เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 125 อุปกรณ์มหัศจรรย์ของศิษย์สำนักพุทธ (ฟรี)

บทที่ 125 อุปกรณ์มหัศจรรย์ของศิษย์สำนักพุทธ (ฟรี)

บทที่ 125 อุปกรณ์มหัศจรรย์ของศิษย์สำนักพุทธ (ฟรี)


หลี่เหยี่ยนโม่หมดความสงสัยในการออกแบบของสมาคมการค้าจินสือไปจนสิ้น เขาเดินเข้าไปในสมาคมการค้าจินสืออย่างผ่าเผยพร้อมกับเหลิ่งหนิงซวงและเต้าไห่

แต่เพียงแค่กวาดตามองปราดเดียว หลี่เหยี่ยนโม่ก็ตระหนักได้ทันทีว่าที่นี่ไม่ใช่สถานที่ที่เขาควรมาแม้แต่น้อย ระดับการใช้จ่ายที่นี่สูงลิบลิ่วเกินไปแล้ว!

ไม่มีของชิ้นไหนราคาต่ำกว่าสามหมื่นหินวิญญาณเลย

ทว่าเหลิ่งหนิงซวงและเต้าไห่กลับมีสีหน้าไม่ยี่หระ เดินเลือกชมข้าวของในตลาดนัดอย่างสบายอารมณ์ บางครั้งยังเปรยขึ้นมาว่าราคาถูกกว่าที่คิดเสียอีก

“พี่หลี่ ได้ยินว่าท่านมาเพื่อหาสมบัติวิเศษ ท่านคิดว่าสมบัติวิเศษชิ้นนี้เป็นอย่างไร?”

เต้าไห่ชี้มือไปที่ผนังด้านหนึ่ง หลี่เหยี่ยนโม่มองตามไปก็เห็นสนับมือคู่หนึ่งที่มีรูปลักษณ์ดุร้ายแขวนอยู่ ข้างๆ กันนั้นมีคำบรรยายสรรพคุณของสนับมือเขียนกำกับไว้

สมบัติวิเศษขั้นลึกลับระดับสูง สนับมือกลืนโลหิต

หลอมสร้างจากเหล็กโลหิต หญ้าเงาทมิฬ กระดูกอสูร และปราณเถาเที่ย มีคุณสมบัติกระหายเลือดเนื้อ สามารถทำอันตรายต่อร่างกายของผู้บำเพ็ญเพียรระดับสร้างแกนทองได้

ด้านข้างยังมีหินบันทึกภาพที่กำลังฉายภาพผู้บำเพ็ญเพียรผู้หนึ่งซึ่งถูกแถบสีดำคาดปิดดวงตา มือขวาชูสองนิ้วเป็นรูปกรรไกร มือซ้ายประคองแกนทองคำเม็ดหนึ่งไว้ และที่ช่วงเอวของผู้บำเพ็ญเพียรผู้นี้มีรูโหว่ขนาดใหญ่ที่มีเลือดไหลโชก ราวกับถูกสัตว์อสูรชนิดใดกัดกระชากอย่างรุนแรง

แม้ผู้บำเพ็ญเพียรระดับสร้างแกนทองผู้นี้จะดูเหมือนไม่เป็นอะไรมาก แต่ก็พิสูจน์ได้ว่ามันสามารถสร้างความเสียหายให้กับผู้บำเพ็ญเพียรระดับสร้างแกนทองได้จริงหรือไม่!

ราคาขายเจ็ดแสนหินวิญญาณ

“...คุณชายไห่ ข้าคิดว่าสมบัติวิเศษชิ้นนี้ไม่ค่อยเหมาะกับข้าเท่าไรนัก” หลี่เหยี่ยนโม่ถูกเลขศูนย์ยาวเหยียดนั้นส่องประกายใส่จนตาแทบบอด

“นั่นสิ นั่นสิ พี่หลี่ หากท่านชอบสมบัติวิเศษประเภทนี้จริงๆ ไว้ข้าจะช่วยหาจากกรมโยธาให้ท่านสักสองชิ้น รับรองว่าร้ายกาจกว่านี้อีก สามารถกัดคนได้เอง แถมยังยิงลำแสงได้ด้วย เป็นกับดักสัตว์ที่ยามว่างก็จูงเดินเล่นเหมือนสุนัขได้ ท่านคิดว่าอย่างไร?”

เหลิ่งหนิงซวงเยาะเย้ยเต้าไห่แล้วยังไม่ลืมที่จะขายของจากกรมโยธาให้หลี่เหยี่ยนโม่

หลี่เหยี่ยนโม่จินตนาการภาพตัวเองจูงกับดักสัตว์เดินเล่นแล้วก็รีบส่ายหน้าทันที

“อย่างนั้นหรือ? นั่นเป็นสิ่งประดิษฐ์ไม่กี่ชิ้นของกรมโยธาที่พอจะเอาออกมาอวดผู้คนได้เชียวนะ ข้ายังเคยคิดจะเลี้ยงไว้ที่บ้านสักฝูงหนึ่ง แต่ท่านพ่อท่านแม่ไม่อนุญาต”

เหลิ่งหนิงซวงบ่นพึมพำ

ขณะที่หลี่เหยี่ยนโม่กำลังคิดว่าจะเกลี้ยกล่อมให้เหลิ่งหนิงซวงล้มเลิกความคิดอันตรายนี้อย่างไรดี เต้าไห่ก็ปลดสนับมือคู่ดุร้ายนั้นลงมาสวมใส่ที่มือ แล้วลองขยับท่าทางดู

“เถ้าแก่ ข้าขอทดสอบอานุภาพของสมบัติวิเศษชิ้นนี้หน่อยได้หรือไม่”

เถ้าแก่ร้านขายสนับมือผู้นี้ก็ช่างจริงใจยิ่งนัก รีบนำหมูตัวหนึ่งที่กำลังดิ้นรนและแผ่กลิ่นอายทรงพลังออกมาแขวนขึ้นทันที

นั่นมันหมูปีศาจระดับสร้างแกนทองเชียวหรือ!?

“คุณชายเชิญทดสอบได้เลยขอรับ รับประกันคุณภาพสมราคา!”

เต้าไห่หัวเราะหึๆ แล้วชกหมูปีศาจตัวนั้นไปหนึ่งหมัด ร่างของหมูปีศาจระดับสร้างแกนทองถูกฉีกกระชากจนเกิดรูโหว่ขนาดใหญ่ทันที ผู้คนรอบข้างถึงกับได้ยินเสียงเคี้ยวกรุบกรับดังมาจากสนับมือนั้นอย่างชัดเจน

เต้าไห่พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ และจ่ายเงินซื้อสมบัติวิเศษชิ้นนี้อย่างใจป้ำ ผู้บำเพ็ญเพียรคนอื่นๆ ที่เดินผ่านมาเห็นเข้าก็เกิดความสนใจในสมบัติวิเศษชิ้นอื่นบนแผงลอยขึ้นมาทันที ต่างพากันเข้ามามุงดู

เมื่อเดินออกมาจากแผงลอยนั้นแล้ว หลี่เหยี่ยนโม่จึงเอ่ยทักท้วงด้วยสีหน้าแปลกประหลาด

“เอ่อ... คุณชายไห่ ท่านคิดว่าด้วยสถานะของท่าน การใช้สนับมือเช่นนี้ มันจะเหมาะสมหรือ?”

“พี่หลี่ ท่านพูดได้ถูกต้องยิ่งนัก” เต้าไห่ยิ้มตาหยีพลางซ่อนสนับมือไว้ในแขนเสื้อ “ดังนั้นต่อให้มีคนถูกสนับมือนี้ทำร้าย ก็ย่อมไม่มีใครเชื่อว่าเป็นฝีมือของข้าอย่างแน่นอน”

“...ท่านเป็นศิษย์สำนักพุทธจริงๆ หรือนี่?”

“แน่นอนสิ พี่หลี่ ท่านเลอะเลือนไปแล้วหรือ”

หลี่เหยี่ยนโม่ถึงกับพูดไม่ออก

เดินเที่ยวต่ออีกสักพัก เต้าไห่ก็ทยอยซื้อน้ำยากัดกระดูก ผงสลายศพ มีดเลาะกระดูก หนอนกัดกินหัวใจ และอุปกรณ์มหัศจรรย์อื่นๆ อีกมากมาย

“ท่านคงไม่ใช่สายลับพรรคมารที่กำลังใช้วิธีนี้บอกใบ้พวกเราอยู่หรอกกระมัง” หลี่เหยี่ยนโม่ถอยห่างจากเต้าไห่

เต้าไห่ส่ายหน้าอย่างจนปัญญา “พี่หลี่ อุปกรณ์เหล่านี้ใช้งานได้ดีก็ส่วนหนึ่ง แต่ข้าเองก็มีความลำบากใจของข้า”

“ความลำบากใจที่ว่าคือ... กลัวคนอื่นรู้ว่าศิษย์สำนักพุทธออกปล้นชิงทรัพย์หรือ?”

“มิใช่ คราวก่อนที่พระพุทธรูปองค์ใหญ่หนีเที่ยว พระพุทธรูปเหล่านั้นได้ป่าวประกาศออกไปว่า เนื้อหนังมังสาของศิษย์สำนักพุทธได้รับการอบรมบ่มเพาะด้วยควันธูป ขอเพียงได้กินสักคำก็จะอายุยืนยาว หากปีศาจได้กัดกินสักคำก็จะเพิ่มตบะได้เกือบพันปี นับแต่นั้นมาเคล็ดวิชากายาวัชระอมตะจึงกลายเป็นวิชาบังคับเรียน”

พูดจบเต้าไห่ก็ถอนหายใจยาวเหยียดอีกครั้ง

เหลิ่งหนิงซวงกลอกตามองบน แค่นเสียงหึอย่างเย็นชา “อย่าคิดว่าพวกเราไม่รู้นะ พวกท่านสำนักพุทธอาศัยโอกาสนี้ขายเนื้อรมควันธูปไปไม่น้อยเลยทีเดียว”

“รสชาติดีไม่เลวเลยนะ”

ทั้งสามเดินเที่ยวชมจนกระทั่งถึงเวลาเปิดงานประมูลของสมาคมการค้าจินสือ

ในฐานะสมาคมการค้าที่ใหญ่ที่สุดในแคว้นจิง การจะเข้าร่วมงานประมูลย่อมต้องมีเทียบเชิญ แต่เหลิ่งหนิงซวงเพียงแค่แสดงป้ายห้อยเอวชิ้นหนึ่ง ทั้งสามก็ถูกผู้บำเพ็ญเพียรระดับแปรจิตเชิญไปยังที่นั่งสำหรับแขกผู้มีเกียรติอย่างนอบน้อม

เมื่อนึกถึงป้ายคำขวัญสรรเสริญท่านเจ้าเมืองหวงและสัญลักษณ์รูปคนคุกเข่า หลี่เหยี่ยนโม่ก็ไม่รู้สึกแปลกใจเท่าใดนัก

ไม่นานนักผู้บำเพ็ญเพียรระดับแปรจิตผู้นั้นก็นำผลวิญญาณและขนมของว่างมารับรองด้วยตนเอง

“จะว่าไป ดูเหมือนท่านผู้เฒ่าฮวาแห่งสมาคมการค้าเถี่ยซินตั้งใจจะประมูลรูปเคารพศักดิ์สิทธิ์แห่งอสูรชิ้นหนึ่ง” หลี่เหยี่ยนโม่กินขนมพลางสนทนากับเหลิ่งหนิงซวง “พวกท่านได้ตรวจสอบรูปเคารพศักดิ์สิทธิ์แห่งอสูรชิ้นนั้นหรือยัง?”

ดูจากพฤติกรรมรักตัวกลัวตายของสมาคมการค้าจินสือแล้ว เพียงแค่กองทัพปิงเหมินเอ่ยปาก อย่าว่าแต่ตรวจสอบสินค้าประมูลเลย ต่อให้ขอไปดื้อๆ สมาคมการค้าจินสือก็คงรีบนำมาถวายให้อย่างนอบน้อม

เหลิ่งหนิงซวงโยนขนมเข้าปาก “ตรวจสอบแล้ว รูปเคารพศักดิ์สิทธิ์แห่งอสูรชิ้นนั้นสมาคมการค้าจินสือค้นพบจากซากโบราณสถานของชนเผ่าคนเถื่อน ตัวรูปเคารพเองไม่มีปัญหาอะไร แต่ปัญหาคือ เดิมทีสมาคมการค้าจินสือตั้งใจจะเก็บรูปเคารพศักดิ์สิทธิ์แห่งอสูรชิ้นนี้ไว้เป็นสินค้าประมูลลับสุดยอดเพื่อสร้างความประหลาดใจ”

“มีเพียงสมาคมการค้าจินสือเท่านั้นที่รู้เรื่องนี้ แต่ข่าวนี้กลับรั่วไหลไปถึงแคว้นเฉียนในช่วงงานประลองยุทธ์แคว้นเฉียน ทั้งยังไปเข้าหูฮวาโหย่วเฉวียนเสียด้วย”

หลี่เหยี่ยนโม่พยักหน้า “ด้วยนิสัยรักตัวกลัวตายของสมาคมการค้าจินสือ พวกเขาไม่น่าจะทำเรื่องที่สร้างความไม่พอใจให้กับราชวงศ์ต้าอวี่ ดูท่าคงมีใครบางคนจงใจชักใยให้สมาคมการค้าจินสือค้นพบรูปเคารพศักดิ์สิทธิ์แห่งอสูรชิ้นนั้น”

“เป็นไปได้สูงมาก แต่หากเป็นเช่นนั้นเรื่องที่ต้องตรวจสอบก็มีมากโข” เหลิ่งหนิงซวงประสานมือหนุนศีรษะ “แต่นั่นไม่ใช่เรื่องที่เราต้องกังวล”

หลี่เหยี่ยนโม่เห็นด้วยกับเหลิ่งหนิงซวง แต่ไม่นานก็นึกถึงปัญหาอีกข้อ

“เช่นนั้นยังจะให้ท่านผู้เฒ่าฮวาประมูลรูปเคารพศักดิ์สิทธิ์แห่งอสูรชิ้นนั้นไปหรือไม่?”

“ฮวาโหย่วเฉวียนมุ่งมั่นที่จะได้รูปเคารพศักดิ์สิทธิ์แห่งอสูรชิ้นนั้น ในเมื่อเขาอยากได้ ก็ให้เขาไปเถอะ อย่างไรเสียรูปเคารพศักดิ์สิทธิ์นั้นก็ไม่มีปัญหาอะไร”

“ก็... จริงของท่าน”

เมื่อนึกถึงวิธีการทำงานของหลี่ปินและพรรคพวก หลี่เหยี่ยนโม่ก็รู้สึกว่าตัวเองกังวลเกินเหตุ กองทัพปิงเหมินคงไม่ปล่อยให้ฮวาโหย่วเฉวียนเผชิญชะตากรรมตามยถากรรมเพียงเพราะเขาเป็นผู้บำเพ็ญเพียรจากแคว้นเฉียนหรอก

“จริงสิ... พี่หลี่ เหตุใดท่านจึงไม่ซื้ออะไรเลยเล่า?”

เต้าไห่หมุนถ้วยชาเล่นด้วยความสงสัย แม้แต่เหลิ่งหนิงซวงก็เริ่มสนใจขึ้นมา

หอเทียมฟ้าของหลี่เหยี่ยนโม่เพิ่งทำกำไรไปสองหมื่นล้านหินวิญญาณ แต่ตลอดทางที่เดินมา หลี่เหยี่ยนโม่กลับเอาแต่ดูไม่ยอมซื้อ ซึ่งชวนให้ประหลาดใจยิ่งนัก

“หรือว่า... ท่านมองข้ามสมบัติวิเศษราคาถูกเหล่านั้น?”

หางตาของหลี่เหยี่ยนโม่กระตุกเล็กน้อย

“ในโลกนี้ไม่มีสมบัติวิเศษที่แพง มีแต่สมบัติวิเศษที่เหมาะสม”

“เป็นเช่นนี้นี่เอง สมบัติวิเศษที่วางขายอยู่ด้านนอกหากล้ำค่าจริง ผู้บำเพ็ญเพียรเหล่านั้นคงไม่นำออกมาขาย กลับกันในโรงประมูลมักจะมีสมบัติวิเศษหายากปรากฏออกมา”

เต้าไห่ทำท่าบรรลุธรรม “พี่หลี่ช่างมองการณ์ไกลยิ่งนัก”

“...”

......

แนะนำนิยาย!

เริ่มต้นจากการเลี้ยงศพ สู่เส้นทางเซียนนอกรีต

(สถานะ: ชนต้นฉบับ)

วิถีทางเดินที่ผิดแผกจากศีลธรรมจะต้องประสบจุดจบอันเลวร้ายกระนั้นหรือ?

หากไม่บำเพ็ญจินตัน ก็ไร้ซึ่งชีวิตนิรันดร์เช่นนั้นหรือ?

เช่นนั้นข้าขอถามเหล่าท่านเซียน หากข้ากลั่นสังขารไร้เน่าเปื่อยให้เป็นจินตัน และแปรเปลี่ยนสู่ทารกเซียน ท่านทั้งหลายจะรับมือเช่นไร?

มรรควิปริต: เลี้ยงศพ

วิชาลับ: การแปรสภาพศพ

พลังพิเศษ: กระดานสรุปผลรายวัน

……

【สรุปผลประจำวัน】

【เลี้ยงศพในดินแดนแห่งความตายเป็นเวลาสิบสองชั่วยาม ประสบการณ์กระดานสรุปผลประจำวัน +1, ประสบการณ์การแปรสภาพศพ +6】

【อยู่ร่วมกับศพม่วงและผู้บำเพ็ญสายมรณะ ใช้พลังแห่งซากศพบำเพ็ญเพียรเป็นเวลาสิบสองชั่วยาม ประสบการณ์กระดานสรุปผลประจำวัน +1, ปราณมรณา +12, ประสบการณ์ผู้เลี้ยงศพ +6】

คลิกอ่านที่นี่

จบบทที่ บทที่ 125 อุปกรณ์มหัศจรรย์ของศิษย์สำนักพุทธ (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว