- หน้าแรก
- สำนักนี้ไม่รับอัจฉริยะ แต่พอออกจากสำนักไปเหตุใดล้วนกลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่กันหมด
- บทที่ 150 มีเศษเดนจักรพรรดิเลี่ยจริง ๆ (ฟรี)
บทที่ 150 มีเศษเดนจักรพรรดิเลี่ยจริง ๆ (ฟรี)
บทที่ 150 มีเศษเดนจักรพรรดิเลี่ยจริง ๆ (ฟรี)
“...”
“...”
“พอได้แล้ว! มองข้าทำไมกัน! ตอนนี้ใช่เวลามามองข้ารึ!”
ภายใต้สายตาของทุกคน หงมู่เอ๋อร์ทนไม่ไหวอีกต่อไป ยกนิ้วชี้ไปที่คนชุดดำอย่างแรง
“เจ้าเศษเดนจักรพรรดิเลี่ย! เจ้าบอกเองไม่ใช่หรือว่าตอนนี้เป็นช่วงเวลาสำคัญ! เจ้ามัวทำอะไรอยู่!”
คนชุดดำชะงัก ก่อนจะถึงบางอ้อ แล้วหัวเราะเสียงประหลาดใส่จีเลี่ยที่มีสีหน้ามืดครึ้ม
“จีเลี่ย เจ้าดูดีกว่าที่ข้าจินตนาการไว้มากทีเดียว แต่แบบนี้ก็ดีแล้ว หากเจ้าไม่กระโดดโลดเต้น ข้าก็คงไม่มีโอกาสได้เชยชมท่าทางเจ็บปวดทรมานของเจ้า”
สิ้นคำพูดของคนชุดดำ หงมู่เอ๋อร์และเฝิงหลิงก็ลืมเรื่องหน้าอกและแผ่นหลังไปสิ้น
จีเลี่ยคือนามเดิมของจักรพรรดิเลี่ย แต่เศษเดนจักรพรรดิเลี่ยผู้ถือราชโองการและพร่ำบอกว่าจักรพรรดิเลี่ยคือสายเลือดแท้จริงแห่งต้าอวี่ผู้นี้ กลับบอกว่าจะทำให้จีเลี่ยเจ็บปวดทรมาน
จีเลี่ยสีหน้ามืดครึ้ม แต่สายตากลับจับจ้องไปที่เฝิงหลิงและหงมู่เอ๋อร์
เฝิงหลิงและหงมู่เอ๋อร์รู้สึกถึงความหนาวเหน็บสายหนึ่งถาโถมเข้ามา กำลังจะขยับตัว ภาพตรงหน้าก็มืดดับลง ร่างกายอ่อนระทวยล้มลงกับพื้น
ครั้งนี้หลี่เหยี่ยนโม่ประคองแขนของพวกนางทั้งสองไว้ทัน
จีเลี่ยพ่นลมหายใจยาวเหยียด มองคนชุดดำด้วยสายตาเย็นชา
“ข้าไม่มีอะไรจะพูดกับพวกเศษเดนจักรพรรดิเลี่ยอย่างเจ้า ไสหัวออกไป!”
“หึ! จีเลี่ย หนี้ก้อนนี้ เจ้าหนีไม่พ้นหรอก”
หลี่เหยี่ยนโม่ชะงัก ไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง
“ท่านเจ้าเมืองตูเสิ่น?”
เมื่อเห็นว่าถูกมองออก คนชุดดำก็ไม่คิดจะปิดบังอีกต่อไป เปิดผ้าคลุมหน้าออก เผยให้เห็นใบหน้าของเจ้าเมืองหนานหยาง ตูเสิ่น
หลี่เหยี่ยนโม่ถามเสียงสั่น “เช่นนั้น ตั๊กแตนกลืนฟ้าก็เป็นฝีมือท่านเจ้าเมือง...”
“นั่นไม่ใช่ฝีมือข้า บัญชีของข้ายังคิดไม่เสร็จเลย” ตูเสิ่นทำหน้าปุเลี่ยน “ข้าจะหาเรื่องใส่ตัว สร้างรอยด่างพร้อยให้ประวัติการทำงานของตัวเองทำไม?”
“อ้อ เช่นนั้นฐานะเศษเดนจักรพรรดิเลี่ยของท่าน...”
หลี่เหยี่ยนโม่ลากเฝิงหลิงและหงมู่เอ๋อร์ถอยห่างจากจีเลี่ย
ด้วยความประทับใจฝังใจที่มีต่อเหล่าจักรพรรดิอวี่ เรื่องราวนี้ย่อมไม่มีทางดำเนินไปอย่างปกติธรรมดา
พรรคพวกของจักรพรรดิเลี่ยที่จงรักภักดีจนเข้ากระดูกดำ แม้จีเลี่ยจะไม่มีความคิดนั้น แต่พวกเขาก็ยังบ้าคลั่งอยากให้จีเลี่ยกลับมานั่งบัลลังก์จักรพรรดิอวี่...
เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!
“หึ ย่อมเป็นความจริง การมาครั้งนี้ข้ามีจุดประสงค์เพียงอย่างเดียว คืออัญเชิญจักรพรรดิเลี่ยเข้าศาลบรรพชน!”
“เจ้าคิดว่าเป็นไปได้หรือ!”
จีเลี่ยตาแดงก่ำ ใบหน้าบิดเบี้ยว หากหลี่เหยี่ยนโม่ไม่ได้หูหนวก เขาคงนึกว่าเมื่อครู่ตูเสิ่นพูดว่าจะทำลายราชวงศ์ต้าอวี่เสียอีก
หลี่เหยี่ยนโม่รู้สึกปวดหัวตึบ “เอ่อ ท่านเจ้าเมืองตูเสิ่น ท่านช่วยอธิบายรายละเอียดหน่อยได้หรือไม่?”
“ได้สิ”
ชั่วพริบตาที่ตูเสิ่นละสายตาจากจีเลี่ย จีเลี่ยก็ตะโกนลั่นว่าลอบกัด ยื่นมือออกไปหมายจะใช้วิชาบางอย่างจับตูเสิ่นโยนออกไป
แต่ตูเสิ่นคาดการณ์ไว้แล้ว มือขวาล้วงเข้าไปในแขนเสื้อ
ราชโองการโบราณคลี่ออกจนสุด ตัวอักษรสีทองขนาดใหญ่สว่างวาบขึ้น
[ข้าคือบิดาเจ้า! นับแต่วันนี้เจ้าคือจักรพรรดิเลี่ยจีจี!]
“อ๊ากกก...”
จีเลี่ยกรีดร้องโหยหวน ปิดตาทิ้งตัวหงายหลังตึง
“ข้าไม่ดู! อย่าเอามาให้ข้าดูนะ!”
ตูเสิ่นราวกับเทพสวรรค์ถือกระจกส่องปีศาจ ใช้ราชโองการไล่ต้อนจีเลี่ยจนถอยกรูด ส่วนจีเลี่ยก็ราวกับภูตผีที่แพ้แสงตะวัน ไม่อาจเงยหน้าขึ้นได้
“ท่านเจ้าสำนักหลี่ ความจริงเรื่องเป็นเช่นนี้ จักรพรรดิอวี่แต่ละพระองค์จะครองราชย์ได้เพียงสามร้อยปี แต่จีเลี่ยผู้นี้ครองราชย์ได้เพียงร้อยปีก็ลบชื่อตัวเองออก ตั้งตนเป็นจักรพรรดิเลี่ย ซ้ำยังลงมือทำร้ายตัวเองจนบาดเจ็บสาหัสด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ แล้วฝังตัวเองลงในสุสานจักรพรรดิเลี่ยแห่งนี้ ส่วนโอรสธิดาก็ชิงหนีไปก่อนแล้ว”
“ราชวงศ์ต้าอวี่ภายในมีปัญหาสมุดบัญชีกรมโยธาธิการ ภายนอกมีพันธมิตรล้านสำนักจ้องตาเป็นมัน ตำแหน่งจักรพรรดิอวี่จะว่างเว้นไม่ได้เด็ดขาด”
“ท่านเจ้าสำนักหลี่ ท่านคิดว่าในสถานการณ์เช่นนี้ ต้าอวี่จะทำอย่างไร?”
หลี่เหยี่ยนโม่ครุ่นคิดก่อนจะตอบหยั่งเชิง “ให้องค์ชายองค์อื่นขึ้นครองราชย์?”
“ถูกต้อง! เรื่องมันเป็นเช่นนี้แหละ!” ตูเสิ่นตาแดงก่ำ กำราชโองการในมือแน่น
“ท่านปู่ของข้ารับใช้องค์ชายแปดในยามนั้น”
“องค์ชายแปดรอบรู้ดาราศาสตร์ ภูมิศาสตร์ เชี่ยวชาญทั้งพิณ หมากรุก อักษร และภาพวาด ถึงขั้นได้รับการสืบทอดวิชาแพทย์จากเสินหนง”
“ปีนั้นจีเลี่ยขึ้นครองราชย์ องค์ชายแปดได้รับพระราชทานสุราพิษ...”
เวลานั้นจีเลี่ยที่ถูกราชโองการกระตุ้นความเจ็บปวดในใจก็ดิ้นรนลุกขึ้นยืน
“ผายลม! วันนั้นพวกมันไม่เพียงขโมยสุราเซียนที่ข้าตัดใจดื่มไม่ลงไป ซ้ำยังเมาหัวราน้ำในจวนรัชทายาทของข้า สุดท้ายยังเอาสุราเลวมาหลอกข้า! ข้าดื่มไปตั้งยี่สิบปีถึงจะรู้รส!”
ตูเสิ่นชะงักไปครู่หนึ่ง ทำเป็นไม่ได้ยินเสียงประท้วงของจีเลี่ย แล้วกล่าวต่อ
“จีเลี่ยลบชื่อตัวเอง ตำแหน่งจักรพรรดิอวี่ว่างเว้นไม่ได้ องค์ชายแปดที่กำลังรักษาผู้คนอยู่ไม่ได้รับข่าวในทันที ถูกลากตัวกลับราชวงศ์ต้าอวี่ทั้งคืน แม้แต่ตัวตนหมอเทวดาที่เตรียมไว้ก็ยังถูกหมอหลวงในสำนักหมอหลวงผลัดกันสวมรอย”
“ส่วนพวกข้าที่เป็นพรรคพวกสนับสนุนองค์ชายแปดก็จำต้องไปรับมือกับปัญหาของกรมโยธาธิการ!”
เห็นตูเสิ่นยิ่งพูดยิ่งเศร้า หลี่เหยี่ยนโม่จึงอดถามไม่ได้ “สรุปว่า องค์ชายแปดตรอมใจจนสิ้นพระชนม์ในตำแหน่งจักรพรรดิอวี่หรือ?”
“เปล่า องค์ชายแปดเพื่อจะแก้แค้น จึงรักษาสุขภาพร่างกายเป็นอย่างดี น่าเสียดายที่จีเลี่ยผู้นี้เรียนรู้วิชาสมบัติวิเศษกลไกตระกูลจูเก่อไปแล้ว พรรคพวกจักรพรรดิเลี่ยอย่างพวกเราหาอย่างไรก็หาไม่เจอ”
หลี่เหยี่ยนโม่นวดหน้าแรง ๆ “สรุปว่า พรรคพวกจักรพรรดิเลี่ยก็คือกลุ่มคนที่ต้องการอัญเชิญจีเลี่ยกลับเข้าศาลบรรพชน เพื่อแทนที่ตำแหน่งขององค์ชายแปดพระองค์นั้น มอบ... ชื่อเสียงอันดีงามให้องค์ชายแปด?”
“ย่อมเป็นเช่นนั้น!”
จีเลี่ยชี้หน้าตูเสิ่น เสียงสั่นเครือ
“กบฏ! เศษเดน! เศษเดนชัด ๆ!!! ธรรมเนียมปฏิบัติของต้าอวี่จะมาล้อเล่นด้วยเหตุผลพรรค์นี้ได้อย่างไร!”
“...ท่านเจ้าเมืองตู หมายความว่าท่านกับข้าไม่ได้มี... ความขัดแย้งใด ๆ ต่อกัน?”
หลี่เหยี่ยนโม่ใคร่ครวญ แล้วยกนิ้วขึ้นทำท่าประกอบ
ตูเสิ่นพยักหน้าก่อน แล้วครุ่นคิดครู่หนึ่งจึงกล่าวว่า “ย่อมเป็นเช่นนั้น ครั้งนี้ท่านเจ้าสำนักหลี่ช่วยพวกเราไว้มาก สุสานจักรพรรดิเลี่ยแห่งนี้ทิ้งไว้ก็เปล่าประโยชน์ ภายหลังข้าจะถวายฎีกาต่อจักรพรรดิอวี่ มอบสุสานจักรพรรดิเลี่ยแห่งนี้ให้ท่าน เป็นหอเทียมฟ้าสาขาแคว้นจิง”
หลี่เหยี่ยนโม่หางตากระตุกยิก ๆ
เขายังจำได้ว่าศิษย์คนที่สองเคยบอกไว้ การจะสร้างหอเทียมฟ้าในแคว้นจิง อย่างน้อยต้องใช้หินวิญญาณมากกว่าหอเทียมฟ้าแคว้นเฉียนร้อยเท่า
“ไม่ได้การ! สุสานจักรพรรดิเลี่ยเป็นสมบัติของราชวงศ์ต้าอวี่ ข้ารับของขวัญล้ำค่าเช่นนี้ไม่ได้เด็ดขาด ขอท่านเจ้าเมืองประเมินราคาและคิดบัญชีให้ดี ต่อให้ต้องใช้เวลาหมื่นปี ข้าก็จะใช้หนี้ก้อนนี้ให้หมด!”
น้ำเสียงของหลี่เหยี่ยนโม่หนักแน่นมั่นคง ดวงตาใสกระจ่างดุจน้ำพุ
จูเก่อโม่เอ๋อร์อดชำเลืองมองไม่ได้
ตูเสิ่นตะลึงงันไปหลายลมหายใจ ก่อนจะพยักหน้าอย่างจริงจัง “ตกลง!”
เห็นสุสานของตนกำลังจะถูกยกให้คนอื่นด้วยวาจาเพียงไม่กี่คำ จีเลี่ยก็รีบยกมือขึ้น
“ช้าก่อน! ข้ามีเรื่องจะพูด!”
ตูเสิ่นล้วงสมุดบัญชีออกมาจากอกเสื้อ พลิกเปิดดังพรึ่บพรั่บ
“สุสานจักรพรรดิเลี่ยแห่งนี้สร้างขึ้นโดยการยักยอกงบประมาณแผ่นดินต้าอวี่ตอนที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ตามกฎหมายต้าอวี่...”
“พอแล้ว! ข้าไม่มีอะไรจะพูดแล้ว!”
......
แนะนำนิยาย!
“ศิษย์น้องเจียง เจ้าเอาแต่ตกปลาไม่บำเพ็ญเพียร วันหน้าก็คงเป็นได้เพียงเถ้าธุลี!”
“ศิษย์ทรยศ! อาจารย์ให้เจ้าหลอมกระบี่บิน เจ้ากลับไปหลอมคันเบ็ด!”
“ศิษย์พี่ ท่านมัวเมาในของเล่นจนเสียความตั้งใจ พวกเรามิใช่คนประเภทเดียวกัน ข้ามีเป้าหมายบนเส้นทางเซียน ส่วนเจ้าก็แล้วแต่เจ้าเถิด!”
เมื่อพรานปลาผู้ช่ำชองได้ข้ามมิติมายังโลกที่สามารถบำเพ็ญเพียรสู่ความเป็นเซียนได้โดยไม่คาดฝัน
สิ่งแรกที่เจียงชวนทำก็คือการเดินสำรวจรอบประตูสำนักเพื่อหาหมายตกปลา!
บำเพ็ญเซียนหรือ?
การบำเพ็ญเซียนจะมีความสุขเท่าการตกปลาของข้าได้อย่างไร!
“ยินดีด้วย ท่านได้รับปลาแถบขาวเกล็ดครามขอบเขตหลอมปราณหนักสิบแปดชั่ง ได้รับแต้มความสำเร็จ +2”
“ยินดีด้วย ท่านได้รับมังกรวารีขอบเขตจำแลงกายหนักหนึ่งแสนชั่ง ได้รับแต้มความสำเร็จ +10000”
หลายปีต่อมา เมฆาทัณฑ์แผ่คลุมทั่วฟ้า คันเบ็ดคันหนึ่งพุ่งตรงสู่ใจกลางหมู่เมฆ ฉีกกระชากเมฆทัณฑ์เป็นเสี่ยง
และเมื่อเหล่าผู้บำเพ็ญเพียรได้เห็นโฉมหน้าของผู้ที่กำลังข้ามผ่านด่านเคราะห์อย่างชัดเจน...
“สวรรค์! พรานปลาที่วันๆ เอาแต่ตกปลาผู้นั้น กำลังข้ามผ่านด่านเคราะห์สู่ความเป็นเซียน!”