เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 47 การเชิญจากจวนแม่ทัพเจิ้นกว๋อ

บทที่ 47 การเชิญจากจวนแม่ทัพเจิ้นกว๋อ

บทที่ 47 การเชิญจากจวนแม่ทัพเจิ้นกว๋อ


บทที่ 47

การเชิญจากจวนแม่ทัพเจิ้นกว๋อ

หลินซีเหยียนนั้นอยากที่จะปลอบเขา แต่นางก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหนดี นางจึงทำได้แค่มองดูเขาที่ดื่มเข้าไปอย่างต่อเนื่อง แล้วในเวลานี้เองที่หลินซีเหยียนก็รู้สึกตัวได้ว่านางนั้นไม่รู้อะไรเกี่ยวกับชายที่อยู่ตรงหน้านางเลย

นางรู้แค่ว่าเขาคือองค์ชายที่งดงามอย่างไร้ขอบเขตและยังเป็นเจ้าของหอพันกลเท่านั้น แต่นางไม่รู้เลยว่าทำไมเขาถึงได้รับพิษที่ขาและทำไมถึงได้ทนอยู่กับความเจ็บปวดเช่นนี้

แล้วทั้งสองคนก็ได้ร่วมนั่งดื่มกันจนกระทั่งเจียงหวายเย่นั้นเมาพับหลับไปก่อน

หลินซีเหยียนจึงได้ให้อันอี้ช่วยนางพาเจียงหวายเย่กลับไปที่ห้องนอนของเขา แล้วจากนั้นก็มอบใบสั่งยาให้กับอันอี้ “นี่คือยาแก้เมาค้างที่ข้าคิดค้นขึ้นมา ซึ่งมีประสิทธิภาพดีกว่าที่ใช้กันทั่วไป”

อันอี้ก็ได้ผงกหัว

แล้วหลินซีเหยียนก็ได้ออกไปจากพระราชวังแล้วเดินทางกลับไปยังจวนมหาเสนาบดีในเวลากลางดึก แต่เนื่องด้วยเวลาที่จำกัดนางจึงได้เร่งรีบการสืบค้นของนาง

ที่จวนมหาเสนาบดีนั้นก็เงียบสงบเช่นเคย หลินซีเหยียนก็ได้มุ่งหน้าไปยังเรือนเชียนเหยียนเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วจะนั้นก็แอบลอบเข้าไปในเรือนของฮูหยินอวี้

แต่ไม่นึกเลยว่าฮูหยินอวี้ที่น่าจะหลับไปแล้ว แต่นางกลับได้ยินเสียงของฮูหยินอวี้ที่พูดออกมาด้วยความโกรธ

หลินซีเหยียนที่รู้สึกสนใจก็ได้แอบเข้าไปใกล้ๆ แล้วก็ได้ยินเสียงของฮูหยินอวี้ที่กำลังเมามายอยู่กับขวดลายครามสีขาวฟ้าและนางก็ได้พูดด่าขึ้นมาต่อ “นังจิ้งจอกฮูหยินสามนั่น มันใช้มนต์เสน่ห์จิ้งจอกอยู่ตลอดเวลา จนนายท่านไม่เคยมาหาข้าเลยเป็นเดือนแล้ว ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปนังนั่นมันจะต้องเหยียบหัวข้าขึ้นไปแน่”

“นายหญิงได้โปรดใจเย็นก่อนเถอะเจ้าค่ะ เรื่องแบบนี้จะไปเร่งรีบไม่ได้ ถึงนางจะได้รับการเอาอกเอาใจแต่นางเป็นแค่อนุเท่านั้นนะเจ้าคะ?” ป้าหลี่ที่เป็นคนรับใช้คนสนิทของ  ฮูหยินอวี้พูดขึ้นมา

“ป้าหลี่พูดถูกแล้ว อย่างนังนั่นมันทำอะไรไม่ได้มากกว่านั้นหรอก” ฮูหยินอวี้สูดลมหายใจเข้าลึกๆเพื่อสงบสติตัวเองแล้วกล่าว “ข้าอดทนมาได้ตั้ง 10 ปีแล้วข้าจะมาหัวเสียเพราะเรื่องช่วงนี้ไม่ได้”

“นายหญิงฉลาดมากเจ้าค่ะ” ป้าหลี่พูดอย่างประจบประแจง

จากนั้นฮูหยินอวี้ที่เหมือนจะหมดแรงก็ได้บอกป้าหลี่จัดการเปลี่ยนเสื้อผ้าและล้างตัวให้นาง หลังจากที่ทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว ฮูหยินอวี้ก็ได้ไล่ทุกคนออกไปแล้วไม่นานนักนางก็อยู่คนเดียวในห้องนั้น

หลินซีเหยียนที่แอบอยู่ใต้หน้าต่างก็ได้แอบดูด้านในจากช่องว่างของแผ่นไม้อย่างเงียบๆ

นางพบฮูหยินอวี้ที่เดินไปที่แจกันที่ติดอยู่ที่ผนัง และดูเหมือนจะลังเลทำอะไรบางอย่าง แต่แล้วนางก็ได้กัดฟันและขยับแจกันนั้น แล้วจากนั้นก็มีทางลับโผล่ออกมาที่พื้นห้อง

หลินซีเหยียนมองดูเหตุการณ์นี้อย่างตกใจ และรู้สึกว่าเรื่องนี้ช่างน่าสนใจมาก นางจะต้องรู้ให้ได้ว่าอย่างฮูหยินอวี้ที่เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาๆจะสามารถสร้างห้องลับขึ้นมารอดพ้นสายตาของมหาเสนาบดีได้อย่างไร มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะทำโดยไม่มีใครช่วย

นางอยากที่จะรู้ว่าใครกันที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้             หลินซีเหยียนก็มองดูฮูหยินอวี้ที่เดินลงไปที่ทางลับนั้น นางจึงได้มองเข้าไปในห้องนั้น แล้วนางก็ได้มองไปที่ทางลับนั้นแล้วพบว่ามันยังไม่ได้ถูกปิด นางจึงได้เดินตามลงไป

“เหลียนเอ๋อ เจ้าได้ทรัพย์สินแต่งงานสิบลี้ของเยี่ยซินโหรวมาแล้วหรือยัง?”

ก่อนที่นางจะเดินเข้าไปด้านใน ก็ได้ยินเสียงหงุดหงิดดังขึ้นมา หลินซีเหยียนก็ได้เม้มปากของนาง ฮูหยินอวี้นั้นมีชื่อเดิมว่าอวี้เหลียน นางที่เป็นถึงบุตรีคนที่สองของตระกูลอวี้ แต่คนที่อยู่ข้างในกลับเรียกชื่อนางห้วนๆเช่นนี้ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ย่อมไม่ธรรมดาแน่ หรือว่ามหาเสนาบดีจะถูกสวมเขาโดยไม่รู้ตัวเสียแล้ว?

ถึงแม้ว่าหลินซีเหยียนนั้นจะยินดีมากที่รู้เรื่องนี้เข้า แต่พอได้ยินชายคนนั้นพูดถึงสินสมรสสิบลี้ของแม่ของนางแล้วนางก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา แม้แต่รอยยิ้มที่มุมปากของนางก็ยังแฝงไปด้วยความรุนแรง

“เจ้าจะรีบร้อนอะไรนักหนา? นอกจากนี้ยัยปีศาจหลินซีเหยียนก็กลับมาแล้วอีก จะให้ข้ารีบได้อย่างไร?” ฮูหยินอวี้ตอบกลับอย่างไม่พอใจ

“เหลียนเอ๋อเจ้าจะต้องลงมือไวๆนะ เจ้าก็น่าจะรู้ว่าความอดทนของข้ามันต่ำ” ชายคนนั้นพูดขู่

“ฉิงหย่วนเจ้ากล้าขู่ข้างั้นเหรอ?” ฮูหยินอวี้กล่าวอย่างโมโหมาก

ฉิงหย่วนที่เห็นเช่นนั้นก็รีบใจเย็นลงแล้วกล่าว “ข้าจะไปกล้าขู่เจ้าได้อย่างไร? ถ้าไม่ใช่เพราะพวกทวงหนี้มันตามกดดันข้ามา ข้าก็คงไม่รีบร้อนแบบนี้หรอก”

เมื่อเห็นฉิงหย่วนที่ใจเย็นลง ฮูหยินอวี้ก็ได้อ่อนลงตาม “ข้าบอกให้เจ้าเลิกเล่นการพนันแล้วไม่ใช่เหรอ?”

“นี่เป็นครั้งสุดท้ายแล้ว” ฉิงหย่วนพูดด้วยเสียงที่เบามากและแฝงไปด้วยความหื่นกระหาย

“พี่หย่วน หลินซีเหยียนกลับมาคราวนี้ทำให้เรื่องต่างๆจัดการยากมากขึ้นเรื่อยๆ ถ้าเจ้าไม่รีบจัดการกับนาง ข้าก็ไม่สามารถลงมือได้เช่นกัน” ฮูหยินอวี้พูดด้วยเสียงที่แหลมเล็ก นางทำราวกับว่าตัวเองเป็นเด็กเล็กๆ

หัวใจฉิงหย่วนก็พองโตขึ้นมาเมื่อได้ยินเช่นนั้น “เจ้าจัดการให้ข้ามาทำงานที่จวนมหาเสนาบดี แล้วที่เหลือข้าจะจัดการเอง”

แล้วฮูหยินอวี้ที่อยากจะพูดอะไรบางอย่างออกมา แต่ทว่าเสียงที่นางพูดออกมานั้นกลายเป็นเสียงครางไปหมดแล้ว

หลินซีเหยียนมุมปากกระตุกขึ้นมาเมื่อนางได้ยินเสียงที่ดังมาจากข้างใน แล้วจากนั้นนางก็ได้หันหลังแล้วกลับออกไปแต่นางก็ยังรู้สึกสงสัยนิดหน่อยว่าคนที่กล้าสวมเขาให้มหาเสนาบดีหลินนั้นมีหน้าตาเป็นเช่นไร

หลินซีเหยียนก็ได้กลับไปที่เรือนเชียนเหยียนอย่างอ่อนแรงและผล็อยหลับไป

ในตอนรุ่งเช้าหลินซีเหยียนก็ถูกปลุกโดยจิ่งชุน นางนั้นยังอยากที่จะนอนต่อ อย่างไรเสียนางก็อยู่เป็นนกฮูกเมื่อคืนและมีเวลานอนแค่ครึ่งคืนเท่านั้น

แต่พอจิ่งชุนบอกนางประโยคหนึ่ง หลินซีเหยียนก็ลืมตาตื่นทันที

“คุณหนูเจ้าคะ นายท่านได้ส่งคนนำเงินมาให้ท่านแล้วเจ้าค่ะ” จิ่งชุนกล่าวพร้อมน้ำเสียงคิกคัก และดวงตาของนางก็เป็นประกาย

หลินซีเหยียนก็ได้ลุกขึ้นจากเตียงทันที นางคิดว่านางจะนอนเมื่อไรก็ได้ แต่การรับเงินเช่นนี้ไม่ได้มีบ่อยๆนัก หลินซีเหยียนจึงรีบล้างหน้าล้างตาแล้วจากนั้นก็ไปรับเงินที่พ่อบ้านเป็นคนนำมาให้

เมื่อเงินถูกนำมาส่งให้ พ่อบ้านเฒ่าก็ได้รีบออกไปทันที ซึ่งพ่อบ้านนั้นมีรอยยิ้มแบบเดียวกับเมื่อก่อน

หลินซีเหยียนผงกหัวแล้วหลังจากที่เขาจากไป ก็ได้ส่งเอกสารและเงินให้ป้าจ้าว “ป้าจ้าว ช่วยตรวจดูให้หน่อย”

ป้าจ้าวก็ผงกหัวแล้วมองไปที่สิ่งที่นำมาให้อย่างตั้งใจ แต่แล้วป้าจ้าวก็คิ้วขมวดขึ้นมาขณะที่มองดู

“มีปัญหาอะไรอย่างนั้นรึ?” หลินซีเหยียนก็คิ้วขมวดขึ้นมาอย่างประหลาดใจ 3,000 ตำลึงทองเช่นนี้ ดูเหมือนมหาเสนาบดีหลินจะวางแผนอะไรอีก ดูเหมือนว่าเขาจะยังไม่ยอมแพ้สินะ?

ป้าจ้าวก็ได้แต่จ้องมองอย่างตกใจแล้วจากนั้นดวงตาของนางก็แดงขึ้นมา “คุณหนูเจ้าคะ จำนวนเงินน่ะถูกต้องอยู่ แต่เอกสารสิ่งของที่นำมาค้ำประกันเหล่านี้เป็นสมบัติติดตัวของนายหญิงเจ้าค่ะ”

“อะไรนะ?” หลินซีเหยียนถึงกับพูดอะไรไม่ออก ดูเหมือนว่าเขาจะเอาสิ่งของที่แต่เดิมควรจะเป็นของนางนำมาใช้หนี้นาง

“ข้าเคยได้ยินมาก่อนว่านายท่านกับนายหญิงอวี้นั้นต่างก็ใช้จ่ายด้วยทรัพย์สินของนายหญิง ตอนแรกข้าก็ไม่เชื่อแต่ตอนนี้ข้าคงต้องเชื่อแล้ว ข้าไม่รู้เลยว่าจะมีอะไรเหลือให้คุณหนูบ้างตอนคุณหนูแต่งงาน”

ป้าจ้าวสงสารหลินซีเหยียนมากขึ้น แต่ก่อนนางนั้นคิดว่าหลินซีเหยียนคงจะไม่เจ็บปวดมากแม้จะเสียแม่ตั้งแต่เยาว์วัย แต่นางคิดผิดในเวลานี้แม้แต่สมบัติที่เป็นของแม่ นางเองก็ยังไม่มีติดตัวเลย

“ไม่ต้องกังวลนะป้าจ้าว ข้าจะทวงสิ่งที่เป็นข้าวของท่านแม่กลับมาให้หมด” หลินซีเหยียนได้หลบสายตาลงต่ำ ราวกับกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่

หลังจากที่รับประทานอาหารเช้าเสร็จท่ามกลางบรรยากาศที่หดหู่ หลินซีเหยียนที่ตอนแรกว่างที่จะไปที่หอคว้าจันทร์ แต่แผนของนางก็ต้องหยุดชะงัก

“ค...คุณหนูขอรับ มีจดหมายส่งมาจากตระกูลเจิ้นกว๋อขอรับ” คนเฝ้าประตูกล่าวอย่างสั่นกลัว ราวกับกลัวว่า              หลินซีเหยียนจะกินเขา

หลินซีเหยียนก็ได้ผงกหัวแล้วกล่าว “วางเอาไว้!”

แล้วคนเฝ้าประตูก็ได้ขออนุญาตและวางจดหมายแล้วรีบวิ่งหนีไปทันที หลินซีเหยียนก็อดที่จะสงสัยไม่ได้ว่าถ้าขี้กลัวขนาดนี้จะทำงานได้เหรอเนี่ย?

จิ่งชุนก็ได้ส่งจดหมายให้กับหลินซีเหยียน หลินซีเหยียนก็เปิดขึ้นมาอ่านข้อความข้างใน: ปู่ของเจ้าป่วยหนัก ข้าหวังว่าเจ้าจะมาที่จวนเจิ้นกว๋อเพื่อมาเยี่ยม

หลินซีเหยียนก็ได้ยิ้มขึ้นมา “ท่านตาก็เคลื่อนไหวรวดเร็วดีจริงๆ”

จบบทที่ บทที่ 47 การเชิญจากจวนแม่ทัพเจิ้นกว๋อ

คัดลอกลิงก์แล้ว