เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 24 ประกาศแต่งงาน

บทที่ 24 ประกาศแต่งงาน

บทที่ 24 ประกาศแต่งงาน


บทที่ 24

ประกาศแต่งงาน

ท่ามกลางสายตาของผู้คน เทพสงครามนั้นมาในชุดสีจันทร์เสี้ยวและถูกเข็นมาโดยอันอี้ ถึงแม้ว่าเขาจะสวมหน้ากากหยกขาวบนใบหน้า แต่ก็ยังเป็นที่สนใจของใครต่อใคร

ถึงแม้ว่าเหล่าสาวๆจะเคยชื่นชอบเทพสงครามมาก่อน แต่เมื่อคิดถึงใบหน้าภายใต้หน้ากากแล้วต่างก็รู้สึกตะขิดตะขวงใจขึ้นมา จากที่เคยเป็นชายหนุ่มที่เป็นที่หมายปองของใครต่อใคร แต่เดี๋ยวนี้กลับกลายเป็นคนพิการไปแล้ว

หลินซีเหยียนที่กำลังจูงมือเทียนเอ๋ออยู่นั้น ก็ได้กลายเป็นที่อิจฉาและสนใจของใครต่อใครผ่านแสงสว่างของเทพสงคราม นางนั้นอยากจะกรีดร้องในใจ นางไม่นึกเลยว่าองค์ชายพิการนี้จะเป็นที่ดึงดูดสายตามากขนาดนี้

ในเวลานี้ทั้งสองคนยืนอยู่ด้วยกันที่หน้าทางเข้า ท่ามกลางแสงอาทิตย์ หญิงงามที่ไร้จุดบกพร่องใดๆกับหนุ่มหล่อที่ยากจะมีใครเทียบ เมื่อทั้งสองคนอยู่เคียงข้างกันแล้วก็เหมือนกับเป็นภาพวาดที่สมบูรณ์แบบ

“ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครกัน? ทำไมนางถึงไปยืนอยู่ข้างๆองค์ชายได้?” เฉิงซินหรุ่ยเป็นผู้ที่มีอาการมากที่สุดในบรรดาหญิงสาวมากมายในงานนี้ ซึ่งเรื่องที่นางชื่นชอบเทพสงครามนั้นเป็นที่รู้กันดี

หลินหัวเยว่ก็ได้มองไปที่หลินซีเหยียนอย่างคาดไม่ถึง ถึงแม้ว่าหลินซีเหยียนนั้นจะไม่ได้ใช้เครื่องสำอางอะไร แต่หลินซีเหยียนก็เป็นสาวงามคนหนึ่งในเมืองหลวงอยู่ดี นางจึงกัดเขี้ยวเคี้ยวฟันแล้วพูดขึ้น “นางคือหลินซีเหยียน”

“หลินซีเหยียน?” เมื่อได้ยินชื่อนี้ ซูโยวอวิ๋นก็ได้มองไปที่คนที่อยู่ข้างๆองค์ชายเย่ แล้วนางก็พบเจ้าลูกชิ้นที่อยู่ข้างๆ           หลินซีเหยียน “แล้วเด็กคนนั้นล่ะ?”

“ไม่ต้องตกใจหรอก นั่นน่ะคือลูกชนชั้นต่ำของนางยังไงล่ะ” หลินหัวเยว่พูดราวกับลืมเรื่องข่าวฉาวของนางไปเสียสนิท

นางนั้นพูดด้วยเสียงอันดัง ทำให้ใครหลายคนแถวๆนั้นได้ยิน และหลินซีเหยียนเองก็ได้ยินเช่นกัน นางก็ได้หลับตาลงเล็กน้อยเพื่อเก็บซ่อนความโกรธในใจของนาง

หลังจากที่เข้ามาในงาน หลินซีเหยียนก็คิดจะไปหาโต๊ะของบ้านมหาเสนาบดีเพื่อไปหาที่นั่ง แต่กลับถูกเจียงหวายเย่คว้าเอวนางเอาไว้

หลินซีเหยียนก็ได้มองไปที่เขาอย่างสงสัย แล้ว             เจียงหวายเย่ก็ได้ยิ้มขึ้นมาเล็กน้อยแล้วชี้ไปที่โต๊ะของมหาเสนาบดีนั่งอยู่แล้วกล่าว “แม่นางหลินนั่งกับข้าก็ได้!”

หลินซีเหยียนนั้นไม่อยาก แต่พอนางเห็นโต๊ะที่ดูเล็กของบ้านมหาเสนาบดีแล้วนางก็ยอมนั่งด้วย นางนั้นไม่อยากที่จะเบียดเสียดนั่งกับคนเหล่านั้น

หลังจากที่นั่งลงแล้ว หลินซีเหยียนก็ได้ถอนหายใจออกมา “ทำไมโต๊ะขององค์ชายกับโต๊ะของเหล่าขุนนางถึงได้ช่างต่างกันขนาดนี้นะ ไม่เพียงแต่โต๊ะจะใหญ่กว่าแล้ว ทิวทัศน์ที่นี่ก็ยังดีกว่าอีกด้วย”

ถึงแม้ว่านางจะพูดถึงแต่การจัดงานที่ขององค์ชายเหนือกว่าคนอื่นก็ตามที แต่เจียงหวายเย่ที่ฟังอยู่ก็ยิ้มขึ้นมา

ทุกคนโดยรอบต่างก็ซุบซิบฮือฮากัน บรรยากาศเช่นนี้ทำให้หลินซีเหยียนรู้สึกไม่ค่อยดีนัก

“ท่านแม่รู้สึกเหมือนมีคนกำลังซุบซิบนินทากันอยู่ข้างหลังข้าบ้างไหม?” จู่ๆเทียนเอ๋อที่นั่งอยู่ข้างๆหลินซีเหยียนก็พูดขึ้นมา

หลินซีเหยียนก็ได้ผงกหัวตอบ

เทียนเอ๋อที่มีทีท่าเหมือนกะไว้อยู่แล้ว “ท่านแม่ สายตาเหล่านี้จะต้องมองมาที่ข้าแน่เลยใช่ไหม? ดูเหมือนการหล่อเหลาเกินไปก็เป็นบาปจริงๆ”

“........” เป็นเพราะเจ้าหล่อเหลางั้นเหรอ? ในเวลานี้   หลินซีเหยียนรู้สึกอยากจะทุบหัวน้อยๆของเจ้าตัวแสบให้แตกเพื่อดูว่าข้างในมีแค่แป้งเปียกอยู่ข้างในรึยังไง?

“ไม่ใช่หรอกเหรอขอรับ?”

“เด็กดี กินเยอะๆแล้วพูดน้อยๆนะ” หลินซีเหยียนหยิบเอาตะเกียบขึ้นมาแล้วคีบผักส่งให้เทียนเอ๋อ นางคิดที่จะอุดปากเขาด้วยอาหาร

เทียนเอ๋อเมื่อมีอะไรเข้าปาก เขาก็ได้ง่วนกับการกินอย่างเชื่อฟัง แต่หลินซีเหยียนเองก็รู้สึกได้ถึงความผิดปกติรอบตัวนาง แล้วนางก็ได้มองไปที่เจียงหวายเย่อย่างสงสัย ซึ่งเขาได้ส่งสายตาปลอบนางกลับมา

ในที่สุดเฉิงซินหรุ่ยที่อดทนไม่ไหวก็ได้โผล่ออกมาแล้วกล่าว “หลินซีเหยียน เจ้าจะมากไปแล้วนะ เจ้ากล้าขยับตะเกียบก่อนองค์ฮ่องเต้ได้อย่างไร”

และแล้วตัวปัญหาก็โผล่มาจนได้ หลินซีเหยียนก็ได้ขมวดคิ้วขึ้นมาเล็กน้อย แต่ว่านางยังคงนั่งอยู่นิ่งๆอย่างใจเย็นและไม่เคลื่อนไหวอะไร

ในขณะที่เฉิงซินหรุ่ยคิดที่จะสั่งสอนนางอยู่นั้น ก็ได้มีเสียงดังมาจากผู้ประกาศแจ้งขึ้นมา “องค์ฮ่องเต้เสด็จแล้ว”

ในเวลานี้ผู้คนทั้งหมดต่างก็พากันลูกขึ้นยืนแล้วตะโกน “ขอแสดงความยินดีต่อองค์ฮ่องเต้ ขออายุมั่นขวัญยืนหมื่นปีหมื่นๆปี”

หลินซีเหยียนก็ได้ยืนข้างๆเจียงหวายเย่ และมองไปที่องค์ฮ่องเต้อย่างทั่วทุกมุม ซึ่งความประทับใจแรกของนางที่มีต่อองค์ฮ่องเต้คือสายตาที่ยากจะหยั่งถึงของเขา

และดูเหมือนองค์ฮ่องเต้นั้นจะไม่ชอบองค์ชายเย่ แต่นางจะพอเข้าใจได้ อย่างไรเสียบารมีขององค์ชายเย่นั้นกลับมีมากกว่าเขา

“ขอให้เหล่าขุนนางที่รักทุกท่านนั่งลงได้” พูดออกมาด้วยเสียงที่ทุ้มต่ำและสง่างาม และทุกคนต่างก็ขอบคุณเขาแล้วพากันนั่งลง

ซึ่งหลังจากที่หลินซีเหยียนนั่งลงเก้าอี้ยังไม่ทันจะอุ่น ก็มีเรื่องให้ตาของนางแทบถลนออกมา “ฝ่าบาทเพคะ ข้าน้อยมีเรื่องอยากจะรายงานเพคะ”

“อย่าเสียมารยาท วันนี้เป็นวันเกิดขององค์ฮ่องเต้ อย่ามาเพิ่มงานให้องค์ฝ่าบาท” แม่ทัพเว่ยหยวนได้เดินมาหาแล้วกล่าว

“ไม่เป็นไร” ฮ่องเต้หาได้ใส่ใจเรื่องที่เฉิงซินหรุ่ยเสียมารยาทไม่ และให้โอกาสนางได้รายงาน

เฉิงซินหรุ่ยผู้ได้รับการให้อภัย ก็ได้มองไปที่หลินซีเหยียนอย่างยั่วโมโหแล้วกล่าวทันที “ฝ่าบาทผู้ที่อยู่จุดสูงสุดเหนือทุกคน มีเพียงท่านเท่านั้นที่จะต้องขยับตะเกียบเป็นคนแรกในงานเลี้ยงนี้ นั่นคือกฎที่มีมาแต่ไหนแต่ไร แต่กลับมีผู้ที่ละเมิดกฎนั้นเพคะ”

แล้วองค์ฮ่องเต้ก็ได้มองไปตามทิศที่นางชี้ แล้วจากนั้นสายตาขององค์ฮ่องเต้ก็ได้รู้สึกดึงดูดขึ้นมาทันที ถึงแม้ว่าเขาจะมีนางสนมอยู่แล้วถึง 3,000 คนก็ตาม แต่เขาก็ไม่เคยเห็นใครที่น่าทึ่งเช่นนี้มาก่อน เป็นความงามที่ไร้ที่ติและน่าหลงใหลยิ่งนัก

แต่แล้วเขาก็คิ้วขมวดขึ้นมาเพราะว่าสาวงามคนนั้นกำลังนั่งอยู่ข้างๆเจียงหวายเย่ แต่ก็ยังมีโอกาสที่เขาจะคว้ามาได้เหมือนอย่างฮองเฮาของเขาในเวลานี้ จากนั้นเขาก็นึกถึงแผนการขึ้นมาได้ แล้วองค์ฮ่องเต้ก็ได้มีรอยยิ้มที่เห็นได้อย่างชัดเจน

เมื่อผู้คนคิดว่าองค์ฮ่องเต้คงคิดจะลงโทษหลินซีเหยียนแน่ แต่แล้วองค์ฮ่องเต้ก็ได้สะบัดแขนเสื้อ “ข้าคิดว่านางคงเป็นคนของขององค์ชายเย่ ดังนั้นข้าจะไม่ลงโทษนาง ข้าหวังว่าเมื่อองค์ชายเย่กลับไปจะสั่งสอนนางให้ดี”

คนขององค์ชายเย่? องค์ฮ่องเต้เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า? แต่ทว่านั่นยังไม่สำคัญเท่าองค์ชายเย่ไม่ได้ออกมาโต้แย้งแต่อย่างใด......

ในขณะที่ผู้คนกำลังสงสัยกันอยู่นั้น องค์ฮ่องเต้ก็ได้กล่าวขึ้นมาต่อ “ในวันนี้จะไม่ใช่แค่ฉลองวันเกิดของข้า แต่ในตอนท้ายของงานเลี้ยงนี้ ข้าจัดงานแต่งให้องค์ชายเย่ด้วย”

ข่าวนี้ได้ทำให้ผู้คนในงานเลี้ยงฮือฮาขึ้นมาทันที ส่วน   เฉิงซินหรุ่ยที่จากเดิมไม่พอใจก็ได้รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที

“น้องเฉิง ไม่ใช่ว่าความรักของเจ้าที่มีต่อองค์ชายเย่จะส่งไปถึงฮ่องเต้แล้วหรอกเหรอ?” ซูโยวอวิ๋นก็หัวเราะคิกคักแล้วพูดหยอกเฉิงซินหรุ่ย ในความคิดของนางนั้นคงไม่มีใครอยากที่จะแต่งกับคนพิการอย่างองค์ชายเย่นอกจากเฉิงซินหรุ่ยแล้ว

เฉิงซินหรุ่ยก็หน้าแดงและแอบมองพ่อของนาง นางรู้ดีว่าพ่อของนางยังคงรักนางอยู่ แต่เขายังต้องโกรธเรื่องที่ไม่เห็นด้วยกันวันนั้นอยู่แน่ๆ

หลังจากที่องค์ฮ่องเต้กล่าวเปิดงานจบ งานเลี้ยงก็ได้เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ

งานเลี้ยงนี้หลินซีเหยียนรู้สึกไม่ค่อยดีนัก เพราะมีสายตารังเกียจจับจ้องมาที่นางตลอดเวลา

ในระหว่างงานเลี้ยงที่น่าเบื่อนี้ ก็ได้มีอีกเหตุการณ์เกิดขึ้นที่ทำให้หลินซีเหยียนต้องเข้าไปพัวพันกับปัญหาใหญ่อีกแล้ว

“คนงาม ดูเหมือนพวกเราจะพบกันอีกแล้วนะ ช่างเป็นวาสนาจริงๆ” ซางกวนจิ่นที่ไม่เพียงแต่จะมางานเลี้ยงสายแล้ว แต่เขาก็มานั่งข้างๆหลินซีเหยียนอย่างเปิดเผย

โต๊ะขององค์ชายนั้นใหญ่มากซึ่งไม่ได้ทำให้รู้สึกแน่นเลยแม้ว่าจะมีคนเพิ่มมาอีกคน แต่เจียงหวายเย่กลับรู้สึกไม่พอใจอย่างบอกไม่ถูก เขาขมวดคิ้วแล้วกล่าว “ที่นี่ไม่ใช่ที่นั่งของคุณชายซางกวนจิ่น”

หน้ากากหยกขาวนั้นได้ปิดบังสีหน้าที่บูดบึ้งของ          เจียงหวายเย่เอาไว้อยู่ แต่ผู้คนที่มีวิสัยทัศน์แล้วจะมองออกเลยว่าองค์ชายนั้นไม่พอใจ แน่นอนว่าซางกวนจิ่นนั้นไม่รู้

“องค์ชาย ยิ่งมีคนเยอะก็ยิ่งคึกคักดีออก” ซางกวนจิ่น กล่าวยังหน้าหนาสุดๆ

จบบทที่ บทที่ 24 ประกาศแต่งงาน

คัดลอกลิงก์แล้ว