขาระมัดระวังตัวอย่างมาก แต่เขาก็สามารถกลายเป็นบุคคลสำคัญอันดับสองของกองกำลังชั้นนอกภายในสุสานยักษ์แห่งนี้ ด้วยความสามารถของเขาเอง ด้วยประสบการณ์ต่อสู้อันมากมายของเขา เขาก็มีความมั่นใจในตัวเอง เขาได้แตะไปถึงประตูของปราณแท้จริงขั้นห้าแล้ว และยามเมื่อเขาบรรลุสู่ขั้นห้า เขาสามารถที่จะกลายเป็นนักสู้ขั้นโลหะได้ เขามีบุคลิกที่รุนแรงและดุร้าย โหดร้ายต่อผู้คน และโหดร้ายต่อตัวเองเช่นเดียวกัน ผู้คนอื่นต่างเชื่อว่าพวกเขาต่างถูกเนรเทศ แต่เขายังคงฝึกฝนตัวเองตลอด ตราบเท่าที่ปราณของเขาบรรลุถึงขั้นห้าอย่างแท้จริง เขาก็จะสามารถออกจากสถานที่บัดซบแห่งนี้ได้

เปียวเกอแค่นเสียง ปราศจากอาการตื่นตระหนก เขายินดีที่จะตุบทีร่างของถังเทียนด้วยมือของเขา

สามลำแสงฝ่ามือสี่เหลี่ยมสีทองแยกเป็นสองเส้น หนึ่งอยู่บนอีกหนึ่งอยู่ล่าง ปรากฏเป็นตัวอักษรสวยงาม พุ่งตรงไปยังถังเทียน กระบวนท่านี้เรียกว่า [มหัศจรรย์คิงคอง] และมันเป็นระดับที่ยากยิ่ง ตอนนี้แม้ว่า [มหัศจรรย์คิงคอง] จะรุนแรง มันก็เชื่องช้ามากที่จะใช้ออกและมันเป็นที่รู้กันดีของทุกคน สามลำแสงสีทองของฝ่ามือปกคลุมกลางอากาศและก่อเกิดเป็นสามเหลี่ยมสีทองราวกับมันเป็นกำแพง พลังของมันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่มันปะทะไปยังถังเทียน

แท้จริงแล้วมันคือวิชาฝ่ามือระดับสี่

ปราณแท้จริงที่ถูกปลดปล่อยออกมาสามารถที่จะก่อเกิดเป็นรูปแบบต่างๆมากมาย!

ถังเทียนมองด้วยดวงตาที่เบิกกว้างของเขา เขาปรารถนาที่จะเพิ่มการต่อสู้ของเขา เพื่อที่จะสามารถรู้จักนักสู้แตกต่างกัน ความแข็งแกร่งที่ต่างกัน มันช่างมีความสุขนัก!

กำแพงแสงสีทองพุ่งชนไปข้างหน้า ไม่มีพลังอันใดเพียงพอที่จะต่อต้านมันได้!

สูดลมหายใจเข้าลึก ดวงตาของถังเทียนก็เต็มไปด้วยความต้องการต่อสู้ ปราณแท้จริงภายในร่างของเขาก็บรรลุไปถึงจุดสูงสุด เขามิได้หลบเลี่ยง ความเร็วของก็มิได้ลดลงเช่นเดียวกัน

กำแพงแสงสีทองเหินไปยังเขาด้วยความเร็วอย่างมาก มันเติบโตใหญ่ขึ้นภายในดวงตาของเขา ถังเทียนปลดปล่อยปราณของเขาและชกออกด้วยมันของเขา!

กายากระเรียนกระตุ้นกระบวนท่าสังหาร [หมัดมหาวินาศ]!

ปัง!

กำแพงสีทองที่แข็งราวกับเหล็กที่ส่องประกายราวกับหิมะ มันก็ระเบิดออกอย่างฉับพลัน ลำแสงของเงาที่โดดเด่น พุ่งโถมอย่างเกรี้ยวกราด ทะลุกำแพงสีทองประกายหิมะและตรงไปยังเปียวเกอ

การแสดงออกของบุรุษหัวล้านเปียวเกอเปลี่ยนไป เขาหลั่งเหงื่อเย็นเยียบ พลังขั้นแรกของฝ่ามือคิงคองของเขามิเคยล้มเหลวภายในมือเขามาก่อน อย่างไรก็ตามคู่ต่อสู้ก็สามารถใช้วิชาการต่อสู้ระดับสามบดขยี้พลังขั้นแรกของฝ่ามือคิงคองของเขาได้

สารเลวตัวนี้… มันมาจากที่ใดกัน?

ถังเทียนผู้ซึ่งอยู่ภายในอากาศแปรเปลี่ยนหมัดของเขาไปเป็นกรงเล็บ และราวกับมันเป็นเหยี่ยวที่กำลังจะกินกระต่าย เขาตะครุบไปยังเปียวเกอ

กรงเล็บเหยี่ยว!

ถังเทียนถูกทรมานภายในค่ายทหารเกณฑ์จนเชี่ยวชาญกรงเล็บเหยี่ยว มันแข็งแรงนัก นิ้วของเขาราวกับตะขอ เสียงกรีดร้องของมันราวกับเหยี่ยวที่กำลังเหินบิน

แหลมคมดุร้าย แข็งแรงและยากที่จะทำลาย!

บุรุษหัวล้านเปียวเกอหลั่งเหงื่อเย็น ขนบนร่างของเขาลุกชัน เขามิอาจไม่ใส่ใจได้ หมัดของเขาซึ่งปกคลุมไปด้วยแสงสีสอง ถอยไปข้างหลังพร้อมกับร่างของเขา

ปัง!

กรงเล็บเหยี่ยวและฝ่ามือปะทะกัน!

กรงเล็บของถังเทียนภายในอากาศคว้าไปข้างหน้า ขณะที่บุรุษหัวล้านเปียวเกอยกฝ่ามือทั้งสองเพื่อป้องกัน ราวกับมันเป็นถั่วเหลือง มันถูกบดขยี้ในทันที

ด้วยความหวาดกลัว บุรุษหัวล้านเปียวเกอพลันสัมผัสได้ถึงพลังกรงเล็บของถังเทียนแปรเปลี่ยนเป็นเอื่อยเฉื่อยและผ่อนคลายลง คู่ต่อสู้ของเขาได้ใช้พลังทั้งหมดไปกับการโจมตีนี้แล้ว บุรุษหัวล้านรวบรวมพลังทั้งหมดของเขาที่เหลืออยู่พลางกรีดร้อง “ทุกคน โจมตี!”

มิมีผู้ใดจะรู้เลยว่า ยามเมื่อเท้าของถังเทียนสัมผัสพื้น เขาก็กระเด้งขึ้นไม่แม้แต่จะหายใจทันราวกับเขาเป็นสปริง

ตุบ! ตุบ!

แต่ละก้าวของถังเทียนดูบางเบา แต่เพียงแค่รูปแบบการย่างก้าว พวกมันดูระเบิดพลังได้น่าทึ่ง ถังเทียนบรรลุไปยังความเร็วสูงสุดของเขา

แปดก้าวจักจั่นมีช่วงระเบิดพลังอย่างมาก และกระบวนท่ามันก็ยอดเยี่ยมยิ่ง

บุรุษหัวล้านรู้สึกภาพของเขาเลือนลางก่อนที่เงาของถังเทียนจะปรากฏเบื้องหน้าของเขา บุรุษหัวล้านตกใจ เขาสะบัดข้อมือของเขาและใช้ออกฝ่ามือคิงคองออกไป

ฝ่ามือและกรงเล็บก็ปะทะกัน แต่บุรุษหัวล้านเปียวเกอเพียงรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดภายในอกของเขา ราวกับมีดมากมายทะลวงผ่านเข้ามาภายในหัวใจของเขา และในขณะเดียวกัน เขาก็มิได้สนใจอันใดทั้งสิ้น เขาหยิบยืมพลังและกระเด็นถอยหลังไป

ถังเทียนมีความสุขกับการต่อสู้ครานี้ เขาไม่มีเจตนาที่จะแสดงออกความเมตตาใดๆ ด้วยการขยับร่างของเขา เขาก็ก้าวออกด้วยท้าเท่าท่องไพร ราวกับเขาถูกครอบงำด้วยบางสิ่ง เขาก็ปรากฏขึ้นด้านขวาราวกับภูตผี ในช่วงเวลานั้นยามเมื่อบุรุษหัวล้านมองไม่เห็น มือของเขาก็คว้าที่ไหล่ของบุรุษหัวล้าน

หลังจากนั้นบุรุษหัวล้านก็ถูกเหวี่ยง

ร่างที่หนักแน่นและมั่นคงของเปียวเกอไม่นับเป็นอันใดเมื่ออยู่ภายในมือของถังเทียน

[วิชาห่วงโซสัมพันธ์]!

ปัง ปัง ปัง!

บุรุษกำยำสองสามคนที่ได้ยินคำกล่าวของบุรุษหัวล้านก็กระโจนเข้าไปหาถังเทียน พวกเขาทั้งหมดต่างกระเด็นออกไปโดยถังเทียน ถูกโยนไปไกล

เงาของเขาเหินไปทั่วทุกที่ เสียงร้องก็โผล่มาทุกที่ และเสียงกรีดร้องของเขาก็ดังต่อเนื่อง

ยามเมื่อถังเทียนหยุดลง บุรุษหัวล้านภายในมือของเขาก็ตาเหลือกและมีฟองอยู่บนปากของเขา เขาหมดสติไปแล้ว

ถังเทียนรู้สึกลังเลขณะที่เขามองไปยังบุรุษหัวล้านครั้งสุดท้าย ท่าทางนั้นมันดูคล้ายว่าเขาไม่สามารถที่จะโยนบุรุษหัวล้านออกไปได้

เด็กหนุ่มอีกทั้งเจ็ดคนต่างตกตะลึง พวกเขาจ้องมองไปยังบุรุษกำยำที่โหยหวนสุดชีวิตแล้วพวกเขาก็เลื่อนสายตาไปมองยังถังเทียน เด็กหนุ่มบางคนผู้ซึ่งได้เยาะเย้ยถังเทียนต่างมีสีหน้าซีดเผือด ปราศจากร่องรอยเลือดบนใบหน้าของพวกเขา

ถังเทียนก็ยังคงโยนบุรุษหัวล้านไปบนพื้นพลางพึมพำ “ช่างอ่อนแอนัก? เจ้าอยู่ในขั้นสี่แน่งั้นหรือ? ดูคล้ายว่าเจ้าอันธพาลนี้จะแอบลักลอบเข้ามา…”

ถ้าหากบุรุษหัวล้านยังมีสติอยู่และเขาได้ยินคำกล่าวนี้ หัวใจของเขาคงแตกสลาย

ถังเทียนผู้ที่ซึ่งวางแผนว่าจะสู้อย่างถูกต้อง ก็สูญเสียความกระตือรือร้นของเขาและเริ่มที่จะตรวจสอบทรัพย์สินสงสรามของเขาทีละคน บุรุษกำยำทั้งหมดก็ต่างเปลือยเปล่า จากนั้นถังเทียนก็โยนพวกเขาไปด้านข้างอย่างลวกๆทีละคน บุรุษเปลือยเปล่ากองเป็นปิรามิดมนุษย์

ถังตรวจดูกองสิ่งของข้างหน้า แต่เขาก็ยังคงไม่มีความสุข

พวกเขาต่างเป็นกลุ่มภูติผีที่ยากจนยิ่งนัก!

นักสู้จากสมาคมนักสู้แห่งแสงได้ตกต่ำมาจนถึงขั้นนี้ มันช่างน่าอัปยศนัก! เมื่อนึกถึงความร่ำรวยของใต้เท้าข่งและสนามแห่งข้อบกพร่อง ถังเทียนก็น้ำลายไหล เหล่าอันธพาลพวกนี้ไม่มีแม้กระทั่งสมบัติขั้นทองแดงบนตัวพวกเขา พวกเขาช่างยากจนบัดซบ!

เดิมทีถังเทียนคาดคิดว่าเขาจะเก็บเกี่ยวความมั่งคั่งได้ เขาพลันพบว่าเขาเสียความพยายามของเขาในการต่อสู้ และอยู่ในอารมณ์ที่ไม่ดี

ไม่จริง นักสู้จากสมาคมนักสู้แห่งแสงนี้มันจะยากจนได้เยี่ยงไรกัน? พวกเขาจะต้องแอบซ่อนสิ่งของดีๆไว้อย่างแน่นอน!

เขามองไปรอบๆด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตร ถังเทียนสังเกตเห็นกองไม้ที่มุมหนึ่ง

ในทันทีเขาก็เรียงกระดานไม้ขึ้น ทั้งหมดมีระยะเท่ากัน บุรุษกำยำร่างเปลือยเปล่าทั้งหมดก็ถูกผูกติดนาบกับแผ่นไม้

มิมีใครรู้ว่าถังเทียนพบม้านั่งจากที่ใด แต่เขาก็นั่งด้วยใบหน้าที่บึ้งตึง

“เจ้า!” ถังเทียนสุ่มชี้ไปยังหนึ่งในเด็กหนุ่ม “ไปตักน้ำใส่ถังน้ำมานี่”

เด็กหนุ่มต่างตกใจ หวาดกลัวจนกระทั่งสีหน้าของเขาซีดขาว แต่เพียงได้ยินคำกล่าวของถังเทียน สีหน้าของเขาก็มีสีขึ้น มิกล้าที่จะกล่าวอันใด เขาไปหาถังน้ำเพื่อที่จะตักน้ำใส่อย่างทันที

เพียงไม่นานหลังจากนั้น เด็กหนุ่มก็แบกถังน้ำมา

สนามอันกว้างใหญ่ มีแผ่นไม้ที่มีระยะห่างเท่ากัน ทางด้านเหล่าเด็กหนุ่มก็เงียบกริบด้วยความกลัวอยู่ห่างออกไป และถังเทียนเพียงนั่งลงลอยชายอยู่

บุรุษหนุ่มถังนั่งบนม้านั่งราวกับเขาเป็นเจ้านายในดินแดนใต้ดินนี้มาเป็นเวลานาน เขาถอนหายใจด้วยสีหน้าที่บึ้งตึง “บัดซบ มิได้ทำตัวเป็นจอมเผด็จการมาหลายปีแล้ว…”

“แต่มันก็รู้สึกดีนัก…”

***********************************************************

ติ ชม รับข่าวสารได้ที่ แฟนเพจ ได้เลย และกดไลค์เพื่อเป็นกำลังใจด้วยครับ

จบบทที่ ตอนที่ 060 – บุรุษหัวล้านเปียวเกอ

คัดลอกลิงก์แล้ว