เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 150 การประชุมเพื่อตอบโต้

บทที่ 150 การประชุมเพื่อตอบโต้

บทที่ 150 การประชุมเพื่อตอบโต้


บทที่ 150 การประชุมเพื่อตอบโต้

หากเป็นก่อนหน้าการแข่งขันของหลินเป้ยกับเฟิงซินหยูละก็ ทุกคนในตระกูลหลินคงคิดว่าโฉวชิวกำลังหาเรื่องพวกเขาอย่างแน่นอน

แต่หลินเป้ยสามารถเอาชนะเฟิงซินหยูได้ สิ่งที่โฉวชิวพูดอาจเป็นเรื่องจริง เพราะหลินเป้ยมีความแข็งแกร่งมากกพอที่ทำเรื่องนี้

“หลินเป้ยไม่อยู่ที่นี่ แต่ข้าอยากรู้ว่า เจ้ามีหลักฐานในเรื่องนี้หรือไม่?” หลินวู่จี้กล่าวอย่างเคร่งขรึม

หลินวู่จี้รู้ดีถึงความจริงจังของเรื่องนี้ ตอนนี้หลินเป้ยเป็นอัจฉริยะที่ไม่มีใครเทียบได้ของตระกูลหลิน เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะมอบหลินเป้ยให้ เพียงเพราะกลุ่มนักรบรับจ้างสีโลหิตต้องการ

นอกจากนี้ หลินวู่จี้คิดว่าต่อให้ตัวเขาต้องการนำตัวหลินเป้ยมามอบให้ แต่ใครจะเป็นคนจับตัวเขามาให้ล่ะ?

หลินวู่จี้รู้ตัวเองดีว่า เขานั้นไม่สามารถสู้กับหลินเป้ยได้แล้วในตอนนี้

“สิ่งที่กลุ่มทหารรับจ้างกระหายเลือดของข้าพูดนั้นคือหลักฐาน ถ้าข้าบอกว่าหลินเป้ยผิดมันก็คือผิด ข้าจะให้เวลาพวกเจ้าสามวัน ให้มัดตัวหลินเป้ยส่งมาให้พวกข้า และเตรียมเงิน 5 ล้านตำลึงไว้ ด้วยเงินจำนวนนี้ พวกข้าจะพิจารณาปล่อยตระกูลหลินของเจ้าไป โดยไม่สังหารล้างตระกูลเจ้า!  ”โฉวชิวขู่

“5 ล้านตำลึง!” หลายคนอุทานออกมา “เงินจำนวนมหาศาลนี้ มันจะทำให้ตระกูลหลินล่มจม!”

“อีกสามวัน ข้าจะมาอีกครั้ง หากหลินเป้ยและเงิน 5 ล้านตำลึงไม่เตรียมไว้ กลุ่มนักรบรับจ้างสีโลหิตของข้าจะมาล้างตระกูลหลินของเจ้า” หลังจากโฉวชิวพูดจบเขาก็จากไปกับคนอื่นๆ

ใบหน้าของหลินวู่จี้มืดมน การถูกกลุ่มนักรบรับจ้างสีโลหิต เพ่งเล็งมันไม่ใช่เรื่องดี

กงเฟินบางคนที่มาดูการประลองยังไม่จากไป ดังนั้นพวกเขาจึงได้ยินเรืื่องนี้ด้วยเช่นกัน

หลายคนคิดว่าตระกูลหลินต้องลำบากแล้ว หลิ้นเป้ยได้สังหารกลุ่มนักรบรับจ้างสีโลหิตไปมากมาย ทำให้เรื่องนี้ไม่จบง่ายๆอย่างแน่นอน

“ทุกคน โปรดแยกย้าย จำไว้ว่าเรื่องนี้ไม่ได้รับอนุญาตให้พูดคุยตามอำเภอใจ พวกเราเหล่าผู้อาวุโสไว้มีการตัดสินใจในบางอย่างแล้ว” หลินวู่จี้บอกกับทุกคนในตระกูลหลิน

“ส่วนระดับผู้อาวุโสของตระกูลหลิน มาที่ห้องประชุมในทันที” หลินวู่จี้กล่าวต่อ

เรื่องนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง และพวกเขาซึ่งเป็นผู้อาวุโสของตระกูลหลิน จะต้องหารือเกี่ยวกับมาตรการตอบโต้

หลินวู่จี้ส่งคนไปแจ้งหลินเทียนและหลินเป้ยด้วย พวกเขาอยากรู้ว่าหลินเป้ยจะอธิบายเรื่องนี้ว่าอย่างไร

ในห้องประชุมตระกูลหลิน

“ท่านผู้นำตระกูล หลินเป้ยเป็นคนชั่วร้ายของตระกูล เขาสังหารกลุ่มนักรบรับจ้างสีโลหิตเป็นจำนวนมาก และนำภัยพิบัติมาสู่ตระกูลหลินของเรา ข้าขอเสนอให้จับตัวหลินเป้ยและส่งมอบให้กับกลุ่มนักรบรับจ้างสีโลหิตพร้อมเงิน 5 ล้านตำลึง เพื่อหลีกเลี่ยงหายนะครั้งของพวกเรา”หลินกล่าวด้วยความยินดีในจิตใจ เพราะภัยพิบัติของหลินเป้ย

“ข้าเห็นด้วยกับข้อเสนอของผู้อาวุโสหก” ผู้อาวุโสแปดกล่าว

“ข้าก็เห็นด้วย หลินเป้ยทำเกินไปและเขาได้ยั่วยุกลุ่มนักรบรับจ้างสีโลหิตจริงๆ” ผู้อาวุโสเก้ากล่าวเสริม

สามพี่น้องมาจากค่ายเดียวกัน!

แม้ว่าการขอให้ตระกูลหลินจ่ายเงิน 5 ล้านตำลึงจะทำลายความมั่งคั่งของตระกูลหลินอย่างร้ายแรง แต่ตราบใดที่ตระกูลสามารถอยู่รอดได้ พวกเขาก็ยังสามารถหาเงินกลับมาได้ในอนาคต

จำนวนเงินสดทั้งหมดของตระกูลหลินนั้นมีมากกว่า 6 ล้านตำลึง ซึ่งเป็นเงินที่ตระกูลหลินเก็บสะสมมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา

หากมอบ 5 ล้านตำลึงให้กับกลุ่มนักรบรับจ้างสีโลหิตทันที พื้นฐานด้านการเงินของตระกูลหลินจะได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง

นอกจากนี้ หากพวกเขาปฏิบัติตามที่กลุ่มนักรบรับจ้างสีโลหิตได้บอกแล้ว แต่กลุ่มสารเลวนี้อาจจะไม่ปล่อยพวกเขาไปก็ได้ เรื่องผิดสัญญานี้ กลุ่มนักรบรับจ้างสีโลหิตเคยทำมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน พวกเขาไม่มีความซื่อสัตย์เลยจริงๆ

คิดว่าโจรจะรักษาคำพูด?

นอกจากนี้หลินเป้ยยังสังหารบุตรชายของผู้นำกลุ่ม นี่เป็นความอาฆาตแค้นที่ไม่สามารถยอมกันได้ คงจะแปลกแล้ว ถ้ากลุ่มนักรบรับจ้างสีโลหิตไม่ชำระแค้นด้วยการล้างตระกูลหลิน

หลายคนรู้ว่าตระกูลหลินกำลังจะเผชิญกับผลที่ตามมา นอกเหนือจากการต่อสู้จนตายกับกลุ่มนักรบรับจ้างสีโลหิตแล้ว แทบไม่มีเหลือทางเลือกทางอื่นอีกเลย

“เราจะต้องรอจนกว่าหลินเป้ยจะมา เพื่อหารือเรื่องนี้” หลินวู่จี้กล่าว

ในเวลานี้ หลินวู่จี้รู้สึกสับสนมากเช่นกัน โดยไม่รู้ว่าจะแก้ไขวิกฤตินี้ได้อย่างไร?

ผู้เชี่ยวชาญมหาปรมาจารย์นักรบสามคน และผู้เชี่ยวชาญปรมาจารย์นักรบหลายร้อยคน ด้วยความแข็งแกร่งของตระกูลหลินในปัจจุบัน พวกเขาไม่มีทางที่จะเป็นคู่ต่อสู้ได้เลย

“มีอะไรจะต้องมาปรึกษากันอีก หลินเป้ยทำให้เกิดหายนะครั้งใหญ่ ทำไมตระกูลหลินของเราทั้งหมด ถึงต้องถูกฝังพร้อมกับหลินเป้ยล่ะ?” หลินหลงกล่าวอย่างไม่พอใจ

หลินหลงหวังว่าหลินเป้ยจะตายในไม่ช้า

หลินหลงเคยเผชิญหน้ากับหลินเป้ยมาหลายครั้งก่อนหน้านี้ แต่เขามักตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ และเสียหน้าอยู่เสมอ

หลินหลงเคยอิจฉาพรสวรรค์ของหลินเทียนมาก่อน แต่ตอนนี้พรสวรรค์ของหลินเป้ยนั้นชั่วร้ายยิ่งกว่าบิดาเขาซะอีก สิ่งนี้ทำให้เขารู้สึกไม่มีความสุขเลย เพราะบุตรชายของเขาไม่มีใครเทียบกับหลินเป้ยได้แม้แต่คนเดียว

หลินหลงมีบุตรชายทั้งหมดสองคน บุตรชายคนโตชื่อ หลินหยู เขาอายุ 19 ปี คราวนี้เขาได้อันดับ 9 ในการประลองของตระกูล ทำให้เขาไม่ได้เข้าร่วมการประลองในเมืองอย่างแน่นอนแล้ว

สำหรับลูกชายคนที่สองคือหลินฟาง เขาได้หายตัวไป ซึ่งป่านนี้หลินหลงยังไม่รู้ว่าหลินฟางได้ตายไปแล้วด้วยน้ำมือของหลินเป้ยนั่นเอง

ความแตกต่างระหว่างหลินหยูกับหลินเป้ยในตอนนี้ ไม่ได้แตกต่างกันเพียงเล็กน้อย แต่แตกต่างกันมากเหมือนสวรรค์และปฐพีเลยทีเดียว

หลินหลงขี้ตระหนี่และอิจฉา เขาชอบทำตัวเหมือนชายชราขี้หงุดหงิด และชอบรังแกคนที่อายุน้อยกว่า เขามีชื่อเสียงที่ไม่ดีในหมู่ผู้อาวุโสจริงๆ

“หุบปากซะ! หลินเป้ยเป็นสมาชิกคนหนึ่งของตระกูลหลินของเรา และตอนนี้กลุ่มนักรบรับจ้างสีโลหิต เพิ่งมาข่มขู่เรา เราจำเป็นต้องจ่ายเงินให้พวกมัน เพื่อยอมแพ้ในเรื่องนี้งั้นเหรอ? เจ้าคิดว่าตระกูลหลินของเรานั้นถูกรังแกได้ง่ายขนาดนี้?” หลินวู่จิ้ตระโกนใส่ด้วยความโกรธ

หลินเป้ยมีความสามารถและเป็นอัจฉริยะยิ่งกว่าหลินเทียนในตอนนั้น นี่เป็นโอกาสดีสำหรับตระกูลหลินที่จะเติบโตขึ้น

ตราบใดที่หลินเป้ยจะแข็งแกร่งขึ้นในอนาคตและช่วยเหลือตระกูลหลิน ตระกูลก็จะแข็งแกร่งกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันอย่างแน่นอน

นี่คือวิธีที่หลินเคยทำเมื่อครั้งอดีต ในตอนนั้นตระกูลหลินได้อาศัยความช่วยเหลือของหลินเทียน เพื่อกลายเป็นหนึ่งในสี่ตระกูลหลักของเมืองชิงหลินแห่งนี้

ถ้าไม่ใช่เพราะการสนับสนุนของหลินเทียนในตอนนั้น ตระกูลหลินก็จะยังคงเป็นตระกูลในหมู่บ้านเล็กๆ อยู่อย่างแน่นอน

มีหมู่บ้านเล็กๆ มากมายรอบๆ เมืองชิงหลิน หมู่บ้านเล็กๆ แต่ละหมู่บ้านมีประชากรตั้งแต่หลักร้อยจนถึงหนึ่งพันคน บางหมู่บ้านก็ใหญ่ และบางหมู่บ้านก็เล็กมาก

ย้อนกลับไปในสมัยนั้น ตระกูลหลินเป็นตระกูลหนึ่งในหมู่บ้านเล็กๆ เหล่านี้ ที่มีผู้คนประมาณร้อยคนเท่านั้น

หลังจากพัฒนามาเกือบ 20 ปี ปัจจุบันมีผู้คนประมาณ 600 คนแล้ว

น่าเสียดายที่หลินเทียนประสบอุบัติเหตุและกลายเป็นคนไร้ประสิทธิภาพ และไม่สามารถให้ความช่วยเหลือแก่ตระกูลหลินได้อีกต่อไป ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากสำหรับตระกูลหลินที่จะก้าวหน้าต่อไปในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

หลายปีที่ผ่านมา ครอบครัวหลินรู้สึกเสียใจกับหลิน แล้วตอนนี้พวกเขายังรู้สึกเสียใจกับหลินเป้ยหรือไม่?

แม้ว่านี่คือสิ่งที่หลินเป้ยทำ แต่หลินวู่จี้ก็เชื่อว่าหลินเป้ยย่อมมีปัญหาของตัวเองเช่นกัน ทุกคนเคยได้ยินเกี่ยวกับพฤติกรรมของกลุ่มนักรบรับจ้างสีโลหิตมาก่อนอยู่แล้ว และแม้ว่าพวกเขาจะตาย พวกเขาก็สมควรได้รับมัน

“ท่านหัวหน้าตระกูล ได้โปรดทบทวนอีกครั้ง อย่าพนันตระกูลของเรากับหลินเป้ยอีกเลย มันคุ้มไหมที่จะฝังตระกูลหลินทั้งหมดของเราเพื่อหลินเป้ยเพียงคนเดียว?” หลินหลงกล่าวอีกครั้ง

ผู้เอาวุโสหลายคนไม่พูด ความคิดหนักอึ้ง เรื่องนี้สำคัญมากและพวกเขาไม่สามารถแสดงความคิดเห็นอย่างไม่ตั้งใจได้

“เรื่องนี้จะมีการหารือในภายหลังเมื่อหลินเป้ยมาถึง” หลินวูจิกล่าวอย่างเย็นชาอีกครั้ง

ในไม่ช้า หลินเป้ย หลินคังและหลินเทียน ก็มาถึงห้องประชุมของตระกูล

สมาชิกของตระกูลหลินที่เดินทางไปส่งข้อความ ได้บอกทั้งสามคนแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น

หลินเทียนและหลินคังตกตะลึงเมื่อได้ยินข่าว พวกเขาไม่คิดเลยว่า กลุ่มนักรบรับจ้างสีโลหิตจะมาคุกคามตระกูลของพวกเขาโดยตรงเช่นนี้

เมื่อหลินเป้ยได้ยินข่าว ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเย็นชากลุ่มนักรบรับจ้างสีโลหิตเหล่านี้กำลังแส่หาความตายจริงๆ

ตอนนี้หลินเป้ยยังไม่ได้ไปคิดบัญชีกับพวกเขาเลย แต่พวกเขามาหาที่ตายถึงที่ ด้วยความคิดริเริ่มของพวกเขาเอง

“คำนับผู้นำตระกูล” หลังจากที่ทั้งสามมาถึงห้องประชุม พวกเขาก็ทักทายหลินวู่จี้ทันที

“หลินเป้ย อาการบาดเจ็บของเจ้าดีขึ้นหรือยัง?” หลินวู่จิ้ถามด้วยความเป็นห่วง

เมื่อไม่กี่วันก่อน อาการบาดเจ็บของหลินเป้ยค่อนข้างรุนแรง ตอนนี้เมื่อดูรูปร่างหน้าตาของเขาแล้ว เหมือนไม่มีอาการบาดเจ็บใดๆ เลย สีหน้าดูดี เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิต ไม่น่าเชื่อจริงๆ เขาฟื้นตัวในเวลาเพียงไม่กี่วัน

“ขอบคุณผู้นำตระกูลที่เป็นห่วง อาการบาดเจ็บของข้าหายดีหมดแล้ว” หลินเป้ยตอบอย่างใจเย็น

จบบทที่ บทที่ 150 การประชุมเพื่อตอบโต้

คัดลอกลิงก์แล้ว