เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ราชินีอารัคเน่ ตอนที่ 8 : สร้อยคอลึกลับ

ราชินีอารัคเน่ ตอนที่ 8 : สร้อยคอลึกลับ

ราชินีอารัคเน่ ตอนที่ 8 : สร้อยคอลึกลับ


ตอนที่ 8 : สร้อยคอลึกลับ

“ขอบคุณค่ะพ่อ ! พรุ่งนี้หนูจะออกจากมหาลัยทันทีเลยค่ะ” เธอตอบอย่างกระตือรือร้น

การพูดคุยกันระหว่างทั้งสองดำเนินต่อไปอีกไม่กี่นาทีก่อนที่ดยุคจะขอตัวเพื่อไปจัดการกับข้อพิพาทเกี่ยวกับที่ดินที่เกิดขึ้นระหว่างผู้อาศัย

เขาบอกให้เธอไปรอที่ประตูมหาวิทยาลัยตอนประมาณเที่ยงๆ ซึ่งจะมีคนมารอรับเธอ

โซฟีเอนศีรษะพิงหมอนและรู้สึกได้ถึงความเหนื่อยล้าที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกายเธอ นี่นับเป็นหนึ่งในวันที่ยาวนานที่สุดในชีวิตของเธอเลยก็ว่าได้

ทันใดนั้น การถ่ายโอนที่เกิดขึ้นข้ามขอบเขตห้วงเวลาและอวกาศจากร่างเดิมเข้าสู่ร่างของหญิงสาวคนนี้ก็เกือบจะเหมือนกับความฝันสำหรับซุย เหมิง

เหตุผลสองประการที่เธอคิดว่าเธอไม่ได้บ้านั่นก็คือความจริงที่ว่าประสาทสัมผัสทั้งห้าของเธอดูเหมือนจะทำงานได้ตามปกติและความทรงจำแปลก ๆ ในหัวของเธอถูกทิ้งไว้ให้โดยเจ้าของร่างเดิม

โซฟีถอนหายใจเบาๆ กลิ้งตัวไปรอบๆ เตียงพร้อมกับเพลิดเพลินกับความรู้สึกนุ่มฟู ของที่นอนใต้ร่างเธอ

อาการบาดเจ็บภายในหายไปเป็นปลิดทิ้ง รวมถึงเซลล์ในร่างกายของเธอก็ดูมีพลังขึ้นด้วยเซรั่มพันธุกรรม

ผลการรักษานั้นยอดเยี่ยมมากจนโซฟีถูกทดลองด้วยพลังของมัน เธอค้นหารอบๆ ลิ้นชักข้างเตียงและพบมีดพลังงานเล่มสั้น

ตัวมีดมีความยาวเพียงเจ็ดนิ้ว ด้ามมีดประดับด้วยลวดลายหมาป่าและมีปุ่มสีขาวเล็กๆ อยู่กลางด้าม

นี่คือมีดที่พ่อของเธอมอบให้ เป็นอาวุธที่ซ่อนไว้เพื่อใช้ป้องกันตัวในกรณีฉุกเฉิน โซฟีกดปุ่มนั้นและฮัมเพลงเบาๆ ทันใดนั้นใบมีดสีเหลืองก็โผล่ออกมาจากด้ามจับ

ใบมีดที่ดูเหมือนเครื่องฉายภาพมากกว่าอาวุธ ในขณะที่รูปร่างของมันค่อยๆเปลี่ยนไปมา โซฟีระมัดระวังอย่างมากเมื่อจับดาบ เนื่องจากสัญชาตญาณของเธอกำลังส่งเสียงเตือนทันทีที่เธอหยิบอาวุธขึ้นมา

เธอถืออาวุธโดยหงายมีดขึ้นแล้วใช้ปลายใบมีดทิ่มไปที่นิ้วหัวแม่มือเบาๆ

เกิดบาดแผลขึ้นในทันทีและมีเลือดหยดเล็กๆ หยดลงบนฝ่ามือของเธอราวกับหยดน้ำตาสีแดงสด

โซฟีเก็บใบมีดและเหลือบมองไปที่ปลายนิ้วของเธอ...

แน่นอนว่าผลตกค้างของเซรั่มยังคงอยู่ในระบบร่างกาย เมื่อเลือดของเธอนั้นหยุดไหลภายในสองนาที

ที่ปลายนิ้วหัวแม่มือของเธอเกิดอาการคันขึ้นและพอโซฟีเช็ดเลือดออกกลับพบว่าบนผิวหนังมีรอยประสานบนบาดแผลที่แทบไม่เหลืออะไรเลยนอกจากขีดสีขาวจางๆ

" ฮ่าๆๆๆ ! " เสียงหัวเราะเล็กๆ ดังขึ้นจากริมฝีปากของโซฟี ขณะที่เธอรู้สึกทึ่งกับเทคโนโลยีชีวภาพที่แปลกประหลาดนี้

เธอปัดมือที่เปื้อนเลือดของเธอผ่านลงบนสร้อยคอของเธอโดยไม่รู้ตัวซึ่งตอนนี้มันเริ่มเรืองแสงจางๆ โซฟีไม่ได้สังเกตมันในตอนแรกจนกระทั่งเธอรู้สึกอุ่นๆตรงบริเวณหน้าอกของเธอ

ความรู้สึกเริ่มเปลี่ยนจากอุ่นเล็กน้อยไปเป็นเริ่มร้อน และโซฟีก็อดไม่ได้ที่จะก้มมองลงมา

โซฟีขมวดคิ้วเล็กน้อยและพยายามจะถอดสร้อยคอออกจากร่างกายของเธอ ซึ่งก็พิสูจน์แล้วว่าดูจะเป็นความพยายามที่ไร้ประโยชน์ เนื่องจากสร้อยคอดูเหมือนจะไม่ยอมหลุดไม่ว่าเธอจะใช้กำลังมากแค่ไหนก็ตาม

โซฟีสแกนหาในความทรงจำของเธอเพื่อที่จะพยายามหาคำอธิบายสำหรับเหตุการณ์นี้ แต่ดันไม่เคยมีเหตุการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้นก่อนหน้านี้เลย

เจ้าของร่างคนเดิมมีสร้อยคอรูปดาวมานานเท่าที่เธอจำได้และไม่เคยถอดมันออกเลยแม้ว่าจะเป็นตอนอาบน้ำหรือว่านอน

พ่อของเธอห้ามไม่ให้เธอถอดสร้อยคอออกและบอกว่ามันเป็นของที่ระลึกจากแม่ผู้ล่วงลับของเธอ

ตามปกติแล้ว โซฟีจะเชื่อฟังคำพูดของเขาอย่างดี เนื่องจากแม่ของเธอเป็นบุคคลปริศนาที่อยู่ในใจเสมอมา ซึ่งพ่อของเธอจะไม่มีวันพูดถึงเรื่องแม่ถึงแม้จะมีคำถามมากมายของโซฟีก็ตาม

จากข้อมูลที่เธอได้ยินจากสาวใช้ในปราสาท เธอจึงรู้ได้ว่าไม่มีใครนอกจากพ่อของเธอที่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับแม่ของเธอ

‘ เป๊าะ ! ’

โซฟีสะดุ้งถอยหลังด้วยความตกใจเมื่อความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วร่างกายของเธอ เธอทรุดตัวลงบนเตียงและพบว่าเธอได้สูญเสียความสามารถในการเคลื่อนไหวร่างกาย

ความกลัวและความตื่นตระหนกเริ่มก่อตัวขึ้น และโซฟีพยายามอย่างยิ่งที่จะเอื้อมมือไปหาแท็บเล็ตของเธอเพื่อติดต่อพ่อของเธอ แต่มันก็สายเกินไปแล้ว...

“โอ้ย !! เจ็บนะ ! เจ็บ !” โซฟีตะโกนเสียงดัง

ตอนนี้สร้อยคอมีอุณหภูมิสูงจนเดือด และหน้าอกของเธอเริ่มพองเมื่อโดนความร้อน เลือดที่อยู่ในเส้นเลือดของเธอเริ่มไหลเวียนเร็วขึ้นและเร็วขึ้น และกระดูกของเธอที่รู้สึกเหมือนกำลังถูกบดขยี้

การมองเห็นของเธอเริ่มพร่าเลือน และโซฟีสัมผัสได้ว่าจิตสำนึกของเธอเริ่มที่จางหายไปในความว่างเปล่า

เธอพยายามเอื้อมมือออกไปที่แท็บเล็ตอีกครั้ง แต่ปลายนิ้วที่สั่นเทาของเธอสามารถสัมผัสหน้าจอได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้นก่อนที่ทุกอย่างจะกลายเป็นสีดำ

ถ้ามีใครเข้ามาในห้องตอนนี้ พวกเขาคงจะตกใจกับภาพที่เกิดขึ้นตรงหน้า

หญิงสาวที่ดูธรรมดาๆ กำลังนอนอยู่บนเตียง แต่ร่างของเธอเริ่มบิดเบี้ยวและเปลี่ยนรูปร่างไปอย่างมาก

เส้นผมของหญิงสาวเริ่มยาวขึ้นและพันไปรอบขาของเธอในขณะที่มันค่อยๆครอบคลุมจากด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ่ง

นิ้วของเธอเริ่มที่จะยาวขึ้นและมันเริ่มดูเหมือนกรงเล็บมากกว่าปลายนิ้วของมนุษย์ แม้ว่าดวงตาของหญิงสาวจะปิดบางส่วน แต่ก็มีแสงสีทองส่องผ่านออกมาอย่างน่าขนลุก

บางทีสิ่งที่น่ากลัวที่สุดของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนี้คืออวัยวะทั้งสี่ที่ปรากฏขึ้นในทันใด

สองส่วนถูกพบอยู่ที่บริเวณสะบัก ในขณะที่ส่วนอื่นๆ ถูกพบที่บริเวณสะโพกของหญิงสาว

แขนขาที่งอกออกมาใหม่เหล่านี้ดูคล้ายกับขาแมงมุมที่มีส่วนแหลมยื่นออกมาตรงปลายของอวัยวะ

โซฟีมีความสุขอย่างไม่รู้ตัวถึงการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ และเมื่อเธอลืมตาขึ้นมากลับพบว่าตัวเองอยู่ในพื้นที่ว่างเปล่า

ในพื้นที่นั้นไม่มีอะไรนอกจากอนุสาวรีย์หินก้อนเดียวที่อยู่กลางห้อง มีเครื่องหมายแปลกๆ ปรากฏอยู่บนโครงสร้างที่โซฟีไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไรกับมัน

มันไม่ใช่ภาษาที่ทั้งซุย เหมิงหรือเจ้าของร่างเดิมเคยเห็นมาก่อน

เธอเห็นคำสามคำที่ส่วนท้ายของพระคัมภีร์ขนาดยาวที่เขียนเป็นภาษาสากลและอ่านคำเหล่านั้นอย่างถี่ถ้วน

' ศิลปะแมงมุมกระซิบ '

จบบทที่ ราชินีอารัคเน่ ตอนที่ 8 : สร้อยคอลึกลับ

คัดลอกลิงก์แล้ว