เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 37 จ่ายเงินซื้อตำแหน่ง

บทที่ 37 จ่ายเงินซื้อตำแหน่ง

บทที่ 37 จ่ายเงินซื้อตำแหน่ง


บทที่ 37

จ่ายเงินซื้อตำแหน่ง

“ข้าไม่เชื่อท่านหรอก” หลินซีเหยียนพูดอย่างชัดเจนว่าไม่เชื่อเขา

แล้วดวงตาสีดำของเจียงหวายเย่ก็ได้แสดงอารมณ์ที่เหงาหงอยออกมา “ข้าอุตส่าห์มาอย่างเร่งรีบ และยังไม่ได้กินอะไรเลย ขอข้าอยู่กินร่วมกับเหยียนเอ๋อไม่ได้เหรอ?”

มีความจริงที่พูดไม่ได้มากมายที่ผู้คนมักพูดกันเป็นเรื่องตลก แต่คำพูดหวานๆเช่นนี้ใครได้ยินก็ว่าเป็นเรื่องตลก

หลินซีเหยียนก็ได้มองดูการเปลี่ยนแปลงที่ไม่คาดคิดของเจียงหวายเย่ แล้วก็มีความคิดหนึ่งที่แวบเข้ามาในหัวของนาง หรือว่าเขารีบมาที่นี่ก็เพราะเขาต้องการมาช่วยนางอย่างนั้นเหรอ?

เมื่อคิดได้เช่นนี้แล้วหลินซีเหยียนก็ไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้ นางจึงได้บอกให้จิ่งชุนเตรียมสำรับเพิ่ม

“แล้วเทียนเอ๋อล่ะ?”

ในเวลานี้เหลือแค่เพียงหลินซีเหยียนและเจียงหวายเย่ที่อยู่ในห้อง และบรรยากาศก็เต็มไปด้วยความอ้ำอึ้งอยู่ชั่วขณะ

เจียงหวายเย่ที่ได้ยินเช่นนั้นก็ได้มองไปที่หลินซีเหยียนแล้วกล่าว “เทียนเอ๋อนั้นอยู่ในการดูแลของอันเอ้อ”

“มีแค่คนเดียวเองเหรอ?” หลินซีเหยียนคิ้วขมวด

เจียงหวายเย่นึกว่านางคงเป็นห่วงเทียนเอ๋อ จึงได้รีบอธิบาย “อันเอ้อนั้นเชี่ยวชาญมากในเรื่องของการซ่อนเร้นและใช้อาวุธลับ อีกทั้งวรยุทธ์ของเขาก็ไม่ธรรมดา เขาจะต้องปกป้องเทียนเอ๋อได้อย่างแน่นอน”

“องค์ชายคิดมากไปแล้ว ข้าไม่ได้กังวลตรงนั้นหรอกเจ้าค่ะ” หลินซีเหยียนที่ไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดีกล่าว “เทียนเอ๋อนั้นเก่งเรื่องของการหลบหนีอย่างกับจักจั่นลอกคราบ ข้าจึงกลัวว่าเขาจะหลบหนีออกไปสร้างปัญหาน่ะเจ้าค่ะ”

เจียงหวายเย่ก็ได้ผงกหัวจากประสบการณ์ของเขา ซึ่งเขาก็รับรู้อย่างเต็มที่ว่าเทียนเอ๋อนั้นมีความสามารถในการสร้างปัญหามากจริงๆ หลังจากที่มาอยู่ในพระราชวังได้แค่คืนเดียว ก็ไปก่อเรื่องที่สวนของเขาเสียแล้ว

เทียนเอ๋อไปเด็ดดอกไม้ต่างๆในสวนซะเหี้ยน ซึ่งมีบางดอกที่ทะนุถนอมมาเป็นอย่างดี จึงได้มีคนมาหาเขามากมายเพื่อแจ้งเรื่องนี้ แต่ก็โชคยังดีที่ได้อันอี้จัดการเรื่องให้ทั้งหมดให้

“เหยียนเอ๋อไม่ต้องกังวล อันเอ้อเองก็เชี่ยวชาญในเรื่องนี้เช่นกัน ตัวเราก็คิดไว้แล้วว่าคงไม่ดีแน่หากเทียนเอ๋อนั้นหลบหนีออกไปนอกพระราชวังได้” เจียงหวายเย่กล่าวอย่างคำนึงถึงเรื่องนี้ไว้แล้ว

หลินซีเหยียนผงกหัว แล้วนางก็เริ่มรู้สึกถึงคำที่            เจียงหวายเย่ใช้เรียกนาง ในวันนั้นนางคิดว่าเขาล้อเล่นเสียอีกที่บอกจะเรียกนางว่าเหยียนเอ๋อ แต่นางนั้นยังอยากให้เขาเรียกนางแม่นางหลินมากกว่า แต่แล้วนางก็ต้องยอมหลังจากที่โต้แย้งไปหลายรอบแต่ไม่เป็นผล

แล้วพอทั้งสองคนที่เริ่มจะหมดเรื่องพูดคุยกันแล้ว           หลินซีเหยียนก็พลันนึกถึงเรื่องที่นางเคยขอเจียงหวายเย่เอาไว้ได้ “ท่านพอจะพบเบาะแสเรื่องของการเลื่อนขั้นของมหาเสนาบดีบ้างไหม?”

เจียงหวายเย่ผงกหัวแล้วมองดูสีหน้าที่ร้อนรนของ          หลินซีเหยียน แล้วเขาก็พูดอย่างช้าๆ “มากินกันก่อนเถอะ!”

เดิมทีหลินซีเหยียนนั้นไม่เห็นด้วย แต่นางถือคติว่ารู้เร็วก็จะเตรียมตัวได้เร็วเสมอ แต่พอจิ่งชุนยกอาหารมา ท้องของนางก็ได้ร้องขึ้น

เจียงหวายเย่จึงได้มองมา แล้วก็ยิ้มให้อย่างเงียบๆ แล้วสองคนก็เริ่มกินอาหารกันอย่างเงียบๆ

ในอาหารมื้อนี้มีข้าวต้มที่เรียกว่าข้าวต้มเม็ดบัวฝูหรง แต่ดูเหมือนว่าเจียงหวายเย่นั้นจะไม่กินเม็ดบัว ดังนั้นเขาจึงได้พยายามเขี่ยเม็ดบัวออกอย่างตั้งใจ

แล้วเจียงหวายเย่ก็รู้สึกได้ถึงสายตาที่จ้องมาของ         หลินซีเหยียนแล้วก็พูดขึ้นมาอย่างจริงจัง “เปิ่นหวางไม่สามารถกินเม็ดบัวได้ ไม่อย่างนั้นผื่นมันจะขึ้น เป็นโรคที่รักษาไม่หายและจะส่งต่อไปยังรุ่นต่อรุ่นด้วย”

หลินซีเหยียนผงกหัวและคิดว่าองค์ชายคงจะแพ้เม็ดบัวนี่เอง

เมื่ออาหารมื้อนี้จบลง หลินซีเหยียนก็ได้จ้องไปที่          เจียงหวายเย่ และเฝ้ารอให้เขาตอบคำถามของนาง

เจียงหวายเย่ก็รู้สึกว่าตัวนางที่ร้อนรนเช่นนี้ดูน่ารักนัก เขาก็ได้ยิ้มขึ้นมาแล้วกล่าว “ดูเหมือนว่ามหาเสนาบดีหลินนั้นจะใช้เงินซื้อตำแหน่งมาน่ะ”

ดูเหมือนว่าเบาะแสนี้จะทำให้นางคาดไม่ถึง “ตำแหน่งที่สูงอย่างมหาเสนาบดีนั้นสามารถซื้อได้ด้วยเหรอเจ้าคะ?”

“เดิมทีมหาเสนาบดีหลินนั้นเป็นเพียงขุนนางเล็กๆที่ไม่มีใครรู้จัก เขานั้นได้รู้จักกับแม่ของเจ้าโดยบังเอิญ ซึ่งต่อมาเขาก็ทราบว่าแม่ทัพเจิ้นกว๋อนั้นรักลูกสาวคนนี้มาก เขาได้พยายามอย่างมากเพื่อที่จะเอาใจแม่นางเยี่ยจนกระทั่งได้แต่งงานกัน เจ้ารู้หรือไม่ว่าแม่ของเจ้านั้นมีขบวนแต่งงานที่ยาวถึง 10 ลี้น่ะ?” นี่เป็นครั้งแรกของเจียงหวายเย่ที่เล่าเรื่องให้คนอื่นฟังอย่างตั้งใจเช่นนี้

หลินซีเหยียนก็ได้ผงกหัวแล้วตอบ “ข้าเคยได้ยินมาบ้าง”

“มหาเสนาบดีหลินนั้น โดยลับหลังแม่ของเจ้า เขาได้ใช้ทรัพย์สินติดตัวของนางไปติดสินบนผู้บังคับบัญชาของเขาและสร้างเส้นสาย ทำให้เขาได้รับการเลื่อนขั้นเรื่อยๆ” เจียงหวายเย่กล่าว

หลินซีเหยียนก็ยิ้มอย่างเย้ยหยัน แล้วจากนั้นก็พูดออกมาอย่างสาบาน “ดูเหมือนว่าแค่ 3,000 ตำลึงทองมันจะยังน้อยไปจริงๆ หากข้าได้แต่งงานกับท่าน ท่านจะช่วยข้าเอาทรัพย์สินของท่านแม่ข้ากลับมาใช่ไหม?”

แล้วตาของเจียงหวายเย่ก็ได้ฉายแววขึ้นมาแล้วผงกหัวอย่างหนักแน่น

หลินซีเหยียนก็รู้สึกตัวได้ถึงสิ่งที่นางพูดและรู้สึกพูดอะไรไม่ออกอย่างมาก และเอาแต่พูดด่าว่าตัวเองในใจ เมื่อถึงเวลานั้นนางจะต้องหนีให้ได้ นางนั้นไม่อยากที่จะแต่งงานกับคนที่นางไม่ได้ชอบเด็ดขาด

แล้วเจียงหวายเย่ที่พูดเรื่องที่ต้องการจะพูดหมดแล้วก็ได้เตรียมตัวที่จะกลับพระราชวัง

หลินซีเหยียนก็ได้ดึงแขนเสื้อของเขาแล้วกล่าว “เดี๋ยวก่อนเจ้าค่ะ”

หลังจากที่พูดจบนางก็ได้หยิบเอาขวดหยกขวดหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อแล้วกล่าว “นี่เป็นยาของท่านที่จะทำให้ท่านสามารถยืนขึ้นได้ชั่วคราวที่ข้าปรับปรุงขึ้นมาใหม่ ทำให้ผลข้างเคียงของมันลดลงไปบ้างรับไปเสีย!”

เจียงหวายเย่ก็ได้ผงกหัวแล้วตาของเขาก็ได้เผยแววที่สนใจออกมา ก่อนหน้านี้เขานั้นได้ทุ่มไปทั้งทรัพยากรคนและสมุนไพรไปเป็นจำนวนมาก แต่เขาก็ปรับปรุงยานี้ล้มเหลว แต่ทว่าหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าเขานี้กลับสามารถทำได้

แล้วหลินซีเหยียนก็เตือนด้วยความเป็นห่วง “ถึงแม้ว่าข้าลดผลข้างเคียงของมันลงไปแล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีตัวยาที่เป็นพิษถึงสามส่วน ดังนั้นท่านอย่าใช้ยานี้พร่ำเพรื่อไม่อย่างนั้นอาการปวดที่ขาของท่านจะกำเริบขึ้นมา”

เมื่อรู้สึกได้ถึงความห่วงใย สีหน้าที่เย็นชาของ              เจียงหวายเย่ก็ได้อ่อนโยนลงมามาก

หลังจากที่นางมองส่งองค์ชายเย่ที่จากไปแล้ว               หลินซีเหยียนก็ได้ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ขึ้นมา “เราไปดูที่บ้านกว๋อกงจิ่งหยางสักหน่อยจะดีกว่า”

ก่อนหน้านี้นางได้ส่งจดหมายผ่านพิราบสื่อสารไปแล้วว่านางจะไปในวันนี้ ดังนั้นนางจึงได้เปลี่ยนเสื้อผ้าและเปลี่ยนใบหน้าของนาง และเตรียมที่จะออกจากบ้าน

ซึ่งในขณะที่นางกำลังหลบเลี่ยงและเตรียมที่จะกระโดดข้ามกำแพง นางก็ได้ยินเสียงเบาๆดังขึ้นมา ซึ่งทำให้หลินซีเหยียนได้กลิ่นของการนินทา

แล้วนางก็ได้เดินเข้าไปหาอย่างเงียบๆ

“ข้าจะพยายามส่งเจ้าไปที่เรือนเชียนเหยียน แล้วจำเอาไว้ว่าเจ้าจะต้องพยายามใส่พิษนี้ลงไปทีละนิดนะ เข้าใจไหม?” มีเสียงที่ฟังดูคุ้นเคยขึ้นมา ซึ่งเป็นสาวใช้คนสนิทของหลินหัวเยว่นั่นเอง

แล้วก็มีเสียงของเด็กสาวที่ตอบกลับมาอย่างทันที “จำได้เจ้าค่ะ ข้าน้อยจะไม่ทำให้คุณหนูผิดหวังแน่นอน”

หลินซีเหยียนส่ายหัวของนาง ดูเหมือนว่าตอนนี้นางคงจะยังออกไปไม่ได้เสียแล้ว และนางก็ได้ปล่อยมือที่เกาะกำแพงออกอย่างเงียบๆ แล้วก็หันหลังให้กำแพงแล้วเดินกลับไปที่เรือนเพื่อรอชมอะไรสนุกๆ

“คุณหนูรองอยู่ไหมเจ้าคะ?” คนที่มานั้นสุภาพมาก แต่เมื่อนึกถึงแผนการร้ายของพวกนางแล้ว นางก็รู้สึกหนาวเย็นขึ้นมาในใจของนาง คิดที่จะวางยาพิษหมอผีอย่างนั้นเหรอ? มันยังเร็วไป 100 ปี แต่นางก็สงสัยมากกว่าพิษนั้นคืออะไรกันแน่

“คุณหนูอยู่ข้างใน เจ้ามาหาคุณหนูทำไม?” จิ่งชุนไม่อนุญาตให้สาวใช้คนนั้นเขามาได้ง่ายๆ

“ข้าคือสาวใช้ที่เพิ่งถูกซื้อมาให้เจ้าค่ะ แต่ละเรือนจะได้สาวใช้เพิ่มเรือนละคนเจ้าค่ะ และข้าก็ถูกส่งมาที่เรือน               เชียนเหยียนเจ้าค่ะ” สาวใช้คนนี้ดูสุภาพมาก ถ้าหลินซีเหยียนไม่บังเอิญได้ยินเสียก่อน นางก็คงจะหลงเชื่อไปแล้ว

“ว่ายังไงดีเจ้าคะ คุณหนู?” จิ่งชุนนั้นไม่กล้าที่จะตัดสินใจโดยพลการ นางจึงได้เดินมาที่หน้าห้องของหลินซีเหยียน แล้วแจ้งให้หลินซีเหยียนนั้นได้รับรู้เรื่องของข้างนอกห้อง

แล้วจิ่งชุนก็ได้ถามนางว่าจะให้นางอยู่ได้หรือไม่ ซึ่ง    หลินซีเหยียนก็ได้ตอบตกลง

การตอบกลับมาทันทีเช่นนี้ทำให้สาวใช้คนนี้ที่เตรียมคำพูดโน้มน้าวมาไร้ประโยชน์ไปเลย แล้วนางก็ได้เตรียมที่จะออกไป “ในเมื่อคุณหนูตอบตกลงแล้ว ข้าน้อยก็ขอตัวก่อนเจ้าค่ะ”

แล้วหลินซีเหยียนผงกหัวอย่างอ่อนโยนและงดงาม

เมื่อสาวใช้ได้ออกไปแล้ว หลินซีเหยียนก็ได้เรียกให้จิ่งชุนเข้ามาหานางในห้อง

“มีอะไรเหรอเจ้าคะ คุณหนู?” จิ่งชุนถามอย่างสงสัยเมื่อนางเห็นการแต่งตัวของนาง

“ข้าจะพูดเรื่องนี้ทีหลัง เจ้าช่วยกันให้คนใหม่ทำงานที่หนักๆหน่อย และอย่าให้นางได้แตะต้องอาหารของพวกเราเด็ดขาด” หลินซีเหยียนได้ออกคำสั่งอย่างเข้มงวด

จบบทที่ บทที่ 37 จ่ายเงินซื้อตำแหน่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว