- หน้าแรก
- ภารกิจปั้นจอมยุทธ์ด้วยยาเทพ
- บทที่ 240 [การกดทับของวิถีสวรรค์]
บทที่ 240 [การกดทับของวิถีสวรรค์]
บทที่ 240 [การกดทับของวิถีสวรรค์]
บทที่ 240 [การกดทับของวิถีสวรรค์]
◉◉◉◉◉
"ท่านอาวุโส ตอนนี้ท่านคงคิดค้นวิชา 'หมื่นวิถีสรรพสิ่ง' และ 'สี่สุดยอดปั่นป่วนฟ้า' สำเร็จแล้วสินะครับ"
เซี่ยวซานเซี่ยวได้ยินดังนั้น ก็พยักหน้ารับทันที
"ถูกต้อง"
ฉู่เป่ยเสวียนจึงพูดต่อ
"ท่านคิดค้นสองวิชานี้ขึ้นมา แต่กลับไม่ยอมถ่ายทอดให้ลูกชายของท่าน"
"พวกเขาคิดว่าเป็นเพราะท่านไม่ไว้ใจพวกเขา ถึงได้กั๊กวิชาเอาไว้ ตอนนี้พวกเขาเริ่มแอบฝึกกันเองแล้ว"
พูดมาถึงขั้นนี้ เรื่องราวก็กระจ่างแจ้ง
เซี่ยวซานเซี่ยวยิ้มขื่นด้วยความจนใจ
"ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้"
"ที่แท้ก็เพราะเหตุนี้..."
เขาไม่ยอมสอนเพราะกลัวผลข้างเคียง แต่ลูกๆ กลับคิดว่า...
พอนึกได้ว่าลูกชายทั้งสองกำลังแอบฝึกวิชานี้อยู่
เขาก็นั่งไม่ติดที่อีกต่อไป
"ขอบคุณสหายฉู่ที่บอกกล่าว"
"ไม่อย่างนั้นข้าคงไม่มีทางรู้เรื่องพวกนี้..."
"สุดท้ายแล้ว ก็เป็นบาปกรรมที่ข้าก่อขึ้นเอง"
เรื่องราวดำเนินมาถึงจุดนี้
เซี่ยวซานเซี่ยวพูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ
เซี่ยวซานเซี่ยวในตอนนี้ ดูเหมือนชายชราธรรมดาๆ จริงๆ
ฉู่เป่ยเสวียนได้แต่ปลอบโยน
"ความจริงท่านอาวุโสไม่ต้องโทษตัวเองหรอก ท่านทำไปก็เพื่อขจัดมหันตภัยพันปี"
"ถึงได้ละเลยพวกเขาไปบ้าง"
เซี่ยวซานเซี่ยวมีสีหน้าขมขื่น น้ำเสียงแหบพร่า
"ถึงจะพูดอย่างนั้น"
"แต่ก็ยังเป็นความผิดของข้าอยู่ดี"
"ไม่รู้ว่าตอนนี้ จะยังมีวิธีไหนหยุดยั้งได้บ้าง"
ผ่านการสนทนาของทั้งสอง
ตอนนี้เซี่ยวซานเซี่ยวเชื่อใจฉู่เป่ยเสวียนอย่างเต็มที่
ในเมื่อฉู่เป่ยเสวียนสามารถชี้เป้าเรื่องมหันตภัยพันปีได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
เขาก็เชื่อว่า...
อีกฝ่ายจะต้องมีวิธีแก้ไขอย่างแน่นอน
ทว่า...
ฉู่เป่ยเสวียนกลับเพียงแค่ยิ้ม
"ท่านอาวุโส"
"ความจริงมหันตภัยพันปีไม่ได้ร้ายแรงอย่างที่คิดหรอกครับ"
"หรืออาจจะพูดได้ว่า..."
"ท่านอาวุโสลองมองดูสิ แผ่นดินเสินโจวแห่งนี้ไม่ได้มีแต่ยอดฝีมือไปเสียทุกที่ ภายใต้ยอดฝีมือเหล่านั้น คนส่วนใหญ่ก็เป็นเพียงผู้อ่อนแอ"
"สำหรับผู้อ่อนแอเหล่านี้..."
"ทุกๆ วันของพวกเขา ก็คือการเผชิญกับมหันตภัยไม่ใช่หรือครับ?"
แผ่นดินผืนนี้
ยึดถือคติปลาใหญ่กินปลาเล็ก
แม้จะมีราชวงศ์ปกครอง
ภายใต้ข้อจำกัดของอำนาจรัฐ อาจให้โอกาสผู้อ่อนแอได้พักหายใจบ้าง
แต่ทว่า...
เพียงแค่ก้าวเท้าเข้าสู่ยุทธภพ
พวกเขาก็ยังคงถูกเหล่าผู้แข็งแกร่งบีบคั้น
ต้องวนเวียนอยู่ระหว่างความเป็นความตายตลอดเวลา
แทบจะไม่มีโอกาสได้หายใจหายคอ
เห็นได้ชัดว่าเซี่ยวซานเซี่ยวเพิ่งเคยได้ยินแนวคิดแบบนี้เป็นครั้งแรก
ถึงกับอ้าปากค้างด้วยความตื่นตะลึง
ผ่านไปเนิ่นนาน
เขาถึงได้เอ่ยออกมาอย่างตะกุกตะกัก
"ข้า... ไม่เคย... คิดมาก่อนเลย..."
"ที่แท้... เป็นเช่นนี้เอง"
ฉู่เป่ยเสวียนยังคงยิ้มบางๆ
การปรับเปลี่ยนความคิดไม่ได้ทำได้รวดเร็วปานนั้น
ต่อให้มีเขาคอยชี้แนะอยู่ข้างๆ
เซี่ยวซานเซี่ยวก็คงไม่สามารถก้าวข้ามกรอบความคิดเดิมๆ ได้เร็วขนาดนั้น
เขาจึงพูดต่อ "อีกอย่างครับ ท่านอาวุโส"
"ในกฎแห่งปลาใหญ่กินปลาเล็ก แท้จริงแล้วยังแฝงสัจธรรมอยู่อีกข้อหนึ่ง"
"ไม่ว่าจะเป็นมหันตภัยยิ่งใหญ่แค่ไหน ตราบใดที่มีพลังมากพอ ก็ไม่ต้องกังวล"
"หมายความว่า—"
"ขอเพียงแข็งแกร่งพอ ต่อให้มหันตภัยพันปีเกิดขึ้นจริงแล้วจะทำไม พวกเราก็ใช้พลังสยบมันลงได้อยู่ดี"
ประโยคนี้ของฉู่เป่ยเสวียนช่างห้าวหาญเทียมฟ้า ฟังจนเซี่ยวซานเซี่ยวถึงกับอึ้ง
ก่อนจะนึกขึ้นได้
"จริงด้วย!"
"เหตุผลง่ายๆ แค่นี้"
"ทำไมเมื่อก่อนข้าถึงคิดไม่ได้นะ"
พูดจบ เขาก็อดทอดถอนใจไม่ได้
"คลื่นลูกใหม่ไล่คลื่นลูกเก่าจริงๆ"
"วันนี้ได้มาพบสหายฉู่ ถือเป็นวาสนาในชีวิตของข้าแท้ๆ"
สำหรับคำชมของเซี่ยวซานเซี่ยว ฉู่เป่ยเสวียนเพียงตอบรับตามมารยาท
"ท่านอาวุโสชมเกินไปแล้ว"
คุยกันมาถึงตรงนี้
ความจริงเป้าหมายในการมาเยือนของเซี่ยวซานเซี่ยวครั้งนี้ ก็ถือว่าบรรลุผลแล้ว
แม้ผลลัพธ์จะต่างจากที่คาดการณ์ไว้มาก
แต่มันก็ไม่สำคัญอีกต่อไป
ทั้งสองนั่งดื่มกันต่ออีกไม่กี่จอก เซี่ยวซานเซี่ยวในใจยังเป็นห่วงลูกชายทั้งสอง
จึงเตรียมตัวจะขอลา
ฉู่เป่ยเสวียนดูออกถึงความคิดของเขา จึงเอ่ยปากขึ้น
"ท่านอาวุโส ถ้าหากพวกเขามีปัญหาอะไร ท่านมาหาข้าได้นะ"
"ข้าอาจจะมีวิธีช่วยแก้ไขได้"
พูดมาถึงขนาดนี้
ฉู่เป่ยเสวียนก็คิดว่าเพียงพอแล้ว
ฝ่ายเซี่ยวซานเซี่ยวหลังอึ้งไปครู่หนึ่ง ก็กล่าวขอบคุณด้วยความดีใจ
"ถ้าสหายฉู่มีวิธีจริง"
"งั้นข้าต้องขอขอบคุณสหายฉู่ล่วงหน้าไว้ ณ ที่นี้เลย"
ผลข้างเคียงของวิชาสี่สุดยอดปั่นป่วนฟ้า
แม้แต่เซี่ยวซานเซี่ยวเองก็ยังขจัดออกไปไม่หมด
แต่ถ้าฉู่เป่ยเสวียนแก้ได้
เรื่องราวก็จะง่ายขึ้นเยอะ
คิดได้ดังนั้น เซี่ยวซานเซี่ยวก็ปัดเป่าความห่อเหี่ยวก่อนหน้านี้ทิ้งไป ประสานมือคารวะฉู่เป่ยเสวียน
"วันนี้ขอบคุณสหายฉู่มาก"
"ข้าขอตัวลา ไม่รบกวนแล้ว"
ฉู่เป่ยเสวียนประสานมือตอบ
"ท่านอาวุโสเดินทางปลอดภัย"
...
หลังจากส่งเซี่ยวซานเซี่ยวกลับไปแล้ว
ฉู่เป่ยเสวียนก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
ด้วยคำเตือนของตู๋กูเจี้ยน
ความจริงฉู่เป่ยเสวียนก็เตรียมใจไว้บ้างแล้ว
แม้เขาจะไม่กลัวเหล่าตาเฒ่าสัตว์ประหลาดที่เร้นกายทั้งหลายจะโผล่มาหาเรื่อง
แต่ถ้าโดนจู่โจมทีเผลอ
เขาก็อาจจะไม่รู้สถานการณ์ของอีกฝ่ายได้ทันท่วงที
แต่นึกไม่ถึงว่า
คนแรกที่มาหาเขา จะเป็นเซี่ยวซานเซี่ยว
พอนึกถึงตรงนี้
ฉู่เป่ยเสวียนก็อดรู้สึกไม่ได้ว่า บางครั้งโชคชะตาก็ช่างน่าอัศจรรย์นัก
หลังจากรำพึงรำพันจบ
เขาก็กลับเข้าไปในห้องวิปัสสนา
ฝึกยุทธ์ต่อไป
เพียงแต่...
ช่วงนี้ไม่รู้เป็นเพราะอะไร
ฉู่เป่ยเสวียนรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่า
ตอนที่เขาฝึกยุทธ์ มันไม่ราบรื่นเหมือนเมื่อก่อน
ลางๆ เหมือนมีความรู้สึกถูกกดทับอยู่ตลอดเวลา
ฉู่เป่ยเสวียนพยายามจะทะลวงผ่านพันธนาการนี้
แต่ไม่ว่าจะใช้วิธีไหน
ผลก็ยังเหมือนเดิม
หลังจากพยายามแล้วล้มเหลวอีกครั้ง
ฉู่เป่ยเสวียนคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วตัดสินใจเรียกหาระบบ
"ระบบ ออกมาซิ"
"ติ๊ง โฮสต์มีอะไรให้รับใช้ขอรับ"
"ว่ามาซิ ปัญหาการฝึกยุทธ์ของข้านี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?"
เผชิญหน้ากับคำถามคาดคั้นของฉู่เป่ยเสวียน
เสียงสังเคราะห์ของระบบ ดูเหมือนจะแกว่งไปวูบหนึ่ง
ฉู่เป่ยเสวียนเลิกคิ้ว ไม่นานก็ได้ยินคำตอบจากระบบ
"โฮสต์ครับ ความจริงมันเป็นแบบนี้"
"แผ่นดินผืนนี้ ความจริงยังจัดว่าเป็นมิติระดับต่ำอยู่ ข้อจำกัดของมันค่อนข้างเยอะครับ"
"แต่ตอนนี้ระดับการบำเพ็ญเพียรของโฮสต์ ได้ก้าวข้ามขอบเขตของแผ่นดินนี้ไปไกลโขแล้ว"
"ก่อนหน้านี้ตอนที่โฮสต์ยังไม่สัมผัสถึงวิถีแห่งเต๋า วิถีสวรรค์ก็ยังจำกัดอะไรโฮสต์ไม่ได้มาก"
"แต่ตอนนี้พอสัมผัสถึงวิถีแห่งเต๋า ฟ้าดินก็เลยสร้างข้อจำกัดต่อตัวโฮสต์ขึ้นมาโดยธรรมชาติ"
"นี่คือสาเหตุที่โฮสต์รู้สึกเหมือนโดนกดทับเวลาฝึกยุทธ์นั่นแหละครับ"
ฟังคำอธิบายของระบบ
ฉู่เป่ยเสวียนถึงกับพูดไม่ออก
"เรื่องสำคัญขนาดนี้ ทำไมระบบไม่บอกข้าก่อนฮะ?"
ระบบตอบเสียงใสซื่อ "ก็โฮสต์ไม่ได้ถามนี่ครับ"
ฉู่เป่ยเสวียน: "..."
เงียบ
เงียบกริบราวกับป่าช้า
สัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตจากฉู่เป่ยเสวียน ระบบจึงลองหยั่งเชิงพูดต่อ
"ความจริงโฮสต์ไม่ต้องคิดมากหรอกครับ"
"ตอนนี้แผ่นดินนี้เกิดความเปลี่ยนแปลงไปเยอะมาก พร้อมๆ กับการเพิ่มขึ้นของยอดฝีมือ"
"แผ่นดินนี้ก็จะค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ หรือก็คือขีดจำกัด ของมันจะถูกยกระดับขึ้นเรื่อยๆ"
"ถึงตอนนั้นการฝึกยุทธ์ของโฮสต์ก็จะไม่โดนขัดขวางอีกแล้วครับ"
ฉู่เป่ยเสวียนฟังจบ แทบจะหัวเราะทั้งน้ำตา
"ระบบ ข้าให้โอกาสเจ้าเรียบเรียงคำพูดใหม่อีกทีนะ!"
◉◉◉◉◉
[จบแล้ว]