เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ราชินีอารัคเน่ ตอนที่ 2 : ประวัติสหพันธ์โลก

ราชินีอารัคเน่ ตอนที่ 2 : ประวัติสหพันธ์โลก

ราชินีอารัคเน่ ตอนที่ 2 : ประวัติสหพันธ์โลก


เธอเหลือบมองไปรอบๆ ด้วยความตื่นตระหนก แต่มีเพียงหน้าจอเล็กๆ โผล่ขึ้นมาจากโต๊ะ และมีแถบว่างเปล่าปรากฎขึ้นมาพร้อมคำว่า ' ป้อนหมายเลขประจำตัวนักเรียน '

โซฟีดูหมายเลขบนสายรัดข้อมือของเธอก่อนจะพิมพ์ตัวเลขนั้นลงไปอย่างรวดเร็ว ตัวเลขปรากฏอยู่บนหน้าจอครู่หนึ่งก่อนที่จะหายไป และสายรัดข้อมือของเธอก็สั่นเป็นจังหวะช้าๆ เป็นการตอบกลับ

" ยินดีต้อนรับเข้าสู่ศูนย์กลางของห้องสมุด ! " จู่ๆก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมา

“คุณต้องการค้นหาข้อมูลใด”

โซฟีเอนหลังพิงเก้าอี้แล้วไตร่ตรองว่าควรหาข้อมูลอะไรก่อน เธอค้นดูความทรงจำใหม่ของเธอและแยกแยะว่าสิ่งไหนคือความรู้ที่เธอรู้และสิ่งไหนที่เธอต้องการการยืนยัน จากนั้นเธอจึงเอ่ยออกมาอย่างลังเล

" ค้นประวัติสหพันธ์โลก "

เธอได้ยินเสียง ‘ ติ๊ง ’ เล็กๆตอบสนอง และเสียงกลไกก็ตอบกลับเธอ

" การเข้าถึงคลังข้อมูลของสหพันธ์โลก "

“ตรวจพบความปลอดภัยระดับห้า...... ข้อมูลได้รับการอนุมัติบางส่วน !”

พื้นผิวด้านในของพ็อดสว่างขึ้นด้วยแสงไฟหลากสีและม่านข้อความที่ลอยอยู่ในอากาศก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าเธอ

โซฟีสะบัดมือไปทางตัวหนังสือแล้วเห็นว่าแขนของเธอทะลุผ่านมันไปราวกับว่ามันเป็นเพียงภาพลวงตา

เธอยิ้มด้วยความประหลาดใจกับความพิลึกและความแตกต่างของเทคโนโลยีในโลกใบนี้

จากนั้นก็มีภาพเด็กสาวคนหนึ่งในพ็อดโบกไม้โบกมือไปมาราวกับเด็กได้ของเล่นชิ้นใหม่ จนกระทั่งเธอค่อยๆ นั่งลงและฟังเสียงที่เริ่มอ่านข้อความ

“ ในช่วงราวๆปี 2050 โลกตกอยู่ในภาวะล่มสลาย ประชากรมีการเพิ่มจำนวนอย่างมหาศาลมากกว่า 15,000 ล้านคน และอุตสาหกรรมการเกษตรไม่สามารถผลิตผลผลิตได้ทัน

สงครามขนาดย่อมและขนาดใหญ่เกี่ยวกับทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดเพิ่มขึ้นจนกระทั่งอาวุธนิวเคลียร์เริ่มเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง

ประเทศสำคัญๆ ทั้งหมด เช่น อเมริกา จีน รัสเซีย และอินเดีย ต่างถูกทำลายโดยความไม่สงบและความขัดแย้งทางสังคม

มนุษยชาติกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ที่มืดมิด และนักประวัติศาสตร์หลายคนเชื่อว่าจุดจบของมนุษยชาติขึ้นอยู่กับผู้คนที่อาศัยอยู่ในยุคนั้น

จนกระทั่งพวกเขามาถึง

เผ่าพันธุ์มนุษย์ต่างดาวที่เรียกว่า แดร็กซ์ ได้ลงจอดบนดาวเคราะห์โลกในปี 2089 และรู้สึกทึ่งกับรูปแบบสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่

พวกเขาทำการลักพาตัวและศึกษาสรีรวิทยาของมนุษย์ และค้นพบว่ามนุษย์มีพรสวรรค์แฝงในการฝึกฝนอย่างที่ไม่เคยพบมาก่อน

แม้ว่ามนุษย์จะอ่อนแอเมื่อยามกำเนิดเมื่อเทียบกับเผ่าพันธุ์อื่นๆในกาแลคซี่ แต่ความโหดเหี้ยมและความตั้งใจที่จะอยู่รอดของพวกเขาก็ไม่มีใครเทียบได้

แดร็กซ์ เป็นเผ่าพันธุ์ที่ไม่ได้มีรูปร่างคล้ายมนุษย์หากแต่มีลักษณะคล้ายกับงู ซึ่งพวกเขากดขี่เผ่าพันธุ์อื่นๆ ให้ต่อสู้และทำสงครามเพื่อขยายอาณาเขตของพวกเขา

การทดลองกองทัพมนุษย์นั้นประสบความสำเร็จอย่างสูงสำหรับกำลังทหารของจักรวรรดิ

ถึงแม้ว่าไม่ใช่มนุษย์ทุกคนที่จะสามารถฝึกฝนได้ แต่ก็มีผู้ที่มีพรสวรรค์ที่สามารถเพิ่มขึ้นจากพลังชี่ทางกาย ไปเป็นพลังชี่ทางจิตวิญญาณ และไปจนถึงขั้นสภาวะว่างเปล่า

แน่นอนว่ามนุษย์ทุกคนที่สามารถไปได้ไกลกว่านั้นจะต้องถูกคัดออกอย่างรวดเร็วเพื่อหลีกเลี่ยงการก่อจลาจล

หรือถูกเชื่ออย่างนั้น....

มนุษย์ต้องต่อสู้ในสงครามเพื่อเจ้านายคนใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า และกลายเป็นที่รู้จักกันทั่วทั้งระบบ ในเรื่องธรรมชาติอันดุร้ายของพวกเขา หลายร้อยปีผ่านไป พวกแดร็กซ์ก็หยิ่งผยองและเสื่อมทราม

ไม่มีแรงผลักดันในการพิชิตโดยผู้นำของจักรวรรดิอีกต่อไป และมนุษย์ก็ถูกมองว่าเป็นเครื่องมือที่ไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป พวกตำแหน่งเบื้องบนก็ได้ออกคำสั่งให้ฆ่ากำจัดมนุษย์ทั้งหมดในกองทัพ

และนั่นเป็นความผิดพลาดร้ายแรง

สิ่งที่พวกแดร็กซ์ไม่รู้ก็คือ มนุษยชาติไม่เคยมองพวกเขาเป็นนายท่านผู้มีเมตตาที่พวกเขาจะยอมตายแทนได้

ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ปี ทาสก็ยังคงเป็นทาส กลุ่มย่อยหลากหลายกลุ่มได้ก่อตัวขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมาโดยมีเป้าหมายเพื่ออิสรภาพและเสรีภาพจากอาณาจักรแดร็กซี

บางคนไตร่ตรองถึงวิธีการประท้วงอย่างสันติในขณะที่บางคนต้องการหลุดพ้นด้วยความรุนแรง

เมื่อการปฏิวัติเริ่มขึ้น พวกทหารแดร็กซ์ได้นำปืนพลาสม่าของพวกเขาไปสังหารชีวิตกบฏมนุษย์ พวกเขาถูกบุกรุกอย่างอุกอาจและถูกสังหารโดยการโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัว

มนุษย์ได้ร่วมมือกับเผ่าพันธุ์ทาสอื่น ๆ เช่น เซิร์ฟวี ,แมนโดเลซา, และ เควฟส์

ซึ่งต่อมาในประวัติศาสตร์เป็นที่รู้จักในฐานะสมาชิกร่วมก่อตั้งของสหพันธ์โลก

พวกแดร็กซ์ซึ่งไม่ได้เตรียมตัวรับมือไว้ และอาคารสิ่งก่อสร้างต่างๆ บนดาวเคราะห์บ้านเกิด ‘ ลิเธีย ’ ก็ถูกทำลายราบคาบ

การเรียกร้องขอกำลังเสริมจากกองยานอวกาศถูกส่งออกไปอย่างรวดเร็ว แต่เรื่องของเรื่องก็คือ เมื่อกัปตันเรือเป็นแดร็กซ์แต่ลูกเรือทั้งลำเป็นมนุษย์

ยานส่วนใหญ่ลุกขึ้นก่อกบฏและโค่นล้มผู้บังคับบัญชาที่อยู่ที่นั่น จากนั้นมนุษยชาติจึงตัดสินใจว่า… ”

“ข้อมูลถูกจำกัด !”

“แล้วเกิดอะไรขึ้นกับอาณาจักรแดร็กซี ?” โซฟีถามด้วยความสงสัย

“ข้อมูลถูกจำกัด !”

โซฟีขมวดคิ้วกับคำสีแดงที่ฉายผ่านหน้าจอ มีหลายสิ่งให้ซึมซับข้อมูลจากเรื่องราวที่เห็น แต่ส่วนที่สำคัญที่สุดดูเหมือนจะถูกล็อกเอาไว้หลังการรักษาความปลอดภัยระดับที่ 1 ซึ่งเธอไม่มี

“ดำเนินเรื่องประวัติศาสตร์ต่อและแสดงข้อมูลที่เข้าถึงได้ทั้งหมด” โซฟีออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงหยาบกระด้าง

เสียงฮัมดังขึ้นขณะที่คอมพิวเตอร์สแกนผ่านข้อมูลด้านความปลอดภัยทั้งหมดเพื่อนำเสนอบทเรียนประวัติศาสตร์ที่เหลือ

" ภายในปี 3000 ดาวเคราะห์ทุกดวงของอดีตจักรวรรดิ [ถูกลบ] โดยคำสั่งของสหพันธ์โลก ดังนั้นจึงถือว่าไม่เอื้ออำนวยต่อสิ่งมีชีวิตใดๆ

ทั้งสี่เผ่าพันธุ์ที่แตกต่างกันแต่ละเผ่าต่างมีดาวเคราะห์บ้านเกิดของตนเอง และจำเป็นจะต้องส่งประชากรจำนวนหนึ่งเพื่อเข้าร่วมกองบินจักรวรรดิ

มนุษยชาติได้พิชิตดาวเคราะห์ขนาดเล็ก ดาวเคราะห์นอกระบบ และดวงจันทร์หลายร้อยดวง รวมทั้งดาวเคราะห์หลักแปดสิบห้าดวงและสองซุปเปอร์โนวา

ขณะนี้ได้เกิดความขัดแย้งโดยตรงระหว่างสี่อาณาจักรหลัก ได้แก่ เฟเดอร์รีน อินเซคทอดย์ ยูโนวา และ สหพันธ์โลก เกี่ยวกับข้อพิพาทด้านอาณาเขตในระบบดาวบางดวง

( รายการข้อพิพาทเรื่องดินแดนทั้งหมดสามารถเข้าถึงแยกต่างหากได้ ) "

" เหล่าตระกูลชั้นสูงของมนุษยชาติได้สร้างความสามารถในการฝึกฝนที่แข็งแกร่งที่สุด และเหนือชั้นกว่ามนุษย์ทั่วๆไป ทั้งในด้านพันธุกรรมและตามธรรมชาติ

เหล่าชั้นสูงยังคงเป็นแสงสว่างเจิดจ้าของจักรวาลและจะนำพามนุษยชาติไปสู่การเป็นเจ้าโลกเหนือทุกคนที่ต่อต้านเรา ! "

มีการโฆษณาชวนเชื่อสั้นๆ อยู่ท้ายข้อความ แต่โซฟีไม่ได้เก็บมาใส่ใจเมื่อมีคำถามผุดขึ้นในใจเกี่ยวกับสิ่งที่เธอได้รู้

“ทำไมข้อมูลเกี่ยวกับการสิ้นสุดของการกบฏถึงถูกจำกัด ?”

“เกิดอะไรขึ้นกับผู้รอดชีวิตจากอาณาจักรแดร็กซี ?”

โซฟีคร่ำครวญด้วยความหงุดหงิดเพราะเห็นได้ชัดว่าไม่มีคำตอบพวกนี้สำหรับเธอ เธอตัดสินใจว่าจะกลับไปถามคำถามกับพ่อของเธอเมื่อเธอกลับบ้านในช่วงปิดเทอมฤดูหนาว

รอยัล อคาเดมี เทียบเท่ากับมหาวิทยาลัยบนโลกของซุย เหมิง

มันเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงบนดาวไกอา ที่ซึ่งพวกราชวงศ์ของมนุษย์อาศัยอยู่ ไม่มีสามัญชนในมหาวิทยาลัยและภายในมีเพียงชนชั้นสูงระดับสูงเท่านั้นที่ได้รับอนุญาต และเท่าที่เธอรู้ โซฟีเป็นลูกผสมเพียงคนเดียวในชั้นปีสุดท้าย

ในกระเป๋าของเธอไม่มีปากกาสักด้าม แต่โซฟีดึงแท็บเล็ตของเธอออกมา และเริ่มจดบันทึกข้อมูลสองสามอย่างเพื่อที่เธอจะได้กลับไปอ่านมันซ้ำเมื่อกลับถึงหอพัก เมื่อเธอจดเสร็จ ม่านข้อความก็กระพริบสองสามครั้งก่อนที่จะหายไป และแถบสอบถามการค้นหาก็เข้ามาแทนที่

โซฟีกำลังจะค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับการฝึกฝนแต่ถูกความง่วงนอนเข้าจู่โจม ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจว่าจะกลับมาอีกครั้งในวันพรุ่งนี้แทน เธอเก็บกระเป๋าใบเล็กๆ ของเธอและออกจากพ็อดในขณะที่หาวอย่างหนัก

มีเสียงซุบซิบบางอย่างอยู่ด้านนอกพ็อด และโซฟีมองขึ้นไปเห็นกลุ่มสาวสวยผู้สูงศักดิ์ หนึ่งในนั้นยิ้มอย่างสนุกสนานพร้อมกับเรียกเธอว่า

" แหม... แหม... นั่นใช่ลูกผสมโสโครกรึเปล่านะ ! "

จบบทที่ ราชินีอารัคเน่ ตอนที่ 2 : ประวัติสหพันธ์โลก

คัดลอกลิงก์แล้ว