เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 136 (ตอนฟรี) ไหนว่างานเริ่มตอนสองทุ่ม

ตอนที่ 136 (ตอนฟรี) ไหนว่างานเริ่มตอนสองทุ่ม

ตอนที่ 136 (ตอนฟรี) ไหนว่างานเริ่มตอนสองทุ่ม


ตอนที่ 136 (ตอนฟรี) ไหนว่างานเริ่มตอนสองทุ่ม

.

ตระกูลหยานนั่งอยู่ที่นั่นเหมือนกับราชาและคอยสังเกตเหตุการณ์ต่อไป

การกระทำหรือคำพูดของพวกเขาในตอนนี้สามารถสร้างผลกระทบต่อจิตใจของทุกคนในที่นี้ได้โดยทันที

ไม่มีใครสามารถหยุดพวกเขาได้!

และพวกเขาเองก็จะไม่หยุด!

การกลับมาของราชา! มันคือการกลับมาของราชาอย่างแท้จริง!

เมื่อเห็น หยาน จงหยวน เดินใกล้เข้ามาใบหน้าของสมาชิกตระกูลต้วน คนอื่น ๆ นั้นขาวซีดราวกับกระดาษขาว

"ตระกูลหยาน พวกเจ้าคิดจะบีบบังคับและรังแกตระกูลที่ด้อยกว่าอย่างนั้นหรือ?

"เจ้าหมายถึงอะไร? ข้าไม่ได้คิดรังแกหรือบีบบังคับอะไรกันเลย มันเป็นเพียงแค่การซ้อมมือทั่วๆไปเท่านั้นเอง อย่างเช่นเมื่อกี้ทั้งหลานชายข้าและหูเฟย ที่อยู่ในระดับนักรบขั้นที่ 9 พวกเขาก็ยังซ้อมมือกันได้ เจ้าและข้าก็เช่นเดียวกันเราทั้งคู่ต่างอยู่ในระดับนักรบขั้นที่ 8 ก็สมควรจะมาซ้อมมือกันสักเล็กน้อย!"

หยาน จงหยวน มองไปที่ ผู้อาวุโสต้วน อย่างยั่วยุก่อนที่จะหันไปหา ผู้อาวุโสซู และถามขึ้นมาว่า "โอ้! เจ้าเด็กนั่นอยู่ที่ไหนกันล่ะ เจ้าเด็กหวังเสียนนั่นน่ะ ทำไมเขาถึงไม่อยู่ที่นี่ด้วยล่ะ?"

หัวใจของ ผู้อาวุโสซู จมลงและมีการแสดงออกที่น่ากลัว เขารู้ว่าความสัมพันธ์ใกล้ชิดของเขากับหวังเสียนในวันนั้นทำให้ตระกูลหยาน โกรธเป็นอย่างยิ่ง

"ผมได้ส่งบัตรเชิญให้เขาแล้ว แต่ดูเหมือนว่าเขานั้นจะไม่กล้ามาที่นี่!"

หยานเฟิง มองไปรอบ ๆ อย่างเย้ยหยัน "ทักษะทางการแพทย์ของเขานั้นถือว่ายอดเยี่ยมมาก จริงๆแล้วเขาก็มีความสามารถที่จะมาปรากฏตัวในที่นี้ แต่ดูเหมือนว่าเขานั้นจะขี้ขลาดตาขาวซะจริงๆ น่าผิดหวังเป็นอย่างมาก!"

เขามีรอยยิ้มที่มุมปากแล้วส่ายหัวอย่างช้าๆและพูดขึ้นมาว่า "อย่างไรก็ตามในเมื่อเขาไม่ปรากฏตัวในที่นี้ ก็บอกให้เขาจงระวังญาติพี่น้องและเพื่อนๆของเขาไว้ให้ดี!"

หยานเฟิง จ้องมองไปที่ ผู้อาวุโสซู และยิ้มเยาะออกมา "ผู้ที่ทำให้ตระกูลหยานของเราขุ่นเคืองจะต้องสำนึกเสียใจอย่างมากกับการกระทำของพวกเขา!"

"มาเถอะ!พวกเรามาซ้อมมือกัน" หยาน จงหยวน มองไปที่ ผู้อาวุโสต้วน และพูดท้าทายออกมา

หยานเฟิง โบกมือเพื่อส่งสัญญาณให้นักรบระดับขั้นที่ 7 ของตระกูลหยาน ออกไปเพื่อไปท้าสู้กับผู้อาวุโสซู

"เอาล่ะ!เข้ามา!ใครจะกลัวพวกเจ้ากัน!"

ใบหน้าของผู้อาวุโสต้วน เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมเขากำหมัดแน่นและเดินไปที่ลานกว้าง

ผู้อาวุโสซู ตอนนี้ก็เคร่งเครียดพอๆกัน เพราะเขาต้องเผชิญหน้ากับผู้เชี่ยวชาญจากตระกูลหยาน

กลุ่มของผู้คนกลั้นหายใจและมองไปที่ผู้อาวุโสต้วนและผู้อาวุโสซู ด้วยความสังเวชและสงสาร

ในปัจจุบันพวกเขาทั้งคู่เป็นตระกูลที่แข็งแกร่งเป็นอันดับสามและสี่ในเมืองเจียงเฉิง และนับได้ว่าพวกเขาทั้งคู่นั้นมีความยิ่งใหญ่มากพอตัวเช่นกันในเมืองเจียงเฉิง! แต่อย่างไรก็ตามเมื่อต้องเผชิญหน้ากับตระกูลหยาน พวกเขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากต้องต่อสู้อย่างสุดกำลัง

"ฮ่าฮ่ามา!" หยาน จงหยวน หัวเราะอย่างเต็มที่ก่อนจะเริ่มโจมตีออกไป

ที่ลานกว้างนี้เดิมทีเป็นสนามฝึกซ้อมของตระกูลหยานอยู่แล้วมันจึงมีพื้นที่ที่กว้างขวางเป็นอย่างมาก

"ทำให้พวกเขานั้นพิการ!แล้วบอกกับหวังเสียน ว่านี่เป็นเพียงการเริ่มต้น และถ้าเขายังคงขี้ขลาดตาขาวไม่เข้ามาพบกับข้า ข้าจะทำให้เขาต้องพบกับชีวิตที่เลวร้ายยิ่งกว่าความตาย!" หยานเฟิง พูดกับนักรบที่กำลังจะต่อสู้กับผู้อาวุโสซู

“ครับ!นายน้อย” ชายวัยกลางคนคนนั้นพยักหน้าและจ้องมองที่ ผู้อาวุโสซู อย่างดุดัน

"หวังเสียนงั้นรึ? เชอะ!"

มีความดูถูกเหยียดหยามอยู่ในแววตาของหยานเฟิง เมื่อเขานึกถึงชายหนุ่มคนที่ชื่อหวังเสียน

ในฐานะที่เขาเป็นคนที่มีพรสวรรค์ทางด้านเพลงดาบ เขาจึงสามารถเป็นลูกศิษย์ของสำนักดาบทะเลศักดิ์สิทธิ์ได้

ผู้เชี่ยวชาญในระดับก่อกำเนิดลมปราณ ของสำนักดาบทะเลศักดิ์สิทธิ์ ได้ผ่านมาพบเจอเขาเข้าโดยบังเอิญ และได้ค้นพบพรสวรรค์ของเขา จึงได้ให้คำแนะนำและสั่งสอนเขามาตั้งแต่ยังเด็ก จนเมื่อเขาอายุ 18 ปีจึงถูกอาจารย์ของเขาพาไปยังเกาะศักดิ์สิทธิ์ของสำนัก

เขานั้นถือได้ว่าเติบโตมาท่ามกลางแสงสว่าง และโดยเฉพาะเมื่ออยู่ในตระกูลตัวของเขานั้นมีอำนาจเปรียบดัง ผู้นำของตระกูลเลยทีเดียว

และในไม่ช้าต่อจากนี้ตระกูลหยานของเขานั้นก็จะได้ครอบครองเมืองเจียงเฉิง เมื่อถึงเวลานั้นตัวเขาที่เป็นเหมือนกับผู้นำของตระกูล ก็คือราชาของเมืองเจียงเฉิง ดีๆนี่เอง

เมื่อถึงเวลานั้นคงจะไม่มีใครกล้าขัดคำพูดของเขาแม้แต่คำเดียว

และโดยเฉพาะเจ้าเด็กหนุ่มหวังเสียน ที่มีดีเฉพาะทางด้านทักษะการแพทย์ ก็จะโดนบดขยี้อย่างง่ายดายเหมือนหนอนแมลงตัวนึง!

หยานเฟิง ยิ้มเยาะและจ้องไปที่ผู้อาวุโสซู พร้อมกับจ้องมองไปที่กลุ่มของผู้คนที่เหลือพร้อมกับปลดปล่อยแรงกดดันของนักรบระดับขั้นที่ 9 เพื่อแสดงความแข็งแกร่งของเขา

ในสนาม หยาน จงหยวน กำลังต่อสู้กับ ผู้อาวุโสต้วน อย่างดุเดือด

ผู้อาวุโสซู และชายวัยกลางคนก็กำลังต่อสู้กันด้วยพลังและความสามารถทั้งหมดที่เขามี

อย่างไรก็ตามเป็นที่ชัดเจนว่า ผู้อาวุโส ต้วน และ ผู้อาวุโส ซู กำลังเสียเปรียบเป็นอย่างมาก

เนื่องจากตระกูลหยานได้เลือกพวกเขาออกมาเอง ซึ่งแน่นอนความเก่งกาจและทักษะในเชิงการต่อสู้ของคนในตระกูลหยาน นั้นต้องสูงเป็นอย่างมาก

"มันจบลงแล้ว ผู้อาวุโส ซู และ ผู้อาวุโส ต้วน คงจะพ่ายแพ้ในไม่ช้านี้ หยาน จงหยวน และ ผู้ฝึกวิชายุทธคนนั้น โจมตีได้รุนแรงกันเป็นอย่างมาก!"

“ ตระกูลที่แข็งแกร่งอันดับสามและสี่กำลังจะถูกบดขยี้ลงอย่างง่ายดายแบบนี้ มันน่ากลัวซะจริงๆ!

กลุ่มของผู้คนเฝ้ามองดูการต่อสู้ของบุคคลทั้งสี่อย่างตั้งใจ

ซูจิง และพ่อของเขา พร้อมด้วยสมาชิกของตระกูลต้วน พวกเขาต่างเฝ้าดูกันอย่างใจจดใจจ่อด้วยใบหน้าอันขาวซีด ในแววตาของพวกเขานั้นเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง

อ๊ากกก!

อ๊ากกก!

เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้น ทุกคนที่กำลังเฝ้าดูการต่อสู้อยู่ หัวใจของพวกเขาเต้นกระหน่ำและสั่นสะท้าน

ฝ่ามือของ หยาน จงหยวน ฟาดลงบนหน้าอกของ ผู้อาวุโส ต้วน อย่างไร้ความปรานีมันจมลงไปในหน้าอกของผู้อาวุโสต้วนทั้งข้อมือ มันเป็นฉากที่โหดร้ายมาก

ทางด้านผู้อาวุโส ซู นั้นโดนทำให้พิการโดยการหักแขนและขาของเขาจนหมดสิ้น เขานอนอยู่บนพื้นและไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ แม้แต่จุดตันเถียนของเขาก็โดนทำลายไปด้วย

มันคือโศกนาฏกรรมที่น่าอนาถที่สุด!

ชายชราทั้งสองนั้นคือตัวแทนของตระกูลซูและตระกูลต้วน เมื่อหมดสิ้นพวกเขาตระกูลของพวกเขาก็จบสิ้นลง

ดวงตาของซูจิง และพ่อของเขานั้นแดงก่ำ พวกเขาจ้องมองไปที่คนของตระกูลหยาน ด้วยความเกลียดชังและอาฆาตแค้นสุดชีวิต

สมาชิกของตระกูลต้วน พวกเขาต่างก็ตัวสั่นด้วยความโกรธทุกคนต่างกำหมัดแน่น

แต่อย่างไรก็ตามในตอนนี้พวกเขานั้นไม่กล้าที่จะตอบโต้

"ไร้ฝีมือจริงๆ! ในตอนนี้ยังมีใครที่คิดจะต่อต้านตระกูลหยาน ของพวกเราอีกไหม?"

ในตอนนี้เมื่อเห็นว่าผู้อาวุโสต้วน และผู้อาวุโสซู ทั้งคู่นอนหมดสภาพอยู่บนพื้น หยาน กู่คง ก็ยืนขึ้นอย่างช้าๆและยกไม้เท้าในมือชูขึ้น พร้อมกับตะโกนถามอีกครั้งด้วยเสียงอันดังว่า

"ยังมีใครขัดข้องกับเงื่อนไขสามประการอีกหรือไม่?"

มันเป็นเสียงตะโกนพร้อมกับปลดปล่อยแรงกดดันอันมหาศาลของระดับผู้เชี่ยวชาญครึ่งก้าวก่อกำเนิดลมปราณ

เมื่อไม้เท้าหัวมังกรของเขาแตะลงบนพื้นแรงกดดันที่มองไม่เห็นได้แพร่กระจายออกไปยังกลุ่มของผู้คนในทันที

ในทันใดนั้นพวกเขาก็รู้สึกกดดันและรู้ระดับขั้นของ หยาน กู่คง กันในทันที!

“ครึ่งก้าว! ก่อกำเนิดลมปราณ!”

ผู้นำตระกูลเหรินที่นั่งอยู่ด้านหน้าเบิกตากว้างทันที ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกลัว

แรงกดดันนี้ต้องมาจากคนที่อยู่ในขั้นครึ่งก้าวก่อกำเนิดลมปราณอย่างแน่นอน

"ครึ่งก้าวก่อกำเนิดลมปราณ! โอ่ว.. เขาอยู่ครึ่งก้าวก่อกำเนิดลมปราณแล้ว!"

"ผู้อาวุโส หยาน เป็นครึ่งก้าวก่อกำเนิดลมปราณ! ฉันจะยอมรับ!....ฉันจะยอมรับการเข้าร่วมกับตระกูลหยาน!"

"เรายินดีที่จะคล้อยตามตระกูลหยาน!"

"เรายินดีที่จะปฏิบัติตามคำสั่งของตระกูลหยานตั้งแต่ที่นี่เป็นต้นไป!"

ผู้ฝึกฝนศิลปะการต่อสู้และเหล่าผู้ฝึกวิชายุทธต่างก็ก้มหน้าลงและยอมรับการเข้าร่วมกับตระกูลหยาน ด้วยเสียงสั่นเครือแม้จะรู้สึกไม่เต็มใจแต่พวกเขาก็มีความกลัวมากกว่า

ลูกศิษย์ของสำนักดาบทะเลศักดิ์สิทธิ์ และยังมีครึ่งก้าวก่อกำเนิดลมปราณ ช่างเป็นตระกูลที่น่ากลัวเสียจริงๆ! ต่อไปในอนาคตพวกเขาอาจจะเลื่อนระดับจนกลายเป็นตระกูลระดับ 1 ก็เป็นได้!

เหล่าผู้ฝึกฝนวิชายุทธต่างก้มหน้าลงแสดงเจตจำนงยอมรับการสวามิภักดิ์!

ในสนาม ผู้อาวุโส ซู มองไปที่ ตระกูลหยาน ด้วยความสิ้นหวัง

แม้ว่า หวังเสียน จะอยู่ที่นี่ในตอนนี้ แต่ก็คงไม่สามารถทำอะไรได้เช่นกัน มันจบแล้ว!

"ฮ่าฮ่า เข้าร่วมกับตระกูล หยาน ของเราแล้วพวกท่านจะได้รับความสุขในอนาคตอันใกล้นี้!"

หยาน กู่คง มองไปที่กลุ่มคนและหัวเราะออกมาเสียงดัง จากนั้นเขาก็พูดคำสี่คำออกมาว่า "ราชากลับมาแล้ว!"

"ข้า!....ข้า..ก็ยอมเข้าร่วม!" ผู้นำตระกูลเหรินรู้สึกหมดหนทาง เขารู้ว่าในตอนนี้ตระกูลหยาน นั้นไม่สามารถหยุดยั้งได้อีกแล้ว และตระกูลของพวกเขาก็ไม่สามารถต่อต้านตระกูลหยานได้เช่นเดียวกัน สิ่งที่เหลืออยู่สำหรับพวกเขามีเพียงการยอมจำนนเพียงเท่านั้น

แม้ว่าเขาจะไม่เต็มใจ แต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่นสำหรับเขา!

ในขณะที่เขากำลังจะลดร่างกายของเขาลงก็มีเสียงดังขึ้นมา

"บัตรเชิญระบุว่างานเลี้ยงจะเริ่มเวลา 2 ทุ่ม และในตอนนี้ก็เพิ่งจะ 2 ทุ่ม แต่ดูเหมือนว่าจะมีคนหมดความอดทนเริ่มงานเลี้ยงกันไปเสียก่อน!"

เป็นเรื่องที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน และกลุ่มของผู้คนที่อยู่รอบ ๆ ก็ตกตะลึงเช่นเดียวกัน

พวกเขาหันกลับไปมองไปที่บริเวณทางเข้า

เด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาคนหนึ่งกำลังเดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มจาง ๆ

มีกลุ่มคนติดตามอยู่ข้างหลังเด็กหนุ่มคนนี้เข้ามาด้วยกลุ่มใหญ่

อากาศบริเวณโดยรอบกลุ่มของพวกเขานั้นค่อนข้างจะเงียบสงบ เหมือนถูกปิดกั้นด้วยอะไรบางอย่าง จนไม่สามารถจะสัมผัสได้ถึงพลังงานของพวกเขาได้ จึงทำให้มองดูเหมือนพวกเขานั้นเป็นกลุ่มของคนธรรมดา

กลุ่มของผู้คนในงานเลี้ยง พวกเขาทุกคนต่างตกใจเมื่อเห็นคนกลุ่มนี้เดินเข้ามา

ท่ามกลางกลุ่มคนที่อยู่ในตระกูลเหริน ชายหนุ่มคนหนึ่งเบิกตากว้างและตัวสั่นเล็กน้อย เขาคนนั้นก็คือ เหริน อันจื่อ เขานั้นเห็นร่างที่คุ้นเคยเดินมาถึงสองคน สายตาของเขาจับจ้องไปที่หวังเสียน และชายชราคนหนึ่งที่เดินตามหลังเขามา เขากลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดๆและพูดออกมาด้วยเสียงตะกุกตะกัก เหมือนคนลำคอตีบตัน

"นะ!..นั่น!..ขะ!.. เขา..มาแล้ว!”

………

จบบท

จบบทที่ ตอนที่ 136 (ตอนฟรี) ไหนว่างานเริ่มตอนสองทุ่ม

คัดลอกลิงก์แล้ว