เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 13 ขอถอนหมั้น

บทที่ 13 ขอถอนหมั้น

บทที่ 13 ขอถอนหมั้น


บทที่ 13

ขอถอนหมั้น

จวนของมหาเสนาบดีงั้นเหรอ? นั่นไม่ใช่ที่ที่ท่านแม่เคยโดนรังแกมาก่อนเหรอ? สถานที่อันตรายเช่นนั้นแล้วเขายังปล่อยให้ท่านแม่ไปคนเดียวอีก ก็เสียชื่อที่เขาเป็นอัจฉริยะด้านการต่อสู้น่ะสิ

“ท่านแม่ ข้าจะไปด้วย” เทียนเอ๋อจับมือของหลินซีเหยียนแน่นราวกับกลัวว่าจะถูกทิ้ง

หลินซีเหยียนจึงไม่มีทางเลือกนอกจากต้องพาเขาไปด้วยกับนางด้วย ไม่นึกเลยว่าแต่ก่อนที่จะออกจากพระราชวัง นางจะต้องมาเจอกับเจ้าตัวแสบที่หน้าประตูเช่นนี้

“ท่านแม่ ข้าที่เป็นสุดยอดอัจฉริยะด้านการต่อสู้ถูกพาไปเป็นองครักษ์​เช่นนี้ ท่านแม่จะเลี้ยงอาหารตอบแทนข้าใช่ไหมขอรับ?” เทียนเอ๋อที่ไม่รู้สึกผิดเลยแม้แต่น้อย แล้วยังหน้าด้านขอของกินอีก

หลินซีเหยียนจึงได้ตอบแทนเขาด้วยมะเหงกสวรรค์จนเสียงดังก้องอยู่ในหู “เจ้าเด็กตัวแสบ ข้าเลี้ยงเจ้ามาตั้งหลายปีแล้ว”

เมื่อเห็นว่าท่านแม่โมโหแล้ว เจ้าลูกชิ้นก็ได้รีบกล่าว “ท่านแม่ที่แสนงดงามและอ่อนโยนของข้า ข้าผิดไปแล้วแต่ว่าจวนของมหาเสนาบดีก็น่าจะอันตรายมาก ราวกับไปขึ้นเขียงเลยนะขอรับ ท่านแม่ได้โปรดให้ข้าทานให้อิ่มก่อนจะกลับนะขอรับ!”

ยิ่งเจ้าเด็กตัวแสบพูดก็ยิ่งดูน่าสงสารจนเกือบจะเช็ดน้ำตา แล้วก็มีคนหนึ่งแถวนี้ที่เห็นว่าแม่ของเด็กคนนั้นงดงามมากจึงได้รีบปรี่เข้ามาหา “สาวงามผู้นี้ ไม่ทราบว่าต้องการที่จะไปร่วมโต๊ะอาหารด้วยกันหรือไม่?”

หลินซีเหยียนก็ได้มองไปที่ผู้พูดด้วยท่าทีกระอักกระอ่วน และไม่อยากที่จะตอบกลับไป แต่ทว่าเทียนเอ๋อก็ได้ฉุดรั้งนางเอาไว้เพราะเห็นแก่ของกิน แล้วกล่าวกับชายอ้วน “ท่านลุงสุดหล่อลากดินจะเลี้ยงพวกเราเหรอขอรับ?”

สุดหล่อลากดินเหรอ? ผู้คนแถวๆนั้นรู้สึกอยากจะคลื่นไส้ขึ้นมาเมื่อได้ยินเช่นนี้

ชายคนนั้นก็ได้เมินต่อสายตาของผู้คนรอบข้าง แล้วมองไปที่หลินซีเหยียนด้วยดวงตาเล็กๆของเขา แล้วยิ้มอย่างลามกเป็นช่วงๆ “แน่นอน แต่ว่า......”

เทียนเอ๋อที่เห็นดังนั้นก็สบโอกาสทันที “คุณลุงชอบท่านแม่ของข้าเหรอขอรับ?”

เด็กพูดอะไรก็ไม่ผิด คำพูดห้วนๆตรงๆของเขานั้นได้เผยความคิดที่น่ารังเกียจในใจของชายคนนั้นทันที

“ลุงชื่อว่าเฉาหย่งโจว หากว่าเจ้าช่วยบอกแม่ของเจ้าให้มาเป็นอนุของลุงได้ อย่าว่าแต่อาหารเลยข้าจะให้ทุกอย่างที่เจ้าต้องการยังได้” เฉาหย่งโจวพูดหว่านล้อม

ทำให้เทียนเอ๋อรู้สึกใจเต้นเร็วขึ้นมาทันที แต่แล้วเขาก็เจ็บหูขวาขึ้นมาทำให้เขาไม่สามารถตอบตกลงได้

หลินซีเหยียนบิดหูขวาของเทียนเอ๋อ แล้วจากนั้นก็มองไปที่เฉาหย่งโจวพร้อมกับยิ้ม “คำถามนั้นของลุงเฉา ถามข้าเลยจะดีกว่า”

ด้วยรอยยิ้มที่งดงามนั้น เฉาหย่งโจวก็รู้สึกได้ว่าหัวใจของเขานั้นละลายไปแล้ว แล้วพูดอย่างกระตือรือร้น “แม่นางจะยินดีหรือไม่?”

“ข้าขอปฏิเสธ” หลินซีเหยียนดึงหูของเทียนเอ๋อแล้วเตรียมที่พาจะไป

เทียนเอ๋อก็ได้ตะโกนขึ้นมาขณะเดิน “ท่านแม่เบามือหน่อย ข้าเจ็บนะ!”

เมื่อเห็นว่าหลินซีเหยียนกำลังโกรธจัดนั้น เทียนเอ๋อก็ได้มองไปที่แม่ของเขาด้วยน้ำตาในดวงตาและได้พูดขึ้นมา “ท่านแม่หูของข้าจะยานเป็นหูหมูอยู่แล้ว ท่านแม่ช่วยเปลี่ยนเป็นข้างซ้ายเถอะนะขอรับ”

หลินซีเหยียนก็ได้เบะปากของนาง แล้วปล่อยเขาไป จากนั้นเทียนเอ๋อก็ได้ปกป้องนางจากด้านหลังอย่างจริงจัง

“สาวงาม ข้านี้พึงพอใจเจ้ามาก ถ้าเจ้าฉลาดก็ตามข้ามาเสียโดยดี ไม่อย่างนั้นคงได้มีเจ็บตัวกันบ้าง” ลุงเฉาได้ส่งคนของเขาไปล้อมหลินซีเหยียนเอาไว้ แล้วจากนั้นใบหน้าของเขาก็น่ารังเกียจอย่างมากเดินเข้ามาอย่างช้าๆ

หลินซีเหยียนก็ได้แต่สงบนิ่งเหมือนเคย และมองไปที่ลุงเฉาที่เดินเข้ามาอย่างช้าๆโดยที่ไม่มีท่าทีตอบสนองใดๆ

ในขณะที่ชายอ้วนคนนั้นกำลังเอามือมาแตะหลินซีเหยียนอยู่นั้นเอง ก็มีกระบี่แทรกเข้ามาและสัมผัสได้ถึงรอยเลือดที่ปรากฏขึ้นมาที่มือของเขา

หลินซีเหยียนก็ได้ยักคิ้วขึ้นมาอย่างสงสัย แล้วคิดว่าใครกันที่สู้เพื่อความถูกต้อง

“ใครน่ะ?” ลุงเฉาที่ตกใจกลัวก็ได้ลงไปนั่งอยู่กับพื้นและมองไปรอบๆพร้อมกับตะโกนด้วยความหวาดกลัว “ข้าเป็นถึงพี่ชายของฮองเฮาคนปัจจุบันเลยนะ ถ้าเจ้าทำร้ายข้าน้องสาวของข้าย่อมไม่ปล่อยเจ้าเอาไว้แน่”

“โอ้ เราช่างกลัวเสียจริงๆ” ท่ามกลางสายตาของผู้คน ที่ต่างก็พากันหลีกทางเป็นทางเดิน ปรากฏชายที่งดงามราวกับหยกอยู่ตรงหน้าของผู้คน

ลุงเฉาที่มองไปที่ได้ชายที่สามหน้ากากหยกขาวและนั่งเก้าอี้รถเข็นอยู่ แล้วเขาก็รู้ทันทีว่าชายคนนั้นคือเทพสงคราม    เจียงหวายเย่ ผู้ที่ไม่เคยปรากฏตัวต่อหน้าผู้คนมานานมากแล้ว

แล้วเขาก็ได้ลุกขึ้นยืนอย่างตัวสั่น เขานั้นหวาดกลัวอย่างสุดๆ เพราะคำพูดของเขาเมื่อสักครู่นั้นใช้ข่มขู่คนใหญ่คนโตมามากมายโดยอาศัยอำนาจของฮองเฮา

“องค์ชายเย่ ข้านี้มีตาหามีแววไม่ ข้าหวังว่าองค์ชายจะยกโทษให้ข้าด้วย”

วีรกรรมของเทพสงครามองค์ชายเย่อยู่ในใจของใครต่อใคร ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้เหมือนกับตอนที่เขารุ่งเรืองแล้วก็ตาม เทพสงครามที่ถึงพิการไปแล้วแต่ก็ยังเป็นที่ชื่นชมของใครต่อใคร แล้วผู้คนต่างก็พากันคุกเข่าลงกับพื้นแล้วตะโกนขึ้นมา “คารวะองค์ชายเย่”

เหตุการณ์เช่นนี้ทำให้เจียงหวายเย่นั้นรู้สึกปวดหัวขึ้นมา เดิมทีฮ่องเต้ก็อิจฉาเขาจะแย่อยู่แล้ว และเรื่องในวันนี้เขาเชื่อว่าจะมีต้องมีคนที่ฉวยโอกาสเอาเรื่องนี้ไปแสวงหาผลประโยชน์แน่ จากนั้นเขาก็ได้เริ่มคิดขึ้นมา ทำไมกันนะพอผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าเขากำลังจะถูกลวนลามก็ทำให้เขารู้สึกบาดตาขึ้นมาทันทีทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะต้องเข้าไปขัด

“องค์ชาย ตามหาข้าไม่ทราบว่ามีเหตุอันใดเหรอเจ้าคะ?” หลินซีเหยียนนั้นไม่ได้คุกเข่า ซึ่งทำให้ดูต่างจากคนอื่นๆอย่างมาก

“ทุกคนลุกขึ้นยืนเถิด” เจียงหวายเย่จึงได้บอกให้ทุกคนลุกขึ้นยืนได้ แล้วจากนั้นก็บอกให้อันอี้พาหลินซีเหยียนและลูกชายไปที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง

ส่วนลุงเฉาที่กลายเป็นฉากหลังไปแล้วนั้นก็มองดูพวกเขาจากไป และปรากฏแววตาเจ้าคิดเจ้าแค้นขึ้นในดวงตาของเขา และคิดที่จะสู้ตายเพื่อให้ได้สาวงามมา จากนั้นเขาก็ได้ส่งสายลับไปตรวจสอบตัวตนของหลินซีเหยียน

ในร้านอาหาร ทันทีที่เข้ามาในห้องส่วนตัวห้องหนึ่ง    หลินซีเหยียนก็ได้ยื่นมือไปแตะที่ข้อมือเจียงหวายเย่ ซึ่ง           เจียงหวายเย่ก็ได้ไม่ห้ามอะไรกลับกัน เขาก็ได้พูดขึ้นมาอย่างอ่อนโยน “ท่านกว๋อกงจิ่งหยางในเวลานี้เป็นแขกอยู่ที่จวนของมหาเสนาบดี เจ้าคิดที่จะกลับไปในวันนี้จริงๆเหรอ?”

หลินซีเหยียนผงกหัว ดูเหมือนร่างกายของเจียงหวายเย่นั้นจะไม่ได้รุนแรงมากนัก “องค์ชายมาถึงที่นี่เพื่อบอกกับข้าเรื่องนี้เท่านั้นเหรอเจ้าคะ?”

เจียงหวายเย่ผงกหัว ในใจของเขานั้นว้าวุ่นมาก ทำไมเขาถึงได้เป็นห่วงเป็นใยนางมากขนาดนี้ก็ไม่รู้

“ที่ข้าจะกลับจวนของมหาเสนาบดีนั้น เพราะกว๋อกงจิ่งหยางเองก็อยู่ที่นั่นด้วย มันจะเป็นเรื่องง่ายที่ข้าจะกลับไปพบกับพวกเขาเพื่อขอถอนหมั้นเจ้าค่ะ” หลินซีเหยียนหรี่สายตา และลืมตาที่เป็นประกายออกมา

“เจ้าคิดที่จะถอนหมั้นงั้นเหรอ?” เจียงหวายเย่ก็ได้เงยหน้าขึ้นมาทันที

หลินซีเหยียนผงกหัวแล้วจ้องไปที่เขาอย่างสงสัย ด้วยเหตุผลบางอย่าง นางรู้สึกว่าองค์ชายเย่นั้นดูจะมีความสุขกับการถอนหมั้นของนางมาก

“เปิ่นหวางจะให้อันอี้แฝงตัวในเงามืดคอยปกป้องเจ้า!”         เจียงหวายเย่รู้สึกไม่ค่อยชอบมาพากลเท่าไรนัก

มันจะเป็นการดีกว่าที่จะมีคนเป็นวิทยายุทธตามไปด้วยสักคน แต่ทว่าหลินซีเหยียนก็ได้ปฏิเสธไป เพราะนางเป็นห่วงว่าองค์ชายเย่นั้นจะต้องกลับพระราชวังคนเดียว

เมื่อเจียงหวายเย่เห็นว่านางกำลังเป็นกังวลก็ได้ปรบมือของเขา แล้วก็พบอันเอ้อที่เปิดประตูเข้ามา แล้วคุกเข่ากับพื้นอย่างเคารพ “ขอรับนายท่าน”

“พาเปิ่นหวางกลับวังที”

หลังจากที่มองส่งเจียงหวายเย่ หลินซีเหยียนก็ได้เดินทางกลับจวนมหาเสนาบดีต่อ ในไม่กี่ปีที่ผ่านมาสิ่งก่อสร้างใน       จวนของมหาเสนาบดีนั้นดูงดงามมาก

“คุณหนูรองกลับมาแล้ว” เมื่อเห็นหลินซีเหยียนเด็กรับใช้ที่อยู่หน้าประตูก็ไม่อยากจะเชื่อสายตาถึงกับต้องขยี้ตาตัวเองเพื่อให้มั่นใจว่าตัวเองไม่ได้เห็นภาพหลอนก่อนที่จะรีบวิ่งแจ้นไปแจ้งยังด้านใน

“นังลูกไม่รักดียังมีหน้ากลับมาอีกเรอะ?”

หลินซีเหยียนได้ยินเสียงที่ไร้ปรานีของมหาเสนาบดีดังขึ้นมาจากไกลๆ นางก็ได้บิดริมฝีปากของนางราวกับประชดประชัน นี่แหละคือ “พ่อที่แสนดี” ของนางที่ทอดทิ้งแม่ของนาง

มหาเสนาบดีหลินก็ได้มองมาที่หลินซีเหยียนด้วยสีหน้าเย็นชา สายตาของเขาเหมือนกับมองอะไรบางอย่างถูกขโมยไป ไม่เพียงแต่มหาเสนาบดีที่มองหลินซีเหยียนอย่างดูถูก แต่ยังรวมถึงกว๋อกงจิ่งหยางที่เป็นพ่อของคนสารเลวเฮอเหวินจางด้วย

“นังลูกไม่รักดียังไม่คุกเข่าลงอีก”

จบบทที่ บทที่ 13 ขอถอนหมั้น

คัดลอกลิงก์แล้ว