- หน้าแรก
- ภารกิจปั้นจอมยุทธ์ด้วยยาเทพ
- บทที่ 30 [ตำราพิชัยสงคราม!]
บทที่ 30 [ตำราพิชัยสงคราม!]
บทที่ 30 [ตำราพิชัยสงคราม!]
บทที่ 30 [ตำราพิชัยสงคราม!]
◉◉◉◉◉
เมืองเยี่ยนจิง พระราชวัง
"กราบทูลฝ่าบาท จางชุ่ยซานจะออกทะเลอีกครั้งในเร็วๆ นี้ และรับปากว่าจะนำดาบฆ่ามังกรกลับมาถวายราชสำนัก"
จูอู๋ซื่อไม่ได้รั้งอยู่ที่บู๊ตึ๊งนาน
หลังจากยกแม่น้ำทั้งห้ามาชักจูงจนจางชุ่ยซานยอมจำนน
เขาก็รีบกลับเยี่ยนจิงมารายงานผลทันที
จูโฮ่วเจาคิ้วขมวด
ไม่ค่อยพอใจกับคำตอบนี้นัก
"ท่านโหวไม่รู้สึกละอายต่อความไว้วางใจของฝ่าบาทบ้างหรือ?"
เฉาเจิ้งฉุนสบโอกาสแทรกขึ้นมา "ถ้าตำราเล่มนั้นสำคัญอย่างที่ท่านโหวว่าจริงๆ ท่านไม่ควรจะเป็นคนไปเอามันกลับมาด้วยตัวเองหรือไง?"
เขานี่ช่างรู้ใจฮ่องเต้น้อยจริงๆ
พูดสิ่งที่จูโฮ่วเจาอยากพูดแต่ไม่สะดวกพูด ออกมาจนหมดเปลือก
จูอู๋ซื่อก็อยากไปเอาดาบฆ่ามังกรมาเองเหมือนกัน
แต่ติดที่ จางชุ่ยซานมันหัวรั้นเกินเยียวยา!
ไม่ว่าจะทำยังไง ก็ไม่ยอมบอกว่าเซี่ยซวิ่นซ่อนตัวอยู่ที่ไหน
การยอมรับปากจะไปเอาดาบมาให้ ก็ถือว่าสุดๆ แล้ว
"ครั้งนี้กระหม่อมทำงานผิดพลาดจริง ขอฝ่าบาทลงโทษ!"
จูอู๋ซื่อยอมรับความไร้ความสามารถของตัวเองอย่างลูกผู้ชาย
แต่ก่อนที่เฉาเจิ้งฉุนจะซ้ำเติม เขาก็เสริมขึ้นมาเรียบๆ ว่า
"สำนักบู๊ตึ๊งมีมหาปรมาจารย์เพิ่มขึ้นมาเจ็ดคน กระหม่อมปฏิบัติหน้าที่ในนามราชสำนัก ไม่สมควรทำตัวแข็งกร้าวเกินไป อีกอย่าง ยังไงก็ต้องไว้หน้าท่านนักพรตจางบ้าง"
จูอู๋ซื่อเคลื่อนไหวรวดเร็ว
เรื่องที่เกิดขึ้นบนเขาบู๊ตึ๊ง จึงยังส่งมาไม่ถึงเยี่ยนจิง
"มหาปรมาจารย์เจ็ดคน?"
เฉาเจิ้งฉุนสูดปากดังซี๊ด หุบปากเงียบกริบทันที
ด้วยกฎเกณฑ์บางอย่างในยุทธภพ เซียนเดินดินมักจะไม่ลงมือพร่ำเพรื่อ
แต่มหาปรมาจารย์ไม่มีข้อจำกัดนั้น
ถ้าบู๊ตึ๊งมีมหาปรมาจารย์เจ็ดคนจริงๆ ต่อให้เปลี่ยนเป็นเฉาเจิ้งฉุนไปทำงาน ก็คงต้องใช้วิธีละมุนละม่อมเหมือนกัน
จูโฮ่วเจาคลายปมคิ้ว ยิ้มกล่าวว่า "เสด็จอาคิดรอบคอบ ทำงานสุขุม สมกับเป็นเสาหลักของราชวงศ์เรา!"
"ฝ่าบาทชมเกินไป กระหม่อมมิกล้ารับ"
จูอู๋ซื่อส่ายหน้า
ไม่ใช่แกล้งถ่อมตัว แต่เขารู้สึกผิดจริงๆ!
ตอนนั้น ที่หลุดปากบอกความลับเรื่องกระบี่อิงฟ้าและดาบฆ่ามังกรออกไป ถือว่าใจเร็วด่วนได้ไปหน่อย
เดิมทีคิดว่าภายใต้การอนุญาตของจางซานเฟิง จะได้ดาบฆ่ามังกรมาง่ายๆ
ใครจะไปคิด
จางชุ่ยซานจะดื้อด้านขนาดนั้น
กลายเป็นว่า ตำรายังไม่ได้ แต่ข่าวรั่วไหลออกไปก่อนแล้ว
ระหว่างทางกลับเมืองหลวง
จูอู๋ซื่อทบทวนตัวเองอย่างหนัก
รู้ตัวว่าทัศนคติมีปัญหา
ไม่เหมาะจะรับภารกิจสำคัญๆ อีกต่อไป
"ฝ่าบาท ในอนาคตอันใกล้นี้ จะต้องมีสายลับและยอดฝีมือจำนวนมากหลั่งไหลเข้าเมือง ขอฝ่าบาทเตรียมรับมือล่วงหน้า"
สำหรับตำราพิชัยสงคราม ราชวงศ์อื่นๆ ย่อมไม่นิ่งดูดาย
ถึงตอนนั้น สงครามแย่งชิงตำราต้องเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้!
ลำพังเรื่องนี้ก็ยุ่งยากพอแล้ว
ดันมาเจอกับการที่จางซานเฟิงจงใจใช้บู๊ตึ๊งดึงดูดความสนใจแทนฉู่เป่ยเสวียนอีก
สองเรื่องมาเจอกัน สถานการณ์ต้องวุ่นวายโกลาหลแน่นอน
ต้าหมิงต้องเตรียมตัวให้พร้อม
ป้องกันพวกฉวยโอกาสมาสร้างความปั่นป่วนในบ้านเมือง
...
ในยุคที่ไร้ผู้บรรลุขั้น 'หนึ่งเดียวกับฟ้า'
เซียนเดินดิน คือจุดสนใจสูงสุดของทุกฝ่าย
เรื่องราวบนเขาบู๊ตึ๊ง
ไม่นานก็แพร่สะพัดไปยังราชวงศ์ต่างๆ
ต้าซ่ง
เนื่องจากมีพรมแดนติดกับต้าหมิง และเป็นพันธมิตรกัน ข่าวสารจึงส่งถึงกันได้สะดวก
ดังนั้น จึงได้รับข่าวเป็นที่แรก
"เฮ้อ!..."
จูเก๋อเจิ้งหว่อหันกลับไปมองวังหลวง ถอนหายใจยาวเหยียด
มุมปากเผยรอยยิ้มขมขื่น
ฮ่องเต้ต้าซ่งมีบัญชาเด็ดขาดมาที่เขา
ต่อให้ไม่ได้ตำรามา ก็ต้องทำลายมันทิ้งซะ
ห้ามให้ตำราตกไปอยู่ในมือราชวงศ์อื่นเด็ดขาด
โดยเฉพาะต้าหมิง!
ยามที่พลังใกล้เคียงกัน ก็เป็นพันธมิตรกันได้ กอดคอกันอุ่นใจ
แต่ถ้าต้าหมิงผงาดขึ้นมา
สถานะของต้าซ่ง ย่อมย่ำแย่ลงกว่าเดิม!
เหตุผลพวกนี้ จูเก๋อเจิ้งหว่อเข้าใจดี
แต่...
"ภารกิจเสี่ยงตายขนาดนี้ จะมีสักกี่คนที่ได้กลับมา?"
จูเก๋อเจิ้งหว่อไม่อยากเห็นลูกน้องต้องล้มตาย
ยอดฝีมือเหล่านั้น เขาฟูมฟักมากับมือตั้งแต่เล็ก
รักเหมือนลูกในไส้!
แต่ราชโองการมิอาจขัด
ต่อให้ไม่อยากทำแค่ไหน เขาก็จำต้องกัดฟันสั่งการลงไป
...
ต้าหยวน
วังอ๋องหรูหยาง
เตียวเมี่ยง (จ้าวหมิ่น) คลี่จดหมายออกอ่าน พึมพำกับตัวเองเบาๆ "วันนี้น่าแปลก ท่านอาจารย์ถึงกับส่งคนมาส่งจดหมายให้ข้า"
จดหมายฉบับนี้ มาจากราชครูมาร — 'ผังบาน'! (ราชันย์มาร)
นับตั้งแต่เตียวเมี่ยงกราบเขาเป็นอาจารย์ แทบไม่ค่อยได้เจอกัน
จดหมายยิ่งไม่ต้องพูดถึง ไม่เคยมีมาก่อน
ราวกับว่า การที่ผังบานรับนางเป็นศิษย์ ก็แค่ทำตามธรรมเนียม
ไม่ได้เห็นนางเป็นผู้สืบทอดจริงๆ
"หือ?"
เนื้อหาในจดหมาย ทำให้เตียวเมี่ยงอุทานด้วยความแปลกใจ
ครุ่นคิดครู่หนึ่ง มุมปากก็ยกยิ้ม
"ท่านอาจารย์ ในที่สุดก็คิดออกแล้วสินะ ว่าจะใช้งานข้ายังไง?"
ผังบานสั่งให้นางพาคนไปต้าหมิง พยายามชิงตำราพิชัยสงคราม
ถ้าเป็นไปได้...
ก็ให้สืบความลับของสำนักบู๊ตึ๊งมาด้วย
ถ้อยคำในจดหมายดูสบายๆ ไม่ได้บังคับกะเกณฑ์อะไร
ดูเหมือนจะไม่ค่อยสนใจตำราหรือความลับของบู๊ตึ๊งเท่าไหร่
เหมือนแค่จัดบททดสอบให้นางทำเล่นๆ!
"เด็กๆ ถ่ายทอดคำสั่ง ให้ 'สองผู้เฒ่าเสวียนหมิง' ตามข้าเข้าสู่ต้าหมิง!"
เตียวเมี่ยงรู้ดี ผังบานเป็นคนนิยมความสมบูรณ์แบบ
บททดสอบครั้งนี้ นางต้องทุ่มสุดตัว ทำให้เขาพอใจให้ได้!
เช่นนี้ ถึงจะมีโอกาสได้เข้าสู่ 'วังราชครูมาร'! (วังราชันย์มาร)
และกลายเป็นบุคคลสำคัญของต้าหยวนอย่างแท้จริง
...
ต้าสุย
หยางกวงโอบกอดฮองเฮา 'เซียวเหม่ยเหนียง' ด้วยมือซ้าย มือขวาหมุนจอกเหล้าเล่น
ทำเหมือนไม่ได้ยินสิ่งที่ลูกน้องกำลังรายงาน
เหล่าขุนนางมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ไม่รู้ว่าควรจะเตือนดีไหม
"อวี่เหวินฮั่วจี๋ เรื่องตำราอะไรนั่น มอบให้เจ้าไปจัดการแล้วกัน"
ผ่านไปครู่ใหญ่ หยางกวงบิดขี้เกียจ สั่งการส่งๆ ไปประโยคหนึ่ง
จากนั้นก็ลุกขึ้นพาเซียวเหม่ยเหนียง เดินทอดน่องกลับไปตำหนักหลัง
สถานการณ์ของต้าสุย แตกต่างจากราชวงศ์อื่นอย่างสิ้นเชิง
ผู้กุมอำนาจตัวจริง
คือเหล่าขุนศึกตระกูลใหญ่ และ... สำนักยุทธภพ!
หยางกวงมีชื่อเป็นฮ่องเต้
แต่สภาพเหมือนตุ๊กตาสัญลักษณ์ แทบไม่มีอำนาจสั่งการอะไร
ดังนั้น
เรื่องตำราพิชัยสงคราม เขาจึงไม่ได้ใส่ใจเลยสักนิด
"กระหม่อม น้อมรับพระบัญชา!"
หยางกวงไม่สน แต่ 'อวี่เหวินฮั่วจี๋' ต้องการมันจนตัวสั่น
เขาระดมยอดฝีมือในสังกัดกว่าเจ็ดส่วน มุ่งหน้าสู่ต้าหมิง!
และในอีกด้านหนึ่ง
ณ ยอดเขาตี้ท่า ซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก
เงาร่างบอบบางงดงาม ก็เหาะเหินขึ้นสู่ท้องฟ้า
นางคือทายาทแห่งเรือนฌานเมตตา — 'ซือเฟยเซวียน'
ได้รับคำสั่งจากเจ้าสำนัก 'ฟ่านชิงฮุ่ย'
ให้เดินทางไปบู๊ตึ๊ง เพื่อสืบหาความลับการเลื่อนระดับของซ่งหยวนเฉียวและพวก
...
ต้าฉิน
ภายในพระราชวังอันโอ่อ่าอลังการ
จักรพรรดิฉิน 'อิ๋งเจิ้ง' ไพล่มือยืนอยู่บนบันไดหิน มองออกไปไกลโพ้น
"เก่อเนี่ย เจ้าคิดว่า ข้าควรจะยื่นมือเข้าไปยุ่งไหม?"
อิ๋งเจิ้งเอ่ยถามชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างกาย
เก่อเนี่ยผู้สะพายกระบียาวไว้ด้านหลัง ตอบด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ "ทุกอย่างสุดแล้วแต่ฝ่าบาทจะทรงตัดสินพระทัย"
เขามีหน้าที่แค่สอนเพลงกระบี่ให้อิ๋งเจิ้ง ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับการเมือง
อิ๋งเจิ้งส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ
หันไปถามอัครมหาเสนาบดี 'หลี่ซือ' แทน "ท่านอัครเสนาบดีมีความเห็นว่าอย่างไร?"
"กราบทูลฝ่าบาท"
หลี่ซือโค้งคำนับ กล่าวว่า "ตำราพิชัยสงครามนั้น ไม่สำคัญเท่าไหร่ แต่เคล็ดวิชาที่ทำให้ทะลวงสู่ขั้นมหาปรมาจารย์นั้น... ต้องตกเป็นของฝ่าบาทพะยะค่ะ!"
◉◉◉◉◉
[จบแล้ว]