- หน้าแรก
- ข้าจะเป็นเทพ แต่ขอเศษตังค์พ่อบุญธรรมก่อน
- บทที่ 15 - การปะทะและรวมกันของกวนและอู กวนอู
บทที่ 15 - การปะทะและรวมกันของกวนและอู กวนอู
บทที่ 15 - การปะทะและรวมกันของกวนและอู กวนอู
บทที่ 15 - การปะทะและรวมกันของกวนและอู กวนอู
"พ่อ?!"
เด็กพรตชิงซงให้กวนหู่เฉินจัดการซาม่านเอง และรับผิดชอบเอง เขากำลังคิดว่าจะเอายังไงกับซาม่านอวี่ดี ผลคือเจอคำว่า "พ่อ" กระแทกหน้า
ตัวเขาสั่นสะท้าน ทั้งตกใจทั้งงุนงง
เสี่ยวอวี่ที่หลุดปากเรียก "พ่อจ๋า" ก็หน้าแดงหน่อยๆ
——โทษวิชา "จอมสังหารบิดา" แท้ๆ ทำเอาคนดีๆ อย่างฉันไร้ยางอายหมด เจอคนเก่งเป็นต้องอยากเรียกพ่อ
คิดในใจแบบนั้น แต่ปากเสี่ยวอวี่กลับพูดรัวเร็ว "เมื่อกี้ลุงซาเชือกบอกข้าว่า ท่านแม่ทัพเมตตาประทานวาสนาใหญ่ให้พวกเราเป็นข้าทาสบริวาร
ข้าดีใจเหลือเกิน บุญคุณแม่ทัพกวน ชาตินี้ก็ตอบแทนไม่หมด
ข้าได้ยินว่าในเมืองจีน บ่าวไพร่เรียกเจ้านายว่า 'พ่อแม่' ก็เลย..."
เธอเห็นสีหน้ากวนหู่เฉินผ่อนคลายลง
แต่ "จอมสังหารบิดา" ยังไม่ทำงาน
แสดงว่ากวนหู่เฉินไม่เพียงปากไม่รับ ใจก็ไม่อยากเอาเปรียบ... คงคิดว่าในฐานะนายท่านตระกูลใหญ่ ถูกคนเถื่อนเรียกพ่อ คือการถูกเอาเปรียบ ไม่ใช่ได้เปรียบ
"ต่อให้เป็นข้าทาสบริวาร เจ้าก็ไม่ใช่ทาสในบ้านข้า ข้าทำงานให้ต้าฉิน จะจัดการเจ้ายังไง รอข้ารายงานท่านโหวเลี่ยหยางก่อนค่อยว่ากัน" กวนหู่เฉินกล่าวเรียบๆ
เด็กพรตชิงซงให้เขาพา "ซาม่านอวี่" กลับไป จะจัดการยังไงให้เขาตัดสินใจ
คำว่า "จัดการเอง" เด็กพรตชิงซงพูดง่าย แต่ชิงซงเป็นแค่หนึ่งในเจ้านายสายตรง
ความจริง เด็กพรตชิงซงไม่ได้บังคับบัญชาเขาโดยตรง ทั้งสองฝ่ายแค่มารวมกลุ่มกันชั่วคราว
ก่อนท่านโหวเลี่ยหยางจะข้ามแม่น้ำหลิวซามาตะวันตก เขาขึ้นตรงต่ออ๋องสูและอ๋องชิงเหอ
อ๋องสูคือกษัตริย์ ไม่ต้องพูดถึง อ๋องชิงเหอคือแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นสู เจ้านายสายตรงตัวจริง; ท่านโหวเลี่ยหยางแห่งต้าฉินมาถึง แม้แต่อ๋องสูและอ๋องชิงเหอยังต้องก้มหัวฟังคำสั่ง เขาที่เป็นแค่แม่ทัพม้า ยิ่งถูกโอนเข้าสังกัด "กองทัพกาไฟ" ของท่านโหวเลี่ยหยางโดยตรง
ข้างบนมีขาใหญ่เยอะขนาดนี้ เขาจะกล้าตัดสินใจโดยพลการได้ยังไง?
แน่นอน กวนหู่เฉินไม่คิดว่าแค่ซาม่านอวี่คนเดียว จะคุ้มค่าให้ท่านโหวเลี่ยหยางใส่ใจนัก
แต่ถ้าอ๋องสูและอ๋องชิงเหอรู้คำวิจารณ์ของเด็กพรตชิงซงที่มีต่อซาม่านอวี่ว่า "มีปัญญาเดิมติดตัว" "เลี้ยงชีพจรมังกรคนเถื่อน" "จักรวรรดิซาตะวันตกสามสิบปีล้างแคว้นสู" พวกเขาคงนั่งไม่ติดแน่
ดังนั้น เขาจะหาเรื่องใส่ตัวทำไม?
พาคนกลับไป ที่เหลือก็ไม่เกี่ยวกับเขา
จุดเน้นงานของเขาคือพยายามสร้างผลงาน สุดท้ายให้ท่านโหวเลี่ยหยางคัดเลือกเป็น "นายทหารคนสนิท" ติดตามกองทัพกลับต้าฉิน กลายเป็นขุนพลต้าฉินที่มีสังกัดเป็นทางการ หวังว่าจะได้เข้าใกล้ศูนย์กลางอำนาจของเมืองจีน
สร้างผลงานในเมืองจีน ขอแค่มีวาสนาเซียนสักนิด ย่อมต้องพยายามเป็นเซียน; หากหนทางเซียนเลือนราง วาสนาไม่พอ ก็ต้องขอให้จักรพรรดิแต่งตั้ง ตายไปวิญญาณเป็นเทพ ดีที่สุดคือได้เป็นเทพเที่ยงธรรม "มีชื่อในทะเบียนสวรรค์" อยู่ในเมืองจีน เสพธูปเทียนหมื่นบ้าน ราชวงศ์เปลี่ยนเขายังอยู่
นี่สิคืออนาคตที่แท้จริง!
ซาม่านอวี่ เผ่าซาม่านตะวันตก เป็นแค่ส่วนเล็กๆ ในสมุดความดีความชอบของเขา
เสี่ยวอวี่ไม่รู้อนาคตอันยิ่งใหญ่ของกวนหู่เฉิน ฟังคำพูดเขา ความคิดในสมองเหมือนดอกไม้ไฟที่ถูกจุด แสงไฟเป็นแพ ประกายไฟนับไม่ถ้วนระเบิดออก
ชั่วพริบตา ประกายเหล่านั้นรวมตัวเป็น "ความเพ้อฝัน" อันเหลือเชื่อ
"แม่ทัพกวน ท่านจะส่งทาสน้อยให้ท่านโหวเลี่ยหยาง? ท่านโหวเลี่ยหยางเป็นขุนพลสวรรค์ ย่อมต้องกลับแผ่นดินต้าฉิน ทาสน้อยคงไม่ถูกปฏิบัติเหมือนหัวหน้าศัตรู ปรากฏตัวในพิธีถวายเชลยที่เมืองหลวงเสียนหยาง สุดท้ายเข้าวังหลวงต้าฉิน เป็นข้าทาสบริวารหรอกนะ? ก็ใช่ ทาสน้อยยังไงก็เป็นองค์หญิงแคว้นซาชิว... องค์หญิงคนเถื่อนไม่ควรถวายให้จักรพรรดิฉินหรอกหรือ?"
เสียงเธอสั่นเครือ
——ถ้าเป็นเชลยแล้วมีเรื่องดีแบบนี้ ฉันคงไม่หนีหรอก! ซาชิวเฮงซวยที่แม้วรยุทธ์ยังไม่มีนี่ ไม่อยากอยู่แม้แต่วันเดียว
"ฝันกลางวันไปเถอะ! แค่คนเถื่อน ยังมาอ้าง 'ต้าฉินของข้า'..."
แม่ทัพกวนถลึงตาใส่ สีหน้าไม่สบอารมณ์ น้ำเสียงเจือความโกรธ
ราวกับเสี่ยวอวี่ไปเป็นข้าทาสในเมืองหลวงเสียนหยาง จะไปแย่ง "อนาคตอันยิ่งใหญ่" ของเขา
"ขอแม่ทัพกวนโปรดอภัย ผู้น้อยใจลอยไปต้าฉินจริงๆ พอคิดว่ามีโอกาสไปรับใช้ฝ่าบาทฉินที่เสียนหยาง... ต่อให้มีความเป็นไปได้แค่หนึ่งในหมื่น ก็ตื่นเต้นจนคุมไม่อยู่" เสี่ยวอวี่แก้ตัว
กวนหู่เฉินจ้องหน้าเธอ เห็นแต่ความจริงใจและความคาดหวังเต็มเปี่ยม
"เอ๊ะ!"
สีหน้าเขาเปลี่ยนไป อดไม่ได้ที่จะเดินเข้าไปใกล้ นั่งยองๆ บีบคางเสี่ยวอวี่ พลิกหน้าเธอไปมา พินิจพิเคราะห์อย่างละเอียด ยิ่งดูยิ่งประหลาดใจ หัวใจก็เต้นตุบตับเร็วขึ้น
"เหมือน จริงๆ เหมือนมาก..."
จากนั้นเขาก็ง้างปากเสี่ยวอวี่ ตรวจดูฟันอย่างละเอียด ดูเสร็จก็พยักหน้าเบาๆ: ฟันไม่เพียงครบและแข็งแรง ยังขาวเหมือนหยก สะอาดไร้คราบ ลมหายใจสดชื่นเหมือนมีกลิ่นหวาน
จากนั้น เขาก็กดหัวเธอ แหวกผมเปียกๆ ตรวจดูอย่างละเอียด
ผมไม่ยาว ปิดหูไม่มิดด้วยซ้ำ แต่คุณภาพผมดีเกินคาด ไม่เพียงดกหนา ยังดำขลับเป็นเงา แถมหาเหาไม่เจอสักตัว
ปีนี้เขาสี่สิบสาม แต่งงานนานแล้ว ที่บ้านยังมีลูกสาวคนหนึ่ง อายุพอๆ กับเสี่ยวอวี่ แต่ลูกสาวคุณหนูตระกูลใหญ่ของเขา ก็ยังเคยหมักหมมจนเป็นเหา บนผมมีจุดขาวๆ เต็มไปหมด——ไข่เหาทั้งนั้น
สุดท้ายเขาบีบคางเสี่ยวอวี่เป็นครั้งที่สอง ดูเครื่องหน้าแก้มคางอย่างละเอียด
เสี่ยวอวี่รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นวัวควายในคอก
กวนหู่เฉินก็มีสีหน้าและแววตาเหมือนลูกค้าที่กำลังตรวจดูว่าวัวควายแข็งแรงดีไหม
แต่พอดูจบ เธอพบว่าสายตาที่เขามองเธออ่อนลงทันที
ไม่อ่อนโยนแบบลามก แต่เป็นแบบ... ประมาณว่า "สินค้าแปลกหากำไรดี" "ขุดเจอสมบัติในกองขี้"
เธอขนลุก อยากถามก็ไม่กล้า
กวนหู่เฉินหลัง "ดูวัวควาย" เสร็จ ก็ตกอยู่ในห้วงความคิด ไม่พูดไม่จา แค่หันมามองเสี่ยวอวี่เป็นพักๆ
เงียบไปประมาณหนึ่งเค่อ เขากระแอมเบาๆ พูดเสียงเบาว่า "ข้าดูออก เจ้าเป็นเด็กฉลาดมาก"
คราวนี้เขาไม่เรียกตัวเองว่า "เปิ่นเจียง" (ข้าพเจ้าผู้เป็นแม่ทัพ) แล้ว
เสี่ยวอวี่เดาไม่ออกเลยว่าเขาคิดอะไร ก็กดเสียงต่ำ พูดเบาๆ ว่า "รับใช้ฝ่าบาทต้าฉิน ทาสน้อยฉลาดหน่อยย่อมดีกว่าโง่เขลา"
แล้วเธอก็รีบเสริมว่า "ทาสน้อยนอกจากฉลาดนิดหน่อย ส่วนใหญ่คือความจงรักภักดีและความซื่อสัตย์ต่อต้าฉิน อืม ทาสน้อยทั้งฉลาด ทั้งซื่อสัตย์ ไม่เล่นลูกไม้เด็ดขาด"
บทสนทนาแบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้นระหว่างเธอกับกวนหู่เฉิน
สำหรับเธอมันเกินไปแล้ว
แกล้งโง่แกล้งซื่อ ทำตัวต่ำต้อย เพื่อรักษาชีวิตน้อยๆ คือภารกิจอันดับหนึ่ง
แต่ปัญหาคือ แกล้งโง่แกล้งซื่อจะรักษาชีวิตได้จริงเหรอ?
โดยเฉพาะเมื่อเผชิญหน้ากับแม่ทัพกวนที่ "ไม่เล่นตามกติกา" คนนี้
แม่ทัพกวนพยักหน้าเบาๆ สีหน้าพอใจ เสียงเบาลงอีก "ท่านนักพรตชิงซงให้กวนโหมว (ตัวข้าแซ่กวน) พาเจ้ากลับแคว้นสู แล้วจัดการเอง
กวนโหมวเห็นเจ้าปั้นได้ เกิดความเอ็นดูรักใคร่ เจ้าเต็มใจเข้าสังกัดกวนโหมว เป็นลูกบุญธรรมกวนโหมวไหม?"
เสี่ยวอวี่เบิกตากว้าง หน้าตาตื่นตะลึง
เธอไม่เคยคิดเลยว่ากวนหู่เฉินจะยื่นข้อเสนอนี้
ถึงขนาดพูดได้ว่า เธอโตมาขนาดนี้ กราบ "พ่อ" มาสามสิบกว่าคน ไม่เคยมีใครเสนอตัวจะเป็นพ่อบุญธรรมให้ก่อนเลย
"ทำไม เจ้าไม่เต็มใจ?" เห็นเธอเหม่อ แม่ทัพกวนขมวดคิ้ว
"ทาสน้อย..." ขอบตาเสี่ยวอวี่รวมหยดน้ำตาเม็ดโตทันที เสียงสะอื้นไห้ ใบหน้ามีทั้งความซาบซึ้ง เหมือนฝัน และหวาดกลัว
แม้จะเป็นโหมดนักแสดง แต่อารมณ์ตื่นเต้นอย่างน้อยหกเจ็ดส่วนคือของจริง
"ตุบ!" เธอกลางคุกเข่าในเปลือกหอย โขกหัวดังปึกๆ สามที "อวี่เร่ร่อนครึ่งค่อนชีวิต แค้นใจที่ไม่พบผู้มีพระคุณเร็วกว่านี้ ท่านไม่รังเกียจ อวี่ยินดีรับใช้พ่อบุญธรรมไปชั่วชีวิต เลี้ยงดูพ่อบุญธรรมยามแก่เฒ่า!"
พูดจบด้วยอารมณ์ซาบซึ้ง เธอก็โขกหัวอีกสามที ปาดน้ำตา ฉีกยิ้มกว้าง กล่าวว่า "พ่อจ๋า จากนี้ไป ลูกก็คือ 'กวนอู' แล้วนะ!"
เธอจะไม่ยิ้มได้ไง โขกหัวสามทียังไม่ทันจบ "จอมสังหารบิดา" ก็ทำงาน ภาพ 3 มิติของพ่อบุญธรรมกวนเข้าสู่ "ตำหนักม่วง" ในสมองแล้ว
แผนการสังหารต่อต้าน "เนตรเซียน" เริ่มคำนวณทันที
"กวนอู..."
กวนหู่เฉินขมวดคิ้วเข้ม รู้สึกว่าชื่อนี้ดูห้าวกว่า "หู่เฉิน" ของเขาอีก แถมยังมีกลิ่นอายความเฉียบคมและองอาจที่บรรยายไม่ถูก
แปลกจริง...
"รอกลับถึงแคว้นสู หาบัณฑิตตั้งชื่อให้เจ้าใหม่ วันหน้าถ้ามีวาสนาเข้าวังเสียนหยาง ชื่อที่ไพเราะอ่อนหวานย่อมขาดไม่ได้"
——ยังต้องเข้าวังเสียนหยาง? ฉันไม่ได้กราบท่านเป็นพ่อบุญธรรม เพื่อกลับ "จวนตระกูลกวน" หรอกเหรอ?
เสี่ยวอวี่แปลกใจ แต่ไม่ถามมาก
ไม่ว่าจะเข้าเสียนหยาง หรือไปเป็น "ลูกเลี้ยง" ที่จวนตระกูลกวนแคว้นสู สำหรับเชลยคนเถื่อนที่ชีวิตแขวนบนเส้นด้าย ล้วนเป็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
ยิ่งกว่านั้นเธอเป็น "กวนอู" แล้ว ยังจะได้เข้าเสียนหยาง ไม่ใช่โชคสองชั้นเหรอ?
"อวี่เอ๋อร์ ในเมื่อเจ้ากราบกวนโหมวเป็นพ่อ พ่อก็ขาดของรับขวัญไม่ได้"
ไม่รู้อีท่าไหน พอรับลูกสาวราคาถูกคนนี้เอง แม่ทัพกวนก็เกิดความกระตือรือร้นในใจ อยากจะมอบของขวัญให้นางสักชิ้นสองชิ้น ให้นางสัมผัสความรักของพ่อ
มือซ้ายเขาคลำไปที่ "แส้งูเพลิง" ที่พันรอบข้อมือขวา ตามองไปที่ม้าควันอัคคีข้างๆ
"บ้าเอ๊ย ข้าคิดบ้าอะไรอยู่! รับ 'กวนอู' เป็นลูกบุญธรรม เพื่ออนาคตในเมืองจีน ถ้าไม่มีของวิเศษกับสัตว์เทพพาหนะ ข้าจะไปสร้างอนาคตยังไง?"
ตบหน้าตัวเองในใจฉาดใหญ่ กวนหู่เฉินก็ยังอดไม่ได้ หมุนหัวเข็มขัดรูปปากสัตว์ที่ไหล่ ปลดผ้าคลุมไหล่สีแดงเข้มด้านหลังออก คลุมร่างเสี่ยวอวี่ "ตอนนี้ยังหนาวอยู่ เจ้าตัวเปียกโชกได้ยังไง? ผ้าคลุมนี้ให้เจ้า ใส่ซะ"
ตอนนี้ห่างจากตอนงมหอยยักษ์ขึ้นมาจากก้นคูน้ำ ยังไม่ถึงหนึ่งก้านธูป
แช่อยู่ในน้ำ เสี่ยวอวี่ย่อมเปียกโชก
โดยเฉพาะเธอสวมชุดหนังเสือหนาๆ ขนฟูๆ เปียกแฉะ น้ำยังหยดติ๋งๆ อยู่เลย!
"พ่อจ๋า..." เสี่ยวอวี่น้ำตาคลอเบ้า หน้าตาซาบซึ้งและเทิดทูน
อัศวินเกราะดำข้างๆ นั่งไม่ติดแล้ว "ท่านแม่ทัพ นี่มันเสื้อคลุมหนูไฟจากแคว้นภูเขาไฟนะขอรับ!"
พวกเขารู้สึกว่าแม่ทัพของตนติดเชื้อ "โรคประสาทกลับ" มาจากซาม่านอวี่
ตั้งแต่เขาเสนอจะรับนางเป็นลูกบุญธรรม พวกเขาก็อ้าปากค้าง ตกตะลึงและไม่เข้าใจ
รับลูกบุญธรรมยังไงก็เป็นเรื่องส่วนตัวของเขา เด็กพรตชิงซงก็บอกชัดเจนให้เขาจัดการซาม่านอวี่เอง
ไม่ว่าแม่ทัพนายกอง หรือขุนนางผู้ดี รับลูกบุญธรรมมาเป็นคนสนิทหรือมือตีน มีให้เห็นถมไป
ในกลุ่มอัศวินเกราะดำนี้ ก็มีหลายคนเป็นลูกบุญธรรมคนอื่น หรือรับลูกบุญธรรมเอง
แต่ให้เสื้อคลุมหนูไฟนี่มันเกินไปแล้ว
เสื้อคลุมหนูไฟไม่ทรงพลังเท่า "แส้งูเพลิง" แต่น้ำไฟไม่เข้า ดาบกระบี่แทงไม่ทะลุ เป็นของวิเศษที่หายากมาก
"ลูกจะเอาเสื้อคลุมใหญ่ของพ่อได้ยังไง ให้พ่อต้องทนหนาวในคืนหนาวเหน็บ?" ไม่รอกวนหู่เฉินลังเลเอ่ยปาก เสี่ยวอวี่แก้ "เสื้อคลุมหนูไฟ" ส่งคืน กล่าวว่า "พ่อจ๋า ลูกมีกระโปรงหนังเสือ เดี๋ยวตากแดดให้แห้ง ก็กันหนาวได้แล้ว"
เรื่องกวนหู่เฉินให้ของวิเศษ เสี่ยวอวี่ทั้งแปลกใจและเฉยๆ
เฉยๆ เพราะเมื่อก่อนกราบพ่อบุญธรรมอย่างเป็นทางการทีไร "พ่อบุญธรรม" มักจะให้ของขวัญเธอเสมอ
เธอไม่แน่ใจว่าเป็นธรรมเนียมบังคับ "พ่อบุญธรรม" หรือ "จอมสังหารบิดา" มีผลต่อพวกเขา
แปลกใจเพราะของที่กวนหู่เฉินให้ล้ำค่าเกินไป
ทั้งสองเพิ่งเจอกัน ไม่ใช่พ่อบุญธรรม "คนคุ้นเคย" ที่อยู่ในเผ่าเดียวกันมานานเหมือนเมื่อก่อน
เจอกันปุ๊บรับเป็นลูกบุญธรรม ทำให้เธอจับต้นชนปลายไม่ถูก
จากที่เขาจับหัวเธอดูเหมือนดูวัวดูควายเมื่อกี้ เธอมั่นใจว่าเขามีจุดประสงค์แอบแฝง อยากใช้เธอทำเป้าหมายใหญ่บางอย่างให้สำเร็จ
ในเมื่อแค่หลอกใช้ ไม่มีใจจริง ทำไมให้ของวิเศษ...
หรือว่า "จอมสังหารบิดา" มีผลต่อ "พ่อบุญธรรม" จริงๆ?
"ก็ได้..." กวนหู่เฉินรับเสื้อคลุมหนูไฟกลับมาอย่างไว ความอาลัยอาวรณ์และไม่สบายใจเมื่อครู่ หายวับไปทันที พอใจในความว่าง่ายของลูกสาวสุดๆ
คลุมเสื้อคลุมเสร็จ เขาก็ยังให้ของขวัญชิ้นหนึ่ง: "กระบี่จูบมังกร" ที่เหน็บอยู่ที่เอว
กระบี่สั้นมาก รวมด้ามยาวแค่ฟุตครึ่ง
ยังไม่ต้องชักกระบี่ แค่ดูมรกตเม็ดเท่าเล็บมือแปดเม็ดบนปลอกกระบี่ ก็รู้ว่ามูลค่ามหาศาล
อัศวินเกราะดำยังคงหน้าสงสัย แต่คราวนี้ไม่มีใครเอ่ยปากขัด
"แม่ทัพกวน อาตมาล็อกเป้าหมายแล้ว เชิญมาคุยกันหน่อย!"
ขณะนั้นเอง เด็กพรตชิงซงเดินออกมาจากป่าไกลๆ โบกมือเรียกจากระยะไกล
(จบแล้ว)