เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 126 ปรมาจารย์เปี้ยนถง

บทที่ 126 ปรมาจารย์เปี้ยนถง

บทที่ 126 ปรมาจารย์เปี้ยนถง


บทที่ 126 ปรมาจารย์เปี้ยนถง

หลินเป้ย ซุนซิงและหมิงหลาน ทั้งสามมาที่ห้องปรุงยา

โดยปกติแล้ว ร้านค้าว่านเป่าจะมีห้องปรุงยา ซึ่งจะมีนักปรุงยาทำการกลั่นโอสถเพื่อขาย

“ท่านเจ้าตำหนัก ทำไมท่านถึงมาที่นี่?” ชายวัยกลางคนเดินเข้าไปทักทายหมิงหลาน

ชายวัยกลางคนผู้นี้ชื่อ เปี้ยนถง และเขาเป็นนักปรุงยาระดับ 3 ของร้านค้าว่านเป่า

“ข้ามีสูตรยาชนิดใหม่ เลยพาคนผู้หนึ่งมากลั่นมัน และทดสอบผลของโอสถที่กลั่นมาได้” หมิงหลากล่าว

“ซุนซิง ท่านก็อยู่ที่นี่ด้วย?” ปรมาจารย์เปี้ยนถงพูดกับซุนซิง

ทั้งคู่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของหมิงหลาน ดังนั้นพวกเขาจึงรู้จักกันเป็นอย่างดี

“ถูกต้อง วันนี้ข้ามาที่นี่เพื่อดูการปรุงยาของนายน้อยหลิน ข้ากำลังเตรียมเตาปรุงยาที่ดีที่สุด นายน้อยหลินจะทำการกลั่นโอสถระดับ 3” ซุนซิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“นายน้อยหลิน? เด็หนุ่มที่อยู่ข้างๆ ท่านน่ะเหรอ เขาสามารถกลั่นโอสถระดับ 3 ได้?” ปรมาจารย์เปี้ยนถงถามอย่างสงสัย

หลินเป้ยดูอายุเพีบงแค่ 17 - 18 ปี เขาเป็นนักปรุงยาระดับ 3 งั้นหรือ?

เขาไม่เคยเห็นนักปรุงยาระดับ 3 ที่อายุน้อยขนาดนี้มาก่อน

ทั้งเปี้ยนถง และซุนซิงมีอายุเกิน 40 ปีแล้ว  ทั้งสองยังติดอยู่ที่นักปรุงยาระดับ 3 อยู่เลย

เป็นการยากที่จะก้าวสู่ระดับต่อไป

ในความเป็นจริง เมื่อเทียบกับหลายๆ คนแล้ว การเป็นนักปรุงยาระดับ 3 ถือว่าดีมากแล้ว อย่างน้อย เขาก็สามารถทำเงินได้มากมาย และใช้ชีวิตอย่างไร้กังวล

“ไม่ว่าเขาจะกลั่นได้หรือไม่ เราจะทราบได้ถ้าให้เขาลอง” ซุนซิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ตามข้ามา” ปรมาจารย์เปี้ยนถงกล่าว

ในแง่ของความคุ้นเคยกับห้องปรุงยา ไม่มีใครคุ้นเคยมากไปกว่าปรมาจารย์เปี้ยนถงผู้นี้

หมิงหลานและคนอื่นๆ ติดตามปรมาจารย์เปี้ยนถงไปที่ห้องปรุงยาขนาดใหญ่ ภายในมีเตาปรุงยาสีแดงอ่อนซึ่งดูเก่าและเข้มขลัง

“นี่คือเตาปรุงยาที่ดีที่สุดของร้านค้าว่านเป่าเรา มันคือเตาปรุงยาระดับ 4 ขั้นต้น ข้ามักจะใช้เตาปรุงยานี้เพื่อกลั่นโอสถอยู่เสมอ” ปรมาจารย์เปี้ยนถงกล่าว

เตาปรุงยาระดับ 4 มีค่ามากกว่าอาวุธวิญญาณระดับ 4 มาก

ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยการที่เตาปรุงยาผ่านการใช้งานมาอย่างยาวนาน ทำให้ปราณของสมุนไพรที่ตกค้างอยู่ในเตา มีส่วนช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพการกลั่นโอสถมากขึ้นอีกด้วย

มีคำพูดในโลกการปรุงยาว่า ยิ่งใช้เตาปรุงยามากเท่าใด ก็ยิ่งมีจิตวิญญาณมากขึ้นเท่านั้น และอัตราความสำเร็จของการปรุงยาก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย

ด้วยเตาปรุงยานี้ ทำให้อัตราความสำเร็จในการกลั่นโอสถมากขึ้นถึง 2 ส่วน (20%)

"ไม่เลวเลย"หลินเป้ยรู้สึกว่าเตาปรุงยานี้ดีมาก ๆ

เตาปรุงยาที่หลินเป้ยใช้ เป็นเตาปรุงยาใหม่ แต่ถึงจะเป็นเตาปรุงยาใหม่ เขาก็สามารถกลั่นโอสถระดับสูงได้ ซึ่งแสดงให้เห็นทักษะการปรุงยาที่ถ่ายทอดโดยระบบนั้น แข็งแกร่งกว่าทักษะปรุงยาปกติอยู่มาก

ในตอนนี้ หลินเป้ยเป็นเหมือนปรมาจารย์ปรุงยาที่ช่ำชอง แน่นอนว่า เขาสามารถปรับกลั่นได้แต่โอสถระดับ 3 ได้เท่านั้น

เนื่องจากฐานการบ่มเพาะของหลินเป้ยต่ำเกินไป การกลั่นโอสถระดับ 3 จึงเป็นขีดจำกัดที่สุดแล้ว

เป็นเพราะปราณจิตวิญญาณของหลินเป้ยนั้น แข็งแกร่งกว่าคนปกติถึง 10 เท่า ทำให้เขาสามารถกลั่นโฮสถระดับ 3 ได้

นักรบแท้จริงที่เป็นนักปรุงยาทั่วไปสามารถกลั่นโอสถระดับ 2 ได้มากที่สุดเท่านั้น

“นำสมุนไพรมา” หลินเป้ยกล่าว

หมิงหลานพยักหน้า และผู้ใต้บังคับบัญชาของหมิงหลานก็นำสมุนไพรมาให้

หมิงหลานขอให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเตรียมสมุนไพรมาสามชุด ซึ่งหลินเป้ยสามารถกลั่นได้สามครั้ง

สมุนไพรทั้งหมดของโอสถสงบจิตนั้น มีสมุนไพรหลักสองชนิดเป็นสมุนไพรระดับ 3 ส่วนสมุนไพรเสริมอีก 20 ชนิด เป็นสมุนไพรระดับ 1 และระดับ 2

หมิงหลานไม่เชื่อว่าหลินเป้ยจะสามารถกลั่นมันได้ได้สำเร็จทั้งหมดในคราวเดียว

ดังนั้นนางจึงวางแผนที่จะให้โอกาสหลินเป้ยสามครั้ง

หลินเป้ยไม่ได้กล่าวอะไร มีเพียงเปลวไฟปรากฏขึ้นบนฝ่ามือของเขาเท่านั้น ซึ่งมันเป็นเพลิงโอสถที่ควบแน่นโดยหลินเป้ย

จริงๆ แล้ว เชื้อเพลิงในการกลั่นโอสถนั้น ต้องใช้ปราณจิตวิญญาณจำนวนมาก

ทำให้การปรุงยาก็เป็นงานหนักเช่นกัน

เมื่อเห็นเพลิงโอสถในมือของหลินเป้ย ทุกคนก็พยักหน้า แสดงว่าเขาไม่ได้โกหก และถ้าสามารถควบแน่นเพลิงโอสถได้ ก็เป็นไปได้มากว่าเขาจะเป็นนักปรุงยา

ต่อไป มันจะขึ้นอยู่กับระดับการกลั่นของเขาแล้ว

ทุกคนเห็นหลินเป้ยส่งเพลิงโอสถในมือเข้าไปในเตาแรุงยาทันที หลังจากนั้นเขาก็ส่งปราณจิตวิญญาณไปในเตาปรุงยาอย่างต่อเนื่อง

ในเตาปรุงยาจะมีจุดที่สามารถกักเก็บปราณจิตวิญญาณได้ ซึ่งมันจะทำหน้าที่ค่อยๆ ส่งปราณออกมาอย่างสม่ำเสมอ

นักปรุงยาเพียงส่งปราณจิตวิญญาณเข้าไปให้เพียงพอ หลังจากนั้นจึงควบคุมขนาดของเพลิงโอสถเพียงอย่างเดียว

ด้วยวิธีนี้ นักปรุงยาไม่จำเป็นต้องใส่ปราณจิตวิญญาณเข้าไปในเตาปรุงยาอย่างต่อเนื่อง

แน่นอน เจ้าต้องแน่ใจว่ามีปราณจิตวิญญาณกักเก็บใว้ในเตาเพียงพอ ไม่เช่นนั้น จะทำให้เพลิงโอสถดับลงได้

เพลิงโอสถในเตาปรุงยาเพิ่มขึ้นทันที ดังนั้นหลินเป้ยจึงเปิดเตาปรุงยา และใส่สมุนไพรหลักทั้งสองเข้าด้วยกันเพื่อกลั่นสมุนไพรให้บริสุทธิ์

นี่คือสมุนไพรระดับ 3 และจะใช้เวลานานในการกลั่นให้บริสุทธิ์

เมื่อเห็นฉากนี้ ปรมาจารย์เปี้ยนถงและซุนซิงขมวดคิ้วเล็กน้อย ทั้งสองต่างรู้สึกว่าหลินเป้ยประมาทเล็กน้อย

เป็นเรื่องยากมากที่จะกลั่นสมุนไพรระดับ 3 ทั้งสองชนิดให้บริสุทธิ์พร้อมกัน เพราะถ้าพลาดในขั้นตอนนี้ขึ้นมา สมุนไพรทั้งสองทั้งไหม้เป็นเถ้าทันทีถ้าล้มเหลว

แต่หลินเป้ยไม่สนใจสีหน้าของพวกเขาเลย แต่มุ่งเน้นความสนใจไปที่การปรุงยา

หลังจากนั้นไม่นาน สมุนไพรทั้งสองก็เกือบจะควบรวมกันแล้ว

เห็นดังนั้น หลินเป้ยโยนสมุนไพรอื่นๆ ทั้งหมดลงในเตาปรุงยาทันที

คราวนี้ ทั้งซุนซิงและปรมาจารย์เปี้ยนถงต่างหน้าซีดด้วยความตกใจ

ไอ้หนุ่ม โยนสมุนไพรทั้งหมดลงไปง่ายๆ อย่างนี้เลยเหรอ?

พวกเขารู้สึกว่าหลินเป้ยไม่เข้าใจวิธีการปรุงยาเอาซะเลย

เพราะสมุนไพรชนิดต่างๆ มีอุณหภูมิในการกลั่นที่แตกต่างกันไปแต่ละชนิด ปกติแล้วเวลาปรมาจารย์ปรุงยากลั่นโอสถ จะใส่สมุนไพรลงไปทีละชนิดตามลำดับ เพื่อค่อยๆ กลั่นให้บริสุทธิ์ไปที่ละส่วน หลังจากนั้นถึงค่อยควบรวมมันเข้าด้วยกันเพื่อทำให้มันเป็นโอสถ. .

แต่ข้อห้ามสำคัญของการปรุงยาคือห้ามผู้อื่นรบกวนโดยเด็ดขาด แม้ว่าทั้งสองคนจะไม่พอใจเล็กน้อย แต่พวกเขาก็ไม่พูด ทั้งสองรอดูหลินเป้ยล้มเหลวในครั้งนี้

หมิงหลานขมวดคิ้ว เมื่อนางเห็นการกลั่นโอสถเช่นนี้ ในฐานะนักปรุงยาระดับ 2 นางย่อมรู้วิธีการปรุงยาอยู่แล้ว

ซุนซิงและปรมาจารย์เปี้ยนถงเป็นอาจารย์ที่สอนของนาง ทำให้หมิงหลานได้เรียนรู้การปรุงยาจากพวกเขาเป็นหลัก

ทั้งสามเงียบและเฝ้าดูต่อโดยไม่พูดอะไร พวกเขาไม่ต้องการรบกวนหลินเป้ย

ทุกคนเห็นหลินเป้ยใช้ปราณจิตวิญญาณแผ่กระจายออกไปรอบๆ เพื่อควบคุมเปลวไฟภายในอย่างแม่นยำ

ทุกคนเห็นว่าขนาดไฟในแต่ละที่ต่างกันจริงๆ ไฟทางซ้ายแรงมาก แต่ไฟทางขวาเบากว่าเล็กน้อย ส่วนไฟที่อยู่ตรงกลางก็เป็นไฟกลางอ่อนๆ

เปลวไฟเหล่านี้กลั่นสมุนไพรในส่วนต่างๆ

เมื่อเห็นฉากนี้  ทุกคนต่างแสดงสีหน้าเหลือเชื่อ ความสามารถในการควบคุมไฟนี้ สุดยอดเกินไปหรือเปล่า?

สิ่งที่หลินเป้ยทำ พวกเขาไม่สามารถทำได้ แค่คุมไฟชนิดเดียวให้สม่ำเสมอก็ยากมากแล้ว

ดังนั้นการกลั่นสมุนไพรให้บริสุทธิ์ จึงทำได้เพียงทีละชนิดเท่านั้น ตามการควบคุมความแรงของไฟ

ทักษะการปรุงยาแบบไหนกัน ที่สามารถควบคุมเปลวไฟได้ละเอียดอ่อนถึงเพียงนี้?

หลังจากนั้น หลินเป้ยกลั่นสมุนไพรทั้งหมด และกำจัดสิ่งสกปรกบางส่วนออก

ใช้เวลาไม่นาน สมุนไพรเหล่านี้ล้วนกลายเป็นของเหลวจิตวิญญาณ สิ่งเหล่านี้คือแก่นแท้ของสมุนไพร ซึ่งเป็นคุณสมบัติทางยาของสมุนไพรเหล่านี้

จากนั้นหลินเป้ยก็ใช้ทักษะอีกครั้ง เพื่อหลอมของเหลวจิตวิญญาณทั้งหมดเหล่านี้เข้าด้วยกันเพื่อควบรวมให้มันกลายเป็นโอสถ

จบบทที่ บทที่ 126 ปรมาจารย์เปี้ยนถง

คัดลอกลิงก์แล้ว