- หน้าแรก
- ภารกิจปั้นจอมยุทธ์ด้วยยาเทพ
- บทที่ 100 [โทสะแห่งปฐมจักรพรรดิ ขู่ปลดฟูซู]
บทที่ 100 [โทสะแห่งปฐมจักรพรรดิ ขู่ปลดฟูซู]
บทที่ 100 [โทสะแห่งปฐมจักรพรรดิ ขู่ปลดฟูซู]
บทที่ 100 [โทสะแห่งปฐมจักรพรรดิ ขู่ปลดฟูซู]
◉◉◉◉◉
ชั่วขณะหนึ่ง
ภายในตำหนักเงียบกริบ
ฟูซูคุกเข่าอยู่เบื้องล่าง
รอคอยคำตัดสินของอิ๋งเจิ้ง
อิ๋งเจิ้งมองดูฟูซูด้วยสีหน้าเรียบเฉย
เนิ่นนาน
เขาถึงเอ่ยออกมาทีละคำ
"ฟูซู"
"เจ้ารู้ตัวไหม ว่ากำลังพูดอะไรอยู่"
ฟูซูโขกศีรษะ "เสด็จพ่อ ลูกรู้ว่าท่านไม่เชื่อลูก"
"แต่วาจาทุกคำของลูก กลั่นออกมาจากใจจริง"
เขานึกถึงอันตรายของยาที่ฉู่เป่ยเสวียนพูดในกลุ่ม กัดฟันพูดต่อ
"เสด็จพ่อ พวกนักพรตปรุงยา ส่วนใหญ่ใช้ชาด (จินซา) เป็นส่วนประกอบหลัก"
"หากเสวยชาดติดต่อกันเป็นเวลานาน พระวรกายจะต้องได้รับความเสียหายแน่นอน ขอเสด็จพ่อโปรดหยุดเสวยยาที่พวกนักพรตถวายมาเถิดพ่ะย่ะค่ะ"
ฟูซูไม่ทันสังเกต
ทุกคำที่เขาพูด ข้อนิ้วที่อิ๋งเจิ้งกำพนักเก้าอี้แน่น ก็ยิ่งขาวซีดลงไปทุกทีเพราะแรงบีบ
และในดวงตาของอิ๋งเจิ้ง
พายุลูกใหญ่กำลังก่อตัวขึ้น
ในที่สุด...
เขาก็ระงับอารมณ์ไม่อยู่อีกต่อไป
"ตูม!~"
พลังปราณรอบกายระเบิดออก พลังอันเกรี้ยวกราดฉีกกระชากโต๊ะยาวที่ไม่ไกลออกไปจนแตกละเอียด แววตาของเขามืดดำ มองฟูซูด้วยสายตาเย็นเยียบ
"พอได้แล้ว!"
ความเป็นอมตะสำหรับอิ๋งเจิ้ง
กลายเป็นความยึดติดฝังลึกไปแล้ว
ยิ่งเขาทำภารกิจมากเท่าไหร่ เขายิ่งรู้สึกว่าสังขารเริ่มไม่ไหว
เขายังมีเรื่องที่ต้องทำอีกตั้งเยอะ
และยังมีเรื่องที่อยากทำอีกมากมาย
เพื่อที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป เขาถึงสั่งให้เสาะหาวิธีเป็นอมตะ
แต่ก็คว้าน้ำเหลว
ถ้าไม่ใช่เพราะจ้าวกาหาพวกนักพรตพวกนี้มา
ความฝันเรื่องอมตะของเขา คงพังทลายไปนานแล้ว
แต่ว่า...
ตอนนี้มีคนมาบอกเขาว่า
ยาเป็นของปลอม
นั่นก็เท่ากับบอกว่า ความเป็นอมตะที่เขาไล่ตาม ก็เป็นของปลอมด้วย
เรื่องแบบนี้ อิ๋งเจิ้งจะทนรับไหวได้อย่างไร
ถ้าคนที่พูดไม่ใช่ฟูซู
ป่านนี้เขาคงสั่งให้ลากออกไปบั่นคอแล้ว
แต่ต่อให้เป็นฟูซู ความโกรธของเขาก็ไม่ได้ลดน้อยลงเลย
"ฟูซู อย่าคิดว่าเป็นลูกคนโตของข้า เป็นผู้สืบทอดของต้าฉิน แล้วจะมาวิพากษ์วิจารณ์สิ่งที่ข้าทำได้ตามใจชอบ"
"เรื่องของนักพรตและยาอมตะ ยังไม่ถึงตาเจ้ามาตัดสินใจ"
"ตอนนี้ ไสหัวออกไปจากตำหนักเสียนหยางซะ"
เผชิญหน้ากับโทสะของอิ๋งเจิ้ง
ฟูซูเตรียมใจมาแล้ว
เขากัดฟันยืดตัวตรงภายใต้แรงกดดันของอิ๋งเจิ้ง
แววตามุ่งมั่น เอ่ยปาก
"เสด็จพ่อ ลูกรู้ว่าท่านไม่เชื่อ"
"แต่เสด็จพ่อ ท่านไม่รู้สึกอะไรเลยจริงๆ หรือพ่ะย่ะค่ะ!"
"แม้ว่าหลังจากเสวยยา พระองค์จะดูสดชื่นกระปรี้กระเปร่าขึ้นกว่าเมื่อก่อน"
"แต่ช่วงหลังมานี้ อารมณ์ของพระองค์แปรปรวนง่ายจนผิดปกติ"
ฟูซูสูดหายใจเข้าลึก
"เสด็จพ่อ ต่อให้คนเรานิสัยเปลี่ยนไปตามกาลเวลา แต่การเปลี่ยนแปลงของพระองค์มันเร็วเกินไป"
"และทั้งหมดนี้เกิดขึ้นหลังจากพระองค์เริ่มเสวยยา"
"พระองค์ไม่รู้สึกว่ามันแปลกบ้างเลยหรือพ่ะย่ะค่ะ?"
อิ๋งเจิ้งแววตาเย็นชา
พลังปราณรอบกายยิ่งปั่นป่วนรุนแรง
เขาคว้าฎีกาข้างมือ ปาใส่หน้าฟูซูเต็มแรง
"ข้าสั่งให้เจ้าหุบปากแล้วไสหัวไป"
"เรื่องยา ข้าไม่อยากฟังเจ้าพล่ามไร้สาระอีก"
"ไม่อย่างนั้น เจ้าก็ไสหัวไปเฝ้ากำแพงเมืองซะ!"
แม้จะได้ยินคำขู่ของอิ๋งเจิ้ง
ฟูซูก็ไม่ยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว
เขาเงยหน้าสบตาอิ๋งเจิ้ง เอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"เสด็จพ่อ ต่อให้พระองค์จะไล่ลูกไปเฝ้ากำแพงเมือง"
"ลูกก็ยังยืนยันคำเดิม ยามีพิษ ขอเสด็จพ่อเลิกเสวยยาเถิดพ่ะย่ะค่ะ!"
คราวนี้...
อิ๋งเจิ้งโกรธจัดจนถึงขีดสุด
พลังปราณรอบกายอาละวาดคลุ้มคลั่ง กดดันจนฟูซูแทบหายใจไม่ออก
แต่ถึงอย่างนั้น ฟูซูก็ยังยืดหลังตรง ไม่ยอมก้มหัวให้แม้แต่น้อย
ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดนี้
เสียงของจ้าวกาก็ดังขึ้นมาจากหน้าประตู "ฝ่าบาท ทรงรักษาวรกายด้วยพ่ะย่ะค่ะ อย่าทรงกริ้วจนเสียพระพลานามัยเลย"
สีหน้าของอิ๋งเจิ้งถึงได้ผ่อนคลายลงบ้าง
จ้าวกาเห็นดังนั้น รีบเข้ามารินชา
ต่อหน้าอิ๋งเจิ้ง แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเป็นห่วง "ฝ่าบาท แม้ข้าน้อยจะไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น"
"แต่องค์ชายใหญ่จิตใจดีงามมาแต่ไหนแต่ไร คาดว่าคงมีคนไปเป่าหูอะไรองค์ชายมาอีกแล้วกระมัง"
"พระองค์อย่าทรงถือสาหาความกับองค์ชายเลยพ่ะย่ะค่ะ"
จ้าวกาดูเหมือนจะปลอบโยนอิ๋งเจิ้งและพูดแก้ตัวให้ฟูซู
แต่ความหมายแฝงในคำพูด ล้วนบอกว่าฟูซูเป็นคนหูเบา โดนคนอื่นหลอกง่าย
อิ๋งเจิ้งเชื่อใจจ้าวกามาตลอด
ย่อมไม่คิดระแวงในจุดนี้
แต่ฟูซูมองเห็นเจตนาร้ายในแววตาของจ้าวกาได้อย่างชัดเจน
แม้ฟูซูจะตาสว่างเรื่องสำนักขงจื๊อเพราะคำชี้แนะของฉู่เป่ยเสวียน แต่พื้นฐานนิสัยของเขายังคงซื่อตรง ไม่ค่อยมีเล่ห์เหลี่ยม
ตอนนี้พอได้ยินจ้าวกาพูดแบบนี้ จะให้ทนไหวได้ยังไง
เขาก้มกราบอีกครั้ง "เสด็จพ่อ!"
"ขอทรงเชื่อลูกด้วย ลูกกล้าสาบานต่อฟ้า ทุกคำที่ลูกพูดเป็นความจริงทุกประการ"
เห็นฟูซูเป็นแบบนี้
อิ๋งเจิ้งที่เพิ่งจะเย็นลงเพราะจ้าวกา ก็กลับมาเดือดดาลอีกครั้ง
พลังปราณม้วนตลบ จนจ้าวกาต้องถอยหลังไปหลายก้าว
อิ๋งเจิ้งมองฟูซูอย่างเย็นชา น้ำเสียงอำมหิต
"ไสหัวไป"
"อย่าให้ข้าต้องพูดซ้ำสอง!"
ฟูซูทำหูทวนลม ได้แต่เงยหน้าจ้องตาอิ๋งเจิ้ง
จ้าวกาเห็นแบบนั้น ในใจแทบจะจุดพลุฉลอง
แต่ภายนอกแสร้งทำเป็นหวาดกลัว รีบวิ่งเหยาะๆ ลงมา พยายามจะดึงแขนฟูซูให้ถอยออกไปก่อน
"องค์ชายใหญ่ ท่านอย่าพูดอีกเลย ฝ่าบาทกริ้วขนาดนี้แล้ว..."
"ท่านกลับไปก่อนเถอะ มีอะไรวันหลังค่อยมากราบทูลใหม่ก็ได้"
"ท่านดูสิ ฝ่าบาทกริ้วจนจะเป็นลมอยู่แล้ว ถ้าเกิดพระวรกายของฝ่าบาทเป็นอะไรไป จะทำยังไงล่ะพ่ะย่ะค่ะ"
จ้าวกาพูดพลางดึงฟูซู
แต่ดูเหมือนออกแรง จริงๆ แล้วมือเบาหวิว ใจจริงอยากให้ฟูซูพูดอะไรออกมาอีกเยอะๆ
เพื่อให้อิ๋งเจิ้งเกลียดขี้หน้าลูกชายคนนี้จนถึงที่สุด
ฟูซูปรายตามองจ้าวกาอย่างเย็นชา
"จ้าวกา ตรงนี้ไม่ใช่ที่ที่เจ้าจะมาสอดปาก"
แค่แวบเดียว
จ้าวกาถึงกับขนลุกซู่ไปทั้งตัว
ถ้าจะบอกว่าเมื่อกี้ตาฝาด งั้นตอนนี้จ้าวกามั่นใจแล้ว
ฟูซูต้องไปรู้อะไรมาแน่ๆ
ไม่อย่างนั้น แววตาแบบนี้ จะไปเหมือนกับอิ๋งเจิ้งในบางเวลาได้ยังไง
ความหวาดกลัวผุดขึ้นในใจ แต่ก็ถูกกดทับไว้อย่างรวดเร็ว
จ้าวกาฝืนยิ้มแห้งๆ "องค์ชายใหญ่ตรัสถูกแล้วพ่ะย่ะค่ะ แต่สถานการณ์ตอนนี้ ไม่เหมาะจะคุยต่อจริงๆ ท่านกลับไปก่อนเถอะพ่ะย่ะค่ะ"
ในขณะนั้นเอง
อิ๋งเจิ้งที่นั่งอยู่เบื้องบน มองดูการปะทะคารมของทั้งสอง ในที่สุดก็เอ่ยปาก "พอได้แล้ว"
พูดจบ เขาก็มองไปที่จ้าวกา "จ้าวกา เจ้าออกไปเฝ้าข้างนอก"
จ้าวกาโค้งคำนับ "พ่ะย่ะค่ะ ข้าน้อยจะไปเดี๋ยวนี้"
ก่อนไป จ้าวกาไม่ลืมปรายตามองฟูซูแวบหนึ่ง
รอจนจ้าวกาออกไปแล้ว
อิ๋งเจิ้งถึงได้หันกลับมามองฟูซูอีกครั้ง
"ฟูซู เจ้าเอาแต่พร่ำบอกว่ายาอมตะของจริงมีพิษ"
"แต่เท่าที่ข้ารู้ เจ้าไม่เคยศึกษาเรื่องพวกนี้"
"แล้วเจ้าจะเอาอะไรมาพิสูจน์?"
สีหน้าของเขายังคงเดิม แต่น้ำเสียงกลับแฝงแรงกดดันมหาศาลราวกับพายุที่กำลังจะโหมกระหน่ำ
เหมือนกับว่า ถ้าฟูซูพูดจาไม่เข้าท่า
ต่อไปก็เตรียมตัวโดนปลดได้เลย
◉◉◉◉◉