เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 144 ความพิโรธของมังกรเพลิง

บทที่ 144 ความพิโรธของมังกรเพลิง

บทที่ 144 ความพิโรธของมังกรเพลิง


บทที่ 144 ความพิโรธของมังกรเพลิง

“หยุดพูดเรื่องไร้สาระได้แล้ว หากเจ้าต้องการเอาชนะข้า มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก” หลินเป้ยพูดอย่างเย็นชา

หลินเป้ยต้องไม่แพ้ เพื่อพิสูจน์ให้เฟิงซินหยูเห็นว่า สิ่งที่นางทำมาทั้งหมดมันคือเรื่องไร้สาระ และทำให้เขากับหลิงเทียนไม่ต้องเสียหน้าเพราะคำพูดของนางอีกต่อไป

เขาไม่ต้องการทำให้บิดาต้องผิดหวัง ดังนั้นหลินเป้ยจะทุ่มเทอย่างเต็มที่แน่นอน

“ตกลง ถ้าเจ้าตาย เจ้าไม่สามารถโทษข้าได้!” เฟิงซินหยูกล่าวอย่างเย็นชา

เพื่อที่จะชนะ เฟิงซินหยูไม่สนใจสิ่งใดทั้งสิ้น ถือได้ว่านางได้เตือนเขาในเรื่องนี้แล้ว

เฟิงซินหยูใช้มือของนางเพื่อทำสัญลักษณ์ต่างๆ หลังจากนั้นพลังจากจากสัณลักษณ์เหล่านั้นก็ผสานเข้ากับเงามายาชิงหลวน หลังจากนั้นปราณจิตวิญญาณจำนวนมหาศาลของเฟิงซินหยูก็โดนเงามายาชิงหลวนดูดเข้าไปจนทำให้มันมีพลังงานเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล

ในตอนแรกเงามายาชิงหลวนให้ความรู้สึกเลือนลางไม่เหมือนจริง แต่ตอนนี้มันเหมือนนกชิงหลวนจริงๆ ร่างกายเริ่มที่จะชัดเจนขึ้น ซึ่งบ่งชี้ว่ามันได้เริ่มแข็งแกร่งขึ้นมาแล้ว

“ชิงหลวนโจมตี!” เฟิงซินหยูตะโกน และเงามายาชิงหลวนก็รีบพุ่งไปหาหลินเป้ยทันที โดยมีแรงกดดันมหาศาลและพลังที่ไม่อาจหยุดยั้งได้

พื้นในลานประลองแตกกระจาย และมีร่องลึกขนาดใหญ่ปรากฏขึ้น

“เป้ยเอ๋อร์” หลินเทียนยืนขึ้นในกลุ่มผู้ชมและตะโกนออกมาอย่างกังวล

หลินเทียนรู้สึกถึงพลังมหาศาลจากการโจมตีของชิงหลวน นี่เป็นพลังที่สามารถปลดปล่อยได้โดยผู้ที่แข็งแกร่งขอบเขตมหาปรมาจารย์นักรบเท่านั้น

แม้ว่าระดับพลังยุทธ์ของหลินเทียนจะลดลง แต่ประสบการณ์ที่เขาเคยผ่านมาไม่มีวันหายไป

อย่างน้อยหลินเทียนก็เคยเป็นถึงขอบเขตจักรพรรดินักรบ(หวู่ฮวง) ในตอนนั้น ดังนั้นเขาจึงสามารถมองเห็นพลังโจมตีของชิงหลวนได้อย่างง่ายดายและรู้ว่ามันทรงพลังขนาดไหน

พลังของเงามายาชิงหลวนนั้นแข็งแกร่งมากอยู่แล้วก่อนหน้านี้ และตอนนี้เฟิงซินหยูยังได้เสริมพลังให้กับมันมากขึ้นไปอีก งั้นแล้วมันจะแข็งแกร่งมากขนาดไหน?

“มังกรเพลิงพิโรธ” ในเวลานี้ หลินเป้ยก็โจมตีในออกมาด้วยเวลาเดียวกัน เขาใช้ทักษะลับเพิ่มความรุนแรงเพิ่มพลังตนเองเป็น 4 เท่าในทันที

หลังจากเปิดใช้งาน 4 เท่า ใบหน้าของเขาก็เริ่มบิดเบี้ยวเพราะความเจ็บปวด พลังงานมหาศาลที่เกิดขึ้นกระทันหัน ทำให้ร่างกายรับภาระหนักมากในตอนนี้

แต่เพื่อที่จะเอาชนะเฟิงซินหยูนั้น หลินเป้ยก็ต้องทุ่มเททุกอย่าง เขาต้องงัดสิ่งที่เขามีทั้งหมดออกมา ในตอนนี้ เฝิงซินหยูได้ใช้ไม้ตายของนางแล้ว เขาคาดว่ากระบวนนี้คงเป็นกระบวนท่าสุดท้ายของนางแล้ว ถ้าเขาต้านและสวนกลับได้ เขาต้องชนะนางได้อย่างแน่นอน

หลังจากรู้สึกถึงปราณจิตวิญญาณมหาศาลที่ปะทุขึ้น เขาก็โยนปราณเข้าไปในเพลิงโอสถอย่างต่อเนื่องโดยไม่สนว่ามันจะสิ้นเปลืองปราณไปมากขนาดไหน

ในตอนนี้เขาควบรวมเพลิงโอสถทั้งหมดเข้าด้วยกัน แล้วใช้ปราณจิตวิญญาณของเขาเพื่อเสริมความแข็งแกร่ง

หลินเป้ยพยายามบีบอัดเพลิงโอสถให้หนาแน่นขึ้น ทำให้มันมีขนาดเล็กลงแต่อานุภาพของมันร้ายแรงกว่าฝนดาวตกนับ 10 เท่า!

ปราณจิตวิญญาณมหาศาลที่เขาโยนเข้าไป ทำให้พลังของเพลิงโอสถเพิ่มขึ้นหลายระดับ

ในตอนนี้ หลินเป้ยทุ่มหมดหน้าตัก

ตอนที่เงามายาชิงหลวนพุ่งมา เขาก็ควบคุมเพลิงโอสถให้เข้าหาเฟิงซินหยูเเช่นกัน

เมื่อเพลิงมายาของเขากำลังจะกระทบกับชิงหลวนของเฟิงซินหยู มันก็ขยายขนาดเพิ่มขึ้นหลายเท่าในทันที เพลิงโอสถนี้ถูกควบคุมโดยหลินเป้ย ด้วยพลังแห่งจิตวิญญาณของเขา

จากนั้นเพลิงโอสถขนาดใหญ่ก็กลายเป็นมังกรเพลิงขนาดยักษ์ และพุ่งตรงไปยังชิงหลวนที่อยู่ตรงหน้าเขา

ชิงหลวนและมังกรเพลิงปะทะกัน

“ตูม!” ลมแรงพัดขึ้นจนกลายเป็นพายุจากการปะทะกันระหว่างทั้งสองฝ่าย พัดผู้ชมจำนวนมากรอบๆ อย่างรุนแรงจนแทบไม่สามารถลืมตาขึ้นได้

หลายคนแสดงความหวาดกลัวบนใบหน้า สิ่งนี้มันทรงพลังมาก

แม้แต่ชายชราขอบเขตราชานักรบที่อยู่ข้างหมิงหลาน ในดวงตาของเขาก็มีแสงแปลกๆ วาบผ่าน

พลังมหาศาลระดับนี้ แม้แต่มหาปรมาจารย์นักรบขั้นต้นก็ยังไม่สามารถปล่อยมาได้

อาจมีเพียงผู้แข็งแกร่งมหาปรมาจารย์ขั้น 3 เท่านั้น ที่สามารถปล่อยพลังมหาศาลแบบนี้ได้ แต่อัจฉริยะสัตว์ประหลาดทั้งสองที่อยู่ตรงหน้า พวกเขาสามารถใช้พลังนี้ได้ ทั้งๆ ที่คนหนึ่งเป็นเพียงนักรบแท้จริงขั้น 4 ส่วนอีกผู้หนึ่งเป็นปรมาจารย์นักรบขั้น 7 เท่านั้น

แต่ไม่ว่าวันนี้หลินเป้ยจะชนะหรือแพ้ สิ่งนี้ก้ทำให้เขาภาคภูมิใจได้แล้ว ที่สามารถพลักดันอัจฉริยะสัตว์ประหลาดแห่งเมืองหลวงให้มาถึงจุดนี้ได้

บนเวทประลอง นกชิงหลานปะทะกับมังกรเพลิง และทั้งสองฝ่ายก็อยู่ดันพลังกันอยู่ตรงกลางสักพักหนึ่ง ทันใดนั้น นกชิงหสวนก็ทรุดตัวลงและไม่สามารถต้านทานพลังของมังกรเพลิงได้

การเชื่อมต่อของเฟิงซินหยูกับเงามายาชิงหลวนฟาถูกตัดขาด ทำให้ใบหน้าของนางซีดลง และนางก็อดไม่ได้ที่จะถอยกลับไปสามก้าว

นางไม่ได้คาดหวังว่าเงามายาชิงหลวนจะพ่ายแพ้เช่นนี้?

หลังจากที่เงามายาชิงหลวนพังทลาย ทำให้มังกรเพลิงพุ่งไปข้างหน้าเข้าหานาง แม้ว่าตอนนี้มังกรเพลิงพลังจะลดลงหลังจากปะทะ แต่มันก็ยังทรงพลังมากอยู่ดี

เป้าหมายของมังกรเพลิงคือคือเฟิงซินหยู ทำให้การแสดงออกของนางเปลี่ยนไป แต่มันก็สายเกินไปแล้วที่จะหลบหนี

เมื่อเห็นฉากนี้ การแสดงออกของผู้อาวุโสโม่ก็เปลี่ยนไป และเขาต้องการที่จะหยุดมังกรเพลิง แต่มันก็ไม่ทันแล้ว เพราะหลังจากที่เขารู้ตัว มังกรเพลิงก็ได้เริ่มโจมตีเฟิงซินหยูแล้ว

“บูม!” เสียงระเบิดดังขึ้น

ทันใดนั้น ก็มีร่างๆ หนึ่งบินออกมาจากศูยน์กลางของการระเบิด

ส่วนมังกรเพลิงก็หายไปหลังจากโจมตีเฟิงซินหยู แต่ทิ้งรอยหลุมขนาดใหญ่ไว้ตรงกลางลานประลองแทน

ส่วนร่างที่บินออกมานั้นไม่ใช่ใครอื่นนอกจากเฟิงซินหยู นางกระอักเลือดออกมาเต็มปาก ขณะลอบอยู่กลางอากาศ

“คุณหนูเฟิง” สีหน้าของผู้อาวุโสโม่เปลี่ยนไปอย่างมาก เขารีบพุ่งไปรับนางที่อยู่กลางอากาศในทันที

ในเวลานี้ เฟิงซินหยูอยู่ในสภาพที่น่าอับอายอย่างยิ่ง เสื้อผ้าของนางหลายส่วนถูกไฟไหม้ รวมทั้งผม และใบหน้าของนางก็เต็มไปด้วยเขม่าสีดำ ทำให้นางดูเหมือนขอทานจริงๆ

แม้แต่ลมปราณของเฟิงซินหยูก็อ่อนแอลงมาก และเห็นได้ชัดว่านางได้รับบาดเจ็บสาหัส

แม้ว่านางจะไม่ได้หมดสติ แต่นางก็ไม่มีแรงที่จะต่อสู้อีกต่อไป

หลังจากที่หลินเป้ยเห็นมังกรเพลิงโจมตีเฟิงซินหยูแล้ว เขาก็ยกเลิกทักษะลับเพิ่มความรุนแรงทันที เพื่อหลีกเลี่ยงภาระร่างกายที่แบกรับพลังมหาศาลไม่ไหว

“ฟูด!” หลินเป้ยอดไม่ได้ที่จะกระอักเลือดออกมาเต็มปาก ใบหน้าของเขาซีดขาวราวกับกระดาษ ทักษะลับเพิ่มความรุนแรง 4 เท่านี้ทำให้ร่างกายแบกรับมากเกินไป ทำให้ร่างกายของเขาก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นกัน

อย่างไรก็ตามหลินเป้ยยังสามารถยืนหยัดได้ในเวลานี้ และสถานการณ์ของเขาก็ดีกว่าเฟิงซินหยูมาก

“หลินเป้ยชนะ?” หลายคนแสดงสีหน้าเหลือเชื่อ ตอนนี้ผลลัพธ์ชัดเจนแล้ว หลินเป้ยคือผู้ที่ยืนหยัดอยู่บนเวทีประลองได้ ส่วนเฟิงซินหยูบาดเจ็บนอนอยู่บนพื้นแทน ดังนั้นผู้ชนะคือหลินเป้ยจริงๆ

หากเฟิงซินหยู่ยังมีกำลังเหลือพอที่จะต่อสู้ หลินเป่ยจะแพ้แน่นอน เพราะตอนนี้เขาไม่เหลือปราณจิตวิญญาณในร่างกายแล้ว

ตอนนี้เขาเกือบจะถึงขีดจำกัดแล้ว ร่างกายของเขาเจ็บปวดอย่างยิ่ง เขาทำได้เพียงแค่อดทนมันไว้

หลังจากนั้น ผู้อาวุโสโม่ก็ป้อนโอสถรักษาระดับ 4 ให้เฟิงซินหยูทันที

“หลินเปย เจ้าช่างกล้านัก ข้าจะทำให้เจ้าชดใช้!” ผู้อาวุโสโม่กล่าวด้วยความโกรธ

แม้ว่าชีวิตของเฟิงซินหยูจะไม่ตกอยู่ในอันตราย แต่นางจะไม่สามารถฟื้นตัวได้หากไม่ได้พักผ่อนเป็นเวลาสิบวันครึ่งเดือน

“ผู้อาวุโสโม่ อย่านะ!” เฟิงซินหยูหยุดผู้อาวุโสโม่ไม่ให้เขาทำอะไร แต่เสียงของนางอ่อนแอเล็กน้อย

“คุณหนูเฟิง เขาทำให้ท่านเจ็บขนาดนี้ ทำไมไม่ปล่อยให้ข้าระบายความโกรธให้เจ้าล่ะ” ผู้อาวุโสโม่ถาม

“พอเถอะ ทักษะของข้าไม่ดีเท่า” เฟิงซินหยูกล่าวด้วยสีหน้าโดดเดี่ยว

นางรู้สึกแย่มาก วันนี้นางพ่ายแพ้ต่อหน้าผู้คนหลายร้อยคนด้วยน้ำมือของหลินเป้ยที่เป็นเพียงนักรบแท้จริงขั้น 4

วันนี้นางมาเพื่อฉีกสัญญาหมั้นหมายและเรียกหลินเป่ยว่าขยะ ซึ่งเรื่องนี้กลายเป็นเรื่องตลกไปเลย ถ้าหลินเป่ยเป็นขยะ แต่นางที่พ่ายแพ้ต่อเขา นางจะเป็นอะไร!?

จบบทที่ บทที่ 144 ความพิโรธของมังกรเพลิง

คัดลอกลิงก์แล้ว