เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 29 ไร้ซึ่งความเงียบสงบ

บทที่ 29 ไร้ซึ่งความเงียบสงบ

บทที่ 29 ไร้ซึ่งความเงียบสงบ


บทที่ 29

ไร้ซึ่งความเงียบสงบ

เมื่อหลินซีเหยียนกลับมาถึงที่จวนมหาเสนาบดีนั้นก็เป็นเวลาดึกแล้ว เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่จะตามมานางก็ได้เลือกที่จะปีนกำแพงกลับเข้ามา แต่นางก็ไม่คิดว่าสิ่งที่นางทำนั้นจะทำให้มีปัญหาใหญ่ตามมาทีหลัง

มีเงาคนที่อยู่ที่มุมหนึ่งโดยที่ไม่มีใครสังเกต แล้วรีบวิ่งไปยังเรือนของหลินหัวเยว่ทันที

ณ เรือนเยว่ ดวงตาของหลินหัวเยว่นั้นได้ฉายความชั่วร้ายออกมา นางมองไปที่สาวใช้คนสนิทของนาง “เจ้าเอาเรื่องนี้ไปบอกกับหลินเสวี่ยเหยียน”

สาวใช้ก็ได้ออกจากห้องไป ห้องนั้นก็เหลือหลินหัวเยว่อยู่เพียงลำพัง นางมองไปที่ประตูแล้วก็หัวเราะออกมาซึ่งเข้ากับใบหน้าที่ไร้ซึ่งเลือดของนางยิ่งนัก นางนั้นดูราวกับผีที่มาจากนรกมาก “หลินซีเหยียน ข้าจะไม่มีวันปล่อยเจ้าไปง่ายๆแน่”

ณ เรือนเสวี่ยของคุณหนูสามบ้านมหาเสนาบดี ใบหน้าของหลินเสวี่ยเหยียนนั้นปรากฏความตื่นเต้นออกมา “จริงเหรอ? มีผู้ชายเข้าไปในเรือนของหลินซีเหยียนจริงๆเหรอ?”

สาวใช้คนหนึ่งที่นั่งคุกเข่าอยู่ที่พื้นนั้นตัวสั่นและผงกหัว “เป็นข้าน้อยที่มองเห็นด้วยตาตัวเองเจ้าค่ะ ดังนั้นไม่ใช่เรื่องโกหกหรอกเจ้าค่ะ”

“ดี ถ้างั้นเจ้ามัวรออะไรอยู่? รีบเอาเรื่องนี้ไปบอกท่านพ่อ และบอกด้วยว่าข้าจะไปเอาเรื่องกับหลินซีเหยียน” หลังจากที่หลินเสวี่ยเหยียนพูดจบนางก็ได้มุ่งหน้าไปยังเรือนของ              หลินซีเหยียนพร้อมด้วยปี้ฉุ่ย

นางนั้นยังจำได้ว่าเมื่อไม่กี่วันก่อน นางกับหลินซีเหยียนนั้นได้พนันกันเอาไว้ว่าหากใครแพ้พนันคนนั้นจะต้องยอมเป็นคนใช้ ซึ่งเรื่องนี้ทำให้นางต้องหลบเลี่ยงหลินซีเหยียนมาโดยตลอด แต่ในที่สุดวันนี้นางจะได้จบเรื่องนี้กันเสียที

หลินซีเหยียนที่ยังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ ก็กำลังอาบน้ำอย่างสบายตัวหลังจากที่จัดการกับเสื้อผ้าเหล่านั้นเรียบร้อยแล้ว

“ท่านแม่” ในขณะที่หลินซีเหยียนกำลังอ่านตำราแพทย์อยู่นั้น เสียงของเทียนเอ๋อก็ดังขึ้นมา

หลินซีเหยียนจึงได้บอกให้เขาเข้ามาด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา เทียนเอ๋อจึงได้เข้ามาอย่างกลัวๆ และพูดด้วยน้ำเสียงที่ประจบ “ท่านแม่ขอรับ เทียนเอ๋อแค่อยากจะออกไปข้างนอกแล้วรีบกลับมา แต่กลับต้องเสียเวลาไปกับอะไรบางอย่างน่ะขอรับ”

“เกิดอะไรขึ้น?” หลินซีเหยียนหรี่สายตาและดูสภาพที่ยุ่งเหยิงที่เกิดจากพยายามของเทียนเอ๋อแล้วนางเปลี่ยนอารมณ์ของนางขึ้นมา

“ทันทีที่ข้าออกไปข้างนอกวันนี้ ข้าเจอกับคนที่ไม่น่าสบอารมณ์เข้าน่ะขอรับ ไม่เพียงแค่เขาจะน่าเกลียดมากแล้ว เขายังชอบทำร้ายผู้หญิงและทำเรื่องไม่ดี ข้าทนไม่ไหวก็เลยสั่งสอนพวกเขาไป แต่แล้วดูเหมือนหมอนั่นจะจำข้าได้และออกไล่ล่าตามข้าขอรับ” เทียนเอ๋อกล่าวขณะที่ทุบอกเล็กๆของเขาอย่างภูมิใจ

หลินซีเหยียนจึงได้วางหนังสือลงแล้วเดินไปหา               เทียนเอ๋อแล้วกล่าวด้วยอย่างจริงจัง “ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็ควรจะศึกษาเรื่องของการปลอมตัวอย่างง่ายๆดู เจ้าจะได้ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกจำได้”

หลังจากที่พูดจบนางก็เหมือนกับนึกบางเรื่องออกได้ “จะว่าไปเจ้าเห็นยาในขวดสีดำๆที่ข้าวางไว้ในกล่องบ้างไหม?”

เทียนเอ๋อผงกหัวเมื่อได้ยินเข้า แล้วตอบอย่างจริงจัง “ยาขวดนั้นเหมือนจะไม่ส่งผลอะไรเลย ไม่สามารถทำคนหัวเราะหรือว่ามีอาการคันเลยขอรับ”

มุมปากของหลินซีเหยียนก็กระตุกหน่อยๆ และมองไปที่เทียนเอ๋อด้วยสายตาไม่อยากเชื่อว่าจะใช้ลงไปแล้ว......

นางได้ลองทำยาขวดหนึ่ง ซึ่งเป็นยาพิเศษที่ทำให้ท่านชายนกเขาไม่ขัน เมื่อคิดเช่นนั้นแล้วหลินซีเหยียนก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา นางไม่รู้ว่าใครคือชายผู้โชคร้ายคนนั้น

“ต่อจากนี้แม่ไม่อนุญาตให้เจ้าหยิบยาขวดสีดำไปอีกแล้วนะ” หลินซีเหยียนกล่าวกับเทียนเอ๋ออย่างดุๆ

เทียนเอ๋อผงกหัวอย่างเศร้าๆเล็กน้อย

ในขณะที่หลินซีเหยียนกำลังจะพูดอะไรอยู่นั้น ก็ได้มีเสียงเอะอะดังมาจากนอกประตู

“ไม่ได้นะเจ้าคะคุณหนูสาม คุณหนูกำลังพักผ่อนอยู่ ท่าน.....” จิ่งชุนกำลังพยายามห้ามนางอยู่

อย่างไรก็ตามหลินเสวี่ยเหยียนก็ได้พยายามดึงดันจะเข้ามา และจ้องไปที่จิ่งชุน “เป็นแค่สาวใช้ชั้นต่ำแต่กล้ามาหยุดข้างั้นเหรอ? ดีล่ะข้าจะสั่งสอนเจ้าก่อน”

“ใครกล้าทำก็ลองดู!” หลินซีเหยียนพูดออกมาด้วยใบหน้าที่มืดดำ และผลักประตูออกมาซึ่งนางก็พบว่าเหล่าคนเก่าคนแก่ที่เพิ่งถูกย้ายกลับมาเมื่อไม่กี่วันก่อนต่างก็ยืนมองดูอยู่ห่างๆ ไม่มีใครคิดช่วยจิ่งชุนเลย

แล้วเหล่าคนเฒ่าคนแก่ต่างก็พากันก้มหน้าไม่กล้ามองมาที่หลินซีเหยียน

หลินซีเหยียนพยายามระงับความโกรธของนางแล้วหันหน้าไปมองหลินเสวี่ยเหยียนที่กำลังยิ้มอย่างร่าเริง “อะไรกันคุณหนูสามเพิ่งนึกออกได้หรือว่าพร้อมที่จะมาเป็นคนรับใช้ของข้าแล้วงั้นเหรอ?”

คำพูดประชดประชันนี้ทำให้หลินเสวี่ยเหยียนโมโหขึ้นมา “หลินซีเหยียนเจ้าเป็นแค่คนโง่แท้ๆ คิดว่าเจ้ามีค่ามากพอที่จะสั่งสอนข้าคนนี้งั้นเหรอ?”

หลังจากที่นางพูดจบ นางก็ได้มองไปที่หลินซีเหยียนอย่างยั่วโมโห “หลินซีเหยียน เจ้านี่มันตัวหน้าขายหน้าของบ้านมหาเสนาบดีจริงๆ ไม่เพียงแต่เจ้าจะหนีตามคนอื่นไป แต่เจ้ายังจะกล้าเอาผู้ชายมาหลบซ่อนอีก เจ้านี่มันช่างสำส่อนจริงๆ”

คำพูดว่าร้ายเช่นนี้ทำให้หลินซีเหยียนคิ้วขมวดขึ้นมาอย่างโมโห

“หุบปาก เป็นแค่ต้นหอมเขียวอย่างเจ้าถือดียังไงกล้ามาว่าท่านแม่ของข้าเช่นนี้ เดี๋ยวข้าก็ทุบตีเจ้าเสียหรอก” ดวงตาของเทียนเอ๋อแดงก่ำ และสะบัดกำปั้นน้อยๆของเขา

หลินเสวี่ยเหยียนนั้นไม่กลัวเลยแม้แต่น้อยและพูดสวนกลับอย่างรุนแรง “เจ้ามันก็แค่คนชั้นต่ำ ถือดียังไงมาพูดกับข้าเช่นนี้”

“เทียนเอ๋อไม่ใช่ชนชั้นต่ำนะ” ตาของเทียนเอ๋อแดงขึ้นมาด้วยความโกรธ

หลินซีเหยียนที่เห็นเช่นนั้น ดวงตาของนางก็ได้มืดสนิทขึ้นมา นางนั้นใช้ชีวิตกันเพียงสองคนแม่ลูกมาโดยตลอด นางนั้นสามารถอดทนต่อการดูถูกและสายตาแปลกๆได้ แต่มันก็ยังมีข้อยกเว้นอยู่และเทียนเอ๋อคือข้อยกเว้นนั้น

นางอดทนต่อไปไม่ไหว และไม่คิดที่จะอดทนต่อไปด้วย หลังจากนั้นนางก็ไม่ได้มองไปที่คนเหล่านี้อีก ร่างเงาของ         หลินซีเหยียนก็ได้ปรากฏขึ้นมาระหว่างคนเหล่านั้น หลังจากนั้นสักพักผู้คนที่อยู่รอบๆหลินเสวี่ยเหยียนก็พากันทรุดลงไปกองกับพื้น

หลินเสวี่ยเหยียนก็ได้มองไปที่หลินซีเหยียนด้วยความกลัวราวกับกำลังเห็นผีก็ได้พูดขึ้นมา “หลินซีเหยียนเจ้ากำลังทำอะไรน่ะ?”

“ก็ลองเดาดูสิว่าข้าทำอะไร?” หลินซีเหยียนยิ้มขึ้นมาด้วยริมฝีปากแดงๆของนาง แล้วเดินเข้าไปหาหลิวเสวี่ยเหยียนเรื่อยๆ

หลินเสวี่ยเหยียนก็ได้ถอยออกมาด้วยความกลัว โดยไร้ซึ่งการระวังตัวนางก็ได้เดินเหยียบเขากับชายกระโปรงแล้วล้มลงไปกองกับพื้นและพูดด้วยความหวาดกลัว “อย่าเข้ามานะ ท่านพ่อรีบๆมาช่วยข้า เร็วเข้า!”

หลินเสวี่ยเหยียนร้องไห้อย่างดื้อรั้น และในขณะที่              หลินซีเหยียนกับคิดจะหัวเราะอยู่นั้นเอง มหาเสนาบดีหลินก็ปรากฏตัว

แล้วในตอนนั้นเองมหาเสนาบดีหลินก็ได้ตะโกนอย่างเต็มเสียง “หลินซีเหยียน เจ้าทำร้ายเยว่เอ๋อยังไม่พอใจ? เจ้ายังจะมาลงมือกับเสวี่ยเหยียนอีกเหรอ”

มองดูมหาเสนาบดีหลินที่มีทีท่าสุภาพแล้ว หลินซีเหยียนก็ได้ยิ้มอย่างเสียดสี “ท่านมหาเสนาบดีหลินท่านควรจะมีความเป็นกลางสักหน่อยนะ”

“แต่ในฐานะพ่อแล้ว ข้าเห็นว่าทำมากเกินไปหน่อยนะ” มหาเสนาบดีหลินกล่าว

สำหรับคนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวแล้ว ก็คงคิดว่าหลินซีเหยียนนั้นหน้ามืดตาบอด นางได้หันหลังกลับและจูงมือเทียนเอ๋อแล้ว กล่าว “พาหลินเสวี่ยเหยียนกลับไปเสีย และอย่าได้เข้ามาในเรือนเล็กๆของข้าอีก ไม่อย่างนั้นก็เตรียมรับผลที่จะตามมาด้วยตัวเองก็แล้วกัน”

เมื่อคิดว่าเรื่องนี้น่าจะจบลงแล้ว แต่หลินเสวี่ยเหยียนนั้นยังไม่ยอมจบง่ายๆ

“ท่านพ่อ ข้ายังไม่ไป หลินซีเหยียน นังนั่นซ่อนผู้ชายเอาไว้เจ้าค่ะ” หลินเสวี่ยเหยียนดึงแขนเสื้อของมหาเสนาบดีหลินเอาไว้ด้วยสีหน้าไม่ยอมง่ายๆ

มหาเสนาบดีหลินที่ได้ยินเข้าก็ได้มีแววตาคำนวณขึ้นมาแล้วเขาก็เอ่ยปากหยุด “เดี๋ยวก่อน! ที่น้องสาวเจ้าว่าเป็นความจริงรึ?”

“ไม่จริง” หลินซีเหยียนหันกลับมาแล้วมองไปที่มหาเสนาบดีหลินอย่างขำขัน

มหาเสนาบดีหลินไม่รู้ว่าจะตอบเช่นใน จึงได้แต่ทำเป็นไอกลบเกลื่อน “ถ้าเช่นนั้นขอข้าตรวจดูหน่อยเพื่อความปลอดภัย”

“แล้วถ้าข้าไม่ตกลงล่ะ?” หลินซีเหยียนกล่าวอย่างไม่ให้โอกาสได้ง่ายๆ

“อย่ามาพูดเอาแต่ใจ” เมื่อมหาเสนาบดีหลินพูดจบ เขาก็ได้สะบัดมือและมีคนที่พร้อมที่จะเดินผ่านหลินซีเหยียนเข้าไปตรวจดู

แต่หลินซีเหยียนก็ได้เข้ามาขวางไม่ให้ใครเข้าไป

“ซีเหยียน นี่ก็เพื่อพ่อและตัวของเจ้าเองนะ” มหาเสนาบดีหลินกล่าว

จบบทที่ บทที่ 29 ไร้ซึ่งความเงียบสงบ

คัดลอกลิงก์แล้ว