เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 9 คุณชายซางกวน

บทที่ 9 คุณชายซางกวน

บทที่ 9 คุณชายซางกวน


บทที่ 9

คุณชายซางกวน

ผู้คนโดยรอบต่างก็พากันหลับตาเพราะไม่อยากเห็นเหตุการณ์นองเลือด

หลินซีเหยียนมองดูหมัดที่กำลังพุ่งมาหาก็ได้ดึงเทียนเอ๋อถอยออกมาครึ่งก้าวอย่างช้าๆ

หมัดของหงชีพลาดเป้าไปทำให้เขาตกตะลึงและคิดว่าพวกนางคงแค่บังเอิญ จากนั้นก็ได้ใช้ร่างกายที่ราวกับวัวกระทิงนั้นต่อยหมัดเข้าใส่หลินซีเหยียนอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ไม่โดนเลยแม้แต่ปลายแขนเสื้อของหลินซีเหยียนจนกระทั่งเขาหอบ

“นี่เจ้าใช้เวทมนตร์อะไรกันแน่?” หงชีที่ไม่สามารถต่อยเอาชนะได้ จึงได้รู้สึกหงุดหงิดและอับอายมาก ที่เขาไม่สามารถทำอะไรกับแม่ม่ายคนเดียวได้ช่างน่าอายยิ่งนัก

“เวทมนตร์?” หลินซีเหยียนพูดอย่างดูถูกและเยาะเย้ย “มันเป็นเพราะวิทยายุทธของเจ้าเองต่างหากที่ทำอะไรข้าไม่ได้  แล้วพวกเจ้าที่เหลือจะยืนดูอยู่เฉยๆไม่เข้ามาสู้รึยังไง?”

ถ้อยคำที่แดกดันและขบขันทำให้ผู้คนโดยรอบได้ยินแล้วก็หัวเราะออกมา หงชีก็รู้สึกได้ถึงสายตาดูถูกของผู้คนจึงทำให้หน้าแดง แล้วจากนั้นก็ได้สั่งลูกน้องของเขา“จัดการนังนั่นให้ข้าที”

ถึงแม้ว่าการใช้คนหมู่มากรุมรังแกผู้หญิงกับเด็กตัวคนเดียวจะทำให้เขารู้สึกอับอาย แต่คำสั่งก็เป็นคำสั่ง

แต่ในขณะที่หลินซีเหยียนกำลังคิดที่จะสั่งสอนบทเรียนให้พวกเขาอยู่นั้นเอง ก็มีชายหนุ่มในชุดสีฟ้าที่จู่ๆก็ลงมาจากฟ้าลงมายังที่ถนน ซึ่งชายหนุ่มผู้นี้มีดวงตาที่เบิกบานและยิ้มยิงฟันฟันขาว และด้วยดวงตาลูกท้อของเขาก็ได้ทำให้ผู้คนโดยรอบรู้สึกตกตะลึง หลังจากที่เขาร่อนลงพื้นอย่างนุ่มนวลแล้วเขาก็ได้สะบัดพัดในมือของเขา

“ข้าไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหม นั่นคือบุตรชายคนเดียวของท่านกว๋อกงซางกวน ซางกวนจิ่นชายที่งามที่สุดในเมืองหลวง แล้วตระกูลของเขาก็ยังทำธุรกิจจนร่ำรวยมั่งคั่ง และท่านน้าของเขาก็ยังเป็นสนมที่โปรดปรานของฮ่องเต้ด้วยนะ” หญิงสาวคนหนึ่งที่มีดวงตาเป็นประกาย กรีดร้องออกมา

ดูเหมือนว่าหญิงสาวที่อยู่ข้างๆคนเมื่อสักครู่ก็จะรู้จัก   ซางกวนจิ่นเป็นอย่างดีมากเช่นกัน “และเพราะรูปโฉมที่งดงามทำให้คุณชายซางกวนไม่ค่อยออกไปไหนมาไหนเพื่อหลีกเลี่ยงเรื่องรักๆใคร่ๆ”

การปรากฏตัวของชายคนนั้นหญิงสาวจำนวนมากพากันลุ่มหลง แต่ทว่าเขากลับเดินไปหาและส่งยิ้มให้กับหลินซีเหยียน “สวัสดีสาวงามของข้า ข้ามีชื่อว่าซางกวนจิ่น แต่เจ้าจะเรียกข้าว่าจิ่นเฉยๆก็ได้”

หลังจากที่พูดจบเขาก็ได้กะพริบตาให้กับหลินซีเหยียน

หลินซีเหยียนกระตุกที่มุมปากของนาง และพูดโดยไม่ไว้หน้า “ข้าไม่รู้จักท่าน จะไปไหนก็ไปอย่ามาขวางทางข้า”

“คำพูดของแม่นางช่างเสียดแทงใจข้าเหลือเกิน ถ้าไม่ใช่เพราะท่าน ข้าก็คงไม่ออกมาปรากฏต่อหน้าทุกคนง่ายๆเช่นนี้และทำให้ผู้คนต้องมาตกหลุมรักข้าเช่นนี้” ซางกวนจิ่นได้หลบสายตาลงและมีสีหน้าเสียใจ ซึ่งดึงดูดให้หญิงสาวจำนวนมากต่างก็พากันจับจ้องไปที่หลินซีเหยียนอย่างโมโห

หลินซีเหยียนก็รู้สึกได้ถึงสายตาที่จ้องมาที่หลังของนาง และทำสีหน้าอย่างช่วยไม่ได้ นางไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกับชายที่ทำสีหน้าเศร้าตรงนี้ดี

ทันทีที่ซางกวนจิ่นปรากฏตัวออกมาหงชีก็ได้ถูกเมินไปจนหมดสิ้น เพื่อที่จะให้ผู้คนรับรู้ถึงการมีตัวตนของเขา จึงได้ทำเป็นไอกระแอมอยู่หลายครั้ง “คุณชาย ข้าน้อยคงจะต้องขอเตือนท่าน ผู้หญิงคนนั้นใช้ยาพิษกับนายน้อยเหวินจาง ท่านคงจะไม่เข้ามายุ่งกับเรื่องของนางหรอกใช่ไหม?”

“เฮอเหวินจางของตระกูลกว๋อกงจิ่งหยางน่ะเหรอ?” ซางกวนจิ่นถามหงชี

หงชีผงกหัว เขาคิดว่าซางกวนจิ่นคงจะยอมถอนตัวแต่โดยดี แต่เขาไม่คิดว่าซางกวนจิ่นจะพูดต่างจากที่เขาคิด                “เฮ่อเหวินจางมันก็เป็นแค่ไอ้สารเลวในหมู่ขุนนางอย่างพวกเรา จะเอายาไปทำไม ขอแค่ไม่ถึงตายก็ไม่น่าจะเป็นอะไรแล้วนี่?”

หลินซีเหยียนก็ได้ยักคิ้วขึ้นมาราวกับเป็นการชื่นชมเล็กๆกับความทะนงตนของซางกวนจิ่น

“ท่านจะเข้ามายุ่งให้ได้จริงๆเหรอ?” หงชีถามอีกครั้งเพื่อเป็นการยืนยัน

“เจ้ามีปัญหาเรื่องการได้ยินรึยังไง?” ซางกวนจิ่นพูดอย่างขี้เกียจและยียวน ดวงตาดอกท้อของเขาก็ได้หรี่ลง และทำริมฝีปากย่น และปล่อยรังสีฆ่าฟันออกมาจากร่างกายของเขา “เจ้ายังไม่ออกไปจากที่นี่อีก”

หงชีนั้นแม้จะไม่พอใจ แต่เขาก็ไม่สามารถล่วงเกินลูกชายเพียงคนเดียวของท่านกว๋อกงได้ เขาจึงได้ทำความเคารพซางกวนจิ่นแล้วถอนตัวกลับไป

“แม่นาง คนก่อกวนก็ไปแล้ว ไม่ทราบว่าพวกเราพอจะมาสานสัมพันธ์กันต่อได้หรือไม่?” ซางกวนจิ่นก็ได้เอนตัวมาตรงหน้าของหลินซีเหยียนด้วยสีหน้าที่ประจบ

“ท่านแม่ของข้าไม่ชอบพวกหลงตัวเองและตุ้งติ้งหรอกนะขอรับ ได้โปรดช่วยหลีกทางด้วย” เทียนเอ๋อก็ได้มายืนอยู่ข้างหน้าแม่ของเขาแล้วพูดกับซางกวนจิ่นด้วยสีหน้าจริงจัง

ซางกวนจิ่นก็คิ้วขมวดอย่างสงสัย หลงตัวเองยังพอเข้าใจ แต่ตุ้งติ้งเนี่ยหมายความว่าอย่างไร? แต่ดูจากสีหน้าของเจ้าเด็กน้อยนั่นแล้วคงจะไม่ใช่อะไรที่ดีแน่ๆ

ซางกวนจิ่นนั้นคิดจะพูดอะไรกลับไป แต่เขาก็ถูกขัดเสียก่อน เขาก็ได้มองอย่างไม่พอใจและพบว่าผู้ที่ขัดคือสาวงามที่มีดวงตาที่งดงามและบรรยากาศที่นุ่มนวล เขาจึงได้หุบปากด้วยเหตุนี้ เพราะมันจะไม่เป็นสุภาพบุรุษหากว่าเขาไปขัดคำพูดของสาวงาม

“ซีเหยียนงั้นเหรอ?” เสียงที่นุ่มเหมือนข้าวทำให้ผู้คนรู้สึกดีที่ได้ยิน แต่ทว่ามันกำลังทำให้หลินซีเหยียนรู้สึกอยากจะอ้วก นางก็ได้เงยหน้าขึ้นมาและมองผู้หญิงในชุดสีขาว

หลินซีเหยียนก็ได้หรี่สายตาของนาง วันนี้ช่างโชคดีอะไรอย่างนี้อย่าว่าแต่จะได้เจอกับไอ้สารเลวนั่นแล้วก็ยังได้เจอกับนังดอกทองนี่อีก ผู้หญิงคนนี้คือพี่สาวของเจ้าของร่างนี้หลินหัวเยว่และเป็นหนึ่งในตัวการที่ฆ่าเจ้าของร่างนี้ คงจะดีถ้าหากซ่อนมีดไว้ในรอยยิ้มได้

หลินซีเหยียนยิ้มตอบและมองไปที่หลินหัวเยว่แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร หลินหัวเยว่เองก็ตกใจกับสิ่งที่นางเห็น แต่นางก็นึกได้ว่าหลินซีเหยียนนั้นเป็นแค่นังโง่ไร้สมอง แม้ว่าจะกลับมาได้อย่างปลอดภัยแต่กลับมาเอ้อระเหยลอยชายเช่นนี้ เมื่อคิดเช่นนี้นางเลยไม่ได้สนใจสายตาแปลกๆของหลินซีเหยียนมากนัก

“น้องรักทำไมถึงได้จ้องพี่สาวของเจ้าอย่างนั้นด้วย? เจ้าหายตัวไปตั้งนาน เจ้ารู้บ้างไหมว่าที่บ้านเป็นห่วงเจ้ากันแค่ไหน?”

ความจริงที่ว่าหลินซีเหยียนนั้นเป็นบุตรีคนที่สองของมหาเสนาบดีนั้นทำให้เกิดความฮือฮาในหมู่ฝูงชนขึ้นมาทันที

บุตรีคนที่สองของมหาเสนาบดีนั้นเคยเป็นที่ถกเถียงกันในเมืองหลวงเมื่อไม่กี่ปีก่อน “นางคนนั้นคือบุตรีคนที่สองของมหาเสนาบดีเหรอเนี่ย คนที่ว่าหนีตามไปกับผู้ชายหลังจากที่คอยตามติดคุณชายเหวินจางมากเกินไปนั่นน่ะเหรอ?”

“ถ้าอย่างนั้นเด็กคนที่อยู่ข้างๆนางก็....แบบนี้มันก็เรื่องฉาวโฉ่เลยไม่ใช่เหรอ?”

หลินซีเหยียนก็ได้คิ้วขมวดเมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ และหันหน้ากลับไปหาผู้ที่พูด สายตาที่เย็นชาของนางทำให้คนคนนั้นหุบปากด้วยความกลัวทันที

“เสี่ยวเหยียนเอ๋อ ไม่นึกเลยว่าเจ้าจะเป็นบุตรีคนที่สองของมหาเสนาบดี” ซางกวนจิ่นนั้นก็อาศัยอยู่ในเมืองหลวง จึงเป็นเรื่องปกติที่เขาจะได้ยินเรื่องของบุตรีคนที่สองที่โด่งดัง แต่เขาก็ไม่ได้ดูถูกหลินซีเหยียนแต่อย่างใดเพราะเขาเข้าใจดีว่า             เสี่ยวเหยียนเอ๋อนั้นไม่ใช่คนโง่อย่างในข่าวลือแน่

“น้องเหยียน เจ้าอยู่ข้างนอกคงจะลำบากไม่น้อย เจ้ากลับมาที่บ้านกับพี่เถอะนะ พ่อของเจ้าจะไม่ดุเจ้าที่หนีตามชายอื่นไปอย่างแน่นอน” หลินหัวเยว่นั้นไม่ได้พูดเสียงเบา และคำพูดของนางนั้นทำให้คนที่ได้ยินยืนยันข่าวลือได้เป็นอย่างดีว่าหญิงสาวคนนี้หนีตามกันไปจริงๆ และเด็กคนนี้ก็คงจะเป็นลูกของชายคนนั้นแน่ๆ

“ข้าจำไม่ได้ว่าข้าหนีตามไปกับใคร ได้โปรดอย่ากล่าวหากันสั่วๆ” หลินซีเหยียนที่เหมือนจะนึกอะไรบางอย่างก็ได้พูดออกมา “และแม่ของข้าก็ได้ให้กำเนิดข้าเพียงคนเดียว ดังนั้นข้าไม่มีพี่สาว”

หลินหัวเยว่ก็หน้าซีดขึ้นมาหลังจากที่ได้ยินนางพูด จึงได้ทำหน้าตาน่าสงสารขึ้นมา “นี่น้องยังโทษพี่ที่ไม่ได้ห้ามน้องตอนนั้นอีกเหรอ?”

ท่าทางของหลินหัวเยว่นั้นทำให้หลินซีเหยียนรู้สึกกระอักกระอ่วน

“น้องพี่ พี่นั้นเคยห้ามเจ้าแล้ว แต่เจ้าก็ยังยืนยันที่จะไปตามทางของเจ้า แล้วพี่สาวของเจ้าจะทำอะไรได้?” หลินหัวเยว่ทำสีหน้าน่าสงสาร ทำให้คนจำนวนมากเริ่มพูดต่อว่าหลินซีเหยียนว่าไร้ยางอายและไม่มีเหตุผล

ในเวลานี้ในใจของพวกเขานั้น หลินหัวเยว่นั้นคือพี่สาวคนโตที่มีจิตใจเมตตา และยังเป็นสาวงามอันดับสองในเมืองหลวง จึงได้พากันถ่มถุยหลินซีเหยียน

จบบทที่ บทที่ 9 คุณชายซางกวน

คัดลอกลิงก์แล้ว