เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 26 โรคที่ยากจะรักษา

บทที่ 26 โรคที่ยากจะรักษา

บทที่ 26 โรคที่ยากจะรักษา


บทที่ 26

โรคที่ยากจะรักษา

“ในที่สุดก็มีงานให้ทำเสียที” หลินซีเหยียนลุกขึ้นยืน และแต่งตัวเป็นผู้ชายจากนั้นก็มองหาเทียนเอ๋อ แต่ทว่ากลับไม่เจอเจ้าลูกชิ้นน้อยที่ไหนเลย

ไม่น่าแปลกใจ ต่อให้เป็นนางก็ยังรู้สึกเบื่อถ้าต้องอยู่แต่ในบ้านตลอดทั้งวัน หลินซีเหยียนจึงได้เลิกคิดที่จะออกตามหาเทียนเอ๋อที่แอบหนีออกไปแล้ว เมื่อนางเตรียมตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว หลินซีเหยียนก็ได้ออกไปข้างนอกตามลำพัง

นางออกไปยังโรงเตี๊ยมซ่อมซ่อแห่งหนึ่ง ทันทีที่นางเข้ามานางก็ได้โชว์กำไลที่ข้อมือของนางให้ดู แล้วจากนั้นก็มีเด็กน้อยเดินมาหานางแล้วพานางไปยังห้องชั้นบนที่ดูหรูหรา

ทันทีที่หลินซีเหยียนเข้ามาในห้องนั้น นางก็ได้ถูกกอดโดยคนในชุดสีแดง ซึ่งกลิ่นของแป้งก็ได้ตลบอบอวลรอบจมูกของนาง ซึ่งทำให้นางพยายามขัดขืน

“เสี่ยวเหยียนเอ๋อ ข้าคิดถึงเจ้ามากแค่ไหนรู้ไหม เจ้าเล่นขาดการติดต่อไปนานมากเลย” คนคนนั้นกอดหลินซีเหยียนแบบไม่ยอมปล่อย

“หลงเยว่ ข้าบอกกี่ครั้งแล้วว่าเจ้าน่ะเป็นถึงรองเจ้าสำนักพิษของเรา หัดรักษาภาพพจน์ตัวเองหน่อย” หลินซีเหยียนกล่าวอย่างช่วยไม่ได้

หลงเยว่ที่ได้ยินก็เบ้ปากแล้วบ่นออกมา “แล้ว               เสี่ยวเหยียนเอ๋อไม่คิดถึงข้าบ้างเหรอ?”

“ตัวตนของผู้ป่วยและอาการ” หลินซีเหยียนก็พูดด้วยทีท่าราวกับนักธุรกิจ

“เป็นชายคนที่ทั้งตัวตนและชื่อยังไม่ทราบ แต่ติดพิษร้ายแรงมาก”

คำตอบของหลงเยว่ทำเอาหลินซีเหยียนถึงกับเม้มปากแล้วกล่าว “ไม่รู้อะไรเลยแบบนี้มั่นใจนะว่าจะไม่ถูกหลอกน่ะ?”

“ก็ไม่มั่นใจเหมือนกัน แต่พวกเขายอมจ่ายเป็นจำนวนมากเพื่อเป็นค่ารักษา” หลงเยว่กล่าว

แน่นอนว่าเมื่อหลินซีเหยียนได้ยินเช่นนี้ก็ถึงกับหูผึ่งทันที “เอาเถอะ ไม่ว่าเขาจะเป็นพวกต้มตุ๋นหรือไม่ แต่ข้าจะรับงานนี้เอง”

มองไปที่สีหน้าของผู้ที่ชื่นชอบเงินอย่างหลินซีเหยียนแล้ว หลงเยว่ก็ได้ยิ้มออกมา หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ได้แลกเปลี่ยนข่าวสารกัน แล้วหลินซีเหยียนก็ได้กลับออกมา หลังจากที่ออกมาได้ไม่นาน นางก็พบกับคนที่นางไม่อยากพบหน้ามากที่สุดในเวลานี้

“คนงาม พวกเราพบกันอีกแล้วนะ” หลังจากที่เก็บตัวถึงสามวัน นางก็เจอกับซางกวนจิ่นอีกจนได้

หลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในงานเลี้ยงวันพระราชสมภพนั้น หลินซีเหยียนไม่อยากจะเชื่อว่าซางกวนจิ่นนั้นจะหลงรักนางหัวปักหัวปำขนาดนี้

ซางกวนจิ่นก็ได้พูดมากมาย แล้วพอพบว่าหลินซีเหยียนนั้นไม่ได้สนใจเขาเลย เขาก็รู้สึกเศร้าใจขึ้นมา “เสี่ยวเหยียนเอ๋อ เจ้าเมินข้าทำไมกัน?”

มองไปที่ซางกวนจิ่นที่เข้ามาใกล้เรื่อยๆ หลินซีเหยียนก็ได้กระแอม “คุณชายซางกวน ได้โปรดสำรวมตัวเองด้วย”

เหมือนว่าคำพูดหมางเมินของนางนั้นไม่ได้ทำให้ความกุลีกุจอของซางกวนจิ่นลดลงเลย จนกระทั่งมีใครบางคนโผล่ขึ้นมาขัด

“คุณชายซางกวนนี่เอง ช่างบังเอิญอะไรอย่างนี้” ผู้พูดนั้นถือร่มกระดาษในมือของนาง จึงทำให้หลินซีเหยียนมองหน้าผู้พูดได้ไม่ชัดนัก แต่รู้ว่าจะต้องเป็นผู้หญิงแน่ๆ

ซางกวนจิ่นที่ได้ยินก็ได้ตอบกลับอย่างคุ้นเคย “แม่นางฉินหลงมาทำอะไรที่นี่?”

เสียงของฉินหลงนั้นงดงามมาก ราวกับเป็นน้ำแร่ที่อยู่กระแสน้ำลึก ซึ่งทำให้ผู้คนที่ได้ยินรู้สึกผ่อนคลาย “บังเอิญว่ากระดาษหิมะของที่หอหมด ข้าจึงได้ออกมาหาซื้อน่ะเจ้าคะ”

กระดาษหิมะนั้นคือกระดาษเซวียนจื่อที่ดีที่สุด มันมีชื่อเสียงมากเพราะความขาวราวกับหิมะที่ไร้ริ้วรอยของมัน ซึ่งไม่ต้องบรรยายเลยว่าราคามันจะแพงมากขนาดไหน แต่หญิงสาวที่อยู่ตรงหน้านางนี้กลับดูธรรมดามาก หรือว่านางจะเป็นลูกเศรษฐีกันนะ?

หลินซีเหยียนมองไปที่ฉินหลงพลางคิดว่านางควรจะสนิทกับคนรวยเช่นนี้ดีไหม......

ฉินหลงที่รู้สึกได้ถึงสายตาของหลินซีเหยียนที่จ้องมาที่นาง นางจึงได้หันมาจ้องหน้ากับหลินซีเหยียน “ซางกวนจิ่น ไม่ทราบว่าท่านนี้คือใคร?”

“ให้ข้าได้แนะนำนะ แม่นางผู้นี้คือหลินซีเหยียนบุตรีคนที่สองของมหาเสนาบดีน่ะ” ซางกวนจิ่นสะบัดพัดในมือของเขาเบาๆแล้วสายตาก็จับจ้องไปที่หลินซีเหยียน

พอฉินหลงได้ยินสายตาของนางก็เต็มไปด้วยความสนใจ อย่างไรเสียบุตรีคนที่สองของมหาเสนาบดีนั้นกำลังเป็นที่พูดถึงในเมืองหลวงขณะนี้

เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังจ้องมองมาที่นาง หลินซีเหยียนนั้นไม่ได้รู้สึกรำคาญแต่อย่างใด กลับกันนางก็ได้เปิดริมฝีปากแดงของนาง “แม่นางฉินหลง จะไม่แนะนำตัวท่านเองหน่อยเหรอ?

ฉินหลงจึงได้เม้มปากของนาง จากนั้นก็ได้ยิ้มออกมาอย่างน่าหลงใหล “ไม่ทราบว่าแม่นางหลินรู้จักหอเหวินชิวหรือไม่?”

หลินซีเหยียนผงกหัว “ข้าทราบมาว่าหญิงสาวของที่นั่นล้วนแต่มีความสามารถ และพวกนางก็ขายแต่งานศิลปะแต่ไม่ได้ขายบริการใช่หรือไม่?”

“ใช่แล้วเจ้าค่ะ และข้าก็เป็นหนึ่งในนั้น” ฉินหลงได้ตอบอย่างภูมิใจ โดยไม่ได้มีความน้อยเนื้อต่ำใจในตัวตนของนางเลย

หลินซีเหยียนก็ได้ยักคิ้วอย่างซาบซึ้ง นางนั้นชอบหญิงสาวเช่นนี้มาก แต่นางก็นึกขึ้นได้ว่านางนั้นยังมีอย่างอื่นต้องไปทำ “แม่นางฉินหลงข้าคงต้องขอตัวก่อน ข้ายังมีธุระอื่นต้องไปสะสาง เอาไว้ข้าจะไปหาท่านสักวันหนึ่ง”

ซางกวนจิ่นนั้นอยากที่จะอยู่กับหลินซีเหยียนต่อแต่เขาก็ไม่ไป ซางกวนจิ่นนั้นคือผู้ที่ชื่นชมดอกไม้งามอยู่ตลอดเวลา และรู้ดีว่านางอาจจะเบื่อเขาได้หากเขากดดันนางมากเกินไป เขาจึงคิดพอแค่นี้

แล้วสายตาของฉินหลงก็ปรากฏความสงสัยขึ้นมาเมื่อนางเห็นภาพเช่นนี้ “คุณชายซางกวนก็ลังเลเป็นด้วยหรือ?”

ด้วยรอยยิ้มที่เป็นธรรมชาติบวกกับตาหงส์ไฟและไฝใต้ตา ให้ความรู้สึกน่าหลงใหลราวกับปีศาจไม่ว่าจะมองไปทางไหน แต่ในเวลานี้เขากลับลังเล “ฉินหลง เจ้าเชื่อเรื่องรักแรกพบบ้างไหม?”

ชายผู้นี้ที่ปกติจะยิ้มและมองทุกสิ่งทุกอย่างเป็นเรื่องง่ายเสมอ แต่ในเวลานี้มันได้หายไปแล้ว ซึ่งทำให้ฉินหลงสงสัยว่าเขาเป็นอะไรไป แต่เป็นเพราะรักแรกพบเช่นนั้นเหรอ?

ฉินหลงก็ได้ยิ้มขึ้นมา รอยยิ้มของนางนั้นงดงามมากทำให้ผู้คนรอบตัวนางต่างก็หยุดมองดู “ไม่รู้คุณชายจะเชื่อข้าหรือไม่? แต่ข้าไม่เคยเชื่อเรื่องเช่นนั้น”

“จริงสิวันนี้ข้าไม่มีอะไรทำ ดังนั้นข้าจะไปซื้อกระดาษเป็นเพื่อนแม่นางฉินก็แล้วกัน” แล้วซางกวนจิ่นก็ได้ลบใบหน้าที่หดหู่ของเขาไป กลับกลายเป็นสดใสร่าเริงแบบแต่ก่อน

ส่วนหลินซีเหยียนที่แยกทางกับพวกเขาไปนั้น ก็ได้เปลี่ยนไปใส่ชุดผู้ชายและเปลี่ยนรูปโฉมของนาง แล้วยืนอยู่หน้าโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง และลังเลว่าจะเข้าไปดีหรือไม่

บรรยากาศของโรงเตี๊ยมแห่งนี้แปลกประหลาดมาก ไม่มีลูกค้าอยู่เลยทั้งๆที่เป็นร้านใหญ่ขนาดนี้ หรือว่ามันจะถูกซื้อไปโดยใครบางคนเพราะว่านางจะมาที่นี่กันนะ?

“เอาเถอะ ทุกสิ่งทุกอย่างซื้อได้ด้วยเงินจริงๆ”               หลินซีเหยียนถอนหายใจและเดินเข้าไปข้างใน

ทันทีที่หลินซีเหยียนเข้ามาข้างใน ประตูโรงเตี๊ยมก็ปิดสนิท เสียงปิดประตูที่ดังลั่นทำให้หัวใจของนางเต้นเร็วขึ้นเรื่อยๆ

“ไม่ทราบว่าท่านคือหมอผีที่มีชื่อเสียงใช่หรือไม่?” มีเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นมา เมื่อหลินซีเหยียนเงยหน้าขึ้นไปก็พบกับใบหน้านิ่งๆของอันอี้

หรือว่าผู้จ้างวานในครั้งนี้จะคือองค์ชายเย่? มันทำให้นางรู้สึกไม่ดีขึ้นมา เจียงหวายเย่นั้นบอกอย่างชัดเจนว่าเขาเชื่อมือนาง แต่ไม่คิดว่าเขากลับแอบไปมองหาการรักษาจากที่อื่นอีกเช่นนี้

“ท่านขอรับ?” เมื่อเห็นว่าไม่ตอบกลับมา เขาก็ได้ถามย้ำ

หลินซีเหยียนที่รู้สึกตัวก็ได้ดุตัวเองที่เกือบทำงานพลาดเสียแล้ว เพื่อที่จะได้ไม่ถูกจับได้หลินซีเหยียนก็ได้ทำเสียงของตัวเองให้ดูทุ้มๆ เสียงของนางนั้นแหบห้าวราวกับคนใกล้ตาย “ข้าเองแหละ แล้วผู้ป่วยอยู่ที่ไหน?”

น้ำเสียงของหลินซีเหยียนนั้นแย่มาก แต่อันอี้ก็ไม่ได้สนใจ อย่างไรเสียคนที่มากความสามารถนั้นมักจะชอบมีพฤติกรรมแปลกๆอยู่แล้ว

“ได้โปรดตามข้าน้อยมา” แล้วอันอี้ก็ได้เดินนำทางไป ส่วนหลินซีเหยียนก็ได้เดินตามเขาไปอย่างเชื่อฟัง

แล้วอันอี้ก็ได้เปิดประตูบานหนึ่งให้หลินซีเหยียนได้เข้าไปข้างใน แล้วจากนั้นก็เห็นอย่างชัดเจนว่ามีชายคนหนึ่งที่นั่งอยู่ที่รถเข็นพร้อมกับหน้ากากหยกขาวบนใบหน้าของเขา “เขาคือผู้ป่วยสินะ?”

โดยไม่รอให้คนอื่นได้ตอบ หลินซีเหยียนก็ได้เดินเข้าไปหาเจียงหวายเย่อย่างโกรธๆ และคิดว่าน่าจะทำให้เขาเจ็บสักหน่อยจากการรักษานี้

“หยุดก่อน” ในขณะที่หลินซีเหยียนกำลังเดินเข้าไปใกล้องค์ชายเย่ ก็ได้มีเสียงที่เคร่งขรึมดังเข้าหูของนาง

หลินซีเหยียนจึงได้ตอบกลับด้วยความโมโห “ถ้าท่านไม่ให้หมอเข้าใกล้ตัวท่าน แล้วจะรักษาท่านได้อย่างไร”

จบบทที่ บทที่ 26 โรคที่ยากจะรักษา

คัดลอกลิงก์แล้ว