เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 130 [การตัดสินใจของแต่ละฝ่าย]

บทที่ 130 [การตัดสินใจของแต่ละฝ่าย]

บทที่ 130 [การตัดสินใจของแต่ละฝ่าย]


บทที่ 130 [การตัดสินใจของแต่ละฝ่าย]

◉◉◉◉◉

【ระบบแจ้งเตือน: หัวหน้ากลุ่ม ฉู่เป่ยเสวียน ส่งอั่งเปาให้สมาชิกกลุ่ม เตียวเมี่ยง, ขอให้สมาชิกกลุ่ม เตียวเมี่ยง โปรดตรวจสอบ】

【ระบบแจ้งเตือน: หัวหน้ากลุ่ม ฉู่เป่ยเสวียน ส่งอั่งเปาให้สมาชิกกลุ่ม หลี่เฉิงเฉียน, ขอให้สมาชิกกลุ่ม หลี่เฉิงเฉียน โปรดตรวจสอบ】

【ระบบแจ้งเตือน: หัวหน้ากลุ่ม ฉู่เป่ยเสวียน ส่งอั่งเปาให้สมาชิกกลุ่ม ฟูซู, ขอให้สมาชิกกลุ่ม ฟูซู โปรดตรวจสอบ】

ใช้เวลาไม่นาน ฉู่เป่ยเสวียนก็ปรุงยาเสร็จ และกดส่งให้ทุกคน

【เตียวเมี่ยง】: ขอบคุณคุณชายฉู่ค่ะ

【หลี่เฉิงเฉียน】: ขอบคุณคุณชายฉู่มากขอรับ

【ฟูซู】: ลำบากคุณชายฉู่แล้ว

.....

ณ สถานที่แห่งหนึ่งในต้าหมิง

เตียวเมี่ยงยื่นมือไปกดรับอั่งเปา

พริบตาต่อมา

นางก็เห็นความว่างเปล่าเบื้องหน้าปริแยกออกเป็นรอยร้าว

ขวดกระเบื้องเคลือบสีขาวราวหยกสองขวด ลอยออกมาจากความว่างเปล่านั้นดื้อๆ

เตียวเมี่ยงตื่นตะลึงจนหัวใจแทบหยุดเต้น

“ทะลวงความว่างเปล่า!”

“คุณชายฉู่ท่านนี้ หรือจะเป็นเซียนจริงๆ!”

ต้าหยวนใช่ว่าจะไร้ซึ่งยอดฝีมือระดับเซียนเดินดิน เตียวเมี่ยงเองก็เคยติดต่อกับคนระดับนั้นมาไม่น้อย

ด้วยเหตุนี้

นางจึงตัดสินได้ทันทีว่า วิธีการของฉู่เป่ยเสวียนนั้น เหนือกว่าขอบเขตของเซียนเดินดิน หรือแม้แต่ขั้นหนึ่งเดียวกับฟ้าจะทำได้

คำอธิบายเดียวที่เป็นไปได้คือ

ฉู่เป่ยเสวียนคือเซียนผู้อยู่เหนือระดับเหล่านั้นขึ้นไปอีก

พอคิดได้แบบนี้

ความปรารถนาที่จะแลกเปลี่ยนวิชาเซียนในใจของเตียวเมี่ยงก็ยิ่งรุนแรงขึ้น

แต่ไม่นาน นางก็ดึงสติกลับมาได้

“ยังไงก็ต้องกลับต้าหยวนก่อน หาที่เหมาะๆ แล้วค่อยกินยา”

“คะแนนที่ต้องใช้แลกวิชาเซียนมันเยอะเกินไป เรื่องนี้ต้องวางแผนระยะยาว”

เตียวเมี่ยงบอกกับตัวเอง แล้วเก็บขวดยาทั้งสองไว้อย่างดีราวกับสมบัติล้ำค่า

จากนั้น

นางก็รีบปรับสีหน้าท่าทางให้กลับเป็นปกติ

หันหลังเดินออกจากห้อง ไปเคาะประตูห้องข้างๆ

นั่นคือห้องพักของสองผู้เฒ่าเสวียนหมิง

“คุณชาย มีเรื่องอะไรหรือขอรับ?”

หลังจากมาถึงต้าหมิง

เตียวเมี่ยงก็แต่งกายเป็นชายมาโดยตลอด ดังนั้นพอสองผู้เฒ่าเปิดประตูมา จึงเรียกขานนางว่าคุณชายอย่างเป็นธรรมชาติ

เตียวเมี่ยงไม่ได้เข้าไปในห้อง เพียงแค่ยืนสั่งความอยู่ที่หน้าประตู

“พวกเราออกมานานแล้ว ที่บ้านคงเป็นห่วง”

“ข้าตัดสินใจแล้ว พรุ่งนี้เราจะเดินทางกลับบ้าน”

“พวกเจ้าเก็บข้าวของให้เรียบร้อย อย่าให้ตกหล่นล่ะ”

แม้สองผู้เฒ่าจะไม่รู้ว่าทำไมเตียวเมี่ยงถึงปุบปับจะกลับ

แต่แน่นอนว่าพวกเขาไม่กล้าคัดค้าน ได้แต่รับคำ “คุณชายวางใจได้”

เมื่อสั่งการเสร็จ

เตียวเมี่ยงจึงหมุนตัวกลับห้อง

.....

ต้าถัง

หลี่เฉิงเฉียนมองดูเม็ดยาในมือ

โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย เขานั่งขัดสมาธิลงทันที

จากนั้น ก็หยิบโอสถบ่มเพาะพลังเม็ดหนึ่งกลืนลงท้อง

“ตูม!~”

แทบจะในทันที

ฤทธิ์ยาอันเข้มข้นระเบิดออกภายในร่างกายของเขาอย่างบ้าคลั่ง

หลี่เฉิงเฉียนรู้สึกได้อย่างชัดเจน

ว่าพลังฟ้าดินจำนวนมหาศาล กำลังหลั่งไหลเข้ามาหาเขา

โชคดี

ที่หลี่เฉิงเฉียนเป็นถึงรัชทายาทแห่งต้าถัง

และอาศัยอยู่ในตำหนักบูรพา

ต่อให้มีคนจับสัมผัสถึงความผิดปกติได้

ก็ไม่มีใครกล้าบุ่มบ่ามเข้ามาสอดแนมถึงในนี้

ยิ่งไปกว่านั้น

องครักษ์และขุนนางคนสนิทของตำหนักบูรพา ทันทีที่พบความผิดปกติ ก็รีบสั่งปิดล้อมตำหนักบูรพาจนแน่นหนา ไม่ยอมให้แม้แต่แมลงวันบินผ่านเข้าไปได้

หลี่เฉิงเฉียนจึงสามารถดูดซับพลังฟ้าดินเหล่านี้ เพื่อชำระไขกระดูกผลัดเปลี่ยนเส้นเอ็นได้อย่างเต็มที่

.....

ต้าฉิน

ฟูซูหลังจากได้รับยามาแล้ว

ก็เก็บไว้เองแค่เม็ดเดียว

อีกสองเม็ดที่เหลือเขานำไปมอบให้อิ๋งเจิ้ง

เพียงแต่เขายังไม่ได้กินยาทันที

แต่กลับเลือกที่จะพูดคุยเรื่องราชวงศ์แห่งโชคชะตากับอิ๋งเจิ้งต่อ

อิ๋งเจิ้งนั้นมุ่งมั่นที่จะสร้างราชวงศ์แห่งโชคชะตาให้ได้

หลังจากทำความเข้าใจทุกอย่างจนกระจ่างแจ้งแล้ว

ก็ตัดสินใจเด็ดขาดทันที

“ของวิเศษที่จะใช้รองรับโชคชะตา ก็ใช้ตราหยกแผ่นดินนั่นแหละ”

“เรื่องพิธีบูชาสวรรค์ ข้าจะให้หลี่ซือกับพวกไปจัดการหาฤกษ์ยาม”

“เพียงแต่...”

พอคำว่า 'เพียงแต่' หลุดออกมา สีหน้าของอิ๋งเจิ้งก็ดูซับซ้อนขึ้นเล็กน้อย

ฟูซูคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็ก้าวออกมาถาม “เสด็จพ่อกังวลเรื่องราษฎรของหกรัฐหรือพ่ะย่ะค่ะ?”

อิ๋งเจิ้งพยักหน้า ยอมรับโดยดุษณี

ความวุ่นวายจากหกรัฐเพิ่งจะสงบลงได้ไม่นาน

ราษฎรเหล่านั้น ยังไม่ค่อยยอมรับในฐานะคนต้าฉินสักเท่าไหร่

แม้ดูเหมือนว่าต้าฉินจะมีจำนวนประชากรผ่านเกณฑ์

แต่อิ๋งเจิ้งก็อดกังวลไม่ได้

ฟูซูเพียงแค่ยิ้มบางๆ “เสด็จพ่อ จริงๆ แล้วไม่ต้องกังวลเรื่องนี้หรอกพ่ะย่ะค่ะ”

อิ๋งเจิ้งได้ยินดังนั้น ก็หันมามองด้วยความสนใจ “ไหนลองว่ามาซิ?”

ฟูซูจึงเริ่มอธิบายอย่างฉะฉาน

“เสด็จพ่อ ลูกคิดมาตลอดว่า ราษฎรต้องการอะไร?”

“แม้แนวคิดบางอย่างของลัทธิขงจื๊อ จะดูเอนเอียงไปบ้าง แต่ในทางกลับกัน จากคำสอนเหล่านั้น ก็ทำให้เห็นความต้องการของราษฎรได้เหมือนกัน”

“สำหรับราษฎรแล้ว การผลัดเปลี่ยนแผ่นดิน ปัญหาใหญ่ที่สุดก็คือ ชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขา จะแย่ลงกว่าเดิมหรือไม่”

ฟูซูพูดมาถึงตรงนี้ ก็สูดหายใจลึก เอ่ยถึงกุญแจสำคัญที่เป็นข้อขัดแย้งใหญ่ที่สุดระหว่างสองพ่อลูกมาโดยตลอด

“สำหรับราษฎรหกรัฐ สิ่งที่พวกเขารู้ ก็มีแค่กฎหมายฉินเข้มงวดเกินไป”

“พวกเขากังวลว่าเมื่อสวามิภักดิ์ต่อต้าฉิน กลายเป็นราษฎรต้าฉินแล้ว ชีวิตจะยิ่งแย่ลงกว่าตอนอยู่รัฐเดิม”

“แต่ ขอแค่พวกเราปรับแก้กฎหมายฉินในบางจุดอย่างเหมาะสม แล้วส่งคนไปประกาศเรื่องพวกนี้ให้ทั่วหกรัฐได้รับรู้”

“บวกกับนโยบายช่วยเหลืออื่นๆ เสริมเข้าไป เมื่อราษฎรสัมผัสได้ว่า เป็นคนต้าฉินแล้วชีวิตดีกว่าเดิม”

“พวกเขาก็จะยอมรับและกลายเป็นราษฎรของต้าฉินไปเองโดยธรรมชาติ”

ปรับแก้กฎหมายฉิน

เรื่องนี้ที่เมื่อก่อนแค่เอ่ยถึง อิ๋งเจิ้งก็พร้อมจะระเบิดอารมณ์ใส่ทันที

แต่ตอนนี้ อิ๋งเจิ้งกลับนิ่งเงียบจมอยู่ในห้วงความคิด

ผ่านไปเนิ่นนาน อิ๋งเจิ้งถึงได้ถอนหายใจออกมา “เรื่องนี้ ข้าจะให้คนลองไปหารือกันดู”

“กฎหมายฉินใช้สืบต่อกันมาจนถึงบัดนี้ ไม่ใช่เรื่องที่จะเปลี่ยนได้ด้วยคนคนเดียวอีกแล้ว”

ต้าฉินกรำศึกมาหลายปี เรื่องที่ชาวฉินเหนื่อยล้า

อิ๋งเจิ้งจะไม่รู้ได้อย่างไร

เพียงแต่

ก่อนหน้านี้หกรัฐยังไม่สงบ หากผลีผลามเปลี่ยนแปลง จะยิ่งทำให้ต้าฉินสั่นคลอน

บางที ตอนนี้อาจจะเป็นจังหวะที่ดีจริงๆ

สิ่งล่อใจเรื่องราชวงศ์แห่งโชคชะตา วางกองอยู่ตรงหน้าแล้ว

ต่อให้ในราชสำนักจะมีพวกหัวโบราณคร่ำครึ

เมื่อกระแสธารแห่งยุคสมัยพัดพามา พวกมันก็ทำได้แค่หุบปากยอมจำนน

ยิ่งคิด อิ๋งเจิ้งก็ยิ่งรู้สึกว่านี่เป็นวิธีที่ดีจริงๆ

ทว่า เขาก็ฉุกคิดถึงปัญหาอีกข้อหนึ่งขึ้นมา

“ฟูซู แล้วถ้าทำตามที่เจ้าว่า แต่ยังมีคนโลภมากไม่รู้จักพอ เรียกร้องจะเอาโน่นเอานี่เพิ่มอีกไม่จบสิ้นล่ะ?”

ฟูซูชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มออกมา

“เสด็จพ่อ สงครามต่อเนื่องมาหลายปี ราษฎรส่วนใหญ่ขอแค่ความสงบสุขและปากท้องอิ่มหนำ พวกที่โลภมากไม่รู้จักพอ มีเป็นส่วนน้อยพ่ะย่ะค่ะ”

“แต่ก็จริง ที่อาจจะมีคนบางกลุ่ม ฉวยโอกาสนี้เรียกร้องผลประโยชน์ใส่ตัวมากขึ้น”

“แต่คนพวกนี้ ส่วนใหญ่ก็เป็นพวกขุนนางเก่าหรือพวกเศรษฐีท้องถิ่น”

“กับคนพวกนี้ เราไม่จำเป็นต้องใจอ่อน”

“ใช้วิธีเดิมที่จัดการกับขุนนางหกรัฐนั่นแหละพ่ะย่ะค่ะ ดึงมาเป็นพวกส่วนหนึ่ง เชือดไก่ให้ลิงดูส่วนหนึ่ง”

“ขอแค่มีคนยอมอ่อนข้อ ยอมทำงานให้เรา ราษฎรในพื้นที่ก็จะยิ่งยอมสวามิภักดิ์เร็วขึ้น”

อิ๋งเจิ้งได้ยินดังนั้น ก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา

“ดี!”

“ลูกข้า ช่วงนี้พัฒนาขึ้นเยอะจริงๆ”

“แบบนี้ข้าก็วางใจแล้ว!”

◉◉◉◉◉

จบบทที่ บทที่ 130 [การตัดสินใจของแต่ละฝ่าย]

คัดลอกลิงก์แล้ว