เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 230 [มองการณ์ไกล]

บทที่ 230 [มองการณ์ไกล]

บทที่ 230 [มองการณ์ไกล]


บทที่ 230 [มองการณ์ไกล]

◉◉◉◉◉

และราษฎรต้าซ่ง

ก็มีความไม่พอใจในเรื่องนี้อยู่มาก

...

เมืองเปี้ยนจิง

หอฝานโหลวที่เคยคึกคัก

บัดนี้เงียบเหงาวังเวง

แม้แต่สะพานหงเฉียวที่ผู้คนพลุกพล่าน

ก็มีคนเดินผ่านเพียงประปราย

ราษฎรเปี้ยนจิงนับไม่ถ้วน ต่างนั่งถอนหายใจด้วยความกลัดกลุ้มอยู่ในบ้าน

"เฮ้อ!~"

ตอนที่ข่าวต้าซ่งจะสร้างราชวงศ์ปราณชะตาแพร่ออกมา

ราษฎรเปี้ยนจิง

ไม่มีใครไม่ดีใจ

แม้ต้าฉินจะอยู่ไกลจากต้าซ่งไปหน่อย

แต่ต้าหมิงนั้นมีพรมแดนติดกับต้าซ่งจริงๆ

ดังนั้นความเปลี่ยนแปลงของต้าหมิง

ราษฎรต่างก็เห็นกันชัดเจน

ยิ่งไปกว่านั้น

ในเมืองเปี้ยนจิง ส่วนใหญ่เป็นพ่อค้าแม่ขายและคนใช้แรงงาน ที่มาจากต่างถิ่นเพื่อทำมาหากิน

ในบรรดาคนพวกนี้

มีไม่น้อยที่มีญาติพี่น้องแต่งงานย้ายไปอยู่ต้าหมิง

เมื่อได้รับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงของคนใกล้ตัวอย่างชัดเจน

ราษฎรย่อมคาดหวังกับการสร้างราชวงศ์ปราณชะตาเป็นอย่างมาก

แต่ทว่า

ความหวังมากเท่าไหร่

ความผิดหวังก็มากเท่านั้น

ยิ่งพอได้รู้สาเหตุของความล้มเหลว

ในใจของพวกเขาก็ยิ่งโกรธแค้น

"ไอ้พวกข้าราชการกังฉินสมควรตาย วันๆ เอาแต่ขูดรีดชาวบ้าน ตอนนี้เพราะพวกมัน ทำให้ชีวิตดีๆ ของพวกเราต้องพังทลาย"

"ข้าว่าคนแบบนี้ ตายเพราะสวรรค์ลงทัณฑ์ยังถือว่าสบายไป"

"น่าจะแล่เนื้อเถือหนังพวกมันถึงจะสาสม!"

คำพูดทำนองนี้

เพียงแค่เวลาสั้นๆ วันสองวัน

ก็อัดแน่นอยู่ในใจของราษฎรทุกคน

พวกเขาไม่กล้าออกไปพูดข้างนอก

ก็ได้แต่ปิดประตูด่าอยู่ในบ้าน

แต่ทำแบบนี้ก็ยังไม่หายแค้น

รังแต่จะทำให้ราษฎรรู้สึกอึดอัดคับแค้นใจยิ่งขึ้น

ไม่นานเสียงวิพากษ์วิจารณ์อื่นๆ ก็เริ่มก่อตัวขึ้นตามมา

"ถ้าไม่ใช่เพราะฝ่าบาทหูเบาเชื่อคนง่าย ยอมใช้คนชั่ว ต้าซ่งจะตกอยู่ในสภาพนี้ได้ยังไง!"

"ฝ่าบาทไร้ความสามารถ ราษฎรถึงต้องรับกรรม!"

"ต้าซ่งสร้างราชวงศ์ปราณชะตาล้มเหลว โอรสสวรรค์ต้องรับผิดชอบ!"

"ขอให้ฝ่าบาทออกพระราชโองการตำหนิตนเอง (จุ้ยจี่เจ้า)!"

เสียงเรียกร้องเหล่านี้แพร่สะพัดไปทั่วเมืองเปี้ยนจิงอย่างรวดเร็ว

และกระแสก็ยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

ทำท่าว่าจะลุกลามไปทั่วทั้งต้าซ่ง

ด้วยเหตุนี้

จูเก๋อเจิ้งหว่อที่รีบเร่งกลับมาทั้งคืน จึงรีบระดมกำลังพลของสำนักมือปราบที่ประจำอยู่ในเปี้ยนจิง

ไม่นานสำนักมือปราบก็สืบเจอพวกที่ฉวยโอกาสสร้างสถานการณ์ และลงโทษสถานหนักเพื่อเชือดไก่ให้ลิงดู

แต่ถึงกระนั้น

ก็ทำให้หลายคนได้เห็นเรื่องตลกของราชสำนักอีกครั้ง

...

ในวัดร้างนอกเมืองเปี้ยนจิง

ขอทานสามสี่คนจับกลุ่มคุยกัน

พวกเขานั่งล้อมกองไฟ

บนกองไฟย่างไก่ส่งกลิ่นหอมฉุย

และในมือของพวกเขาก็ถือสุรารสเลิศ

"ฮ่าฮ่าฮ่า!"

"ราชสำนักคราวนี้ขายขี้หน้าครั้งใหญ่เลย!"

"แต่จะว่าไป ฮ่องเต้เฒ่าผู้นั้นในใจคงไม่มีความละอายเลยสักนิด"

"เขาไม่ดูบ้างเลยว่าตัวเองใช้คนแบบไหน ยังจะหลงตัวเองว่าเป็นฮ่องเต้ผู้ปรีชาสามารถอีก?"

"ถุย!"

ขอทานคนหนึ่งพูดอย่างตื่นเต้น ถ่มน้ำลายลงพื้นอย่างแรง

คนอื่นก็รีบผสมโรง

"ใช่ ใช่!"

"ฮ่องเต้เฒ่าไร้ความสามารถ พวกกังฉินสอพลอก็เอาแต่เลียแข้งเลียขาข่มเหงผู้น้อย"

"ทีนี้เป็นไงล่ะ"

"หน้าตาของราชสำนักป่นปี้ไม่มีชิ้นดี"

"ข้าว่านะ"

"ต่อไปราชสำนักคงไม่มีหน้ามาวุ่นวายเรื่องในยุทธภพของพวกเราแล้วล่ะ!"

"ก็ไม่แน่เสมอไป สำนักมือปราบชอบแส่เรื่องชาวบ้านจะตาย"

"วันๆ ถือขนนกเป็นลูกธนู (ถือดีว่ามีอำนาจ)"

"ไม่รู้จะวางก้ามไปถึงไหน"

พรรคกระยาจกนับตั้งแต่เฉียวเฟิงจากไป

อำนาจส่วนใหญ่ก็ตกไปอยู่ในมือของฉวนกวนชิง

ฉวนกวนชิงใช้วิธีแยบยล บีบคนสนิทของเฉียวเฟิงออกไปอยู่ที่ชายขอบ

และลูกศิษย์ที่ติดตามเขา

ย่อมไม่มีความรู้สึกดีๆ ให้กับสำนักมือปราบที่สนิทสนมกับเฉียวเฟิง

พอเอ่ยถึงสำนักมือปราบ

ใบหน้าของพวกเขาก็ฉายแววดูถูกเหยียดหยาม

"สำนักมือปราบเป็นตัวอะไร?"

"ฮ่องเต้เฒ่าขายหน้าใหญ่โตขนาดนี้ ถ้าพวกมันยังกล้าแส่เรื่องชาวบ้าน เราก็เอาเรื่องพวกนี้ไปป่าวประกาศให้ทั่วต้าซ่ง"

"ข้าอยากจะรู้นัก"

"ในสถานการณ์แบบนี้ พวกสำนักมือปราบจะยังมีหน้ามาวุ่นวายกับพวกเราอีกไหม"

"ฮ่าฮ่าฮ่า! ความคิดนี้เข้าท่า!"

"ต่อไปพวกเราจะทำแบบนี้แหละ!"

"จะได้ให้พวกคนในราชสำนักรู้ซะบ้าง ว่าคนในยุทธภพอย่างพวกเราก็ไม่ใช่จะมารังแกกันได้ง่ายๆ!"

"ใช่ๆๆ"

เสียงสนับสนุนดังขึ้นระงม

เป็นการเยาะเย้ยถากถางราชสำนักอย่างเปิดเผยที่สุด

...

ในขณะเดียวกัน

ณ หอนางโลมที่ใหญ่ที่สุดในเมืองเปี้ยนจิง

หลิวสุยเฟิงอมยิ้ม โอบกอดสาวงามในอ้อมแขน ดื่มสุราไปหนึ่งอึก

จากนั้น ก็หัวเราะอย่างสำราญใจ

"ฮ่าฮ่าฮ่า"

"น่าสนใจจริงๆ"

ภายในห้องรับรอง

หลี่เฉินโจวรินสุราดื่มเพียงลำพัง นั่งพิงพนักอย่างเกียจคร้าน

ได้ยินเสียงหัวเราะของหลิวสุยเฟิง เขาจึงค่อยๆ เอ่ยปาก

"หลิวเสี่ยวอู่ (หลิวเจ้าห้า) เจ้ายั่งขำไม่พออีกรึ"

หลิวสุยเฟิงได้ยินดังนั้น ก็เลิกคิ้ว มองหลี่เฉินโจวด้วยแววตาหยอกล้อ

"หลายวันมานี้ ท่านขำพอแล้วหรือ?"

หลี่เฉินโจวส่ายหน้า

"นั่นย่อมไม่พอ"

"ฮ่องเต้ซ่งขายหน้าใหญ่โตขนาดนี้ อย่าว่าแต่ไม่กี่วันเลย ต่อให้ผ่านไปกี่เดือน ก็คงยังขำไม่พอ"

หลิวสุยเฟิงได้ยินดังนั้น ก็ค้อนใส่เขาตาคว่ำ

"งั้นก็จบเรื่อง"

"พวกเรามาเปี้ยนจิงคราวนี้ เดิมทีมีธุระอื่น แต่นึกไม่ถึงว่าจะได้ดูเรื่องตลกใหญ่โตขนาดนี้สดๆ ร้อนๆ"

"ถ้ารู้อย่างนี้ น่าจะลงมือก่อนหน้านี้ซะก็ดี"

หลี่เฉินโจวหมุนจอกสุราในมือเล่น ไม่แสดงความเห็น

หลิวสุยเฟิงเห็นดังนั้น ก็เริ่มโวยวายด้วยความไม่พอใจ

"ที่ข้าพูด ผิดตรงไหน?"

หลี่เฉินโจวยิ้ม

"ถูก"

"และก็ผิด"

พูดจบ เขาก็เงยหน้าดื่มสุราจนหมดจอก แล้วกล่าวต่อ

"พวกเรา เสียโอกาสไปอย่างถาวรแล้ว"

ประโยคนี้หลุดออกมา

รอยยิ้มบนใบหน้าของหลิวสุยเฟิง

ก็เลือนหายไปทันที

จากนั้น เขาจึงกล่าวว่า "โอกาส มักจะเหลือไว้ให้คนที่เตรียมพร้อมเสมอ"

"สถานการณ์ตอนนี้ยังไม่แน่นอน พวกเราอาจจะยังไม่ได้เสียโอกาสนี้ไปจริงๆ ก็ได้"

หลี่เฉินโจวได้แต่ถอนหายใจ

"พวกเราเสียไปแล้วจริงๆ"

"เจ้าคงไม่ใช่ไม่รู้สึกหรอกนะ"

"ว่าของบางอย่าง ได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว"

หลิวสุยเฟิงจ้องตาหลี่เฉินโจว แล้วกล่าวว่า

"แล้วอย่างไร?"

"ตัวแปรนี้ คือตัวแปรที่ใหญ่ที่สุดของพวกเรา"

หลี่เฉินโจวพูดประโยคนี้จบ

ก็ไม่พูดอะไรอีก

ความเงียบงัน แผ่ปกคลุมไปทั่วทันที

หลี่เฉินโจวยังคงหมุนจอกสุราเล่น แต่สายตามองไปทางพระราชวัง

ผ่านไปเนิ่นนาน เขาถึงพ่นลมหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง

สามเดือนพิชิตซ่ง

ช่างเป็นแผนการที่ยอดเยี่ยม

แต่กลับต้องมาแท้งตั้งแต่เพิ่งเริ่ม

ถ้าจะบอกว่า

ต้าซ่งก่อนหน้านี้ พวกเขาอาจจะยังมีโอกาส

แต่ตอนนี้

พวกเขาไม่มีโอกาสอีกแล้ว

เพราะความล้มเหลวของราชสำนัก

ไม่ได้หมายถึงความล้มเหลวของต้าซ่ง

ฮ่องเต้ซ่งปลอดภัยดี

จูเก๋อเจิ้งหว่อ เฉียวเฟิง และคนอื่นๆ ถึงขั้นได้รับพรจากสวรรค์

ในสถานการณ์เช่นนี้

หมายความว่า

ต่อให้ลิขิตสวรรค์จะไม่ได้อยู่ที่ฮ่องเต้ซ่ง แต่ก็ยังอยู่ที่ต้าซ่ง

พวกเรา...

เสียโอกาสไปอย่างถาวรแล้วจริงๆ

หลี่เฉินโจวคิดถึงตรงนี้

ก็เงยหน้าดื่มสุราอีกจอก

"ช่างเถอะ"

"ในเมื่อทางนี้ไปต่อไม่ได้"

"บางทีการโอนอ่อนผ่อนตามลิขิตสวรรค์ อาจจะดีกว่า"

"ต่อให้รักษาเมืองเซียงหยางไว้ได้ แต่เซียงหยางก็ไม่ใช่มีแค่ที่เดียว"

"สายตาของพวกเรา ควรจะมองให้ไกลกว่านี้หน่อยแล้ว"

◉◉◉◉◉

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 230 [มองการณ์ไกล]

คัดลอกลิงก์แล้ว